<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนเชื่อ ครม.สัญจรมีนัยยะทางการเมือง แต่อยากเห็นการไปแก้ปัญหาความเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อกรณี ครม.สัญจรที่อำนาจเจริญและอุบลราชธานีของรัฐบาล เชื่อมีนัยยะทางการเมือง แต่ยังหวังให้เป็นการลงพื้นที่แก้ปัญหาชาวบ้าน มากกว่าการไปดูดส.ส. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกำหนดการประชุมครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค. ณ จ.อำนาจเจริญและอุบลราชธานี &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำทีมครม. ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ &amp;nbsp; และดูความต้องการของประชาชนในพื้นที่ว่ามีปัญหา อุปสรรคอะไรบ้าง แต่ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีนัยยะทางการเมือง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ ครม.สัญจรในครั้งนี้ &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,132 คน ระหว่างวันที่ &amp;nbsp; 17-21 กรกฎาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประชาชนคิดอย่างไร? กับ ครม.สัญจร ที่ จังหวัดอำนาจเจริญ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp; &amp;nbsp; อยากให้การลงพื้นที่เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างแท้จริง 50.22% &amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp; &amp;nbsp; อาจมีนัยยะทางการเมือง เกี่ยวกับการหาเสียง ดูด ส.ส.ตามที่เป็นข่าว 33.38%
อันดับ 3&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง หรือหาประโยชน์จากเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.74%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 4&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้มีการลงพื้นที่ทุกจังหวัด มีความเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.12%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 5&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการจัด ครม.สัญจร เป็นเรื่องปกติทางการเมือง 14.62%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลดี&amp;rdquo; ที่จะได้จากการจัด ครม.สัญจร &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ ได้พบปะ รับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่จริง68.14% &amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนได้ใกล้ชิด พูดคุยกับนายกฯ โดยตรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;39.26%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการที่สำคัญในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.54%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 4&amp;nbsp; &amp;nbsp; กระตุ้นการทำงานของข้าราชการในพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.87%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 5&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.69%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความคาดหวัง&amp;rdquo; ของประชาชนต่อการจัด ครม.สัญจรในครั้งนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ที่เดือดร้อนประสบปัญหา ได้เข้าพบและชี้แจงด้วยตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;46.74%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการนำผลจากการประชุมไปสานต่อ แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.37%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.17%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงพื้นที่ด้วยความจริงใจ ไม่มีนัยยะแอบแฝง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.55%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด 16.85%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนคิดว่าการจัด ครม.สัญจร ครั้งนี้มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่?
&amp;nbsp;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนัยยะทางการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.21% เพราะเป็นการลงพื้นที่เพื่อหยั่งเสียงประชาชน มีความข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ต้องการดูกระแสตอบรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ของประชาชน เป็นการหาแนวทางในการทำงาน สร้างผลงาน &amp;nbsp;สถานการณ์ทางการเมืองเข้มข้น แข่งขันกันมากขึ้น ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.79%&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะ &amp;nbsp;เป็นการประชุม ครม. สัญจรปกติ ไม่น่ามีนัยยะแฝง รัฐบาลต้องการเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น เชื่อมั่นในตัวนายกฯ รัฐบาลมีอำนาจมากพออยู่แล้ว ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับ กระแสข่าวการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นการ &amp;ldquo;ดูด ส.ส.&amp;rdquo;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.70%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะ &amp;nbsp;ไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหว ยังไม่ชัดเจน อาจเป็นเพียงการโจมตีกันเพื่อทำลายความเชื่อมั่นให้ลดลง &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31.01%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะ &amp;nbsp;รัฐบาลต้องการสร้างฐานเสียง ขยายกลุ่มนักการเมืองที่มีอยู่ หาสมาชิกเพิ่มเพื่อให้ตรงใจประชาชน มีการย้ายพรรคกันหลายคน รัฐบาลมีอำนาจมาก ฯลฯ
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.29%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของ ส.ส. เป็นการสร้างกระแสมากกว่า การประชุมใช้ระยะเวลาสั้น ไม่น่าจะทำอะไรได้ รัฐบาลมีความตั้งใจในการทำงาน ต้องการลงพื้นที่เพื่อรับฟังประชาชน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
6. ประชาชนคิดว่าควรจะมีนักการเมืองในพื้นที่มาร่วมต้อนรับ ครม.สัญจร หรือไม่?
