<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.พิชาย&#039;วิเคราะห์การแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคการเมืองเส้นทางผู้แพ้เมื่อออกไปตั้งพรรคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phichai Ratnatilaka Na Bhuket เรื่อง แบบแผนการลาออกจากพรรคการเมืองและการจัดตั้งพรรคใหม่ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เมื่อเกิดการแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคเกิดขึ้น กลุ่มผู้ชนะจะยึดกุมอำนาจการบริหาร การจัดสรรตำแหน่ง และผลประโยชน์ในพรรค และหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล กลุ่มผู้ชนะจะจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้กับสมาชิกกลุ่มตนเองเป็นหลัก ส่วนกลุ่มผู้แพ้จะไม่ได้รับโอกาสนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. หากกลุ่มผู้ชนะไม่สามารถรักษากลุ่มที่พ่ายแพ้ในเกมช่วงชิงอำนาจให้คงอยู่ในพรรคได้ เพราะกีดกันและลดบทบาทกลุ่มที่ไม่ใช่พวกตนออกจากวงจรอำนาจของพรรค การลาออกจากพรรคจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหากพรรคนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำทางการเมือง และมีสถานภาพการแข่งขันอ่อนแอ โดยเปลี่ยนสภาพจากพรรคที่เคยเป็นพรรคหลักในเกมอำนาจการเมือง กลายเป็นเพียงพรรคตัวแปรหรือตัวประกอบ รวมทั้งบริบทการเมืองไม่เอื้อต่อการสร้างคะแนนนิยมให้เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ก็ยิ่งทำให้นักการเมืองในกลุ่มผู้แพ้ของพรรคมีแนวโน้มลาออกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. หากกลุ่มผู้แพ้ถูกละเลยและจำกัดบทบาทการเมืองทั้งในและนอกพรรค พวกเขาจะมีความอึดอัดคับข้องใจต่อการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชนะมากขึ้น และหากผู้แพ้มีความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมือง แตกต่างจากกลุ่มผู้ชนะที่บริหารพรรค ความรู้สึกแปลกแยกต่อพรรคเดิมก็จะเพิ่มมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการตัดสินใจลาออกก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. หากกลุ่มผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่เห็นโอกาสอื่น ๆ ทางการเมืองนอกพรรคเดิมที่สังกัด หรือไม่มีทางไป พวกเขาจำต้องทนอยู่ในพรรคเดิมต่อไปอย่างขมขื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. หากกลุ่มผู้แพ้มีความคาดหวังว่า ยังมีช่องทางที่พลิกฟื้น และสะสมกำลังเพื่อช่วงชิงตำแหน่งต่อไปในภายหน้า พวกเขาก็มีแนวโน้มอยู่ในพรรคเดิมต่อไป เพื่อรอคอยโอกาสแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตนเองในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. หากผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อและเห็นโอกาสบางอย่างที่อยู่ภายนอกพรรค แต่ไม่เห็นโอกาสการพลิกฟื้นสถานภาพของตนเองในพรรคเดิม พวกเขาจะตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ผู้แพ้บางคนเมื่อออกจากพรรคเดิม พวกเขาจะไปสังกัดพรรคใหม่ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองใกล้เคียงกับตนเอง ที่มอบผลประโยชน์ทางวัตถุและตำแหน่งทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้แก่เขา และที่เปิดโอกาสทำให้เขาแสดงบทบาททางการเมืองได้มากกว่าพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. ผู้แพ้บางคน ที่ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่อยากอยู่ภายใต้ชายคาของพรรคอื่น รวมทั้งเห็นว่าสนามการเมืองมีพื้นที่ช่องว่างให้ตนเองช่วงชิงได้ เมื่อเขาออกจากพรรคเดิม เขามีแนวโน้มไปจัดตั้งพรรคใหม่ โดยดึงนักการเมืองที่เป็นพวกเขาจากพรรคเดิมบางส่วน และบุคคลอื่นในเครือข่ายของเขามาร่วมจัดตั้ง
การตั้งพรรคใหม่จะทำให้เขามีบทบาทสูงภายในพรรค ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙. พรรคใหม่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากนักการเมืองหน้าเดิมและเครือข่ายใหม่ อาจกลายเป็นพรรคที่มีสมรรถนะในการแข่งขันสูง หรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับทรัพยากร วิสัยทัศน์ นโยบาย ยุทธศาสตร์ การทำงานมวลชนของพรรค และความสอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ของพรรคกับบริบททางสังคมการเมืองในขณะนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54772</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, การแย่งชิงตำแหน่ง, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, แบบแผนการลาออกจากพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.