<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชื่นชมแพทย์ชนบทที่เสียสละเสี่ยงภัย เข้ามาร่วมตรวจหาเชื้อโควิดในชุมชนแออัดกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ศ.นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยแพร่บทความ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง ขอชื่นชมน้ำใจบุคลากรทางการแพทย์ชนบท มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนามของคนกรุงเทพและคนไทยคนหนึ่ง ขอชื่นชม ประทับใจและขอบคุณทีมหมอชนบท บุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ ที่เสียสละ เสี่ยงภัยเข้ามาร่วมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในชุมชนแออัดในพื้นที่กทม และช่วยเหลือคนในชุมแออัดในปัญหาที่เขาประสบเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยดูข่าวการเข้ามาของหนุ่มสาวเหล่านี้ นอกจากจะระดมตรวจเชื้อโควิด-19 แล้ว ยังช่วยเหลือคนที่ผลการตรวจเป็นบวก จัดหายาที่จำเป็น เรื่องการแยกตัวในบ้าน ในชุมชน การจัดหาอาหารและสิ่งจำเป็นอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งนี้เป็นปฏิบัติการครั้งที่ 3 มีผู้เข้าร่วม 40 ทีมรวมจำนวนกว่า 400 คนจากทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเห็นด้วยกับคุณหมอชูชัย ศุภวงศ์ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทและทีมงานบุคลากรแพทย์ชนบท ที่เคยจัดให้มีการวิ่งรณรงค์จาก 4 ภาคเข้ากทม ล่ารายชื่อส่งให้แก่ประธานรัฐสภาคุณชวน หลีกภัย เพื่อสร้างกระแสให้ประเทศไทยมีการออกกฎหมายควบคุมยาสูบ เมื่อ พศ 2530 ซึ่งการวิ่งรณรงค์ครั้งนั้น ส่งผลกระทบต่องานควบคุมยาสูบของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;hellip; ว่า การปฏิบัติการของบุคลากรแพทย์ชนบทครั้งนี้ ไปไกลกว่า ที่รุ่นพี่ทำเมื่อ 30 กว่าปีก่อนมาก ผมเห็นด้วย 100%ครับ&amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการครั้งนี้ไกลกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้เลย เพราะครั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ ต้องสละเวลา เอาสุขภาพและชีวิตเข้าเสี่ยง ไม่ใช่เพียงการวิ่งรณรงค์สร้างกระแสเหมือนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จิตอาสาของคนหนุ่มสาวบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ รวมทั้งคนที่ไม่ได้มากรุงเทพ แต่ต้องมีภาระงานเพิ่มขึ้นในพื้นที่ เมื่อเพื่อนส่วนหนึ่งต้องร่วมขบวนมาช่วยที่กรุงเทพ เป็นเรื่องที่งดงามยิ่งนัก ในยามที่สังคมมีภัยใหญ่หลวงจากโรคระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพเป็นศูนย์กลางของการระบาด และจุดที่เปราะบางที่สุด คือชุมชนแออัด ที่เป็นคนยากจน ด้อยการศึกษา หาเช้ากินคำ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 มากที่สุด มากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเข้ามาเสริมช่วยเหลือแก้ปัญหาด้วยการเน้นที่ชุมชนแออัด ตามบทบาทที่หนุ่มสาวเหล่านี้ถนัด จึงเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หวังว่าคนกรุงเทพเอง รวมทั้งหน่วยงานของกทมเอง จะรับรู้ถึงคุณค่าและความมีจิตสาธารณะของคนหนุ่มสาวจากทั่วประเทศที่มาร่วมปฏิบัติการช่วยกรุงเทพครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้ถามตัวเองว่า แล้วเราคนกรุงเทพเองจะช่วยอะไรได้บ้างในการแก้ปัญหา/ลดการระบาดของโควิด-19ในกรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเราจะหันกลับมาศึกษาและมีวินัยในการปฏิบัติตัวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันตัวเองและคนในบ้านไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19 และป้องกันไม่ให้ตัวเองเอาเชื้อไปแพร่ให้แก่คนอื่นในกรุงเทพได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะพยายามขวนขวายที่จะไปฉีดวัคซีน ตัวไหนก็ได้ที่เราจะได้รับเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะลดอัตตา เลิกวิวาทะ เลิกทะเลาะกันในสิ่งที่เป็นความเห็นส่วนตัว สิ่งที่ยังเป็นข้อถกเถียง และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเราจะช่วยในเรื่องอื่นๆที่เราจะช่วยได้ เพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพให้ได้เร็วที่สุดได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าเราคุมการระบาดที่กรุงเทพไม่ได้ เราก็จะควบคุมการระบาดในประเทศไทยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่ให้การสนับการปฏิบัติการของหนุมสาวเหล่านี้ ทั้งมูลนิธิแพทย์ชนบท สปสช. กระทรวงสาธารณสุข ชมรมแพทย์ชนบทและองค์กรอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอชื่นชมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ชนบท ที่เข้ามาปฏิบัติการช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในชุมชนแออัด กทมครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้ทุกคนระวังรักษาตัวเอง