<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กษิต&#039;จี้ให้สิทธิต่างจว.เท่ากทม.เลือกตั้งผู้ว่าโดยตรง  แนะยุบทิ้ง&#039;อบจ.&#039;โอนงานสังคมสงเคราะห์ให้NGO</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61 - นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ &amp;nbsp;กล่าวในงานเสวนา &amp;quot;ประชาธิปไตยแบบล่างขึ้นบนกับการกระจายอำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินไทย&amp;quot; ที่ห้องประชุมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่าหลายประเทศที่ปกครองในระบบประชาธิปไตย ประสบความสำเร็จในการกระจายอำนาจไปในส่วนท้องถิ่น ไปให้ประชาชน ให้สมาคมวิชาชีพเขาดูแลควบคุมกันเอง อาทิ ในเยอรมัน มีการโอนงานด้านสังคมสังเคราะห์ไปให้ NGO ดูแลไปเลย ไม่ต้องอยู่เป็นส่วนหนึ่งในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือในกระทรวงสาธารณสุข ในบ้านเราก็ควรมีการกระจายอำนาจให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเสนอให้ยุบองค์การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะผู้ว่าราชการจังหวัด มีอิทธิพลต่อองค์กรแห่งนี้มากในการจะลงนามให้ทำหรือไม่ทำเรื่องใด หลายพื้นที่เลยมีปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชัน &amp;nbsp;ในต่างประเทศเช่น &amp;nbsp;ญี่ปุ่น มีการกระจายอำนาจที่ประสบความสำเร็จ มีการโอนให้ตำรวจขึ้นตรงต่อผู้ว่าในจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ในประเทศเรา การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ มีการเลือกปฏิบัติกันระหว่าง คนกทม.กับคนต่างจังหวัด เหตุใดคนกทม.จึงเลือกผู้ว่าราชการได้ แต่คนต่างจังหวัดเลือกไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกษิต กล่าวต่อว่าอย่าบอกเลยว่าคนต่างจังหวัดนั้นไม่พร้อม ตนไม่เชื่อ โดยไม่ต้องมีอบจ. อบต. &amp;nbsp;นอกจากนี้การกระจายอำนาจในญี่ปุ่นเอง เหลือ กระทรวงหลักที่ส่วนกลางควบคุมเพียงไม่กี่แห่ง อาทิ กระทรวงกลาโหม ยุติธรรม ต่างประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและศาสนา ส่วนที่เหลือโอนให้ทางท้องถิ่นบริหารจัดการ ในประเทศไทยเองก็ควรเป็นเช่นนั้น กระทรวงที่เคยมี 20 กระทรวง หากโอนไปอาจเหลือเพียง 10 กระทรวง อีก 10 กระทรวงเปลี่ยนเป็นสำนักงาน ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น หากเป็นเช่นนั้น เชื่อว่าการบริหารงานจะคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ไม่ควรให้ รัฐมนตรีลงนามสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง ควรเพียงแค่ดำเนินนโยบายเท่านั้น ไม่ใช่มาอนุมัติงบประมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจ, กษิต ภิรมย์, การถ่ายโอนภารกิจ, ปฏิรูปตำรวจ, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4f07050826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 01:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีชัย:เปลี่ยนอำนาจตั้งตร. ถ่ายโอนจราจรให้ท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีชัย&amp;quot; ลั่นปฏิรูปตำรวจต้องกระจายงานไม่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานอื่น เตรียมโยก &amp;quot;จราจร&amp;quot; ให้ท้องถิ่นดูแล ย้ำงานสอบสวนคู่ปราบปรามอยู่กับ สตช. แค่แยกเป็นอิสระชัดเจนคล้ายอัยการกับผู้พิพากษา เล็งเปลี่ยนอำนาจคนแต่งตั้งสีกากีแก้ปัญหาผลประโยชน์ &amp;nbsp;เผยใช้เวลาไม่นานยกร่าง กม.เสร็จ &amp;quot;รอง ผบ.ตร.