พิชาย&#039;วิเคราะห์การแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคการเมืองเส้นทางผู้แพ้เมื่อออกไปตั้งพรรคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phichai Ratnatilaka Na Bhuket เรื่อง แบบแผนการลาออกจากพรรคการเมืองและการจัดตั้งพรรคใหม่ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เมื่อเกิดการแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคเกิดขึ้น กลุ่มผู้ชนะจะยึดกุมอำนาจการบริหาร การจัดสรรตำแหน่ง และผลประโยชน์ในพรรค และหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล กลุ่มผู้ชนะจะจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้กับสมาชิกกลุ่มตนเองเป็นหลัก ส่วนกลุ่มผู้แพ้จะไม่ได้รับโอกาสนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. หากกลุ่มผู้ชนะไม่สามารถรักษากลุ่มที่พ่ายแพ้ในเกมช่วงชิงอำนาจให้คงอยู่ในพรรคได้ เพราะกีดกันและลดบทบาทกลุ่มที่ไม่ใช่พวกตนออกจากวงจรอำนาจของพรรค การลาออกจากพรรคจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหากพรรคนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำทางการเมือง และมีสถานภาพการแข่งขันอ่อนแอ โดยเปลี่ยนสภาพจากพรรคที่เคยเป็นพรรคหลักในเกมอำนาจการเมือง กลายเป็นเพียงพรรคตัวแปรหรือตัวประกอบ รวมทั้งบริบทการเมืองไม่เอื้อต่อการสร้างคะแนนนิยมให้เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ก็ยิ่งทำให้นักการเมืองในกลุ่มผู้แพ้ของพรรคมีแนวโน้มลาออกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. หากกลุ่มผู้แพ้ถูกละเลยและจำกัดบทบาทการเมืองทั้งในและนอกพรรค พวกเขาจะมีความอึดอัดคับข้องใจต่อการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชนะมากขึ้น และหากผู้แพ้มีความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมือง แตกต่างจากกลุ่มผู้ชนะที่บริหารพรรค ความรู้สึกแปลกแยกต่อพรรคเดิมก็จะเพิ่มมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการตัดสินใจลาออกก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. หากกลุ่มผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่เห็นโอกาสอื่น ๆ ทางการเมืองนอกพรรคเดิมที่สังกัด หรือไม่มีทางไป พวกเขาจำต้องทนอยู่ในพรรคเดิมต่อไปอย่างขมขื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. หากกลุ่มผู้แพ้มีความคาดหวังว่า ยังมีช่องทางที่พลิกฟื้น และสะสมกำลังเพื่อช่วงชิงตำแหน่งต่อไปในภายหน้า พวกเขาก็มีแนวโน้มอยู่ในพรรคเดิมต่อไป เพื่อรอคอยโอกาสแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตนเองในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. หากผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อและเห็นโอกาสบางอย่างที่อยู่ภายนอกพรรค แต่ไม่เห็นโอกาสการพลิกฟื้นสถานภาพของตนเองในพรรคเดิม พวกเขาจะตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ผู้แพ้บางคนเมื่อออกจากพรรคเดิม พวกเขาจะไปสังกัดพรรคใหม่ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองใกล้เคียงกับตนเอง ที่มอบผลประโยชน์ทางวัตถุและตำแหน่งทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้แก่เขา และที่เปิดโอกาสทำให้เขาแสดงบทบาททางการเมืองได้มากกว่าพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. ผู้แพ้บางคน ที่ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่อยากอยู่ภายใต้ชายคาของพรรคอื่น รวมทั้งเห็นว่าสนามการเมืองมีพื้นที่ช่องว่างให้ตนเองช่วงชิงได้ เมื่อเขาออกจากพรรคเดิม เขามีแนวโน้มไปจัดตั้งพรรคใหม่ โดยดึงนักการเมืองที่เป็นพวกเขาจากพรรคเดิมบางส่วน และบุคคลอื่นในเครือข่ายของเขามาร่วมจัดตั้ง
การตั้งพรรคใหม่จะทำให้เขามีบทบาทสูงภายในพรรค ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙. พรรคใหม่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากนักการเมืองหน้าเดิมและเครือข่ายใหม่ อาจกลายเป็นพรรคที่มีสมรรถนะในการแข่งขันสูง หรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับทรัพยากร วิสัยทัศน์ นโยบาย ยุทธศาสตร์ การทำงานมวลชนของพรรค และความสอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ของพรรคกับบริบททางสังคมการเมืองในขณะนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54771</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, การแย่งชิงตำแหน่ง, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, แบบแผนการลาออกจากพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ถามตั้งพรรคเพื่ออะไร? ถ้าหวังเป็นนายกฯขายชาติ ทางใครทางมัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.61- ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการตั้งพรรคการเมือง ทำเพื่ออะไร? ทำแล้วผลสำเร็จของการตั้งพรรคการเมือง คืออะไร? ทำพรรคการเมืองแล้วจะสำเร็จไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยประเทศชาติ และประชาชน ได้ไหม ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยตอบคำถามให้หน่อย ครับ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าผมจะร่วมตั้งพรรคการเมือง ทำเพื่อให้คนที่มีอุดมการได้เข้าร่วมกันเป็นตัวแทน เป็นปากเสียง รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ต้องทำให้เป็นพรรครัฐบาล เป็นรัฐบาลเพื่อนำนโยบายที่มี ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนไปใช้ได้จริง ถ้าอย่างนั้น &amp;quot;ผมทำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมอยากจะเป็นรัฐบาล (ไม่แน่) ก็ต้องมี เพื่อน ส.ส. ที่ดีพอที่จะทำให้เป็นรัฐบาลที่ดีได้ และ ส.ส. เพื่อนร่วมพรรค ก็จะต้องเป็นตัวแทน รักษาผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทำงานให้ประชาชนได้จริง สางงานต่างๆในโครงการในพระราชดำริให้ได้....ถ้าอย่างนี้ &amp;quot;ผมทำ&amp;quot; และ &amp;quot;ต้องทำให้ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าอยากตั้งพรรคเป็นของตัวเอง อยากเป็น ส.ส. &amp;quot;เพื่อตัวเอง&amp;quot; เพื่อที่จะได้ไปเป็นใหญ่ เป็นโต เป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี เพื่อมาโกงกินบ้านเมือง ขายชาติ ขายบ้าน ขายเมือง มาเพื่อล้มล้างสถาบัน มาเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองจากพระราชอาณาจักร มาเป็นสาธารณะ ถ้าอย่างนั้นต้อง &amp;quot;ทางใครทางมัน !&amp;quot; ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องยาก ! ถ้าผมอยากมีตำแหน่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก ! สำหรับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ &amp;quot;ผมไม่ทำ&amp;quot; .........เพราะถ้าผมจะทำเพื่อตัวเอง แสดงว่าผม (เรา) เองยังเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าพอ ยังไม่ใช่คนที่ดีพอ ที่จะเป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อนร่วมชาติของผม......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ คือ ผม และเพื่อนร่วมงาน มีความรู้ ความสามารถเพียงพอหรือเปล่า ? ที่จะแบกรับภาระของประชาชน และประเทศชาติ นี่คือคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มียศ เสื่อมยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีลาภ เสื่อมลาภ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสรรเสริญ มีนินทา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสุข มีทุกข์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8063</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, ขายชาติ, ทำเพื่ออะไร, ท่านใหม่, ปากเสียงประชาชน, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, เพื่อตัวเอง, โกงบ้านกินเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae450b0b7401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;รับคุย&#039;สมคิด-สนธิรัตน์&#039;กั๊กตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.61-นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงข่าวรับเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังการเลือกตั้งว่า ส่วนตัวมีความคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไปก็มีความสนใจ โดยขณะนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาหารือ ได้พูดคุยกับผู้ที่อาจจะมีความเห็นร่วมกันได้ อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จากการได้หารือกับรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ มีอะไรที่พยายามผลักดัน นายอุตตม กล่าวว่า ตอนนี้ที่มีการคุยกันอยู่ ถ้ามีโอกาสได้ทำงานต่อ ในห้วงเวลานี้ซึ่งสำคัญมากกับประเทศควรจะทำในเรื่องใดบ้าง และต้องดูว่าคนที่มีความเห็นอุดมการณ์เดียวกันว่าจะทำเรื่องไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าถามผม ส่วนตัวผมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าท่านจะทำเรื่องของประเทศชาติต่อไป ท่านมีความเหมาะสม แต่ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะเลือกอย่างไรต้องไปถามท่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า