<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนแล้วไม่หยุด!&#039;ไพบูลย์&#039;ลั่นใช้มติสภา-กฎหมายฟัน&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;หลังลักไก่ยื่นปปช.เอาผิดนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.)แถลงว่า การที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการฯและกรรมการธิการวม 8 คนได้มีมติเสนอเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯเคยมีมติเสียงข้างมากแล้วให้ยุติการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์จึงเป็นที่มาของการเสนอญัตติให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ซึ่งได้บรรจุเข้าสภาตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องในประเด็นนี้ ด้วยเหตุนี้จะได้ประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวขึ้นมาให้ได้รับการพิจารณาก่อนในที่ประชุมสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อท่านไม่ยอมหยุด ผมก็ต้องหยุดท่านโดยเสียงของสภา โดยในญัตติที่ผมได้เสนอเข้าสภาระบุชัดเจนว่าการดำเนินการของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นการดำเนินการมิชอบ หากสภาฯเห็นด้วยก็ย่อมมีผลผูกพันและมีผลให้มติที่ยื่นประธานสภาฯไปนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย การพิจารณาของสภาฯเท่ากับเป็นการวินิจฉัยและรับรองไปด้วย หมดทางเลือกแล้วเพราะต้องเป็นหน้าที่ของสภาฯ&amp;quot; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่จบแค่ที่สภาฯเท่านั้น ตนเองได้เตือนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไว้หลายครั้งแล้วแต่กลับไม่ฟัง จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., การถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efeb66521a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยไก่&#039;คิดอะไรอยู่?ให้ดู&#039;พลเอกตู่&#039;กับ&#039;พลตำรวจเอกตู่&#039;ได้รับเครื่องราชฯชั้นรามาธิบดีทั้งคู่ใครกล้าหาญกว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.62-นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย จำเลยคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 164 วรรคท้ายบัญญัติให้รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาฯ ในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน โดยก่อนเข้ารับหน้าที่ต้องถวายสัตย์ฯ ต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น เมื่อมีกรณีสงสัยว่าการถวายสัตย์ฯ ของรัฐมนตรีจะกระทำไปโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญอันจะส่งผลให้กิจการที่ทำต่อจากนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย สภาย่อมมีอำนาจที่จะเรียกนายกรัฐมนตรีมาสอบถามในกรณีดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการเป็นกลไกของสภามีหน้าที่กระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่แทนสภา พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะได้โควต้าคณะกรรมาธิการและประธานตามสัดส่วนของจำนวน ส.ส. ที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ดังนั้น เสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานได้ เพราะการเป็นประธานขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส. ของพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคณะกรรมาธิการในคณะนั้น อันเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 93 วรรคแปด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มี ส.ส. ทำหนังสือถึงประธานสภาขอให้ระงับการเชิญพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรมาชี้แจงในเรื่องนี้โดยอ้างว่าเป็นเรื่องที่สภาได้พิจารณาแล้วจึงคลาดเคลื่อน เพราะเรื่องที่สภาได้พิจารณาคือญัตติตามมาตรา 152 ส่วนเรื่องที่กรรมาธิการเรียกบุคคลทั้งสองมาชี้แจงไม่ใช่ญัตติจึงไม่ซ้ำซ้อนกันและที่ขอให้ประธานสั่งระงับการทำหน้าที่ของประธานกรรมาธิการก็ไม่อาจทำได้เพราะประธานไม่มีอำนาจ สิ่งที่ควรทำคือไปบอกนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตามหน้าที่ไม่เช่นนั้นก็ลาออกไปจะอยู่บ้านหรือไปรีดนมวัวก็จะไม่มีกรรมาธิการไหนไปเชิญมาสอบถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาดูกันครับว่าพลเอกที่เป็นตำรวจกับทหาร ใครจะมีความกล้าหาญในหน้าที่มากกว่ากัน ยิ่งทั้งคู่ได้รับเครื่องราชฯ ชั้นรามาธิบดีเหมือนกัน แต่ใครคือของจริงรอดูวันพุธที่จะถึงครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., การถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายวัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd4f88884af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปปช.ฟัดกันเละ เสรีพิศุทธ์บี้นายกฯแจงรอบ4/พปชร.ชงปลดพ้นปธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กมธ.ป.ป.ช.เดือดระอุ! &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;rdquo; ส่งตัวแทนเข้าชี้แจง แต่ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ไม่ฟัง ลั่นต้องมาเองเท่านั้น &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ทำหน้าที่ กมธ.