<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ นำความห่วงใยถึงผู้ประกอบการชลบุรี ยันจะดูแลให้ดีที่สุด โควิดยังทรงๆ เตียงว่างขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.64&amp;nbsp; - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยม บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องมาร่วมยืนตอนแถลงด้วย โดยระบุว่า เราจะร่วมมือกัน จากนั้นนายกฯกล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี ต้องขอขอบคุณท่านประธานบริษัทฯตลอดจนลูกจ้างพนักงานทุกคนที่ให้การต้อนรับตนอย่างดียิ่ง และได้สรุปรายงานถึงการปฏิบัติการตามมาตรการของรัฐบาลในเรื่อง Factory Sandbox ก็ทำให้เกิดความปลอดภัยขึ้นในสถานที่ประกอบการ ตนได้พูดคุยกับประธานบริษัทฯไปแล้วว่าเราพร้อมจะส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย นอกจากในเรื่องของรถปกติที่ใช้น้ำมัน ในเรื่องการพัฒนาของเราไปสู่การใช้รถไฟฟ้าให้มากขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ และการแก้ปัญหาลดโลกร้อนเราด้วย ในเรื่องการลดอุณหภูมิโลกให้ลดลงเหลือไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นต้องเดินหน้าไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นนิวตรอนในอีกหลายปีข้างหน้า ทั้งหมดคือวาระของโลก ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมก็จำเป็นต้องปรับตัว ซึ่งท่านประธานบริษัทฯได้แจ้งแนวทางให้ตนทราบแล้วจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อร่วมมือกับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้นำความห่วงใยจากคณะรัฐบาลลงไปยังท่านที่ยืนอยู่ข้างๆตน ทั้งฝ่ายรัฐและผู้ประกอบการธุรกิจ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตนยืนยันว่าจะดูแลให้ดีที่สุดไม่ว่าจะสถานประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กที่มีอยู่ในปัจจุบันเราจำเป็นจะต้องเพิ่มการลงทุนคำนึงถึงสภาพแวดล้อมให้ดีที่สุดซึ่งเป็นไปตามวาระของโลก ทั้งนี้การพัฒนาประเทศในเรื่องของการลงทุนยุคใหม่ที่เป็นการลงทุนซึ่งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพราะหากวันข้างหน้าเจอมาตรการของต่างประเทศจะเกิดปัญหากับผู้ประกอบการของเรา ฉะนั้นก็ต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของโควิด-19 ได้รับการยืนยันว่าจะพยายามทำอย่างเต็มที่ ซึ่งวันนี้เตียงก็ว่างขึ้นในการนำคนเข้าสู่ระบบการรักษา มีการตรวจคัดกรองด้วย ATK และ PCR ก็จะเห็นว่าตัวเลขยังทรงๆ อยู่ ซึ่งเราตรวจเชิงรุกมากขึ้นทำให้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญต้องไปดูว่ายอดคนที่รักษาหายเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ และต้องไปดูการรักษาในระบบการรักษาที่บ้าน หรือโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) การรักษาในชุมชน หรือ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (Community Isolation) และการบับเบิ้ลแอนด์ซีล ทั้งนี้เราต้องอยู่กับโรคนี้ไปอีกนานแต่จะอยู่อย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือมาตรการทางสังคมที่ต้องช่วยกันดูแล ช่วยกันรักษา ช่วยกันเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า หลายธุรกิจที่ปิดไปในช่วงนี้ เป็นไปตามมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งตนต้องฟังหมอ ฉะนั้นถ้าทุกคนทำให้พื้นที่ให้ปลอดภัยก็สามารถปลดล็อกได้ในอีกหลายกิจกรรม ซึ่งตนเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน เราจะอยู่รวมกับโควิด-19 ได้อย่างไร โลกยุคหลังโควิด-19 ไม่ใช่โลกใบเดิมของเราอีกแล้ว เราต้องอยู่อย่างนี้อีกนาน ทั้งนี้ระบบสุขภาพของเราดีที่สุดในโลกแล้ว เพราะเราทำหลายอย่างที่ต่างประเทศไม่ได้ทำ หลายประเทศที่มาพบตนก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเราในเรื่องการเปิดประเทศ อย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งหลายประเทศเขาก็จะไปทำ ตรงนี้เป็นชื่อเสียงของประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขไทย และขอให้รับฟังช่องทางสื่อสารของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117022</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), Factory Sandbox, การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61444fd7effd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;จัดหนักคนไทยป่วยตายกันเป็นเบือเพราะความผิดพลาดล้มเหลว จี้ยุบศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64- นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ต้องยุบ ศบค.