จากที่ได้พูดคุยกันได้ชื่อพรรค หรือจำเป็นต้องตั้งพรรคการเมืองมาสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ยังเลย อย่างที่บอกยังไม่ได้ข้อยุติ กำลังเตรียมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า มีแนวโน้มจำเป็นต้องตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ต้องหารือ หากกลุ่มคนซึ่งไปด้วยกันได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7280</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนธิรัตน์   สนธิจิรวงศ์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3a8ae59b81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนบิ๊กตู่แก้ติดล็อก สนธิรัตน์แบไต๋คุยการเมืองหนุนนั่งนายกนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอบคุณ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ที่ประกาศหนุน เผยยังไม่ตัดสินใจอะไรทั้งนั้นในวันนี้ &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; รับพูดคุยเรื่องหนุน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; มานานแล้วเพราะไม่อยากให้ติดล็อก แต่ยังไม่ตกผลึกผุดพรรคหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ย้ำพบพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งแน่ วิษณุไม่ง้อหากเพื่อไทยเบี้ยว ชี้รัฐบาลลงพื้นที่ไม่ใช่หาเสียง แต่เป็นเรื่องปกติที่จะมองว่าได้เปรียบ ศาลรัฐธรรมนูญเผยรับรู้ที่ให้เร่งตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) แสดงความคิดเห็นครั้งแรกถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประกาศสนับสนุน &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัยว่า &amp;ldquo;ก็ขอบคุณ แต่ผมยังไม่รู้ว่าจะรับหรือเปล่า ต้องพิจารณาไปด้วยกัน โอเคนะ&amp;rdquo;
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในพิธีเปิดโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อว่า &amp;ldquo;วันนี้หลายคนมาถามผมว่ารัฐบาลจะอยู่อย่างไร นายกฯ ตู่จะไปไหน จะไปสมัครพรรคการเมืองอะไร ผมยังไม่ติดต่อไปสักอันหนึ่งเลย ใครเชิญมาผมยังไม่รู้จะรับหรือเปล่า แล้วถ้ารับไปแล้วไม่มีใครเลือกสักคน แล้วจะทำอย่างไร ดังนั้นถ้าจะรับก็ต้องเลือกทั้งหมด มันจะได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผมยังไม่รู้เหมือนกันยังไม่ตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น วันนี้ขอมาดูแลชาวบ้านก่อน ผมไม่ต้องการการเมืองอะไรทั้งสิ้น ใครจะพูดอะไรก็พูดไป วันนี้ขอให้เข้าใจผมด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวประเด็นนี้ว่า แล้วตั้งพรรคการเมืองหรือเปล่าล่ะ เรายังไม่ได้ตั้งพรรคอะไรเลย ใครเป็นคนตั้ง แล้วเชื่อว่าไม่มีการตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล และอดีต ส.ส.ที่มาพบนายสมคิดก็มาแค่วันเดียว และมีอยู่แค่คนสองคน มาพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แล้วจะมาเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถาม พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ ต้องไปถามท่านเอง แต่ตนเองยืนยันว่าจะไม่เล่นการเมือง ส่วนที่ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคุณสมบัติเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่นั้นก็ไม่มอง แต่คิดว่าสมควรเป็นนายกฯ ในตอนนี้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าที่บอกว่าเหมาะสมเป็นนายกฯ ตอนนี้ จะเหมาะสมในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าให้ไปดูโพล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองว่า มาจากนายสมคิดที่ออกมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องนี้เป็นกระแสเมื่อการเมืองเริ่มเคลื่อนไหว ซึ่งนายสมคิดและตนเอง รวมทั้งทุกคนที่ทำงานฝ่ายบริหารได้มองไปที่อนาคตว่าจะส่งมอบประเทศไปสู่การเลือกตั้งอย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า โดยการพูดคุยทุกครั้งก็เป็นห่วงอนาคตว่า ถ้าการเมืองยังเป็นในรูปแบบเดิมจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศอีก สิ่งที่นายสมคิดพูดคือนายกฯ เป็นผู้ที่เหมาะสมนำพาประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ก็มีกระแสข่าวตั้งพรรคการเมือง โดยมีชื่อ รมว.อุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าพรรค และตนเองเป็นเลขาธิการพรรค ต้องบอกว่ากระแสการเมืองมีอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;
