<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอยกระทงปีนี้ วธ.เชื่อม็อบไม่กระทบการจัดงานตามสถานที่ต่างๆ เน้นทิ้งระยะห่างป้องกันโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 20 ต.ค. 63- ที่หอประชุมเล็ก กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวแนวทางการจัดงานประเพณีลอยกระทง ปี2563 โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;(มท.)กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) &amp;nbsp;กรมเจ้าท่า &amp;nbsp;กรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เข้าร่วม
&amp;nbsp; นายอิทธิพล กล่าวว่า การจัดงานลอยกระทงปี 2563 จะเน้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือโควิด-19 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย&amp;rdquo; ทั้งนี้ ประเพณีลอยกระทงสืบทอดมาแต่โบราณ แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต สะท้อนถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ทั้งยังเป็นประเพณีที่มีสาระและคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน ศาสนา และสังคม แต่เนื่องจากปีนี้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ดังนั้น จึงควรตระหนักในชีวิตวิถีใหม่ ในขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งการสืบสานประเพณีที่สำคัญ วธ. จึงได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ เสนอแนวทางและมาตรการจัดประเพณีลอยกระทง ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ดำเนินการจัดงานตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของสธ. พร้อมร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมไทยอันงดงามด้วยการจัดกิจกรรมตามประเพณีนิยมของแต่ละพื้นที่ ให้แสดงออกถึงอัตลักษณ์ตัวตนของท้องถิ่น เช่น การแสดงพื้นบ้าน แต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง ร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีที่ดีงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้วธ.ได้มีการกำหนดแนวทาง ดังนี้1. จัดกิจกรรมตามประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น ใช้กระทงทำจากวัสดุที่ย่อยสลายง่ายและไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า 100% และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสะอาด สบู่เหลว ก่อนหรือหลังทำกิจกรรม 2.สถานที่จัดงานควรปรับเปลี่ยนให้มีพื้นที่ที่เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด มีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน 3.ผู้จัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการจราจรทางบกและทางน้ำ เช่น มีศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางน้ำ ตลอดจนบริเวณท่าน้ำให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และเว้นระยะการลงลอยกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;4. รณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า งดจำหน่ายสุรา รณรงค์เมาไม่ขับ และงดการดื่มสุราในบริเวณงานหรือใกล้เคียง งดการเล่นดอกไม้ไฟ &amp;nbsp;พลุ และโคมลอย &amp;nbsp;หรือวัสดุที่ก่อนให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะหรือชุมชน และขอให้ยึดหลัก &amp;ldquo;อย่าใกล้ขอบบ่อ อย่าเก็บกระทง/เงินในกระทง อย่าก้มไปลอยกระทง&amp;rdquo; 5.จัดการแสดงต่าง ๆได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดแสดงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่จะทำให้เด็ก เยาวชน ประชาชนได้เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาของไทย &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาคเอกชนอย่าง บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานลอยกระทงและท่องเที่ยววิถีใหม่อย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐาน SHA ในงาน &amp;ldquo;Bangkok River Festival 2020 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย&amp;rdquo; ในแนวคิด &amp;ldquo;รื่นเริง แสงศิลป์&amp;rdquo; ณ บริเวณ 10 ท่าน้ำสำคัญในกรุงเทพมหานครโอกาสนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกัน &amp;ldquo;แต่งไทย ไปลอยกระทง&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์การแต่งกายของแต่ละท้องถิ่น