และขอพระคุ้มครองทุกคนจากการติดเชื้อในการทำสิ่งที่ดีงามครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้ทุกคนภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำตอบแทนคุณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112202</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจหาเชื้อโควิด-19, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนแออัด, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf14272c026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัยกรมวิทย์ฯ ยันตรวจหาโควิด ที่แม่นยำสุดต้องจบที่ RT- CPR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64-นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเลือกใช้เครื่องมือการตรวจโควิด-19 รูปแบบต่างๆ ทางห้องปฏิบัติการให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดนั้น ทางบุคลากรทางแพทย์สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ ตรงตามนโยบาย และอาจประเมินจากพื้นที่ระบาด ประวัติความเสี่ยงของแต่ละบุคคลหรือการสัมผัสผู้ป่วย ร่วมกับอาการแสดงที่อาจมีมากหรือน้อย ไปจนถึงไม่มีอาการเลยก็ตาม โดยการตรวจการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการ แบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้ 1. การตรวจหาไวรัสหรือส่วนของไวรัสในสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ประกอบด้วย 1.1 การตรวจสารพันธุกรรม Nucleic Acid Amplification Testing (NAAT) วิธีมาตรฐานคือ Real-Time Polymerase Chain Reaction (RT-PCR) 1.2 การตรวจหาแอนติเจนแบบรวดเร็ว และ 2. การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อไวรัส โดยผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค (Patient Under Investigation : PUI) ต้องได้รับการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 โดยวิธีมาตรฐาน RT-PCR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประเมินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยคัดกรองบุคคลที่มีประวัติความเสี่ยงหรือมีการสัมผัสผู้ป่วยเพื่อตรวจหาเชื้อนั้น อธิบายได้ว่า ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยที่มี &amp;ldquo;ความเสี่ยงสูง&amp;rdquo; แนะนำให้รับการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 โดยวิธีมาตรฐาน RT-PCR ในสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจในช่วงที่สงสัยว่าสัมผัสเชื้อมาแล้ว 3-5 วัน รวมถึงกักตัว 14 วัน หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง แต่ได้รับการตรวจคัดกรองโดยชุดทดสอบแอนติเจนแบบรวดเร็วก่อนแล้วผลเป็นลบ จะต้องทำการยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR ขณะเดียวกันผู้สัมผัสที่มี &amp;ldquo;ความเสี่ยงต่ำและความเสี่ยงต่ำมาก&amp;rdquo; ให้สังเกตอาการ 14 วัน โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO มีคำแนะนำในการจัดการ สามารถใช้ชุดทดสอบแอนติเจนแบบรวดเร็วในการทดสอบก่อน หากเป็นบวก ให้ทำการตรวจยืนยันต่อโดยวิธีมาตรฐาน RT-PCR และกรณีที่ต้องการทราบผลการตรวจเร็วในเบื้องต้นก่อน เช่น คนไข้จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน สามารถใช้ชุดตรวจแอนติเจนแบบรวดเร็วก่อนที่จะได้รับผล RT-PCR กรณีนี้แม้ได้ผลเป็นลบ บุคลากรทางการแพทย์ยังคงต้องจัดการด้วยความระมัดระวังสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์อาชวินทร์ กล่าวเสริมว่า การใช้ชุดตรวจหาไวรัสยังสามารถใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active Case &amp;nbsp;Finding) โดยแบ่งตามการระบาด ดังนี้ การระบาดในวงจำกัด เช่น โรงงาน เรือนจำ ตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR การระบาดในวงกว้าง มีผู้เสี่ยงติดเชื้อจำนวนมาก เป็นแหล่งพื้นที่สีแดง มีความชุกของโรคสูง สามารถตรวจโดยชุดทดสอบแอนติเจนแบบรวดเร็วก่อน หากผลเป็นลบ ให้ทำตามนโยบายของพื้นที่หรือจัดการตามความเสี่ยงของบุคคลตามข้อมูลเบื้องต้น หากผลเป็นบวกให้ทำการยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR และหากต้องการใช้น้ำลาย อาจใช้การตรวจน้ำลายแบบรายบุคคล หรือจัดการคัดกรองด้วยเทคนิคอื่น โดยผลบวกควรยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR และเฝ้าระวังผู้ได้ผลลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อไวรัส สามารถใช้ชุดตรวจวินิจฉัยร่วมหากเกิดการตรวจ RT-PCR ให้ผลลบ และตรวจซ้ำแล้วยังคงได้ผลลบ แต่มีอาการทางคลินิคที่เข้ากันได้กับโควิด-19 เพราะในรายที่มาพบแพทย์ล่าช้าอาจมีปริมาณไวรัสต่ำลงกว่าขีดจำกัดของการตรวจพบได้ ในกรณีนี้สามารถแปลผลว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้การระบาดในวงจำกัด ยังสามารถพิจารณาใช้การตรวจแอนติบอดีเข้ามา โดยตรวจแอนติบอดี 2 ครั้ง คือเมื่อครบวันที่ 14 และวันที่ 28 โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันในครั้งแรก หากผลเป็นบวก แปลผลได้ 2 แบบคือเพิ่งติดเชื้อหรือติดเชื้อมานานแล้ว ส่วนการตรวจหาภูมิคุ้มกันครั้งที่ 2 หากผลเป็นบวกแสดงว่าเพิ่งติดเชื้อภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ การใช้งานและการแปลผลต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ห้ามประชาชนนำมาตรวจด้วยตนเอง เนื่องจากจะต้องใช้วิธีการตรวจและการแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญและหากผิดพลาดจะเป็นอันตรายต่อตนเองและการควบคุมการระบาดของโรคได้ นายแพทย์อาชวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106708</URL_LINK>
