<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิตรเปิดงานสุขภาพ ปลุกกระแสคนหาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เปิด &amp;ldquo;งานมหกรรมสุขภาพดีหาดใหญ่ไทยแลนด์ 4.0 &amp;quot;ชื่นชมเทศบาลนครหาดใหญ่ สนองนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ปลุกกระแสการดูแลสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.20 น. ณ เวทีศาลากลางน้ำ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด &amp;ldquo;งานมหกรรมสุขภาพดีหาดใหญ่ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; โดยมีผู้บริหารส่วนราชการ ผู้นำส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานว่า การระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระยะเวลาประมาณ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าประเทศไทยและคนไทยได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ จากการหยุดชะงักและการชะลอตัวของกิจกรรมต่างๆ ทางเศรษฐกิจ และเกิดชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ที่ทำให้เราทุกคนต้องปรับตัวกันในหลายๆ ด้าน องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็น &amp;ldquo;การระบาดใหญ่&amp;rdquo; หลังจากที่เชื้อลุกลามไปอย่างรวดเร็วในทุกภูมิภาคของโลก ซึ่งหมายความว่าประเทศไทย ไม่ได้เป็นประเทศเดียวในโลกที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ ว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี นอกจากมาตรการหลายมาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นปัจจัยของความสำเร็จคือ ความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องคนไทย ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และพี่น้องประชาชนทุกคน วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศไทยได้คลี่คลายลงในระดับที่น่าพอใจแล้ว รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการได้มากขึ้น เพื่อให้มีการเร่งพัฒนาและฟื้นฟูสภาวการณ์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ทุกฝ่ายยังจะต้องร่วมกันดำเนินการตามแนวทาง และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นไปอย่างระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประวิตรกล่าวชื่นชมและขอบคุณเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่สนองนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ในฐานะที่หาดใหญ่เป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญ สร้างรายได้ให้แก่จังหวัดสงขลา และประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นการปลุกกระแสการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพให้แก่ตนเองอีกทางหนึ่งด้วย หวังว่าเราทุกคนจะใช้ชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาท ระมัดระวัง ดูแลตนเอง ตามแนวทางที่ถูกต้อง จนกว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะนั่งรถกอล์ฟเยี่ยมชมบูธภายในงาน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73073</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสการดูแลสุขภาพ, การดูแลสุขภาพ, บิ๊กป้อม, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f241fa33c563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนป้องกันความเหงา ลดปัญหาสว.ทำผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงกับกระแสข่าวคุณยายวัย 71 ปี ไม่มีลูกหลานดูแล จึงเลือกเลี้ยงชีพด้วยการขายยาเสพติด สะท้อนปัญหาสังคมครอบครัวที่ทุกฝ่ายควรจะรู้จักไตร่ตรองและทบทวน ว่าสังคมไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พรวรินทร์ นุตราวงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่แอ้-พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลชำนาญการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ม.