และช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;ldquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำมาตรการป้องกันโควิดให้แต่ละหน่วยงาน ปฏิบัติตามมาตรการของสธ. อย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องสถานการณ์ชุมนุมนั้น กรณีมีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก เป็นหน้าที่ของหน่วยงานผู้จัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ก็เชื่อว่า จะไม่มีปัญหา เพราะสถานที่จัดงานแต่ละแห่งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากพื้นที่เคยจัดชุมนุม&amp;rdquo; นายอิทธิพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ชมเชย รองผู้กำกับการกลุ่มงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สตช. กล่าวว่า ในส่วนของ สตช.ได้เตรียมจัดมาตรการป้องกัน อาทิ มาตรการป้องกันอาชญากรรม และอุทกภัยทางน้ำ จะรัดมเจ้าหน้าที่สายตรวจออกคุมเข้มในพื้นที่จัดงาน ให้ตำรวจน้ำจัดเรือออกตรวจตรา เพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหนุทางน้ำ รวมถึงขอความร่วมมือให้พื้นที่จัดงานขนาดใหญ่จัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการจัดงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที มาตรการป้องกันพุดอกไม้ไฟ จะมีการสำรวจและปราบปรามโรงงานที่ลักลอบผลิตพุ หรือดอกไฟไฟอย่างไม่ถูกต้อง ส่วนมาตรการปราบปรามอาชญากรรมนั้น สตช.จะระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจออกดูแลความเรียบร้อยและเข้าตรวจยาเสพติดในสถานบันเทิงตั้งแต่วันที่ 26-30 ตุลาคม นอกจากนี้ยังมีมาตรการรักษาความสงบโดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ กำชับให้ดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตรวจเอกสาร เข้าออก จัดเจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด รวมถึงจัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ เตรียมพร้อมกรณีต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางวราลักษณ์ ตังคณะกุล รองผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า การจัดงานประเพณีลอยกระทงปีนี้ เน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังด้านสุขภาพใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ความอันตราย บาดเจ็บจากการเล่นพลุดอกไม้ไฟ จากสถิติปี 2562 &amp;nbsp;มีผู้บาดเจ็บ 305 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลเด็กไม่ให้จุดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือถ้าจุดให้ห่างจากพลุ 1 ช่วงแขน ,การจัดงานประเพณีลอยกระทงปลอดเหล้า และลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำในเทศกาลลอยกระทง ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขปี 2553-2562 &amp;nbsp;พบว่า10 ปีที่ผ่านมา มีคนจมน้ำเสียชีวิต 35 คนโดยร้อยละ 23 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขอให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน อย่าเข้าใกล้ริมบ่อน้ำ ก้มเก็บเงินในกระทงขอให้เพิ่มความระมัดระวัง ประเด็นถัดมาการควบคุมแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เน้นย้ำให้จัดงานในพื้นที่กลางแจ้ง ลดความแออัด รักษาความสะอาด สวมหน้ากากอนามัย 100% หมั่นล้างมือ กรมควบคุมโรคเตรียมความพร้อมคณะกรรมการควบคุมโรคในทุกจังหวัดคอยควบคุมและช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาและกักกันเพื่อลดการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น มท. กล่าวว่า ในไทยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,850 แห่ง การจัดงานลอยกระทงเป็นภารกิจสำคัญเพื่อสืบสานวัฒนธรรมและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นแนวทางลอยกระทงวิถีใหม่ อปท.เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวก ตั้งจุดคัดกรอง ลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นไทยชนะทำสัญลักษณ์การรักษาระยะห่าง รวมถึงการรักษาความปลอดภัยผู้มาท่องเที่ยวงานลอยกระทง ดูแลสถานที่ให้แข็งแรง มั่นคง ติดตั้งแสงสว่างให้เพียงพอ ส่วนจุดอับติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มความปลอดภัย ขณะที่การรักษาความสะอาดหลังงานลอยกระทง เตรียม จนท.จัดเก็บกระทงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81262</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), การชุมนุมแฟลชม็อบ, นางวราลักษณ์ ตังคณะกุล, นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์, พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ชมเชย, ลอยกระทง, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ece2d85db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ยูนิเซฟ&quot;  ย้ำจุดยืน เด็กและเยาวชนควรได้แสดงออกอย่างสันติ ปราศจากความรุนแรงทุกรูปแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;20 ต.ค.63- ยูนิเซฟ ประเทศไทย แสดงออกถึงจุดยืนในสถานการณ์การชุมชนในประเทศไทย ย้ำเด็กและเยาวชนควรได้รับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ โดยปราศจากความรุนแรก และการถูกขมขู่คุกคามทุกรูปแบบ ทั้งนี้ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางร่วมกัน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย กลับสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโธมัส ดาวิน ตัวแทนยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ยูนิเซฟ เป็นองค์กรที่ไม่เลือกปฎิบัติ และหลังจากที่ได้แถลงการณ์ย้ำจุดยืนไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ทางยูนิเซฟก็ยังขอย้ำว่า จุดยืนยังคงเดิม ตั้งแต่แรกเริ่ม คือ การเน้นย้ำและเป็นห่วงในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของเด็กอย่างสันติ ในพื้นที่ที่ปลอดภัยทั้งในโรงเรียน ครอบครัว หรือชุมชน ดังนั้นทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็กและเยาวชน จากการถูกขมขู่คุมคามทุกรูปแบบอีกด้วย ซึ่งเด็กและเยาวชนก็จะเรียนรู้การแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติเช่นกัน ในส่วนของข้อเสนอแนะ ก็จะเป็นไปตามพันธะที่จะเป็นผู้พิทักษ์สิทธิของเด็ก เพราะยูนิเซฟ เป็นองค์กรที่ไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีปัจจัยทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง โดยหวังว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะหารือและร่วมกันหาทางออก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับจดหมายเปิดผนึกจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เราได้ส่งจดหมายตอบกลับไปเมื่อเช้านี้ว่า หัวใจสำคัญ คือ เรามีความเห็นตรงกัน มีความห่วงใย และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเรื่องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ร่วมถึงสิทธิในการแสดงออกและแสดงความเห็นอย่างสันติในพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;หรือกลุ่มนักเรียน เพื่อที่จะให้โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นนั้น เรายังพยายามสร้างกลไกในการป้องกันความรุนแรงจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย โดยเริ่มจากบ้าน ที่มีครอบครัวเป็นจุดสำคัญในการสร้างการแลกเปลี่ยนเปลี่ยนความคิด พูดคุยกันด้วยความเข้าใจ&amp;rdquo; โธมัส กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81235</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมแฟลชม็อบ, ยูนิเซฟ, โธมัส ดาวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e8adbb4920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นันทเดช&#039;เผยการข่าวพบแฟลชม็อบนัดคนมาชนกลุ่มอาชีวะ10ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) &amp;nbsp;ที่เคลื่อนไหวนัดรวมพลประชาชนหน้ารัฐสภาในวันที่ 10 ส.ค.เวลา 10.10 เพื่อทำกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ปกป้องสถาบันฯ โดยมีแนวร่วมศูนย์กลางประสานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบันฯ หรือ ศอปส .เข้าร่วมด้วย กล่าวว่า ล่าสุดหลังจากเผยแพร่นัดหมายกิจกรรมการรวมตัวกันดังกล่าวที่หน้ารัฐสภาในวันจันทร์นี้ โดยได้ส่งคนไปขออนุญาตทำกิจกรรมที่สน.