อันดับ 1&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ควร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 52.01%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;อาจถูกมองว่าเป็นเกมการเมือง ต้องการเอาใจรัฐบาล ไม่เป็นกลาง &amp;nbsp;จะได้ตัดปัญหา ไม่เป็นประเด็นให้ถูกโจมตี &amp;nbsp;ควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่ที่มาต้อนรับมากกว่า ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรจะมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.99%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;เป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ เป็นปากเสียงแทนประชาชน จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่จะพบนายกฯ &amp;nbsp;คอยสังเกตการณ์ ดูการทำงานของรัฐบาลช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13861</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูด ส.ส., ครม.สัญจร, ครม.สัญจรอำนาจเจริญ, ครม.สัญจรอุบลฯ, สวนดุสิตโพล, แก้ปัญหาชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b53e486a83d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่ออดีตสส.เลือกฝ่ายชนะ พท.ขู่แฉแม่ทัพเดินสายดูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ลั่นไม่ใช่แค่กลุ่มสามมิตรทุกคนเป็นมวลหมู่มหามิตรที่เป็นเพื่อนกัน เชื่อนักการเมืองย่อมเลือกพรรคที่จะได้เป็นรัฐบาล ปัดคุยดูด ส.ส. ตัดใจใครจะเอาชื่อไปพาดพิงก็ตามสบาย &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ปูดพลังดูดคืบเข้าภาคกลาง เย้ยได้แต่ของปลอม แฉใช้ขรก.ระดับแม่ทัพกดดันเสนอประโยชน์ ดูดได้มากได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ขู่หากไม่หยุดอาจเปิดคลิปแฉ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 5 กรกฎาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่รวมนักการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัยว่า ที่มีการพาดพิงถึงตน ก็ให้พาดพิงต่อไป ตนไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะทำงานด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสามมิตรใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ทุกคนเป็นเพื่อนกัน และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งหมด วงการเมืองคือเพื่อนๆ กัน เมื่อถามว่าเพื่อนๆ กันจะมารวมตัวกันได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขอร้องอย่าชี้นำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บางคนมองว่ากลุ่มสามมิตรรวมกับพรรคพลังประชารัฐจะชนะพรรคเพื่อไทยนั้น นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ต้องมาถามเรื่องการเมือง เพราะส่วนตัวไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่ตนมีเพื่อนเยอะ และเชื่อว่าทุกคนก็มองถึงประเทศชาติทั้งนั้น ทุกพรรคคือเพื่อนกันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ที่มีคนเอาชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นมา 20 ปีแล้ว การทำเพื่อประเทศ ไม่เกี่ยวกับว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่รวมกลุ่ม การเมืองคือการที่ทุกคนต้องเข้ามาทำให้ประเทศดีขึ้น อย่าไปโฟกัสว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่ พรรคการเมืองดีทุกพรรค แต่ละพรรคมีนโยบายของเขา ใครจะอยู่พรรคใดก็อยู่ไปถ้ามีความสุข คนที่จะเลือกพรรค เขาจะมองว่าพรรคนั้นสามารถทำให้เขาได้ทำงานเพื่อประเทศชาติได้หรือไม่ ใครจะอยู่พรรคใดก็แล้วแต่ ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่อย่าทะเลาะกัน อย่าไปมองการเมืองในแง่ที่ไม่ดี ส่วนใครจะเอาชื่อผมไปพาดพิงหรืออะไร ก็ตามสบายเถอะ&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรระบุได้ดีลการเมืองผ่านท่าน ตกลงได้พูดคุยกับหลายคนในกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่ได้คุย เอาข่าวมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ หายไป 2 สัปดาห์ ก็มีแต่ข่าวว่าตนไปพูดคุย ยืนยันว่าไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายสมคิดว่า ตนเป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย ยิ่งผู้มีอำนาจพูดอะไรตนก็เชื่อทั้งหมด ยิ่งนายสมคิด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจขณะนี้บอกอะไรก็ยิ่งต้องเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทั้งนี้ ตนมีเหตุผลส่วนตัวรองรับเช่นกัน เพราะ คสช.