ครั้งแรก ซัดใช้อำนาจเกินขอบเขตอาจติดคุก เสรีฯ โต้กลับ &amp;ldquo;ขู่ผมเหรอ ผมเรียนกฎหมายมา&amp;rdquo; ก่อนลงมติ 6 ต่อ 3 ให้มาชี้แจงครั้งที่สี่ 20 พ.ย.นี้ พ่วงเสนอสอบที่ดิน 1.7 พันไร่ &amp;quot;สิระ&amp;quot; เปิดเกมปลดประธาน กมธ. หลุดปากเสนอชื่อตนเองแทน ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจพบที่ดิน ส.ส.ราชบุรี อยู่ในเขต ส.ป.ก.-ป่าสงวนฯ ชงข้อมูลให้ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่-ป้อม&amp;quot; ไม่ห่วงพรรคเล็กสร้างอำนาจต่อรอง &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไฟเขียวเพิ่มการประชุมวันศุกร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 13 พฤศจิกายน ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กมธ. โดยมีวาระพิจารณาเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในประเด็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยไม่ชอบ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นตัวแทนชี้แจง ขณะที่รองนายกฯ ได้ส่งนายประสาน หวังรัตนปราณี คณะทำงาน เป็นตัวแทนชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ พล.อ.ชาญชัยและนายประสาน มอบหนังสือชี้แจงซึ่งลงลายมือชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ต่อหน้าที่ประชุม กมธ. และให้ชี้แจงรายละเอียดสั้นๆ จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่สามารถให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคสี่ ระบุว่า กมธ.มีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลหรือเรียกบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น กมธ.ไม่สามารถรับฟังคำชี้แจงจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ที่เชิญชี้แจงได้ เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกเชิญชี้แจงและกมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ชาญชัยชี้แจงตอนหนึ่งด้วยว่า ตามมาตรา 129 วรรคสอง บัญญัติให้การทำหน้าที่ของ กมธ.ต้องอยู่ในหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 90 (22) ระบุว่า กมธ.ต้องสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต ซึ่งประเด็นการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านวาระแรกแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวาระสอง ซึ่งเป็นไปตามกรอบการจัดทำงบประมาณ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการประพฤติมิชอบ และไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ.ที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์โต้แย้งว่า เรื่องนี้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ไม่เช่นนั้นจะเรียกมาชี้แจงทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการพิจารณว่า การประชุมดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กมธ.แทนตำแหน่งที่ว่างเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ความเห็นไม่ยอมรับคำชี้แจงของ พล.อ.ชาญชัยและนายประสาน เพราะต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วยตนเองนั้น น.ส.ปารีณาขอแสดงความเห็น แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวขึ้นว่า ขอให้รู้มารยาท เพราะประธานยังไม่เชิญให้พูด ทั้งนี้ ขอให้พิจารณา &amp;nbsp;เพราะก่อนหน้านี้ตนมอบหมายงานให้ทำ แต่ยังไม่ยอมรับเลย ก่อนจะเรียกให้ น.ส.ปารีณาแสดงความเห็นภายหลังจากที่รับฟังข้อชี้แจงของตัวแทนผู้ถูกเชิญชี้แจงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณากล่าวว่า กรณีที่ประธาน กมธ.เหมือนใช้อำนาจบังคับบุคคลให้มาชี้แจง ทั้งที่เป็นการขอความร่วมมือและมาโดยสมัครใจ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ที่ผ่านมาสภาเคยเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาชี้แจงยังไม่เคยมา ดังนั้น การใช้อำนาจบังคับบุคคลอาจผิดกฎหมายได้ และประธานกมธ.อาจต้องติดคุก ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า &amp;ldquo;ขู่ผมเหรอ ผมเรียนกฎหมายมา&amp;rdquo;
&amp;quot;เสรีฯ&amp;quot;เสนอสอบที่ดิน&amp;quot;ปารีณา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้เชิญให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึง พล.อ.ชาญชัยและนายประสานออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายประสานให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจงว่า กรณีที่ กมธ.เตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียกให้ พล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจง ซึ่งหากไม่มามีความผิดอาญานั้น หากจะใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียก พ.ศ.2554 สามารถทำได้ แต่ต้องระวังด้วยว่าอาจถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตรพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ที่ไม่มาชี้แจงใน 2 ครั้งของการประชุมได้ เพราะมีภารกิจจำนวนมาก และทั้ง 2 ครั้งไม่เคยขอเลื่อน เพราะมอบหมายให้ผมมาชี้แจงพร้อมเอกสาร ซึ่งพล.อ.ประวิตรต้องการให้ กมธ.ตั้งคำถามเป็นประเด็นแยกรายข้อให้ชัดเจน โดยผมบอกกับ กมธ.