บางโพ ตามขั้นตอน รวมถึงมีการประสานกับทางรัฐสภา เพื่อขอทำกิจกรรมดังกล่าวหน้ารัฐสภา ก็ทราบข่าวล่าสุดมาว่าจะมีกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีการนัดรวมพล เช่นกัน เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและสนับสนุนกิจกรรมแฟลชม็อบ ซึ่งดูแล้วน่าจะมีเจตนาบางอย่าง ทั้งที่ตนเองและกลุ่มแนวร่วมศูนย์กลางประสานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบันฯ &amp;nbsp;มีการจองเวลา สถานที่และแจ้งกับตำรวจไว้ล่วงหน้าแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กิจกรรมที่จะทำวันจันทร์นี้คือ เริ่มจากการแถลงข่าวเพื่อแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์เวลานี้ จากนั้นจะร่วมกันร้องเพลงชาติ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ทุกอย่างทำโดยสันติ แต่ก็มีอีกกลุ่มที่แนวคิดตรงกันข้าม ก็ทราบข่าวว่าเขาจะมาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเช่นกันที่หน้ารัฐสภา โดยทราบข่าวภายในว่าได้มีการนัดให้มาพร้อมกันในเวลาเดียวกันกับทางนี้ ดูแล้วคงมีเจตนาจะมาหาเรื่องกัน ทั้งที่ทางฝ่ายอาชีวะ เขานัดหมายไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะมายังไง ก็ยืนยันฝ่ายนี้ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ไปมีเรื่องด้วยแน่นอน&amp;nbsp;ผมประเมินแล้วหลังจากนี้ ฝ่ายที่เคลื่อนไหว เขาจะเคลื่อนไหวแรงขึ้นเรื่อยๆและจะพยายามที่จะต้องหาเรื่องก่อกวนให้ได้ เพื่อทำให้รัฐบาลมีการจับกุ่มคนของฝ่ายนั้น เพื่อให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73907</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะ, การชุมนุมแฟลชม็อบ, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbea2df1b031.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แกนนำแฟลชม็อบมหิดล&#039;ไขก๊อกบอก&#039;ไม่สามารถมองเห็นตัวเองในอนาคตที่อยากให้เป็น&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่มสื่อ-นักศึกษา-กลุ่มกิจกรรม ที่ใช้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของขบวนการฝ่ายประชาธิปไตยและแฟลชม็อบนิสิตนักศึกษา นายฟรานซิส บุญเกื้อหนุน เป้าทอง ประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายา ได้ส่งข้อความแจ้งการลาออก มีเนื้อหาระบุว่า ถึงเวลาที่ต้องจากลา..สวัสดีทุกคนครับ ตอนนี้ถึงจุดเปลื่ยนที่ผมเองไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ผมสามารถบอกได้นั้นก็คือ อะไรคือหนทางต่อจากนี้ ของแกนนำแฟลชม็อบมหิดล ผมกับเพื่อนอีกหลาย ๆ คนได้ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้มาแล้ว การที่นักศึกษาและประชาชนร่วมสามพันกว่าชีวิตได้ออกมาร่วมแสดงพลังกับพวกเราในคืนนั้นแทบจะเป็นจุดสูงสุดของชีวิตผมและเพื่อนหลาย ๆ คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าการเดินทางต่อในสายทางนั้นย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปตามตรรกะและเหตุผลของมัน และนั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำมาเป็นเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม การที่เราได้เดินทางมาถึงจุดนี้ ทำให้ผมได้เห็นด้านที่หลาย ๆ คนไม่เคยเห็นมาก่อน เชื่อหรือไม่ว่า ภายใต้ขบวนการนักศึกษาที่ดูเหมือนแน่นแฟ้นกัน จะมีความแตกแยกและความสับสนอยู่หลายอย่างมาก แน่นอนว่าผมไม่ได้ว่าพวกเราอ่อนแอแม้แต่เพียงใด แต่มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าพวกเราไม่มาสู้กันเอง มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าเราร่วมมือกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะแน่นอนว่าเป้าหมายเรามีเรื่องที่ใหญ่กว่านี้เสียด้วยซ้ำไป เป้าหมายในการสร้างประชาธิปไตย พร้อมไปด้วยเสรีภาพ และความเสมอภาค ที่คนไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีองค์กรใดเพอร์เฟค แม้แต่ผมเองก็ไม่ได้เพอร์เฟค แต่เราสามารถหาอย่างอื่นมาแทนความเพอร์เฟคตรงนั้นได้ สององค์กรในขบวนการนักศึกษามีอะไรที่เหมือน ๆ กันมากกว่าแตกต่างกัน และหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะร่วมมือกันสร้างสังคมที่ดีกว่านี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวผมแล้ว ผมไม่สามารถมองเห็นตัวเองในอนาคตที่ผมอยากให้เป็น และมันถึงเวลาแล้วที่คนอย่างผมต้องกลับไปทำในสิ่งที่ผมรักจริง ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว การให้พื้นที่คนได้ออกมา ก็คือว่าเป็นหน้าที่ที่ผมได้ทำโดยเสร็จสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน เป้าทอง คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องให้คนอื่นทำงานต่อเพื่อเป้าหมายเหล่านั้น ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะได้เจอกันอีกในฐานะอื่น ๆ แต่สำหรับประวัติศาสตร์หน้าการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมคงไม่สามารถไปต่อได้หลังจากนี้แล้ว ผมหวังว่าเพื่อน ๆ ทุกคนในขบวนการนักศึกษาจะเปิดใจซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น และพบกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราต้องได้เจอกันอีกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังส่งข้อความนี้ นายบุญเกื้อหนุนได้ออกจากกลุ่มไลน์ จากนั้น น.