ล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ถ้าคิดจะอยู่ต่อท่ออำนาจ แต่กลับให้คนไปดูดสมาชิกหรืออดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเพื่อให้มาสนับสนุน คสช.ต่อนั้น มันไม่มีหลักการเช่นนี้ เพราะการไปดูดอดีต ส.ส.ที่เห็นเป็นข่าวมีรายชื่อ 40-50 คนนั้น ล้วนเป็นอดีตคนพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น ตนจึงเชื่อว่านายสมคิดพูดจริง ไม่โกหก แต่ถ้าไปดูดมาเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ และพรรคนั้นยืนตรงข้ามกับ คสช.หรือรัฐบาลทหาร ตนเห็นว่าสิ่งนี้มีผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่อ้างว่ามีท่อน้ำเลี้ยงจ่ายเป็นรายเดือน หรือมีค่าตัวก้อนใหญ่ รวมถึงการใช้อำนาจรัฐเข้าช่วยเหลือทางคดี ช่วยเหลือทางธุรกิจ เห็นว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ใส่ร้ายรัฐบาล ยิ่งไม่น่าเชื่อ เพราะรัฐบาล คสช.เคยกล่าวหานักการเมืองว่าเป็นผู้ทุจริตเป็นต้นเหตุของรากเหง้าปัญหาต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน จึงจำเป็นต้องยึดอำนาจตามเหตุผลที่ให้ไว้กับสังคม เพื่อเข้ามาปฏิรูปการเมือง โดยมีประชาชนให้การสนับสนุน แต่ดูถึงพฤติกรรมการดูดอดีตนักการเมืองที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งการเสนอผลประโยชน์ในลักษณะต่างๆ ทั้งการให้รายเดือน มีค่าตัว การเอื้อถามธุรกิจและการบิดสำนวนเป่าคดีความต่างๆ ล้วนเป็นพฤติกรรมย้อนยุคของการเมืองเก่าช่วงปี 2500 ทั้งสิ้น จึงคิดว่า คสช.หรือผู้มีอำนาจจะไม่ทำสิ่งที่ชั่วร้าย ที่สกปรกเหล่านี้ เพราะมันไม่ใช่วิธีการปฏิรูปการเมืองที่รัฐบาลป่าวประกาศ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ลายน้ำเงิน สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.ลพบุรี กล่าวว่า หลังจากได้ไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วยตรวจสอบ พฤติกรรมนักการเมืองกลุ่ม 3 ส. ซึ่งเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมืองชัดเจนหลายข้อ และเรียกร้องไม่ให้ กกต.รับรองการจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพราะขณะนี้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการเมืองที่ขับเคลื่อนเดินได้มีเพียงพรรคดังกล่าวพรรคเดียว แต่พรรคอื่นแม้แต่เดินยังทำไม่ได้เลย และต้องขอขอบคุณไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ที่ออกมาช่วยกระทุ้งให้ทั้งสังคมและ กกต.ร่วมตรวจสอบพฤติกรรมนักการเมืองกลุ่มดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกที่ไปร่วมงานล้วนแต่ได้ผลประโยชน์ทั้งสิ้น ที่รู้มาในการไปพูดคุยทาบทามนักการเมืองเพื่อไทยจะมีการมาถามเลย ต้องการอะไรบ้าง ต้องการงบประมาณเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ย้อนไป 4 ปี บอกนักการเมืองชั่ว เลว แต่ในวันนี้ไม่เห็นว่า นักการเมืองชั่ว เลวแล้วหรืออย่างไร นายสมคิด หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เก่งจริงต้องลงมาดูปัญหาชาวบ้าน ปัญหาราคาเกษตร ปัญหาเศรษฐกิจ ที่มีปัญหาทั้งเรื่องยาง สับปะรด เก่งจริงต้องมาดูเรื่องนี้ ไม่ใช่มัวแต่มาต่อท่อสืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่อีสานที่ถูกทาบทามอย่างหนัก พื้นที่ภาคกลางโดนไปด้วยหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า โดนหมด ที่รู้ตอนนี้ จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ พิจิตร อยุธยา โดนหมด แต่ที่เขาเอาไปได้ทั้งประเทศไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ พวกที่เอาไปไม่ใช่ของจริง นักฟุตบอลเวลาจะซื้อตัวเขายังดูเลย นักเตะคนนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ ไม่ใช่เอาไปแต่พวกตัวสำรองหรือพวกนั่งเชียร์ ที่ได้ไปไม่ใช่ของแท้ ตนพบชาวบ้านหลายพื้นที่ ล่าสุดลงมาแถวชุมพร ระนอง ชาวบ้านยังบอกเลยว่าคิดถึงคนแดนไกล ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่เรื่องเศรษฐกิจเขาเก่งจริง อยากให้กลับมาบริหารประเทศอีก ในส่วนของนักการเมืองเพื่อไทยใน จ.ลพบุรี ขอการันตียังอยู่กับพรรค 100เปอร์เซ็นต์ ส่วนพวกที่จะไปบางคน ล้วนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากงบประมาณสร้างถนน บางคนไปได้งบไกลถึงจังหวัดภาคใต้ แล้วเอามาแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน มีแต่นักการเมืองได้ แต่ชาวบ้านไม่ได้อะไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่เดินสายติดต่ออดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย มาหารือกับแกนนำ คสช.