<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นปีใหม่ดุ!2วัน109ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันที่สองช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดขึ้น 974 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 109 ศพ บาดเจ็บ 993 ราย เมาแล้วขับยังคงสาเหตุหลัก &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนรับ ปชช.ถึงภูมิลำเนา สั่งตั้งด่านชุมชนเน้นตรวจค้นสกัดขี้เมาขับรถ &amp;quot;กรมคุมประพฤติ&amp;quot; ส่งพวกเมาโดนจับซ้ำซ้อนเขาบำบัด &amp;quot;เหนือ-ใต้&amp;quot; นักท่องเที่ยวคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 35.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.00&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.57 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.53 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.98 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.47 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 26.98
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า สำหรับสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ วันที่ 27-28 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลัดผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็วและง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;quot; รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าว
ตั้งด่านชุมชนคุมขี้เมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. และเลขาฯ ศปถ. กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงมาตรการคุมเข้มผู้กระทำผิดเมาแล้วขับเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จึงให้กรมคุมประพฤติดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการคุมเข้มดังกล่าว โดยผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ ซึ่งสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 28 ธ.ค.เพิ่มเติมเพียงจำนวน 8 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 5 คดี และคดีขับเสพ จำนวน 3 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวว่า ยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 707 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 572 คดี คิดเป็น 80.91%, คดีขับเสพจำนวน 124 คดี คิดเป็น 17.54%, คดีขับซิ่ง/แข่งรถ จำนวน 1 คดี คิดเป็น 0.14%, คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;คดี คิดเป็น 1.41% เบื้องต้นกรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราแล้ว จำนวน 307 คดี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำ จำนวน 11 คดี ซึ่งกรมคุมประพฤติได้กำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูเฉพาะในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน ร่วมกับการทำงานบริการสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้แม้กรมคุมประพฤติจะไม่มีกำไลอิเล็กทรอนิกส์ใช้ควบคุมผู้ถูกคุมประพฤติคดีเมาแล้วขับ แต่ยังคงมาตรการเข้ม ผู้ที่ถูกจับในคดีเมาแล้วขับที่มีประวัติกระทำความผิดซ้ำจะถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดอาการติดสุรากับกระทรวงสาธารณสุขทันที โดยจะต้องเข้ารับการบำบัดเต็มตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
เหนือ-ใต้ท่องเที่ยวคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรภาคอีสาน ถนนมิตรภาพ ตลอดทั้งวันทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าจังหวัดนครราชสีมาไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน พบการจราจรบริเวณถนนบายพาส แยกวัดตะเคียนทอง ขาเข้าโคราช กม.ที่ 60 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สภาพการจราจรหนาแน่น ใช้ความเร็วได้ประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ฝั่งขาเข้าโคราช ตั้งแต่ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปริมาณหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ช้า และตั้งแต่ช่วงสถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง ยาวไปจนถึงสะพานต่างระดับสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว ปริมาณรถหนาแน่นและติดขัดตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ เนื่องจากมีรถยนต์สะสมเพิ่มขึ้นปริมาณมาก อีกทั้งบางช่วงเป็นทางลาดชัน ต้องชะลอความเร็ว จึงเคลื่อนตัวได้ช้า และติดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 27 กิโลเมตร แต่เมื่อถึงสะพานต่างระดับสีคิ้วรถจะคล่องตัว ทำความเร็วได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้โดยสารยังคงมารอขึ้นรถไปเพื่อไปสายเหนือ อีสาน และใต้หนาแน่น โดยเฉพาะสายยาว อย่างกรุงเทพฯ-อุบล-หนองคาย, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า อาจต้องวัดดวงว่าได้ขึ้นรถไฟเที่ยวกี่โมง และใช้เวลาในการรอรถไฟไม่ต่ำกว่า 5 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ขบวนรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่เชื่อมต่อกับรถไฟของมาเลเซีย ที่ชายแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์จำนวนมากทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมงานเคาต์ดาวน์ และเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว รวมทั้งกรุ๊ปทัวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-2 ม.ค.63 ในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และเรือ รวมถึงเครื่องมือช่วยชีวิตที่จำเป็นชุดใหญ่ เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปพักแรมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอรับรุ่งอรุณปีใหม่ ซึ่งทุกปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเกิน 2 หมื่นคน เพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น ทำให้การจราจรหนาแน่น โดยอุณหภูมิช่วงเช้าวัดได้ต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย กิ่วแม่ปาน 8 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยาน 11 องศาเซลเซียส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53506</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, 7 วันอันตรายปีใหม่2563, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุสะสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b481c9857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวย7วันอันตรายสุดดุแค่2วันดับเกินร้อยแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.2562 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;28 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ 35.49% ขับรถเร็ว 30% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;74.57% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง 43.53% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน &amp;nbsp;30.98% ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. 26.47% &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ &amp;nbsp;50 ปีขึ้นไป 26.98%
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (27 - 28 ธ.ค.62) เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็ว และง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;
ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการ &amp;nbsp;เพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;
ขณะที่นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ.เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน ท้ายนี้ ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, ปภ., รองปลัดกระทรวงคมนาคม, ศปถ., ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, สถิติอุบัติเหตุ, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c072d8b47ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