นวมินทราธิราช บอกให้ฟังว่า &amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่จะทำให้คนทุกเพศทุกวัยห่างไกลจากยาเสพติด ที่ขายง่ายและได้เงินมาง่ายๆ คือเรื่องของการมีจิตสำนึกและการมีจริยธรรมในตัวเองที่จะอยู่ให้ห่างไกลจากอบายมุขเหล่านี้ แต่ในกรณีที่คนอายุกว่า 70 ปี ถูกลูกหลานทิ้งให้ต้องอยู่ลำพัง ดังนั้นบุตรหลานถือได้ว่ามีส่วนโดยตรง จึงควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าว จริงๆ แล้วคนสูงวัยไม่ได้ต้องการเงินมากๆ แต่ท่านเพียงขอให้ตัวเองกินอิ่ม นอนอุ่น ลูกหลานควรเลี้ยงดูให้ท่านอยู่สุขสบาย หรือดูแลคุณตาคุณยายให้เป็นคนสำคัญของบ้าน โดยให้ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น ช่วยดูลูกหลาน, ช่วยซักเสื้อผ้า, เลี้ยงสุนัข, รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้ท่านรู้สึกว่าได้อยู่แบบมีคุณค่า เมื่อนั้นความสุขจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ลูกหลานควรให้เงินกับผู้สูงอายุตามสมควร เนื่องจากคนวัยนี้ไม่ต้องการทรัพย์สินเท่ากับการดูแลเอาใจใส่จากลูกหลาน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการดูแลแล้ว การใช้คำพูดเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่นก็สำคัญ โดยเฉพาะคำพูดขอร้องจากลูกหลานเพื่อให้ท่านอยู่ในครอบครัวเดียวกัน หรือกล่าวในเชิงว่า ถ้าหากขาดท่านไป ครอบครัวก็ต้องแย่แน่ๆ เลย เพราะอันที่จริงแล้วปู่ย่าตายายถือเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน และด้วยประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของท่าน จะช่วยลูกหลานแก้ไขปัญหาในทุกๆ เรื่องให้คลี่คลายได้ ที่ลืมไม่ได้ เวลาที่กลับจากทำงาน แนะนำว่าให้ลูกหลานทักทายท่าน และต้องไม่คิดว่าพ่อแม่มีหน้าที่เฝ้าบ้าน แต่ให้คิดว่าท่านเป็นคนสำคัญของบ้าน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจพ่อแม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ หากผู้สูงอายุทำเรื่องผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แนะนำว่าไม่ควรใช้คำพูดในลักษณะของคำสั่ง แต่ให้ใช้ความรู้สึกเป็นตัวบอก เช่น &amp;ldquo;หนูรู้สึกไม่ดีเลยถ้าแม่ทำอย่างนี้&amp;rdquo; แทนที่จะพูดว่า &amp;ldquo;หนูรู้สึกไม่ชอบเลยถ้าแม่ทำอย่างนี้&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สิ่งที่แม่ทำลงไปมันผิดนะ&amp;rdquo; เนื่องจาก 2 ประโยคหลังนั้นจะทำให้ผู้สูงอายุเสียใจและต่อต้านลูกหลาน หรืออาจทำให้ท่านรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กลับมาที่ประเด็นของการดูแลพ่อแม่โดยการให้เงิน อันที่จริงก็เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจท่านอีกทางหนึ่ง แต่ลูกหลานไม่จำเป็นต้องให้สตางค์ท่านครั้งละมากๆ เพราะในชีวิตประจำวันท่านไม่ได้ใช้เงินเยอะ และไม่ได้ต้องการเงินจากลูกหลานครั้งละเป็นพันเป็นหมื่น โดยเฉพาะลูกหลานที่เงินน้อย ก็ให้ท่านครั้งละ 100-200 บาทก็เพียงพอแล้ว หรือมีน้อยก็ให้น้อย โดยกล่าวในทำนองว่า &amp;ldquo;หนูมีแค่นี้ ให้เท่านี้ก่อนนะแม่&amp;rdquo; เนื่องจากในชีวิตประจำวัน ท่านอาจต้องการซื้อโอเลี้ยงถุง 10 บาทรับประทาน หรือจ้างคนมานวดครั้งละ 20-30 บาทเท่านั้น เพียงแต่ท่านต้องการความเอาใจใส่ พูดคุยและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และไม่ปล่อยให้ท่านอยู่เพียงลำพัง จนกระทั่งขัดสนหนทาง และไปลงที่การทำเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งหมดที่แนะนำมาก็เป็นการดูแลสุขภาพกายและใจของผู้สูงวัย