ไปแล้ว&amp;rdquo; นายประสานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แถลงว่า การทำหน้าที่ของกรรมาธิการใหม่คือ นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทั้ง 2 ท่านไม่อยู่ในห้องประชุมของ กมธ. ตลอดจนจบการประชุม โดย น.ส.ปารีณาอ้างว่าเป็นธรรมเนียม อุตส่าห์อาสาตัวมาทำงาน กมธ.ชุดนี้ก็ต้องทำให้เต็ม แต่ที่เห็นก็ไม่ค่อยใส่ใจ ตนได้มอบหมายงานให้ น.ส.ปรีณาไปทำเรื่องการทุจริตของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.กาญจนบุรี แต่ก็ไม่ทำ ไม่สนใจที่ประชุม ถ่ายแต่คลิปไลฟ์สด ซึ่งอาจจะผิดระเบียบการประชุมหรือไม่ สุดท้ายนายสิระก็รับไปดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ให้สอบหาข้อเท็จจริงกรณีที่สื่อเสนอข่าว น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดิน ภทบ.5 จำนวน 1,700 ไร่ รวมถึงการที่ น.ส.ปารีณาแถลงข่าวเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์ต่อ ป.ป.ช. ซึ่งข้อมูลของการเป็น ส.ส.ครั้งล่าสุดกับในสมัยที่ผ่านมาไม่ตรงกัน ซึ่งจะเข้าข่ายการยื่นทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่ต้องการในความเป็นธรรมแก่ น.ส.ปารีณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุม ช่วงหนึ่งที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติมาชี้แจงต่อ กมธ.กรณีปัญหาการใช้งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่ถูกต้อง ปรากฏว่า น.ส.ปารีณาได้ลุกเดินออกจากห้องประชุม ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถามว่า &amp;ldquo;คุณปารีณาจะรีบไปไหน เห็นบอกว่า จะมาตรวจสอบโครงการจัดซื้อจักรยานยนต์ไทเกอร์ไม่ใช่หรือ&amp;rdquo; ซึ่งน.ส.ปารีณาตอบกลับว่า &amp;ldquo;ติดภารกิจต้องไปก่อน ส่วนเรื่องจักรยานยนต์ไทเกอร์เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะขอตรวจสอบ&amp;rdquo; จากนั้น น.ส.ปารีณาเดินออกจากห้องประชุมไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แถลงอีกว่า หลังจากที่ทาง กมธ.ได้เชิญพล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง โดยทั้ง 2 ไม่ได้มา และมอบหมาย พล.อ.ชัยชาญมาชี้แจงแทน ซึ่งท่านก็ระบุว่าเรื่องการถวายสัตย์ฯ จบแล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย ดังนั้นจึงไม่ควรเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงอีก แต่ทาง กมธ.กลับเห็นแย้งว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงไม่ผูกพันทุกองค์กร โดยวันนี้ทาง กมธ.จึงมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้เชิญบุคคลทั้ง 2 มาให้ถ้อยคำต่อ กมธ.เป็นครั้งที่ 4 ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 10.00 น.และ 11.00 น. ตามลำดับ และหากยังไม่มา ก็จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กมธ.อีกครั้งว่าจะมีการดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของกรรมาธิการของ ส.ส.และ ส.ว. พ.ศ.2554 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังมีมติเชิญ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาชี้แจงกรณีอดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ร้องเรียนถึงกรณีการประพฤติมิชอบ ใช้สื่อรัฐหาเสียงเพื่อช่วยเหลือพรรคพลังประชารัฐ และโจมตีพรรคการเมืองอื่น ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญไปชี้แจง กมธ.ว่า &amp;quot;ก็ไปสิ เขาให้ไปก็ไป&amp;quot;
&amp;quot;สิระ&amp;quot;เดินเกมปลด&amp;quot;เสรีฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. แถลงว่า มีกมธ.หลายคนไม่สบายใจ และไม่ไว้วางใจต่อการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หากประธานพิจารณาแต่เรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์และเรื่องของ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นๆ เช่น การทุจริตของข้าราชการที่มีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ทุกสัปดาห์ กมธ.เสียเวลากับเรื่องที่จบไปแล้ว จึงเห็นว่าการประชุมกมธ.ครั้งต่อไปในวันที่ 20 พ.ย. จะมีการเสนอให้เปลี่ยนตัวประธาน กมธ. โดยตนจะเป็นผู้เสนอ มั่นใจเสียงจาก กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่มี 15 เสียง เราจะได้ 8 เสียง ตามระเบียบการประชุมประธานสามารถออกเสียงได้ แต่ตามมารยาทแล้วควรงดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเสนอใครเป็นประธาน กมธ.แทน นายสิระกล่าวว่า จะเสนอตนเองเป็นประธานแทน ซึ่งเรื่องนี้ได้คุยกับผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายหลังแถลงข่าว นายสิระได้กล่าวแก้ไขว่า ตัวประธาน กมธ.ที่จะเสนอแทน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์นั้นเห็นว่าจะต้องเลือกคนที่ กมธ.เห็นว่ามีความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณากล่าวถึง กมธ.สอบเรื่องการครอบครองที่ดิน ภบท.5 ว่าเป็นการเสนอเรื่องในช่วงที่ตนเดินออกมารับโทรศัพท์นอกห้องประชุม ซึ่งเป็นสิทธิของ กมธ.ที่จะสอบ แต่ตนเห็นว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาสอบเรื่องนี้เพราะไม่พอใจตนที่ตอบโต้ในที่ประชุม ถือว่าไม่เป็นผู้ใหญ่ และเรื่องนี้มีคนยื่นไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่แล้ว ตนพร้อมที่จะชี้แจงต่อที่ประชุม แต่ต้องขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน &amp;nbsp;ขอรอผลการตรวจสอบของ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ก่อน คาดว่าใช้เวลาไม่นาน วันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่จาก ส.