ส.วัชรินทร์ภรณ์ บำรุงพืช เลขานุการภาคีนักศึกษาศาลายา ได้ส่งข้อความระบุว่า ในนามภาคีนักศึกษาศาลายา ไม่มีใครร่วมรู้เห็นกับการกระทำและออกความคิดเห็นส่วนตัวของนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง เป็นการใส่ความรู้สึกส่วนบุคคลเท่านั้น ขอยืนยันว่าการกระทำนี้เป็นเพียงการกระทำของบุคคลหนึ่งโดยไม่มีมติร่วมของภาคีนักศึกษาศาลายาใดๆ ทั้งสิ้น ทางภาคีศาลายายังคงเป็นมิตรและร่วมมือกับกลุ่มนักศึกษาทุกกลุ่มได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ จะมีการร่วมประชุมพิจารณากับการกระทำของ นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง กันภายในภาคีกันอีกครั้งถึงการกระทำดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายณวิบูล ชมภู่ ประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายา ได้ส่งข้อความเสริมว่า ผม นาย ณวิบูล ชมภู่ ประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายา ขอย้ำอีกครั้งว่าการบอกกล่าวของนายบุญเกื้อหนุน เป้าทองเป็นการใส่ความเห็นโดยส่วนตัวโดยไม่ได้ผ่านมติ กระผมในฐานะประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายาขออภัย เครือข่ายนักเรียนนิสิตนักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาชนและทุกคนในกลุ่มอย่างสูง กับการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65542</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมแฟลชม็อบ, บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, แฟลชม็อบมหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7b91a086b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายเยาวชนเรียกร้อง”รมว.ศธ.” เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้นร.-นศ.แสดงออกทางการเมือง ชุมนุมแฟลชม็อบได้ ลั่นไม่กลัวโควิด-19 รู้จักป้องกันตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มี.ค.63-ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิและกลุ่มเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประมาณ 50 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เพื่อขอให้เปิดพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกทางความคิดอย่างเสรี สร้างสรรค์ ตามสิทธิกฎหมายที่พึงกระทำได้ โดยนายธนเดช ใจสบาย ผู้ประสานเครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายเด็กและเยาวชนขอเรียกร้องต่อ รมว.ศธ. ใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้สั่งการให้สถานศึกษาทุกระดับเปิดพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกทางความคิดอย่างเสรี โดยไม่เป็นการปิดกั้นแทรกแซง 2.ขอให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตยในสถานศึกษาอย่างจริงจังที่มากกว่าการเลือกหัวห้อง หรือประธานนักเรียน 3.ขอเรียกร้องให้รุ่นพี่ ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐร่วมปกป้องการแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา 4.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมรวมถึงสื่อมวลชนหลีกเลี่ยงการใช้คำพูด หรือวาทะกรรมที่จะนำไปสู่ความเกลียดชัง และ5.ขอฝากถึงนักเรียน นักศึกษาให้ระวังหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่อาจนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้ผู้ไม่หวังดีหยิบยกเข้ามาทำลายความชอบธรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนเดช กล่าวต่อว่า การแสดงออกของนักเรียน นักศึกษา รัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิเสราพแสดงออกตามพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา3 (4) ภายในสถานศึกษาได้รับการยกเว้นสามารถจัดกิจกรรมได้ แต่จากข้อเท็จจริงพวกเรากลับพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งปิดกั้นไม่ให้มีการจัดกิจกรรมในสถานศึกษาส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาต้องใช้พื้นที่นอกรั้วสถานศึกษา เพื่อเป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นและแสดงออกทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต อีกทั้งยังเป็นการผลักไสให้นักเรียน นักศึกษาสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย รวมถึงยังมีผู้บริหาร ครู และอาจารย์บางคนข่มขู่นักเรียนที่ออกไปจัดกิจกรรมในพื้นที่อื่นทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงและจะไม่ยอมให้ใบวุติบัตรสำหรับการจบการศึกษา ส่วนประเด็นที่ รมว.