ที่ กทม.ว่า ใครดำเนินการอะไรไว้ประชาชนรู้ อดีต ส.ส.หลายคนให้ข้อมูลสอดคล้องกันในยุทธวิธีดูดอดีต ส.ส.ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม โดยมีการใช้ข้าราชการระดับสูงระดับแม่ทัพนายกอง ทั้งมาพบ ทั้งโทรศัพท์มากดดัน และเสนอผลประโยชน์แลกกับการดูดในรูปเงินเดือน เงินงบประมาณ สิทธิพิเศษในการแบ่งเขตให้ได้เปรียบ การันตีไม่มีแพ้ มีการเสนอตำแหน่งทางการเมือง มีการนำเอาคดีความต่างๆ มาต่อรองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรางวัลสำหรับข้าราชการระดับสูงที่ดูดอดีตส.ส.ได้มาก จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าราชการเหล่านั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงานดูแลประชาชน อดีต ส.ส.บอกข้อมูลตรงกันว่าขณะนี้เกิดความพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะนำตัวอดีต ส.ส.มาพบกับบุคคลที่เขาเรียกว่าหมูตอนผู้ยิ่งใหญ่ใน กทม.หรือไม่ ซึ่งผมก็พยายามสอบถามว่าคือใคร อดีต ส.ส.ก็บอกว่าเมื่อถึงเวลาจะเปิดเผยแน่นอน หากยังกระทำการอย่างอุกอาจเช่นนี้ต่อไป ในไม่ช้าอาจได้เห็นคลิปออกมาแฉเป็นหลักฐานยืนยัน เพื่อจะสื่อสารกับประชาชนว่า ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งในสถานการณ์เช่นนี้จะเสรีและเป็นธรรม จะได้การเลือกตั้งที่เป็นทางออกของประเทศอย่างแท้จริง&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12836</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูด ส.ส., พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุชาติ ลายน้ำเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e2f606a339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ทุ่มงบซื้อใจอีสานใต้ ไฟเขียวสารพัดโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เอาใจ &amp;ldquo;อีสานใต้&amp;rdquo; ไฟเขียวโครงการน้ำทันที 40 โครงการ งบกว่าพันล้านบาท ส่วนที่เหลือให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรับข้อเสนอไปดูความเหมาะสม &amp;nbsp; พร้อมรับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ รวมกว่า 5.2 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปรารภในตอนต้นของการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครชัยบุรินทร์: นครราชสีมา-ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-สุรินทร์) ที่มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมว่า ความตั้งใจในการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบปัญหาจากต้นทางว่านโยบายที่ส่งลงมาได้รับการปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน และประสบปัญหาอะไรบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า การนำเสนอข่าวการลงพื้นที่ถูกสื่อออกไปใน 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือเข้าใจว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อีกลักษณะคือพยายามนำเสนอเรื่องนัยทางการเมือง เช่น การดูด ส.ส.หรือทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน เพื่อแลกกับผลทางการเมือง ซึ่งนายกฯ ได้ให้สติกับที่ประชุมว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมความคิดของคน พูดไปมีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ จึงไม่จำเป็นต้องพิรี้พิไรเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่จะพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลได้คือ เมื่อประชาชนได้เปรียบเทียบระหว่างเรื่องที่มีคนขอจากรัฐบาลกับเรื่องที่รัฐบาลให้ไป ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถให้ได้ทุกเรื่อง เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องของแผนงานและความพร้อมของพื้นที่ ทั้งนี้ นายกฯ ยังย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจ และขอให้ ครม.มุ่งมั่นทำงานตามแผนงานทั้งแผนปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และแผนพัฒนาจังหวัด ให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ครม.