ป.ก.เข้าไปในที่ดินเพื่อตรวจสอบ ซึ่งต้องให้เวลาตรวจสอบให้ชัดเจน และยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ระบุว่า ก่อนปี 2557 ไม่ได้มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินในเรื่องที่ดินดังกล่าว น.ส.ปารีณากล่าวว่า ที่ไม่แจ้งเพราะตนไม่ใช่เจ้าของที่ดิน เป็นเพียงผู้เข้าไปทำกิน เป็นที่ดินทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งตอนนั้นเป็น ภบท.5 ซึ่งภายหลัง ป.ป.ช.บอกว่าเรื่องที่ดินหากเข้าไปทำกิน ครอบครองอะไร ตรงไหน ขอให้แจ้ง แม้จะไม่ใช่เป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม ตนจึงต้องแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2563 แถลงกรณียื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบที่ดินหมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ว่าจากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าที่ดินนี้ ที่ตั้งอาคารเลี้ยงไก่และบริเวณใกล้เคียงไม่มีแปลงรังวัดสิทธิทำกิน (สทก.) และแปลงกรมป่าไม้อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่มีการสำรวจถือครองตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.41 ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 พบอาคารเลี้ยงไก่มีเพียงสองหลัง และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.ราชบุรี แจ้งให้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าบริเวณดังกล่าวยังไม่มีสำรวจลังวัดออก สปก.4-01 มีประกาศของ อบต.ยางหัก อธิบายว่าปัจจุบันจะไม่มีการออกใบ ภบท.5 สำหรับเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองให้อีกแล้ว ใบ ภบท.5 ซื้อขายไม่ได้
สปก.ชี้ที่ดินอยูในเขตป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นเหล่านี้ขอฝากไปถึงนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านจะเพิกเฉยไม่ได้ และฝากไปยัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ตามข้อมูลที่ผมให้โดยเปิดเผย และหาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วดำเนินการอย่างไร ก็ต้องว่ากันไป ไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร&amp;rdquo; นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ระบุ น.ส.ปารีณาถูกร้องเรียนบุกรุกที่ดินป่าสงวนเพราะไปพูดถึงสองอดีตนายกฯ ที่อยู่ต่างประเทศว่า ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย น.ส.ปารีณาไม่ได้อยู่ในเรดาร์ชีวิตของสองอดีตนายกฯ น.ส.ปารีณาจะไปครอบครองที่ดินที่ใด จำนวนกี่ไร่ ผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร เป็นหน้าที่ของ ส.ป.ก. กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการตรวจสอบ &amp;nbsp;ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่ควรมีการแทรกแซงจากฝ่ายใดทั้งสิ้น นายทวีควรแนะนำลูกสาวให้เอาเวลาไปเตรียมตัวสู้คดีพิสูจน์ความจริง ดีกว่าการอาศัยวิบากกรรมชีวิตของตนเองไปกล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยปราศจากข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้ป่าไม้จังหวัดราชบุรีร่วมกับปฏิรูปที่ดินราชบุรีกำลังตรวจสอบแนวเขตที่ดิน 85 แปลง เนื้อที่ 1,706 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เบื้องต้นจะต้องตรวจสอบว่าพื้นที่แปลงดังกล่าวมีการทับซ้อนกันของแนวเขตระหว่างที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2527 กับ ส.ป.ก.ปี 2554 หรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวมีสถานภาพเป็นอย่างไร และอยู่ในแนวเขตที่ดินของหน่วยงานใด จำนวนเท่าไร ตามขั้นตอนของกฎหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองนำเอกสารถือครองสิทธิ์มาชี้แจงและชี้แนวเขตเนื้อที่ด้วย โดยการตรวจสอบอยู่ในรูปแบบคณะทำงานร่วม ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ราชบุรี กล่าวว่า น.ส.ปารีณาต้องมาชี้แนวเขตและแสดงเอกสารการเสียภาษี ภบท.5 หากผู้เสียภาษีไม่ใช่ น.ส.ปารีณา และตรวจสอบพบว่าใน 85 แปลงมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรวมอยู่ด้วย ต้องถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันที่ 13 พ.ย. ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีจะมาพบนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อรายงานข้อเท็จจริงกรณีฟาร์มไก่เขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ซึ่งจากการตรวจสอบพิกัดในแผนที่พบว่าอยู่ในเขต ส.ป.ก. อำเภอบ้านบึง กว่า 800 ไร่ และอยู่ในเขต ส.ป.ก.อำเภอสวนผึ้งอีกกว่า 600 ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีภูเขาอยู่ตรงกลาง อีกทั้งบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นจะนำข้อเท็จจริงไปรายงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในวันนี้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกรยื่นขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ น.ส.ปารีณาครอบครองที่ดิน ภบท.5 กว่า 1,700 ไร่ ว่าเมื่อผู้ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทาง ป.ป.ช.ก็มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน จะต้องดูก่อนว่าประเด็นที่ดินที่ร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก.หรือ ภบท.5 เป็นกรณีที่จะต้องแจ้งบัญชีต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ ต้องดูประกอบกับข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบ
&amp;quot;ชวน&amp;quot;ปัดเตะถ่วงตั้งกมธ.แก้รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในเมื่อผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินครอบครองที่ดินและมีกรณียกเว้นไม่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.ด้วยหรือ นายวรวิทย์กล่าวว่า &amp;ldquo;ถ้าไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของตัวเองก็ไม่ต้องแจ้งอยู่แล้ว ก็ต้องดูก่อน เพราะรายการทรัพย์สินที่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.มีทั้งหมด 9 รายการ โดย 9 รายการนั้นจะมีรายละเอียดอธิบายไว้ว่าแต่ละข้อหมายถึงอะไร ดังนั้นต้องดูความหมายกรณีที่ดินว่าหมายถึงอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณาถูกร้องตรวจสอบที่ดินว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบก่อน ให้เวลาเขาหน่อย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ปารีณา ไม่จำเป็นต้องเรียกมาพูดคุย น.ส.ปารีณาสู้ได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงไม่เป็นไรหรอก ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมาย อย่าไปคิดมาก เป็นเรื่องของการตรวจสอบ ไม่เป็นไรให้มีการตรวจสอบไป ยืนยันไม่กระทบต่อพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริงและต้องดูข้อมูลจากทุกฝ่าย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ดูไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้มีข้อกังวลใจแต่อย่างใด ไม่ต้องห่วง น.ส.ปารีณามีทีมกฎหมายของตัวเองอยู่ ต้องปล่อยไปตามข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ มีวาระรับทราบรายงานการทำงานขององค์กรต่างๆ 7 วาระ ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ดูแล้วจะไปเบียดบังวาระการพิจารณาเร่งด่วน ส่วนการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะเสนอนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนทั้ง 2 เรื่องนี้โดยเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล &amp;nbsp;กล่าวถึงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้หารือต่อกรณีที่ประธานสภาฯ เตรียมนัดประชุมวาระพิเศษ วันที่ 22 พ.ย.นี้ ส่วนการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วิปรัฐบาลหารือและได้ข้อสรุปว่าให้พิจารณาและตั้ง กมธ.จำนวน 49 คน มีสัดส่วนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 12 คน, ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน และ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 19 คน และให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ 180 วัน ส่วนการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งใน กมธ.ของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น จะนำหารืออีกครั้งในการประชุมวิปรัฐบาลสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยท้วงติงว่าการบริหารจัดระเบียบวาระการประชุมสภามีปัญหา ทำให้ญัตติเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลื่อนออกไปว่า ญัตติดังกล่าวไม่ได้ถูกเลื่อน เพราะขณะนี้มีระเบียบวาระการประชุมสภาอยู่ตามลำดับ ซึ่งสภาสมัยนี้สามารถบริหารระเบียบวาระและญัตติได้ดีที่สุด โดยญัตติที่ค้างการประชุมสภาเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นญัตติทั่วไป ไม่ได้มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพียงแต่คนบางคนเอาตามอำเภอใจ แต่บังเอิญมีเรื่องอื่นที่กฎหมายบังคับ เช่น วาระเพื่อทราบที่ต้องใช้เวลา ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ใช้เวลาพิจารณาวาระเพื่อทราบถึง 2 วัน โดยวันนี้การประชุมสภามีวาระเพื่อทราบ 7 วาระ หากจะกีดกันไม่ให้สมาชิกได้พูดก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เราจึงเปิดโอกาส วาระที่เข้ามาก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้ล่าช้า เพียงแต่พวกที่อยากให้เข้าวันนั้นวันนี้ก็จะเอาตามอำเภอใจ ซึ่งมันไม่ได้&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวต่อว่า สภาต้องให้ความสำคัญกับทุกญัตติ ไม่ใช่เฉพาะญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณาต่อจากญัตติของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เพราะฉะนั้นจึงพยายามจะเชิญคนเสนอญัตติมาหารือว่าการพิจารณาแต่ละญัตติจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้าเราทำความเข้าใจและสมาชิกบริหารเวลาได้จะทำให้การพิจารณาไปได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาฯ กล่าวว่า เบื้องต้นได้พูดคุยเรื่องการขยายวันและเวลาการประชุมสภาฯ ซึ่งส่วนตัวดีใจที่นายสุทิน คลังแสง &amp;nbsp; เสนอให้มีการขยายวันประชุมสภาเพิ่มขึ้น ในเรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่ส่วนตัวอยากให้ดำเนินการ เพราะกลัวว่าสภาจะมีวาระค้างการพิจารณาจำนวนมาก จึงคิดว่าอาจจะมีการประชุมสภาเพิ่มในวันศุกร์เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งอาจจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. เพื่อพิจารณาญัตติทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องด่วน จึงได้มอบหมายให้ นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาไปหารือกับทั้งสองฝ่าย ยืนยันจะไม่ได้มีการลัดคิวในการพิจารณา เพราะการพิจารณาของสภาเป็นไปตามลำดับ