ต้องเปิดเสรีนำเข้าวัคซีน
ต้องเปิดเสรีนำเข้าชุดตรวจโคบ้า
ต้องยกเลิกการรวบอำนาจ
ต้องเปิดกว้าง ในการรักษาผู้ป่วยโคบ้า
ต้องประกาศรายชื่อยา ที่รักษาอาการโคบ้าให้หายให้ประชาชนรับทราบโดยเร็วที่สุด
ต้องรีบนำยาค้อกเทลและพลาสม่ามาใช้ให้กว้างขวางที่สุด!!!!
คนไทยป่วยตายกันเป็นเบือ ก็เพราะความผิดพลาดล้มเหลวในเรื่องเหล่านี้!!!!
แต่ไม่มีหน้าไหน รับผิดชอบแม้แต่คนเดียว!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110794</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายไพศาล พืชมงคล, นำเข้าวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37559033a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายเพิ่มต่อเนื่องโรงพยาบาลสนามรัฐ-เอกชนผนึกกำลังสนามบินสุวรรณภูมิได้ 5 พันเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศบค.) ที่ให้เร่งเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยโควิด19 ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการต่อสัญญาใช้สถานที่เมืองทองธานี สำหรับทำโรงพยาบาลบุษราคัมต่อไปอีกจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2564 แล้ว ทำให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยมีอาการ (สีเหลือง)ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตลอดจนผู้ป่วยจากจังหวัดใกล้เคียงได้ประมาณ 4,000 เตียง โดยมีบุคลากรการแพทย์จากต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่ไม่มีการติดเชื้อโควิด19 รุนแรง เข้ามาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูแลรักษาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ประสานเครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัย จัดทีมปฏิบัติการเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อที่รอเตียงที่บ้านในพื้นที่ กทม. เพื่อรับตัวเข้าสู่ระบบการรักษาตามระดับของอาการ โดยโรงพยาบาลบุษราคัมจะรองรับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชนที่รอเตียงตามบ้าน นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงคมนาคมเตรียมตั้งโรงพยาบาลสนามณ อาคาร Satellite 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 5,000 เตียงในระยะแรก โดยใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นสถานที่ทำการของแพทย์และห้อง ICU ส่วนชั้น 3 และ 4 เป็นพื้นที่สำหรับคนไข้กลุ่มสีเขียวและเหลือง คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้อีกไม่นานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกรัฐบาล กล่าวด้วยว่า ส่วนความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ทางกรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลธนบุรีได้ขยายห้อง ICU ณ รพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 เขตทวีวัฒนา เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด19 ระดับอาการสีแดง ประมาณ 40 เตียง โดยจะทยอยเปิดรับผู้ป่วยเข้ารักษาได้ตั้งวันพรุ่งนี้ ( 10 กรกฎาคม) เป็นต้นไป ขณะที่ จ.สมุทรปราการ เตรียมเปิดโรงพยาบาลสนาม ณ คลังสินค้า ดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ มีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด19 ประมาณ 1,200 เตียง สำหรับทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวไร้สิทธิ์ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อโรงพยาบาล ( Community Isolation ) ในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต โดยตั้งเป้าหมาย 20 แห่ง รองรับผู้ติดเชื้อได้ 3,000 ราย ทั้งนี้ มีการเปิดให้บริการแล้ว 2 แห่ง คือวัดสะพาน เขตคลองเตย และศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางแค และเปิดเพิ่มในวันนี้อีก 1 แห่ง คือ วัดปากบ่อ เขตสวนหลวง ซึ่งจะมีทีมแพทย์จาก รพ. สิรินธร เป็นผู้บริหารจัดการผู้ป่วยสามารถรับรองสูงสุดได้ 170 เตียง ส่วนที่เหลือจะทยอยเปิดให้ได้เร็วที่สุด และในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ก็ได้มีการเตรียมพร้อมในการเพิ่มโรงพยาบาลสนามเช่นเดียวกัน ซึ่งจะสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109121</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์บุษราคัม, เตรียมเตียงผู้ป่วยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนไทยจิตตกเท่าช่วงนี้&#039;หมอมนูญ&#039;แนะวิธีการลดระดับความเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64 -&amp;nbsp; นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนไทยจิตตกเท่ากับช่วงเวลานี้ที่มีการระบาดระลอกที่ 3 ของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข คนไทยจำนวนมากตกงาน ธุรกิจเสียหาย ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว อดอยาก ไม่มีกินไม่มีใช้ คนมีเงินก็ไม่สามารถเดินทาง ท่องเที่ยว พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ร้องเพลง เต้นรำ เล่นกีฬาที่ชอบ เพราะต้องกักตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง เมื่อมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 คนไทยบางคนก็ยังขาดความเชื่อมั่น สับสนเสพข่าวสารมากเกินไป กลัวผลข้างเคียงของวัคซีน ลังเลไม่ยอมฉีด ทั้งๆที่วัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนนัดวันไปฉีดวัคซีน ก่อนถึงวันนัด วันที่ฉีด และวันต่อๆมาเป็นสัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว มีอาการเครียด วิตกกังวล หงุดหงิด แสดงอาการทางกายหลายอย่างเช่นหายใจไม่อิ่ม ต้องถอนหายใจ เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย เวียนหัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แพทย์ช่วงนี้ต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากจะต้องดูแลคนป่วยสารพัด แล้วยังต้องดูแลคนจิตตก เครียดหมู่เพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลดระดับความเครียดลงได้มีหลายวิธี เช่น ดูหนัง ดูละครที่บ้าน ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี ในบ้าน วาดรูป เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกายในบ้าน ในสวนสาธารณะ ไม่กินอาหารมากเกินไป สวดมนต์ ทำสมาธิ และนอนหลับให้เพียงพอ
ขอให้ทุกคนพยายามผ่อนคลาย ไม่เครียด เราคงต้องอยู่กับโรคโควิด-19 นี้อีกนาน อย่ายอมแพ้ ต้องชนะโรคร้ายนี้ และผ่านวิกฤติไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107567</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, โควิด-จิตตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605939a1aa247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบ 3 คลัสเตอร์ใหม่ในกทม.ตั้งเป้า14 มิ.ย.ตรวจตลาดครบทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,966 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,334 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 632 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 30 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 189,828 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 5,711 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 144,998 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,428 ราย อาการหนัก 1,287ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 352 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 27 ราย เป็นชาย 15ราย หญิง 12 ราย อยู่ในกทม. 17 ราย ปทุมธานี สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ราชบุรี สระบุรี จังหวัดละ 1 ราย อายุน้อยที่สุด 48 ปี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,402 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 10 มิ.ย.มี 223,315 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 177,353 ราย เข็มที่สอง 45,962 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 5,667,058 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 175,616,534 ราย เสียชีวิตสะสม 3,788,650 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันนี้ คือกทม. 942 ราย สมุทรปราการ 173 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 98 ราย นครปฐม 83 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัดคือ บริษัทส่งออกเสื้อถักไหมพรม อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้ป่วย 67 ราย โรงงานชำแหละไก่ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้ป่วย 63 ราย ตลาดวชิรา อ.เมือง จ.สงขลา มีผู้ป่วย 7 ราย โรงงานถุงมือยาง อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้ป่วย 19 ราย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีผู้ป่วย 27 ราย ตลาดไทย-กัมพูชา และในชุมชน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีผู้ป่วย 13 ราย ขณะที่ในกทม.