เห็นชอบผลการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) ทั้งนี้ ในข้อเสนอทั้งหมดแยกออกเป็นเรื่องสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ที่ประชุมได้เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการสำคัญเร่งด่วนที่มีความพร้อมและทำได้ทันทีรวม 40 โครงการ วงเงิน 1,015 ล้านบาท จากที่เสนอมา 84 โครงการ วงเงิน 3,476 ล้านบาท ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การจัดทำแก้มลิงในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำใกล้เคียง ขณะที่โครงการที่เหลืออีก 44 โครงการ ขอให้ไปจัดลำดับความสำคัญเพื่อเสนอขอใช้งบประมาณในปี 62-64 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการดำเนินโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่สำคัญ คือ โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา โครงการโลกของช้าง หรืออีเลฟเฟนท์เวิลด์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รับข้อเสนอไปพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จ.บุรีรัมย์ และโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวรอบบึงละหาน ซึ่งที่มีการทำทางจักรยานนั้น ให้รับข้อเสนอไปพิจารณาเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้ชี้แจงว่า ได้มอบหมายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหาทางส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังอีสานใต้มากขึ้น เพราะปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพียง 3% เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนอีสานเที่ยวกันเอง จึงต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยดึงชุมชนที่มีความพร้อมก่อน 20 ชุมชน มานำร่องจัดโปรแกรมร่วมกับบริษัททัวร์ เพื่อดึงคนเข้ามาในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนการจัดงานโมโตจีพี เดือน ต.ค.61 ที่บุรีรัมย์นั้น เห็นว่าปัจจุบันได้มีการเตรียมความพร้อมไปแล้วหลายส่วน โดยภาครัฐจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น การจัดรถชัตเติลบัสจากสนามบินบุรีรัมย์มายังสนามแข่งขันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณภาพชีวิต ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อสร้างบุคลาการทางการแพทย์ในพื้นที่ ซึ่งจากการสำรวจความต้องการของเด็กที่เรียนจบมัธยมปลาย 80% ต้องการเรียนในด้านนี้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบโครงการก่อสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์ และโครงการก่อสร้างอาคารรองรับการให้บริการผู้ป่วยโรงพยาบาลนางรอง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ โดยในด้านถนนนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาความเหมาะสม และจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งในปี 57-61 มีการโครงการด้านนี้ รวมกว่า 52,876 ล้านบาท ส่วนปี 62 มีโครงการเบื้องต้นรวม 14,588 ล้านบาท ทางด้านอากาศ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งเสนอขอสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 ชั้น และขยายความยาวทางวิ่งจาก 2,100 เมตร เป็น 3,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า ส่วนด้านการค้าและการลงทุนมีโครงการก่อสร้างศูนย์รวบรวมตู้คอนเทนเนอร์ และเปลี่ยนโหมดการขนส่ง หรือไอซีดี ที่นครราชสีมา เพื่อทำให้นครราชสีมาเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้าทางรถไฟไปท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งที่ประชุมให้ไปดูความเหมาะสมของโครงการก่อน พร้อมกันนี้ยังให้คมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างสนามบินสุรินทร์เพื่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังรับทราบข้อเสนอของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและจัดแสดงนิทรรศการที่นครราชสีมา และการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาเมืองใหม่นครราชสีมา รองรับเมืองอัจฉริยะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ภาคเอกชนมีความพอใจที่รัฐบาลได้รับข้อเสนอของภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพราะจะช่วยพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการค้าการลงทุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8801</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูด ส.ส., ทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน, นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ, ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจ, ผลทางการเมือง, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีสานใต้, ไฟเขียวโครงการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1aafa43508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