ไม่หวั่นพรรคเล็กต่อรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเล็ก นพ.ระวี มาศฉมาดล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้เดินทางไปงานวันคล้ายวันเกิดครบ 76 ปี ของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย ซึ่งมีแกนนำ 4 พรรคเล็กเข้าร่วมอวยพรวันเกิด และประกาศการทำงานการเมืองร่วมกัน ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์, นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรม, &amp;nbsp;นายปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน, นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ว่าตนไปร่วมงานวานนี้ เพราะนายชัชวาลล์ถือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวและให้ความเคารพ ตั้งใจจะมาอวยพรวันเกิดเท่านั้น ไม่ได้มีนัยทางการเมืองซ่อนเร้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทราบมาก่อนหรือไม่ว่าจะมีการประกาศรวมตัวของ 5 พรรค นพ.ระวีกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ได้รับแจ้งเพียงแค่ว่าจะมีการจัดงานวันเกิดของนายชัชวาลล์เท่านั้น ตนและพรรคพลังธรรมใหม่ยังเชื่อว่าสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อยู่ การรวมตัวของ 5 พรรคในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะเชื่อว่าหากรัฐบาลทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้ง 5 พรรคคงจะไม่มีการตีรวนทางการเมือง เพราะ ส.ส.ทุกคนที่เข้ามาก็ต้องยึดประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทย แถลงว่า ส่วนตัวไม่เคยมีความคิดจะไปรวมกลุ่มกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก 5 พรรคเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองในนามกลุ่มนักชน เพราะยังคงสนับสนุนทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ตามเดิมทุกประการ การเดินทางไปร่วมงานวันเกิดนายชัชวาลล์ ไม่ได้มีนัยทางการเมืองแอบแฝงทั้งสิ้น เพราะมีไปร่วมงานและกล่าวอวยพรวันเกิดตามธรรมเนียมเท่านั้น และไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะมีการประกาศรวมกลุ่มดังกล่าว พวกเราพรรคการเมืองขนาดเล็กทำงานด้วยเหตุผลเป็นหลัก และไม่เห็นด้วยที่จะไปชนกับใคร แต่พร้อมจะให้คำแนะนำและติติงการทำงานของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความมั่นใจในเสียงของรัฐบาลหลัง 5 พรรคเล็กร่วมตัวกันในนามกลุ่มนักชน ประกาศพร้อมโหวตสวนหากรัฐบาลชี้แจงในการอภิปรายไม่ได้ว่า &amp;quot;ไม่ต้องห่วงหรอก ผมมั่นใจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเกิดความระหองระแหงจนอาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพว่า &amp;quot;ผมไม่เห็นมีเลย ใครหรือ ผมยังไม่เห็น ได้ข่าวอะไรเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แต่มีบางพรรคร่วมรัฐบาลระบุว่าอาจจะไม่ร่วมโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ประชาธิปไตยก็เป็นแบบนี้ ตนยังไม่เห็นมีเรื่องราวอะไร แต่ละคนก็ยังพูดคุยกันดีอยู่ มีการปรึกษากันดี ก็คงเป็นในเรื่องของสื่อโซเชียลอะไรพวกนี้ ก็ว่ากันไป ถามว่ายังคงมั่นใจในความเป็นพรรคร่วมที่จะเดินหน้าร่วมกันต่อไปใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ผมบังคับพวกท่านไม่ได้อยู่แล้ว ก็แล้วแต่ท่าน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี 5 พรรคเล็กเริ่มเคลื่อนไหวต่อรองอีกครั้งหากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้จะโหวตสวนรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ประเทศชาติอยู่ตรงไหนตนก็ไม่รู้เหมือนกัน จะเดินเกมการเมืองกันอย่างเดียวก็ตามใจท่าน ประชาชนก็จะรู้เองว่าเลือกกันมาแล้วทำประโยชน์กันบ้างหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ไม่มีหรอก มาต่อรองอะไรผมไม่ได้อยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่กังวลอะไรกับเรื่องเหล่านี้ ผมทำงานของผมให้ดีที่สุด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยอมรับมัน ประเทศก็ต้องรับไปด้วย ประชาชนก็เดือดร้อนไปด้วย รับไปด้วย ผมก็ทำของผมดีที่สุดแล้วแหละ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเมื่อถามว่าดูเหมือนเป็นพฤติกรรมต่อรองทุกครั้งในการใช้เสียงรัฐบาล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., การถวายสัตย์ปฏิญาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc12d3943e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินฝ่ายค้านยื่นสอบจริยธรรม&#039;เนติบริกร&#039;ย้ำรัฐบาลทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ย.