เพื่อไม่ให้กระทำความผิดรุนแรงค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เงินถือว่ามีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ปล่อยให้พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายอยู่เพียงลำพัง เพราะอาจนำไปสู่เหตุการณ์ ที่คนวัยหลัก 7 ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เรือนจำ ทั้งที่จริงแล้วคนวัยนี้ควรพักผ่อนภายใต้การเอาใจใส่จากบุตรหลานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10592</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูแลสุขภาพ, คณะแพทยศาสตร์, ความเอาใจใส่, คุณภาพชีวิต, พรวรินทร์ นุตราวงศ์, ยาเสพติด, รดน้ำต้นไม้, ร่มโพธิ์ร่มไทร, อยู่เพียงลำพัง, เลี้ยงสุนัข, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13ea57bcfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงวัยหมั่นเช็กปัจจัยเสี่ยง ยิ้มได้-สุขภาพดีรับหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน้าฝนมาเร็วอย่างนี้ การให้ความเอาใจใส่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะบางครั้งการเลินเล่อหรือการไม่ระวัง เพียงแค่ผู้สูงอายุสะดุดแอ่งน้ำท่วมขังและลื่นล้ม ก็อาจทำให้กระดูกหัก บางรายอาจทำให้ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน ถึงขั้นที่สามารถเสียชีวิตได้จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการเตือนภัยเกี่ยวกับอันตรายที่มาพร้อมกับช่วงฝนชุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ให้ข้อมูลดูแลสุขภาพคนวัยเกษียณไว้น่าสนใจว่า &amp;ldquo;ในช่วงหน้าฝน โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือ &amp;ldquo;โรคหวัด&amp;rdquo; ที่เกิดจากการโดนละอองฝน เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุพึงระวัง หากอยู่ในที่โล่งแจ้งและเปียกฝน ก็ควรรีบเช็ดศีรษะให้แห้งสนิทอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพบ &amp;ldquo;โรคไข้หวัดใหญ่&amp;rdquo; ได้เช่นเดียวกัน การป้องกันที่ดีที่สุด ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปรับวัคซีนป้องกันโรคตามสถานพยาบาลภายใต้กระทรวงสาธารณสุขปีละ 1 เข็ม นอกจากนี้ ช่วงหน้าฝนที่มีอากาศค่อนข้างเย็นและชื้น ผู้สูงวัยควรใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น ใส่ถุงเท้า เวลานอนก็ต้องห่มผ้า และพยายามปรับแอร์ไม่ให้ลงที่ตัวมากเกินไป อีกทั้งต้องหมั่นรับประทานอาหารอุ่นๆ หรือปรุงสุกใหม่ อีกทั้งต้องงดการบริโภคน้ำแข็ง เพื่อป้องกันอาการเป็นหวัดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่ล้างรถช่วงหน้าฝนอาจเสี่ยงต่อการลื่นหกล้มจากรองเท้าเก่าที่ไม่มีดอกยาง ควรหมั่นเช็กรองเท้าว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;การลื่นหกล้ม&amp;rdquo; ในขณะช่วงฝนตก ก็ค่อนข้างพบได้บ่อยเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้สูงวัยบางรายจะเกิดความขยันเป็นพิเศษในช่วงนี้ เช่น การออกไปล้างรถขณะที่ฝนพรำ ประกอบกับพื้นรองเท้าที่ไม่มีดอกยาง จึงทำให้ท่านลื่นหรือสะดุดหกล้มได้ง่าย สิ่งสำคัญลูกหลานต้องหมั่นตรวจสภาพของรองเท้าที่ไม่มีดอกยาง หรือเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่แทนที่คู่เก่าที่เสี่ยงต่อการหกล้มให้กับท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญอีกอย่างในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะบางพื้นที่ใน กทม.