<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในประเทศไทยในอดีต ตามหลักฐานที่ปรากฏพบว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างที่พระองค์ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ ที่ประชุมแห่งสมเด็จพระราชาคณะ พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ได้มีมติให้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน (พ.ศ.2411-2416)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2440) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน (จากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินนี้ ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาพระอิสริยยศ เป็น &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ&amp;quot; ถือเป็นพระบรมราชินีนาถพระองค์แรกของไทย)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2450) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองในช่วงปลายรัชกาล ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) เป็นผู้สำเร็จราชการพระนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นผู้สำเร็จราชการพระนคร ในระหว่างที่แปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน(พ.ศ.2475)และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระนริศรานุวัติวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปรักษาพระเนตร ณ ทวีปยุโรป (11 มกราคม 2476 - 2 มีนาคม 2477)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในระหว่างที่พระองค์ ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ (7 มีนาคม 2477 -19 สิงหาคม 2478) สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์สิ้นพระชนม์ สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้นใหม่ ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และ เจ้าพระยาพิชเยนทร์โยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเจ้าพระยายมราชถึงแก่อสัญกรรม และเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธินชราภาพสุขภาพไม่สมบูรณ์ สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งซ่อมคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้นใหม่ (16 ธันวาคม 2484 - 31 กรกฎาคม 2487) ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และหลวงประดิษฐมนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่ง สภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งหลวงประดิษฐมนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพียงผู้เดียว (1 สิงหาคม 2487 - 20 กันยายน 2488) และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไปอีก เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบรรลุนิติภาวะ แต่ยังไม่สามารถเสด็จนิวัตประเทศไทย เพื่อกลับมารับพระราชภาระในการบริหารพระราชอาณาจักรได้ (20 กันยายน 2488 - 5 ธันวาคม 2488)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในหลายโอกาส ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ รัฐสภามีมติแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประกอบด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และพระยามานวราชเสวี (25 มิถุนายน 2489 - 27 มิถุนายน 2492)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ยังไม่สามารถเสด็จฯนิวัตประเทศไทยเพื่อกลับมารับพระราชภาระในการบริหารพระราชอาณาจักรได้ รัฐสภามีมติตามคำแนะนำของคณะองคมนตรี แต่งตั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไปอีก (28 มิถุนายน 2492 - 2493)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯนิวัตประเทศไทย แต่จะต้องเสด็จกลับไปรักษาพระอาการประชวรยังต่างประเทศอีก ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีกวาระหนึ่ง (6 มิถุนายน 2493 - 19 มีนาคม 2494)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทรสิ้นพระชนม์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (พ.ศ. 2494)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกผนวช ในปี พ.ศ.2499 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์(จากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาพระอิสริยยศเป็น &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&amp;quot; นับเป็นพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของประเทศไทย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ในหลายประเทศ ได้แก่ เวียดนาม (พ.ศ.2502) อินโดนีเซีย พม่า สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป (พ.ศ.2503) ปากีสถาน สหพันธ์มลายู นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย (พ.ศ.2505) จีนและญี่ปุ่น (พ.ศ.2506) ออสเตรีย (พ.ศ.2507) อังกฤษ (พ.ศ.2509) อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และแคนาดา (พ.ศ.2510) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (จากการปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น &amp;quot;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;quot;)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฟิลิปปินส์ (พ.ศ.2506) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภ พฤฒิยากร ประธานองคมนตรี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่กล่าวมา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นับว่าเป็นบุคคลสำคัญของประเทศที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ใช้สิทธิในการปฏิบัติพระราชภาระต่างๆ แทนองค์พระมหากษัตริย์ และหากจะกล่าวว่า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ถือเป็นที่พึ่งหรือผู้เป็นที่พึ่งของพระมหากษัตริย์ ก็คงมิได้ทำให้ความหมายผิดไป อย่างเช่น การปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ซึ่งทรงเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เฉลิมพระอภิไธยจากพระบรมราชินีเป็น&amp;quot;พระบรมราชินีนาถ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า&amp;quot;นาถ&amp;quot; แปลว่า&amp;quot;ที่พึ่ง หรือผู้เป็นที่พึ่งพิง&amp;quot; ดังนั้น &amp;quot;พระบรมราชินีนาถ&amp;quot; จึงมีความหมายว่าพระบรมราชินีผู้เป็นที่พึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในการปฏิบัติพระราชภาระต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขต่อประเทศชาติและประชาชนนั่นเอง.
--------------------
ขอบคุณ : สถาบันพระปกเกล้า,เชษฐา ทองยิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53842</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งผู้สำเร็จราชการ, กาลครั้งหนึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e119a0cb153b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