รับคุยหนุนบิ๊กตู่นานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับนักการเมืองมาโดยตลอด ไม่ใช่เพิ่งมาคุยตอนนี้ เพราะการคุยกับนักการเมืองก็จะได้รู้เรื่องปัญหาของชาวบ้านผ่านนักการเมืองในพื้นที่ เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้มี ส.ส. ที่ผ่านมาไม่ได้มีข่าวอะไร เราก็พูดคุยกับนักการเมืองทุกพรรคเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งก็กลายเป็นประเด็นว่าจะตั้งพรรคการเมือง&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการตั้งพรรค แต่ก็มีชื่อเข้าไปเกี่ยวพัน ขณะนี้ก็มีการตั้งพรรคใหม่ถึง 90 พรรค ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และอยู่ในระหว่างพูดคุยว่าประเทศจะต้องไปทางไหน และมองว่าใครเป็นผู้ที่เหมาะสมที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ และนำพาประเทศต่อไป โดยกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มาแรง ทั้งโพลก็ต้องการให้เป็นนายกฯ เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งนายสมคิดบอกว่าหากนายกฯ &amp;nbsp;สนใจ หรือประชาชนเรียกร้องในการที่จะให้นั่งในตำแหน่งนายกฯ ต่อไป ซึ่งนายสมคิดและตนเองก็พร้อมสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ต่อเพราะเป็นคนที่เหมาะสม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกผมยังไม่มีการตั้งพรรค แต่มีการพูดคุยหารือกันในเส้นทางข้างหน้า ที่รัฐบาลชุดนี้จะส่งมอบงานต่อ ซึ่งต้องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะที่เป็นคนทำงานก็อยากให้การส่งผ่านเดินไปข้างหน้าอย่างราบรื่น การหารือกันนั้นก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ต้องการทำอย่างไรไม่ให้ประเทศชาติติดล็อกขั้นตอนมีแค่นี้เอง ขณะนี้ยังไม่มีผลสรุปและยังเร็วเกินไปที่จะตอบ&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองว่า เป็นการลงไปในฐานะรัฐบาลเพื่อทำงาน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้ไม่ว่าพรรคการเมืองใดที่ต้องการลงพื้นที่ย่อมสามารถทำได้ ถ้าไม่ใช่ลงไปทำกิจกรรมทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนเป็นรัฐบาลมันมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบคนอื่นบ้างเป็นธรรมดา เหมือนกับรัฐบาลก่อนๆ &amp;nbsp;ประมาณ 2 เดือนก่อนยุบสภาก็ลงพื้นที่หาเสียง เนื่องจากพรรคอื่นเขาไม่รู้มาก่อนว่ารัฐบาลจะยุบสภา &amp;nbsp;เพราะมันเป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นแบบนี้เยอะแยะไปทั่วโลก ถ้าจะกล่าวหาว่าเป็นการได้เปรียบมันก็ได้เปรียบอยู่แล้ว รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมีอำนาจหน้าที่ตรงนี้อยู่ ส่วนที่มีข่าวว่าคนในรัฐบาลจะตั้งพรรคการเมืองนั้น ผมไม่ทราบ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เดินสายพบประชาชนที่ จ.ตรัง เพื่อรับฟังปัญหาเข้าข่ายเป็นกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่าที่ผ่านมามีการเดินสายลงไปบรรยาย ปราศรัย พบปะกัน ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราไม่บอกว่าผิดหรือไม่ เพราะเจ้าตัวจะรู้เอง &amp;nbsp;และถ้าล้ำเส้นเกินไปเจ้าหน้าที่จะเข้าไปเตือน ส่วนกิจกรรมที่นายธนาธรทำอยู่นั้น รวมถึงการรับฟังความเห็นสามารถทำได้ เพราะหลายคนทำอยู่ รัฐบาลรับทราบเป็นประจำ
ลั่นคุยก่อนเลือกตั้งแน่
สำหรับกรณีการนัดพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเร็วกว่าเดือน มิ.ย.นั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่ายังไม่ได้คิดตรงนั้น อย่าไปสนใจอะไรเขามาก จะพบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เมื่อพร้อมจะพบเร็วพบช้าก็พบกันอยู่ดี ยังไงก็พบก่อนวันเลือกตั้งอยู่แล้ว
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) จะไม่มาร่วมพูดคุยว่าไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน เชื่อว่าแม้พรรคใหญ่ไม่ได้เข้าร่วม จะไม่มีปัญหาอะไร และถ้ามีพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุยน้อยก็ไม่จำเป็นต้องจัดก็ได้ และวันนี้สามารถพบกันได้แม้จะก่อนเดือน มิ.ย.ก็ตาม ทุกอย่างอะลุ่มอล่วย ไม่มีอะไรบังคับตายตัว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เจตนาการพบกันเดือน มิ.ย.คือพูดถึงโรดแมปต่อไป เมื่อกฎหมายได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ครม., คสช., กรธ., สนช., กกต.และพรรคการเมืองด้วยก็ได้ มาหารือว่าจะปลดล็อกเมื่อใด และกำหนดการเลือกตั้งได้เมื่อใด โดยรัฐบาลจะออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แล้วให้ กกต.เป็นผู้กำหนดวัน ซึ่ง กกต.ต้องดูความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