                <HASHTAG>RT-CPR, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, การตรวจหาเชื้อโควิด-19, นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0fd88c46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อแมนด้า ออบดัม&#039;ตรวจหาเชื้อโควิด ก่อนชิงมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อแมนด้า ออบดัม &amp;nbsp;มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ก่อนเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในค่ำคืนวันที่ 27 เมษายนนี้ &amp;nbsp;โดยผลตรวจเป็นลบ เดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวล เตรียมประชันโฉมบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส และคว้ามงกุฎที่สามมาให้แก่ชาวไทยได้ชื่นชมเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ อแมนด้า ออบดัม &amp;nbsp;อย่างเต็มที่เพื่อสร้างชื่อให้ ไทยแลนด์ &amp;nbsp;ดังกระหึ่มทั่วโลกบนเวทีระดับจักรวาลได้อย่างไม่มีที่ติ บนแอปพลิเคชัน TrueID รวมถึงเว็บไซต์ www.missuniverse.in.th และแอปพลิเคชัน Miss Universe Thailand 2020 บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ทั้งระบบ iOS และ Android และช่องทางอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100773</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจหาเชื้อโควิด-19, มิสยูนิเวิร์ส 2020, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020, อแมนด้า ออบดัม, โรงพยาบาลพญาไท 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60866c99c15b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาอุตฯสมุทรสาคร ผลักดันตรวจหาเชื้อโควิดทางน้ำลายแรงงาน 3หมื่นคน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ม.ค.64- ศูนย์ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า เมื่อบ่ายว้นนี้่ &amp;nbsp;(25มค.64) นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวโครงการ &amp;ldquo;รวมใจรักษ์สมุทรสาคร&amp;rdquo; เพื่อผลักดันให้สถานประกอบการในอำเภอบ้านแพ้วและกระทุ่มแบนร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในน้ำลาย คือตรวจน้ำลายของกลุ่มแรงงาน โดยตรวจทีละ 5 คนรวมกัน ถ้าผลการตรวจออกเป็นบวกแสดงว่าติดเชื้อจะต้องตรวจหารายบุคคลซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าผลเป็นลบก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ ซึ่งวิธีการตรวจดังกล่าวได้ผลแม่นยำ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับวิธีการตรวจจากสารคัดหลั่งหลังจากจมูกและคอหรือวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งวิธีการตรวจหาเชื้อในน้ำลายนี้ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ เพราะว่าประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลา เก็บตัวอย่างง่ายกว่า สามารถเก็บได้ด้วยตัวเอง ทำให้บุคลากรปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องใช้หรือลดการใช้ชุดป้องกัน PPE ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าจะตรวจแรงงานในสถานประกอบการได้ประมาณ 3 หมื่นคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90971</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มแรงงานต่างด้าว, การตรวจหาเชื้อโควิด-19, จ.สมุทรสาคร, ตรวจน้ำลายหาโควิด, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e9d6eaa0ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้ระบาดโควิดรอบใหม่ไม่ค่อยมีอาการแต่แพร่เชื้อได้ดีแนะทุกฝ่ายร่วมมือกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