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อประธานสภาเพื่อยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้ศาลฏีกา ไต่สวนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่า ไม่เป็นไรหากเขาคิดว่าเป็นช่องทางที่คิดว่าทำได้ก็ทำไป ใครอ่านรัฐธรรมนูญก็รู้อยู่ว่ามันมีช่องทางเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ป.ป.ช.และศาลฎีกาจะว่าอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเข้าเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจไต่สวนขององค์กรใดภายใต้รัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า&amp;rdquo;ไม่ขอตอบ&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า ตามช่องทางกฎหมาย สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ตอบ เมื่อฝ่ายค้านจะเป็นฝ่ายยื่น ก็ต้องพิจารณาเองว่าทำได้หรือไม่
ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงยังไม่มีใครประเมินเรื่องนี้ในเวลานี้
&amp;quot;รัฐบาลมีหน้าที่อย่างไรก็ได้ทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว หากใครคิดว่ายังไม่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์&amp;nbsp; จะเดินหน้าต่อก็เป็นเรื่องของท่าน&amp;quot; นายวิษณุ กล่าวถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายโดยไม่บอกที่มาของวงเงินดำเนินการควรจบแล้วหรือยัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46210</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, จริยธรรมนักการเมือง, นายวิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f67f8d0ae0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง&#039;รศ.หริรักษ์&#039;ชี้ปมถวายสัตย์ฯควรจบเพียงเท่านี้ดีที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ย.62-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า จนแล้วจนรอดพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ได้รับคำตอบว่า เพราะเหตุใดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญานไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง อย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลที่ไม่รับวินิจฉัยว่า เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับคณะรัฐมนตรี แต่ฝ่ายค้านบางคนก็ยังอภิปรายล่อแหลมหมิ่นเหม่จนน่าใจหายใจคว่ำอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะว่าเป็นความผิดพลาดก็คงเป็นไปไม่ได้ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะผิดพลาดได้ในกรณีเช่นนี้ หากไม่ใช่ความผิดพลาดก็ต้องเป็นความตั้งใจที่จะกล่าวไม่ครบ หรือว่ามีอะไรที่เป็นเบื้องลึกที่ไม่อาจเปิดเผยได้ก็ไม่ทราบ ทางที่ดีเรื่องนี้ควรจะจบเพียงแค่นี้เป็นดีที่สุด&amp;quot;รศ.หริรักษ์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46184</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, พระมหากษัตริย์, หริรักษ์ สูตระบุตร, เรื่องละเอียดอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก!ฝ่ายค้านเตรียมแผนวอล์คเอ้าท์หากรัฐบาลตีรวนซักฟอกนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อหารือแนวทางการอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 กรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนและการไม่ยอมแจกแจงที่มาของงบประมาณ ระหว่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ &amp;nbsp;โดยมีตัวแทนแต่ละพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) &amp;nbsp;นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงการวางตัวผู้อภิปรายฯว่า มีการปรับลดจำนวนผู้อภิปรายเหลือเพียง 15 คน เนื่องจากต้องการเน้นคุณภาพไม่ต้องการเน้นปริมาณ หากอภิปรายได้ครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งการซักถามและการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี รวมถึงได้รับความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ประท้วงมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้การอภิปรายจบเร็วกว่าเวลาที่กำหนด ประเด็นการถวายสัตย์ผู้อภิปรายหลัก นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย และนายวันมูฮะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณจะนำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขณะที่ตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิดว่าส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล อาจจะยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาประท้วง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งจะทำให้เสียเวลาหรืออาจจะหาเหตุจนต้องทำให้มีการขอเปิดประชุมลับ หรือหาเหตุมาประท้วงจนทำให้อภิปรายไม่ได้ หากรัฐบาลตีรวนโดยไม่มีเหตุผล การวอล์คเอ้าท์จากห้องประชุม ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่พรรคฝ่ายค้านวางไว้ แต่จะเป็นแนวทางสุดท้าย เพราะฝ่ายค้านต้องการชี้แจงหาทางออกของปัญหานี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่จ้องทำลาย