มีการระบาดที่เป็นคลัสเตอร์รวมทั้งสิ้น 78 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่ 3 แห่ง คือ แคมป์ก่อสร้างวรสิษฐ์ เขตหลักสี่ พบผู้ป่วย 59 ราย ตลาดซอยละลายทรัพย์ เขตบางรัก 20 ราย โรงงานเย็บผ้า CPG Garment เขตภาษีเจริญ 37 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กทม.ยังได้รายงานการตรวจสอบตลาดทั้งหมด 486 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. -10 มิ.ย. ว่าตรวจไปแล้ว 406 ตลาด ผ่านเกณฑ์ 324 แห่ง ไม่ผ่านเกณ์ 82 แห่ง ซึ่งสาเหตุไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่เป็นการเว้นระยะห่างที่ยังแออัดอยู่ โดยกทม.ตั้งเป้าว่าวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.จะตรวจตลาดให้ได้ทั้งหมด 486 แห่ง อย่างไรก็ตาม หากประชาชนเจอตลาดที่ไม่สะอาดขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้อาจเป็นวิถีชีวิตที่รับกันได้ แต่ตอนนี้เป็นวิถีนิวนอร์มอลต้องพัฒนาให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และในที่ประชุมวันนี้ ทางกรมควบคุมโรคยังได้เสนอมาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้อาจมีบางแคมป์ปฏิบัติไม่ตรงกัน โดยแคมป์คนงานที่อยู่สถานที่เดียวกับที่ก่อสร้างเราจะใช้มาตรการซีล โดยจะให้มีการจัดหาที่พักให้แก่พนักงาน มีอาหารให้ 3 มื้อ จัดทำทะเบียนสถานที่พัก แต่งตั้งผู้ควบคุมแต่ละหอ โดยมีการลงทะเบียนเข้า-ออกหอพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่พักที่อยู่คนละจุดกับที่ทำงานนั้นจะมีการตั้งแถว มีผู้ควบคุมกลุ่มที่เดินกลับที่พัก จัดหารถรับ-ส่งพนักงาน และมีระบบติดตามการเดินทางระหว่างที่พักกับจุดทำงาน โดยมาตรการเหล่านี้จะจัดไว้กับกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง จะกันผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวออกไป เพื่อจะไม่ต้องปิดแคมป์หรือโรงงาน เนื่องจากหากปิดไปก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะคนงานเหล่านี้อาจไปสมัครงานที่อื่นได้ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอว่าให้ใช้มาตรการเช่นนี้ไป 28 วัน ระหว่างนั้นจะมีการสุ่มตรวจ ครบ 28 วัน แล้วจะมีแผนการเปิดจุดต่างๆ โดยจะมีรายละเอียดแถลงออกมา และจะนำมาตรการนี้ไปใช้กับทุกจังหวัดเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก ยังฝากไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทำทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผู้ว่าฯมีส่วนสำคัญในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106033</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30ea1df9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ไตรรงค์&#039;ออกบทความ&#039;ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร&#039;เตือนสตินักการเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ค. 64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร? มีเนื้อหาดังนี้
.
1) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่1 ประเทศอังกฤษโดยรัฐสภาจัดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้นายเดวิด ลอยด์ จอร์จ (DAVID LLOYD GEORGE) เป็นนายกรัฐมนตรี (จากพรรค Liberal) ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อังกฤษจึงรอดตัวมาได้ กลายเป็นผู้ชนะสงคราม (รัฐบาลแห่งชาตินี้อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1916 - 1922)
.
2) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่2 อังกฤษมีรัฐบาลนำโดยนายเชอร์ชิลล์ (CHURCHILL) เป็นรัฐบาลผสมของ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคจารีตนิยม (Conservative) พรรคแรงงาน (Labour) และพรรคเสรีนิยม (Liberal) เป็นลักษณะรัฐบาลแห่งชาติเช่นเดียวกัน ไม่มีฝ่ายค้าน (คอยปัดแข้งปัดขา) ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว และรัฐสภายังมีมติให้งดมีการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่าง ค.ศ. 1935 - 1945 เป็นรัฐบาลที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการเมือง มุ่งทำงานให้ชนะสงครามอย่างเดียว อังกฤษจึงรอดตัวมาได้กลายเป็นผู้ชนะสงครามอีกครั้งหนึ่ง
.