หรือต่างจังหวัดที่น้ำท่วมขัง การที่ผู้สูงอายุมักต้องเดินลุยน้ำก็อาจทำเกิด &amp;ldquo;โรคเท้าเปื่อย&amp;rdquo; ได้ ตรงนี้อยากให้คนชราที่ป่วยโรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลาม หากว่าเท้าเป็นแผลอยู่แล้ว ตรงนี้หมอแนะนำว่าให้รีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง หรือหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรลงไปเดินหรือย่ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงฝนตกชุกและมีน้ำแช่ขังรอบๆ บ้าน ก็สามารถทำให้คุณตาคุณยายเป็น &amp;ldquo;โรคไข้เลือดออก&amp;rdquo; ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยการคว่ำกระถางแตก โอ่งน้ำแตก หรือแม้แต่ที่รองตู้กับข้าว ที่จำเป็นต้องหาทรายอะเบทมาโรย เพื่อป้องกันยุงลายมาไข่ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงหน้าฝน ผู้สูงอายุควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก และการคันเกาแผลเรื้อรัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในช่วงหน้าฝนมักจะมียุงค่อนข้างเยอะและไปกัดผู้สูงอายุ ก็จะทำให้ &amp;ldquo;คันและเกา&amp;rdquo; จนกระทั่ง &amp;ldquo;ผิวหนังเป็นแผลติดเชื้อ&amp;rdquo; ได้ ตรงนี้ลูกหลานควรหายาสเตียรอยด์มาทาให้ท่านเพื่อช่วยยับยั้งอาการจากผื่นคัน เป็นต้น ปิดท้ายกันที่ไม่สวมเครื่องประดับที่เป็นโลหะออกไปนอกบ้าน เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าในช่วงฝนตกคะนองเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9095</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูแลสุขภาพ, การลื่นหกล้ม, คนชราที่ป่วยโรค NCDs, คุณภาพชีวิต, ช่วงฝนชุก, นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์, ผู้สูงอายุ, โรคเท้าเปื่อย, โรคเบาหวาน, โรคไข้หวัดใหญ่, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af8333208024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่องปากผู้สูงอายุติดเตียงสุขภาพที่ต้องใส่ใจดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการแพทย์แนะนำผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ต้องนอนติดเตียง จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี เพื่อคงสุขภาพช่องปากที่ดีและป้องกันโรค และควรทำความสะอาดปากและฟันของผู้สูงอายุทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปากและฟันที่สะอาดจะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด กินอาหารได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยเฉพาะปัญหาปอดติดเชื้อจากการสำลักซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น การดูแลช่องปากอย่างดีจะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านและติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาจมีอาการกลืนลำบากหรือสำลักง่าย ต้องให้อาหารทางสายยางหรือใส่ท่อช่วยหายใจ ปากแห้ง มีแผลในปาก การทำความสะอาดปากและฟันจึงต้องอาศัยเทคนิค หรืออุปกรณ์บางอย่างเป็นพิเศษ ผู้ดูแลควรทำความสะอาดปากและฟันของผู้สูงอายุทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากสามารถทำได้โดยการดูแลเพื่อคงสุขภาพช่องปากที่ดีและป้องกันโรค ให้ผู้สูงอายุช่องปากสะอาดสดชื่น ทำให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น ป้องกันการเกิดแผล และลดการติดเชื้อในช่องปาก เช่น เชื้อรา ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น ฟันผุ ปริทันต์ การดูแลเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก โดยการช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และต่อมน้ำลาย เพื่อช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการกลืน การพูด การแสดงความรู้สึกทางใบหน้า รวมถึงกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทันตแพทย์บุญชู สุรีย์พงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลสุขภาพช่องปาก กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่ยังรับรู้ได้ การช่วยแปรงฟันต้องยกศีรษะผู้สูงอายุขึ้นเพื่อกันการสำลัก โดยให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน โดยอาจใช้หมอนหนุนบนเตียง หรือถ้าผู้สูงอายุศีรษะไม่นิ่ง ควรให้ผู้สูงอายุนั่ง ให้ศีรษะพิงผู้ดูแลซึ่งยืนอยู่ด้านหลังก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันในผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ วิธีช่วยแปรงฟันเริ่มด้วยการให้ผู้สูงอายุจิบน้ำเล็กน้อย เพื่อให้ช่องปากมีความชื้น ใช้แปรงสีฟันขนอ่อน และยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เล็กน้อย แปรงฟันและเหงือกเบาๆ แปรงให้ครบทุกซี่ แต่ควรระวังอย่าใช้แปรงขนาดใหญ่ หรือสอดเข้าไปในด้านลำคอลึกเกินไป เพราะอาจทำให้อาเจียน ควรหยุดพักให้ผู้สูงอายุบ้วนน้ำลาย หรืออมน้ำเล็กน้อยก่อนแปรงต่อ สลับการหยุดพัก 2-3 ครั้ง อาจใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดผสมฟลูออไรด์อมบ้วนปากกรณีที่มีฟันเหลืออยู่ในปาก เพื่อป้องกันฟันผุ สำหรับน้ำยาบ้วนปากแบบฆ่าเชื้อโรค ก่อนใช้ควรปรึกษาทันตแพทย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ควรดูแลริมฝีปาก โดยเฉพาะมุมปากไม่ให้แห้งมีรอยแตกเป็นแผล โดยการทาวาสลินหลังการแปรงฟันและหลังรับประทานอาหาร ถ้าช่องปากแห้งควรจิบน้ำอุ่น กรณีใส่ฟันปลอมควรถอดทำความสะอาดทั้งฟันปลอมและช่องปากของผู้สูงอายุทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ส่วนในกรณีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และไม่รับรู้ สามารถช่วยทำความสะอาดช่องปากได้โดยใช้ไม้กดลิ้นเปิดช่องปากผู้สูงอายุ ใช้ปากคีบคีบผ้ากอซ สำลี ที่ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฟัน ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้มให้ทั่ว หรือใช้นิ้วพันผ้านุ่มชุบน้ำหมาด เช็ดในปากให้ทั่วก็ได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, การดูแลสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, ทันตแพทย์บุญชู สุรีย์พงษ์, นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์, ป้องกันโรค, ผู้สูงอายุ, ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ, สุขภาพช่องปากที่ดี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae70f4308042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลองเทศกาลสงกรานต์กับสว. เตรียมสุขภาพให้พร้อมเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ขณะแวะปั๊มพักรถ แนะนำว่าให้ผู้สูงอายุลงมาเดินยืดเส้นยืดสาย เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยตามร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล)

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการเดินทางหลั่งไหลกลับต่างจังหวัด เพื่อไปเยี่ยมญาติหรือไปท่องเที่ยว คือข้อควรปฏิบัติในการดูแลสุขภาพระหว่างทาง โดยเฉพาะคุณตาคุณยายที่ต้องโดยสารทั้งรถประจำทางและรถส่วนตัว ในสภาพการจราจรมักติดขัด อีกทั้งการที่ผู้สูงอายุต้องนั่งอยู่ในรถนานๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากกว่าวัยอื่นๆ ไม่ว่าจะอาการของโรคประจำตัวกำเริบ หรืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการเป็นลมหน้ามืด เนื่องจากอากาศในช่วงเดือนเมษายนค่อนข้างร้อนจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.