ศธ.หรือภาครัฐเป็นห่วงว่าการชุมนุมจะเป็นการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 นั้น พวกเราเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญและไม่ใช่เรื่องน่าห่วง เนื่องจากเด็กและเยาวชนทุกคนเข้าใจสถานการณ์เรื่องนี้เป็นอย่างดีและมีการเตรียมพร้อมทั้งการใส่หน้ากากอนามัย มีเจลล้างมือพกติดตัวตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59363</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., การชุมนุมแฟลชม็อบ, เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิและกลุ่มเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e675493f0e20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;เตือน&#039;บิ๊กตู่&#039;ทำตามข้อเรียกร้องแฟลชม็อบก่อนจบลงเป็น&#039;ทรราช&#039;! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.63-นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการ ลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ถึงขบวนการนักคึกษาแฟลชม็อบว่า เมื่อรวบรวมข้อเรียกร้องของนักศึกษามี 3 ประเด็น 1.นายกรัฐมนตรีต้องลาออก 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และ3.ยกเลิกองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งระหว่างยึดอำนาจ โดยทั้ง 3 ข้อเรียกร้องนี้ แม้ได้รับการแก้ไขเพียงข้อใดข้อหนึ่ง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ หรือยุบสภาและรัฐธรรมนูญไม่แก้ ประเทศก็อยู่ที่เดิม เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่แก้ ก็ไปทำอะไรองค์กรอิสระไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกัน ดังนั้นข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อจึงผูกกันไปหมด ขณะนี้การต่อสู้ของคนหนุ่มสาวอยู่ในระดับท้าทายกันแล้ว ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครโดยเฉพาะ แต่เป็นปัญหาของชาติบ้านเมือง ตนเคยพูดก่อนออกจากเรือนจำ โดยชวนกันให้มาแก้ก่อนตาย แต่บทเรียนของไทยมักตายก่อนแก้กันทุกครั้งคราวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของนักศึกษา นักศึกษาจะทวีความเติบโตตามลำดับ ท้ายที่สุดหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าไปไม่พ้น ถ้ารัฐบาลไม่เป็นฝ่ายเสียสละ เพราะอยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า อยู่ต่อไปเวลานี้มีเวลาบวกหรือไม่ มีด้านบวกที่จะได้กำไรจากการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ผมบอกว่า มีแต่ลบลงทุกวัน แต่ทั้งหมดนั้น นายกรัฐมนตรีต้องเสียสละ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีความเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะความจริงสิ่งที่ขัดกับหลักการประชาธิปไตยมีเพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น เมื่อแก้รัฐธรรมนูญให้เกิด สภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ในภายหลังแล้วไปแก้ไขอำนาจวุฒิสภาเป็นหลักใหญ่ เพราะวุฒิสภาเป็นกลุ่มคนไปเลือกนายกฯ เลือกองค์อิสระ แล้วท้ายที่สุดยังมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. ต้องการบอกว่าใน 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษานั้น ถ้าทุกอย่างได้รับการแก้ไขครบหมด ประเทศจะเดินต่อไปได้ เรามาเริ่มเบื้องต้นกันด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิด สสร. ก่อน ถ้าเบื้องต้นไม่จบ ยุบสภาก็ใช้รัฐธรรมนูญเดิมอีก คำตอบก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง องค์กรอิสระก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม ดังนั้น สังคมไทยจึงอยู่ท่ามกลางสังคมอกแตก แต่ละฝ่ายล้วนอึดอัด ถ้ารัฐบาลไม่เป็นฝ่ายเสียสละแล้ว คำว่า ตายก่อนแก้จะเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเรียนกับพี่น้องว่า