3) เมื่อคราวเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลกที่เรียกกันว่า #TheGreatDepression #1930 ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี ค.ศ. 1929 พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงมากกว่าอีกสองพรรค แต่จำนวนเสียง ส.ส. ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดของสภาฯ ด้วยการสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ (King George ที่ 5) จึงได้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติคือทั้งสามพรรค ได้แก่ พรรคแรงงาน พรรคจารีตนิยม และพรรคเสรีนิยม ร่วมกันเป็นรัฐบาล โดยให้หัวหน้าพรรคแรงงาน คือ นายแมคโดนัลด์ (Mc Donald) หัวหน้าพรรคแรงงานเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมกันเป็นหนึ่ง ช่วยกันหานโยบายมาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม จนอังกฤษอยู่รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้อีกครั้งหนึ่ง
.
4) ปี ค.ศ. 1930 กองทัพของท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังทำสงครามไล่ฆ่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของท่านเมาเซตุงอย่างหนัก ญี่ปุ่นจึงฉวยโอกาสที่เห็นจีนแตกแยกส่งกองทัพมายึดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปี ค.ศ. 1930 แล้วบุกเข้ายึดเซียงไฮ้ได้ในปี ค.ศ. 1932&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี ค.ศ. 1936 ขณะที่ท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังบัญชาการรบเพื่อปราบพวกของเมาเซตุงอยู่ที่เมืองซีอาน มีนายพลของท่านนายพลเจียงฯ 2 ท่าน เข้าจับท่านนายพลเจียงบังคับให้เลิกไล่ล่าพรรคคอมมิวนิสต์และบังคับให้จับมือกับท่านเมาเซตุงเพื่อร่วมกันทำสงครามไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศจีนก่อน กว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มจับมือกันเปิด #สงครามกับญี่ปุ่น ก็ปาเข้าไปถึง ค.ศ. 1937 ไม่สามารถป้องกันการรุกของญี่ปุ่นได้จึงต้องเสียเมืองอู่ฮั่นและนานกิง (คนจีนถูกฆ่าไปกว่า 3 แสนคน) ให้แก่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1938&amp;nbsp; และต้องทำสงครามนานถึง 8 ปี จึงสามารถจะไล่ญี่ปุ่นออกจากจีนได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1945 (การจับและบังคับนายพลเจียงครั้งนั้นเรียกกันว่า #กบฎซีอาน)
.
5) ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม จับมือกันมั่นเพื่อสู้กับการรุกรานของฮิตเลอร์แห่งเยอรมัน แต่เยอรมันสามารถส่งทหารตีทุกแนวของกองทัพฝรั่งเศสแตกพ่ายทุกแห่ง รัฐบาลก็แทบจะไม่ได้มีสติในการทำสงครามเพราะต้องมานั่งแก้ปัญหาการเมืองในรัฐสภาที่มีแต่การแช่งด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตะเพิด เอาชนะคะคานกันเอง จนกองทัพของเยอรมันสามารถบุกเข้ายึดกรุงปารีสได้ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1939
.
ท่านอาจารย์เจริญ&amp;nbsp; ไชยชนะ ได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์สากล:สมัยปัจจุบัน&amp;rdquo; โดยสรุปย่อๆ ว่า &amp;ldquo;สาเหตุแห่ง #ความหายนะของฝรั่งเศส ในครั้งนั้น&amp;rdquo; มีดังต่อไปนี้
.
1 - ความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพฝรั่งเศสทั้งบก เรือ และอากาศ เพราะผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ (ซึ่งสมัยนั้นใช้ระบบแบบอังกฤษเหมือนประเทศไทยในปัจจุบัน) สนใจแต่การสร้างความยิ่งใหญ่ส่วนตัว มีแต่การชิงดีชิงเด่น เอาชนะคะคานกันในทางการเมืองจนลืมนึกถึงความสำคัญของความเข้มแข็งทางทหารแห่งกองทัพต่างๆ
.
2 - ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลงเป็นต้นมา #ประเทศฝรั่งเศสแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาก มีทั้งพวกซ้าย (หรือพวกดัดจริตเป็นซ้าย... อันนี้ผมไตรรงค์ พูดเองนะครับ ท่านอาจารย์เจริญไม่ได้พูด) พวกสาธารณรัฐนิยม&amp;nbsp; พวกขวา (ซึ่งคงหมายถึงพวกอยู่ตรงข้ามกับพวกคอมมิวนิสต์ครับ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในครานั้น ฝรั่งเศสแตกแยกกันเละทั้งทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ #เกิดความอ่อนแอ #ขาดความเป็นหนึ่งเดียว ที่จะร่วมกันป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสภาพ #ตรงกันข้ามกับประชาชนชาวเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวและมุ่งมั่นสูง
.