โควิด 19 ปริมาณไวรัสในผู้ที่ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการระบาดรอบนี้ ได้มีโอกาสตรวจผู้ติดเชื้อหลายราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก ปริมาณไวรัสที่พบ อยู่ในปริมาณที่สูง (cycle threshold, Ct ค่อนข้างต่ำ) เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจผู้ที่พบเชื้อใน state quarantine&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการควบคุม ผู้ที่ต้องสงสัยทั้งหมดควรจะได้รับการตรวจ RT-PCR ทุกราย ถึงแม้จะไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และควรตรวจเกมรุก ในแหล่งระบาด ให้ได้มากที่สุด ด้วยวิธีที่ไวและถูกต้องที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสิทธิภาพของการตรวจในประเทศไทยขณะนี้ ถ้าช่วยกัน สามารถตรวจได้จำนวนมากต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาคเอกชน สามารถที่จะลงมาช่วยได้ และควรลดราคาค่าตรวจลงไม่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดในระลอกนี้ ในคนไทยยังถือว่าอยู่ในขาขึ้น ทุกคนต้องช่วยกันควบคุมการระบาดให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้วัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศผู้ผลิต จะเป็นแบบปกติหรือฉุกเฉิน มีแล้วถึง 6 ชนิด ความหวังที่จะได้นำมาใช้ คงอีกเป็นเวลาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88074</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจหาเชื้อโควิด-19, ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f031ccceeb72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯ เผยตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไปแล้ว กว่า 100,000 ตัวอย่าง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;13 เม.ย.63- นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขยายขีดความสามารถห้องปฏิบัติการ ในทุกจังหวัดและกทม. ให้พร้อมตรวจได้ทั่วถึง ตั้งเป้าตรวจได้อย่างน้อย 20,000 ตัวอย่าง/วัน ตามโครงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การมีระบบการจับคู่ห้องปฏิบัติการกับโรงพยาบาลต้นสังกัด เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์กับกรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลที่ส่งตรวจ ทำให้การรับส่งเชื้อรวดเร็ว รายงานผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยให้การป้องกันควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขณะนี้มีห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ 93 แห่ง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข 46 แห่ง (สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 23 แห่ง กรมวิทย์ฯ 15 แห่งและอื่นๆ 8 แห่ง) ภาคเอกชน 28 แห่ง มหาวิทยาลัยและภาครัฐอื่นๆ 19 แห่ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ &amp;ndash; 10 เมษายน 2563 ห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 100,498 ตัวอย่าง เฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 4 &amp;ndash; 10 เมษายน 2563 ตรวจได้ 16,490 ตัวอย่าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใช้เครื่องมือที่มีอยู่เดิม และน้ำยาตรวจกรมวิทย์ฯ ได้พัฒนาวิธีการตรวจขึ้นมาเอง ไม่ได้ซื้อชุดตรวจสำเร็จรูปจากภาคเอกชนส่วนโรงพยาบาลในต่างจังหวัด มีทั้งการใช้เครื่องเดิม หรือใช้วิธีซื้อน้ำยาและใช้เครื่องมือจากเอกชน หรือจัดซื้อโดยใช้งบของโรงพยาบาล ส่วนวิธีการตรวจ ทุกแห่งใช้การตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสด้วยวิธี Real-time PCR ซึ่งเป็นวิธีการที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ผู้ตรวจต้องเป็นนักเทคนิคการแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ และระบบความปลอดภัยทางชีววิทยา (Biosafety) จึงไม่สามารถเปิดให้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 เพื่อให้การวินิจฉัยรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว การเปิดห้องปฏิบัติการ จัดซื้อน้ำยา และอุปกรณ์การตรวจโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีการจัดซื้อเครื่องมือรวม ขอความร่วมมือนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่สร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม และบั่นทอนกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจและทำงานหนักเพื่อปกป้องคนไทยทุกคนจากโควิด-19&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ภายในเดือนเมษายนนี้ จะมีห้องปฏิบัติการเปิดเพิ่มอีก 49 แห่ง ตามโครงการ &amp;ldquo;1 จังหวัด 1 แล็บ 100 ห้องปฏิบัติการ&amp;rdquo; ทำให้ทั่วประเทศมีห้องปฏิบัติการทั้งหมด 142 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก เช่น ภาคใต้ ในเขตสุขภาพที่ 11 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 9 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช รพ.วชิระภูเก็ต รพ.สิชล รพ.ระนอง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ รพ.ทักษิณ รพ.หลังสวน รพ.พังงา รพ.กระบี่ จากเดิมที่มี 4 แห่ง และเขตสุขภาพที่ 12 เตรียมเปิดที่รพ.นราธิวาส ปัตตานี รพ.สตูล และตรัง เพิ่มจากเดิมที่มี 5 แห่ง สนับสนุนการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (Active Finding Case) ในพื้นที่ทำได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63025</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, การตรวจหาเชื้อโควิด-19, นพ.โอภาส  การย์กวินพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c46868cbe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