หากรัฐบาลชี้แจงได้ก็จะเป็นผลดีกับรัฐบาลเองเพราะประชาชนจับตาดู&amp;rdquo;นายสุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวอีกว่า รูปแบบการอภิปรายก็จะปรับตามความเหมาะสมโดยเฉพาะปมถวายสัตย์ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ที่ชี้แจงเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ ที่ไม่ชี้แจงงบประมาณซึ่งทราบว่าจะมอบหมายให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มาเป็นผู้ชี้แจงแทน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถทำได้หากมีรายละเอียดและคำตอบที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า นายสุทิน ยังได้แจ้งต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ &amp;nbsp;ขอร่วมอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งได้แบ่งเวลาให้นายมงคลกิตติ์อภิปราย 10 นาที &amp;nbsp;ส่วนการอภิปรายโดยเฉพาะการขอประชุมลับสามารถใช้เสียงส.ส. 1 ใน 4 หรือคณะรัฐมนตรีขอประชุมลับได้ อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลตั้งแง่ดึงเวลาไม่ลงชื่อเข้าประชุม อาจทำให้เวลาเปิดประชุมต้องเลื่อนออกไป แต่ขอให้ทุกพรรคกำชับส.ส.ให้มาลงชื่อร่วมประชุมก่อนเวลาประชุม เพื่อเป็นการกดดัน ส.ส.พรรครัฐบาล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45949</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ซักฟอกนายกฯ, ตีรวน, ฝ่ายค้าน, วอล์คเอาท์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d16062d199b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เพื่อไทยแบไต๋อภิปรายปมถวายสัตย์ไม่ครบซักเฉพาะผลกระทบประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62-ที่รัฐสภา น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงญัตติการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับพิจารณาประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบ แต่ฝ่ายค้านยังมีเรื่องจะอภิปรายอีกมาก เช่น สิ่งที่เป็นผลพวงและผลกระทบต่อการใช้อำนาจรัฐ โดยไม่มีการแตะต้องสถาบัน และไม่ถามว่าทำไมจึงถวายสัตย์ไม่ครบเพราะชัดเจนอยู่แล้ว แต่จะอภิปรายถึงผลจากการถวายสัตย์ครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า หากตีความหมายของรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าไม่ได้ห้ามการใช้กลไกของสภาตรวจสอบ เพราะเห็นว่าการถวายสัตย์เป็นประเด็นการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่ระบุว่าถ้าเป็นการกระทำของรัฐบาลต้องไม่กระทบสิทธิ์ของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องละเมิดได้ เพราะระบุว่าต้องเป็นหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐเท่านั้นถึงจะฟ้องได้ ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง ทั้งนี้ เรามีประเด็นที่สังเกตว่าการกระทำของรัฐบาลที่มีความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์ไม่มีองค์กรใดตรวจสอบได้&amp;nbsp; แต่ถ้าเกี่ยวกับการใช้อำนาจแล้วกระทบประชาชน เช่นเรื่องนี้ สภาสามารถใช้อำนาจตรวจสอบได้ เพราะถือเป็นประเด็นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าประเด็นที่เราอภิปรายจะไม่มีการพูดเรื่องสถาบัน เพราะรัฐธรรมนูญห้ามไว้ การถวายสัตย์ครบหรือไม่ครบเราจะไม่ถาม เพราะพูดชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ครบจริงๆ แต่สิ่งที่จะถามคือผลพวงของการกระทำที่ส่งผลกระทบกับประชาชนและความเชื่อมั่น&amp;rdquo; น.พ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากยังอภิปรายเรื่องนี้อยู่จะมีความสุ่มเสี่ยง น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า เราไม่กลัว เพราะเรามีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นกำแพงพิงหลังให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่มีโอกาสที่จะสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่าคาดหวังหรือไม่ว่าการชี้แจงของพล.องประยุทธ์ จะตอบได้ตรงประเด็นหรือไม่ น.พ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนไม่ได้คาดหวังว่าจะตอบตรงหรือไม่ตรง เป็นหน้าที่ของท่านที่จะมาตอบคำถามเรา เพราะม.152 เขียนชัดว่าเป็นญัตติอภิปรายทั่วไป&amp;nbsp; ซักถามข้อเท็จจริงจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือเสนอแนะความเห็นของเราต่อครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกฯจะตอบตรงหรือไม่ตรงขึ้นอยู่กับสถานการณ์คำถามหน้างานเป็นหลัก หากประเด็นไหนที่เราถามชัดเจนแต่ท่านเลี่ยงจะตอบ สื่อก็คงจะพิจารณาและประชาชนก็เห็นเอง ส่วนหากมีเหตุประท้วงก็เป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา เราจึงต้องตระหนักว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เขาประท้วง คือต้องอยู่ในกติกาอภิปรายในเนื้อหาที่ไม่สุ่มเสี่ยงให้เขาประท้วงได้ มิเช่นนั้นจะเป็นเกมในสภา ไม่มีใครได้ประโยชน์ สภาก็จะเสียหายด้วย&amp;rdquo; น.พ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45671</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, สถาบันพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3980bb03ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