3 - มีทั้งนักการเมืองและประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่เป็นพวก #ทรยศต่อประเทศของตนเอง #เพื่อประโยชน์ส่วนตัว (มากกว่าผลประโยชน์และอนาคตของประเทศชาติ) หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนฝรั่งเศสเองนั่นแหละที่ช่วยกันทำลายประเทศฝรั่งเศสจนย่อยยับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ #การเมืองเพื่อตนเองและพวกพ้องได้ปิดตาจนมืดบอด
.
5) สรุป
5.1 - ตัวอย่างทั้งหมดที่ได้ยกมาเล่าข้างต้นนั้นล้วนเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในภาวะสงครามที่ต้องใช้อาวุธเข้าทำลายกัน บุกรุกกัน จึงต้องใช้ทั้งอาวุธและทหารในการป้องกันประเทศภายใต้การนำและการตัดสินใจของนักการเมืองไม่ว่าจะอยู่ในคราบของนักรบ (เช่น เจียงไคเช็คและเมาเซตุง) หรืออยู่ในรูปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างที่เกิดขึ้นในอังกฤษและในฝรั่งเศส
.
5.2 &amp;ndash; #ประเทศไทยของเราในปัจจุบันต้องถือว่าตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นเดียวกัน เพราะมีทั้งคนเจ็บและคนตายเกิดขึ้นทุกวัน แต่ #ศัตรูของประเทศมิใช่กองทัพจากต่างประเทศกลับเป็นไวรัส ที่มองไม่เห็น เรียกกันว่า COVID-19 ซึ่งเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะศึกครั้งนี้เราต้องใช้ประชาชนทุกคนเท่าที่มีในประเทศให้เป็นทหารในการต่อสู้ป้องกันประเทศ มีความสามัคคี มีวินัยในการทำสงครามอย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;.
5.3 &amp;ndash; #ถ้ายังไม่เลิกเล่นการเมือง (แม้ประเทศจะกำลังอยู่ในภาวะสงคราม) #อาจจะพาประเทศให้เกิดความฉิบหาย อย่างที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและประเทศจีนก่อน ค.ศ. 1945 ก็เป็นได้ ถ้ายังเกลียดกัน สาปแช่งกัน ไม่มีความสามัคคีให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เขาทำสำเร็จในอังกฤษในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รอให้สงครามมันสงบแล้วค่อยยกพวกมาตีกันให้มันสะใจและสะสันดานจะไม่ดีกว่าหรือ
.
ถ้ามีแต่แบ่งพรรคแบ่งพวกมีพวกมึงพวกกูแบบกองเชียร์ฟุตบอลโดยไม่ต้องดูเหตุดูผล คอยขัดแข้งขัดขา (จากทุกฝ่าย) มีแต่สาปแช่งให้รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับ COVID-19 (ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว)
.
การใช้ชีวิตคนมาเป็นเดิมพันในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ถ้าไม่เรียกว่า #เป็นคนใจดำอำมหิต ก็ต้องเรียกว่า #เป็นคนเลวระดับได้ถ้วย เลยทีเดียวนะครับ
.