เอกกิตติ์ สุรการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงาน &amp;ldquo;Trauma Day 2018 : ป้องกันและเตรียมรับมือช่วง 7 วันอันตรายก่อนสงกรานต์&amp;rdquo; นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกฉุกเฉินและศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติตัว ขณะเดินทางของผู้สูงอายุในช่วงวันปีใหม่ไทยไว้น่าสนใจว่า &amp;ldquo;ผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องนั่งรถกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ หลักๆ แล้วประกอบด้วย &amp;ldquo;การป้องตัวเอง&amp;rdquo; เพราะอย่าลืมว่าปัญหาหนึ่งของคุณตาคุณยายคือการเคลื่อนไหว้ที่ช้าลง รวมถึงการก้าวเดินที่จะไม่ค่อยมั่นคง ดังนั้นการขึ้น-ลงรถขอให้ทำอย่างช้าๆ ที่สำคัญก็ควรจะมีลูกหลานคอยประคองด้วย นอกจากนี้ การป้องกันตัวเองเกี่ยวกับระบบปัญหากระดูกและมวลเนื้อเยื่อที่ลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ &amp;ldquo;กระดูกหักง่าย&amp;rdquo; และยังส่งผลให้อวัยวะภายในอาจเกิดการชอกช้ำหรือมีการแตกหัก และมีเลือดออกภายใน โอกาสรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากต้องโดยสารรถยนต์ส่วนตัว หรือรถประจำทาง อาจจำเป็นต้องนั่งในที่นั่งที่มีเข็มขัดนิรภัยและต้องคาดด้วย บางครั้งผู้สูงอายุอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่สบายตัว แต่ขอให้คิดอยู่เสมอถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ การใส่อุปกรณ์ป้องกันจะช่วยลดการสูญเสียและการบาดเจ็บได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การเดินทางในช่วงวันหยุดปีใหม่ไทย ผู้สูงอายุควรพกยาประจำตัวไปด้วยทุกครั้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายของคุณตาคุณยายที่มีอายุมาก มักจะมีปัญหา &amp;ldquo;เรื่องของโรคประจำตัว&amp;rdquo; และจำเป็นต้องยาใช้ต่อเนื่อง หมอแนะนำว่า 1.ให้พกยาประจำตัวไปด้วย 2.จดหรือทำบันทึกเล่มเล็กๆ ว่าผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอะไร และต้องกินยาอะไรต่อเนื่อง เมื่อเกิดการบาดเจ็บ คุณหมอจะได้ให้การรักษาเบื้องต้นจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และโรคประจำตัวไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าโรคเรื้อรังบางชนิดค่อนข้างมีความอันตรายสูง เช่น โรคสมอง หัวใจ ปอด เบาหวานที่มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเสียชีวิต และการหายของแผลได้ จึงจำเป็นต้องรู้ประวัติของผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือไปเยี่ยมญาติ ควรมีลูกหลานคอยประคองขณะขึ้น-ลงรถ เพราะผู้สูงวัยมักจะมีปัญหาเรื่องกระดูกที่เสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อาการที่เกิดได้ในช่วงสภาพอากาศร้อน และต้องโดยสารบนรถที่ค่อนข้างแออัด อย่าง &amp;ldquo;อาการวูบ-อ่อนเพลีย&amp;rdquo; ถ้าต้องเดินทางไกลๆ อันที่จริงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุหมอแนะนำให้ลูกหลานที่ดูแลหมั่นจอดรถเพื่อให้ท่านได้พักบ่อยๆ ที่สำคัญยังทำให้คนขับได้พัก ได้สดชื่น นอกจากนี้ก็อย่าให้ผู้สูงอายุนั่งติดต่อกันนานๆ โดยขณะที่จอดพักรถก็ให้พาท่านลงมาเดินเพื่อยืดเส้นยืดสาย และอีกหนึ่งข้อปฏิบัติที่ลืมไม่ได้นั้น แนะนำว่าต้องการกินน้ำและอาหารให้มาก เพื่อป้องกันการหิวหรือขาดอาหารขณะเดินทาง เรื่องสำคัญอีกเรื่อง จะต้องระวังรูปแบบการขับรถ โดยห้ามขับขี่ในลักษณะกระตุกไปมา เพราะจะทำให้กระเทือนและรู้สึกเวียนหัว &amp;nbsp;หน้ามืด เป็นลม ในช่วงการจราจรหนาแน่นครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6771</URL_LINK>
                <HASHTAG>Trauma Day 2018, การดูแลสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, จราจรติดขัด, ปัญหาสุขภาพ, อาการวูบ-อ่อนเพลีย, เทศกาลสงกรานต์, โรคประจำตัวกำเริบ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb5ab5c9476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