ถ้าตราบใดนักศึกษาสู้ในมหาวิทยาลัย รัฐบาลยังไม่ใช้กำลังปราบปราม และนักการเมืองต้องไม่เข้าไปยุ่ง ผมก็ไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าปราบปรามวันไหน วันนั้นก็คือวันของผมต้องเข้าไปยุ่ง คาดว่าในเดือนมีนาคมทั้งเดือน แต่ละมหาวิทยาลัยจะเวียนกันจัดแฟลชม็อบรอบ 2 แล้วมาถึงเดือนพฤษภาคมจะพรึ่บกันหมด เพราะวิวัฒนาการของรัฐบาล แก้ไขปัญหากันไม่ได้สักเรื่อง เงินพันที่แจก แก้ปัญหาไม่ได้ ให้หน้ากากยังดีกว่า แต่ไปรวมอยู่ในเจ้าสัวหมด รวยขึ้นๆ โรงเหล้าก็รวย ดิวตี้ฟรีก็รวย และทุนที่รวยทั้งหลายเป็นทุนพลังประชารัฐทั้งนั้น แต่ประชาชนกลับจนกันหมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานนปช.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ถ้ารัฐบาลปฎิบัติตามข้อเรียกร้องของนักศึกษา อย่างน้อยเราก็จะได้ยุติวิกฤต อย่างน้อยเราก็จะได้แก้ก่อนตาย หากไม่ฟังแล้วยังเดินต่อไป จำปากตนไว้ แต่ละข้อจะได้แก้ แต่ต้องตายกันก่อน เพราะประเทศไทยมักตายก่อนแก้กันทุกครั้ง ตนมาชี้ทางว่า อยู่ต่อไปไม่มีอะไรบวกอีกแล้วสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ เวลาที่เหลือลบอย่างเดียว วันใดลบจนไม่มีอะไรเหลือแล้ว วันนั้นท่านก็เป็นผู้นำเผด็จการทรราชเหมือนในอดีต เราเองยังอยู่ในจุดที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด แล้วพยายามพูดให้คิด เพื่อจะบอกว่าวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในช่วงนับเดือนนั้น เชื่อว่าประเทศนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่อย่างแน่นอน สำหรับสถานการณ์ของบ้านเมืองนั้น รัฐบาลอยู่ช่วงขาลงสุดๆ ทำอะไรก็ไม่เข้าหูเข้าตาประชาชนทั้งสิ้น ถึงขั้นแจกเงินคนก็ด่าแม่ รับบริจาคคนก็ด่าหนักเข้าไปอีกว่า เอาไงกันแน่ สองบุคลิกหรืออย่างไร เดี๋ยวแจกเดี๋ยวบริจาค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59176</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมแฟลชม็อบ, จตุพร  พรหมพันธุ์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64ce8ab8a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;อาสาเป็นสื่อกลางรับฟังความเห็น&#039;นศ.&#039;เชื่อแฟลชม็อบไร้คนชักใย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มี.ค.63-นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษาตามสถาบันต่างๆในขณะนี้ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่คนหนุ่มสาวให้ความสนใจกับความเป็นไปของบ้านเมือง ซึ่งเท่าที่ติดตามประเด็นใหญ่ที่อยู่ในใจคือความไม่เป็นธรรมของกติกา ซึ่งสามารถหลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้ระบบที่มีอยู่ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาได้วางกลไกไว้แล้วด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา จึงอยากให้น้อง ๆ นักศึกษาใช้คณะ กรรมาธิการฯชุดนี้ให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมพร้อมเป็นสื่อกลางนำข้อเสนอที่น้อง ๆ อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกประเด็นเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการฯเพื่อยืนยันว่าสภาซึ่งเป็นสถานที่รวมของตัวแทนปวงชนชาวไทย เป็นที่พึ่งที่หวังได้และพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ นำไปสู่การสร้างกติกาที่เป็นธรรม ปลดชนวนความขัดแย้ง เพื่อร่วมกันหาทางออกไม่ให้ประเทศไทยย้อนกลับไปสู่วิกฤต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระระบุด้วยว่า ตนเห็นความสำคัญในพลังของนิสิตนักศึกษา และไม่คิดว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวจะมีวาระซ่อนเร้นหรือถูกชักใยจากใครคนใดคนหนึ่ง เพราะหากไม่มีประเด็นที่มีเหตุผลเพียงพอ ย่อมไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมจนเกิดการรวมตัวกันในวงกว้าง เพียงแต่อยากให้ทุกคนใช้พลังที่มีอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลบนพื้นฐานของข้อมูลไม่ใช่อารมณ์ เพื่อนำบ้านเมืองสู่ถนนประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นต้องลงถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58564</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมแฟลชม็อบ, นายสิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d831f203ac1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