หมายเหตุ : เอาเถอะ! ท่านจะเลวหรือดี แต่ผมใคร่จะขอให้ทุกคนไป #ฉีดวัคซีนช่วยชาติ กัน ผมฉีดแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว ไม่เห็นมีผลข้างเคียงอะไรเลย ไม่เจ็บเลย สบายดี คึกคักเต็มไปด้วยพลัง (Energy) ทุกวัน&amp;nbsp; แต่อยากจะฝากความคิดให้รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม ควรจะพิจารณาให้รางวัลเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรทางการแพทย์หลังจากสงครามโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103901</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สงครามโลกครั้งที่ 1, เจียงไคเช็ค, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ตอบคำถาม5ข้อเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสำหรับสุภาพสตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ&amp;nbsp; วัคซีน covid 19 คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน สำหรับสุภาพสตรี มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มีประจำเดือนหรือกำลังจะมีประจำเดือน ฉีดวัคซีนได้ไหม
ตอบ ฉีดได้เลยไม่มีข้อห้ามอันใด ที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2&amp;nbsp; กำลังตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนได้ไหม
ตอบ เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นวัคซีนใหม่ โดยทั่วไปเราจะไม่ให้วัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นวัคซีนใหม่ แต่หลักการทั่วไปทางการให้วัคซีนเช่นวัคซีนเชื้อตายเราให้ในสตรีตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะในไตรมาส 2 และ 3 เช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนคอตีบไอกรนบาดทะยัก สำหรับ covid วัคซีนเป็นวัคซีนใหม่ เราจะไม่ให้ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แต่ในไตรมาสที่ 2 และ 3&amp;nbsp; ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่ได้กับความเสี่ยงของวัคซีน เช่นถ้าสตรีตั้งครรภ์นั้นทำงานด่านหน้าที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่ายเช่นเป็นพยาบาลเป็นแพทย์ หรืออยู่ในแหล่งระบาดสูง ก็ให้คำนึงถึง ความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อ เพราะถ้าติดเชื้อแล้วในสตรีตั้งครรภ์จะมีความรุนแรงมากกว่าคนปกติ มีโอกาสที่ทารกจะคลอดก่อนกำหนด และมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อสู่คนอื่น การให้วัคซีนส่วนใหญ่จะแนะนำให้วัคซีนที่เป็นเชื้อตาย และที่มีข้อมูลในสตรีตั้งครรภ์บ้าง คือวัคซีนในกลุ่ม mRNA ที่มีการให้ในสตรีตั้งครรภ์ ส่วนไวรัสเวกเตอร์ โดยหลักการถือว่ามีชีวิตแต่ไม่สามารถแบ่งตัวได้ การเกิด ลิ่มเลือดก็เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนตัวอย่างเพราะในสตรีตั้งครรภ์ จึงยังไม่มีข้อมูล มากเพียงพอในสตรีตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนของจีน sinovac เป็นวัคซีนเชื้อตาย แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลในการศึกษาในสตรีตั้งครรภ์ จึงใช้ชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ที่ได้กับความเสี่ยงหรืออันตรายของวัคซีน อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังมีการศึกษากันมากถึงการให้วัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ข้อมูลต่างๆคงจะมีการเปิดเผยออกมาเป็นระยะระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 กำลังจะเตรียมตัวมีบุตรฉีดวัคซีนได้ไหม
ตอบ วัคซีนนี้ไม่มีข้อห้าม และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจว่ากำลังตั้งครรภ์หรือเริ่มจะตั้งครรภ์ ไม่ต้องไปซื้อชุดตรวจมาตรวจก่อน แต่เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์หลังฉีดวัคซีนเข็ม 1 ไปแล้ว ก็ให้เลื่อนการฉีดเข็ม 2 ออกไป ไปฉีดหลังการตั้งครรภ์ หรือฉีดวัคซีนนั้นต่อ ในไตรมาส 2 หรือ 3 ในกรณีที่สตรีผู้นั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโควิด 19&amp;nbsp; โดยดูประโยชน์ที่ได้และความเสี่ยงของวัคซีนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 คุณแม่ที่ให้นมบุตรฉีดวัคซีนได้ไหม
ตอบ ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลในรายละเอียดทั้งหมด แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าส่วนประกอบที่อยู่ในวัคซีน จะมีโอกาสผ่านมาในน้ำนมน้อยมากหรือแทบจะวัดไม่ได้ ดังนั้นการให้นมบุตรจึงไม่ได้ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด ที่จะให้วัคซีน และถ้าเราถึงกำหนดที่จะต้องให้วัคซีนโดยเฉพาะในแหล่งระบาด ก็ควรจะได้รับวัคซีน เพราะมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และเมื่อให้วัคซีนมาแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องงดนมมารดาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 การให้วัคซีน covid 19&amp;nbsp; จะมีผลทำให้มีบุตรยากหรือไม่
ตอบ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานอันใดที่บ่งบอกว่า covid 19 vaccine จะทำให้มีผลทำให้มีบุตรยาก
#หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102858</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ฉีดวัคซีนสุภาพสตรี, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e6584b3b7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