ด้าน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ผู้ตรวจฯ ได้ทำคำร้องครบถ้วนและชี้แจงเหตุผลอย่างละเอียด คาดว่าศาลจะเร่งพิจารณาว่าจะรับคำร้องของผู้ตรวจฯ ไว้วินิจฉัยหรือไม่ &amp;nbsp;
นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส.และ ส.ว.ว่า เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้รับไว้พิจารณา และอยู่ระหว่างรับความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ศาลนัดพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับไว้ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ รวมทั้งคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีคำสั่งที่ 53/2560
ศาลรู้เรื่องเร่งด่วน
&amp;ldquo;ศาลทำหน้าที่ตามกรอบของรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมอย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง &amp;nbsp;ส่วนเรื่องเวลาขึ้นอยู่กับส่วนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่โดยหลักแล้วศาลให้ความสำคัญกับกฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารและการปกครองอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายเชาวนะกล่าวตอบข้อถามที่ว่า ทุกฝ่ายอยากให้ศาลพิจารณาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนาธรและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ขอจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เข้ายื่นหนังสือขออนุญาต คสช.เพื่อจัดประชุม และทวงถามความคืบหน้าในการตอบรับการยื่นจดจัดตั้ง เนื่องจากใกล้ครบเวลา 30 วัน ในวันที่ 15 เม.ย.แล้ว โดยนายปิยบุตรกล่าวว่าพรรคได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยัง คสช. 3 ข้อ คือ 1.อยากให้ คสช.ยกเลิกข้อ 4 และข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และอนุญาตให้พรรคจัดประชุมในวันที่ 27 พ.ค.ตามที่ร้องขอ &amp;nbsp;2.ให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคเคลื่อนไหวทางการเมือง และ 3.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และให้ยกเลิกการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่า คสช.ในฐานะผู้มีอำนาจจะไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างพรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ กับพรรคที่ไม่ได้ประกาศสนับสนุน ซึ่งพรรคยังคงยืนยันจะไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธรกล่าวว่า หลังยื่นขอจัดตั้งพรรคก็มีผู้สนับสนุนขอให้ไปรับฟังปัญหา จึงมีการลงพื้นที่เช่นที่ จ.ตรังและพื้นที่ในภาคใต้ ก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ก็มีปัญหาในเรื่องที่ไม่สามารถพูดกับประชาชนได้มากเกี่ยวกับเรื่องของนโยบาย และขณะนี้มีความต้องการแลกเปลี่ยนที่เป็นประชาธิปไตย ไม่สามารถปิดกั้นได้แล้ว คสช.ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สิ่งที่เป็นปัญหาคือเราไม่รู้ว่าเส้นแบบอยู่ตรงไหน เวลาที่ คสช.บอกว่าอย่าล้ำเส้นในทางกฎหมาย &amp;nbsp;ก็ไม่ได้เขียนชัดเจนว่าอะไรทำได้ไม่ได้ จึงไม่รู้จะวางตัวอย่างไรที่จะเหมาะสม แต่เห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงและชุมนุมของประชาชนเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ดังนั้นจึงขอให้ปล่อยให้เราได้ทำกิจกรรมทางการเมือง ให้ดอกไม้ได้บาน ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้ากว่า ก.พ.62 เราพร้อมหมด ขอให้มีการเลือกตั้งก็แล้วกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวว่า หากหลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พรรคก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านอย่างแน่นอน เพราะเรายืนหยัดอย่างชัดเจนว่าประชาชนควรได้รับสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย &amp;nbsp;ดังนั้นขอพูดให้ชัดเจนไว้ว่า หากพรรคได้รับการอนุมัติให้ก่อตั้งเป็นพรรคการเมือง เราจะไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอกและไม่ร่วมรัฐบาลกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากระบอบ คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6791</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, การเลือกตั้ง, นักการเมือง, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมคิด, สืบทอดอำนาจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb75c269b58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