&amp;quot; ชี้ต้องนำผลศึกษาทุกคณะมาเปรียบเทียบด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายดิสทัต โหตระกิตย์ &amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจว่า คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีการพิจารณาถึงภาพรวมตำรวจในปัจจุบันทั้งหมดว่ามีภารกิจมากเกินไปหรือไม่ ควรจะลดลงเหลือแค่ไหน จะมีการปรับลดภารกิจของตำรวจลงเฉพาะเท่าที่ควรจะมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิสทัตกล่าวว่า ในเรื่องอำนาจสอบสวนยังคงอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เหมือนเดิม เพราะที่ประชุมมองว่าตำรวจมีความเชี่ยวชาญงานสอบสวน ส่วนที่มีข้อเสนอให้แยกงานสอบสวนเฉพาะเรื่องให้กับหน่วยงานต้นสังกัดที่เป็นเจ้าของกฎหมายฉบับนั้นๆ ตรงนี้จะเป็นเรื่องพิเศษที่จะพิจารณาในรายละเอียดภายหลัง เพราะตอนนี้คณะกรรมการฯ จะพิจารณาภารกิจหลักของตำรวจคือ การบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย และการมีโทษทางอาญาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.... กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพยายามกระจายงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจโดยตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ เช่น งานทะเบียนที่ไม่เกี่ยวกับการปราบปราม งานจราจรที่จะส่งมอบให้ท้องถิ่น โดยพิจารณาว่าท้องถิ่นใดพอมีกำลัง เป็นต้น อีกทั้งกำลังพิจารณาว่าถ้าแยกภารกิจอื่นๆ จะเสียหายและไม่เสียหายอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานสืบสวน สอบสวน เป็นหน้าที่คู่กับการป้องกันและปราบปราม แต่จะต้องแยกให้มากขึ้น โดยจัดทำเป็นคุณลักษณะให้มีความเป็นอิสระใกล้เคียงกับอัยการและผู้พิพากษา ส่วนปัญหาเรื่องผลประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้ายนั้น จะต้องแก้ไขโดยมีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน และอาจต้องเปลี่ยนคนตั้ง ซึ่งขอคิดวิธีให้เรียบร้อยแล้วจะนำบอกกล่าวต่อไป&amp;quot; นายมีชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การปฏิรูปตำรวจจะจบที่คณะกรรมการดังกล่าวหรือไม่ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯ กล่าวว่า ไม่จบ เพราะเราทำเป็นร่างกฎหมาย ดังนั้นจึงไปจบที่อื่น ไม่จบที่คณะกรรมการฯ &amp;nbsp;และต้องติดตามว่าจะจบอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่เดือนในการดำเนินการ เพราะนายกรัฐมนตรีก็เร่งเช้าเร่งเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. มีข้อสรุปพื้นฐานว่า จะเน้นการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานของตำรวจโดยแท้เป็นหลัก เพราะเห็นว่าแก่นแท้ของงานตำรวจคือการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การนำบุคคลที่กระทำความผิดทางอาญามาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นงานหลักที่ต้องรักษาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณกล่าวว่า งานที่นอกเหนือไปจากนี้ ที่มีลักษณะเป็นงานบริการประชาชน งานทะเบียน งานจัดระเบียบอื่นๆ อาทิ งานจราจร ถือเป็นงานรอง สมควรถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่นได้กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมเพื่อให้องค์กรตำรวจกระชับตัวลง และกำลังพลที่มีอยู่สามารถรองรับงานหลักได้เต็มที่ ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ 1.ต้องไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้แก่ประชาชน และ 2.ต้องไม่สร้างภาระแก่งบประมาณแผ่นดินมากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การถ่ายโอนภารกิจในความหมายนี้ จึงไม่ใช่การถ่ายโอนงานสอบสวนคดีอาญาบางประเภท ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไปให้หน่วยงานอื่นที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนั้น และปัจจุบันทำงานทางด้านสืบสวนและมีอำนาจจับกุมอยู่แล้วทำแทนทั้งหมด เพราะจะทำให้เกิดหน่วยงานสอบสวนขึ้นใหม่อีกเป็นจำนวนมากอยู่ต่างสังกัดกัน จะเป็นการสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก หากทำเช่นนั้นอาจเป็นการสร้างนรกให้กับประชาชน หรือทำให้ประชาชนประสบสภาวะหนีเสือปะจระเข้ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างสูง&amp;quot; นายคำนูณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;งานสอบสวนคดีอาญาที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาจยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้านนั้นมาเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ช่วยของพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลดจำนวนของความผิดที่มีโทษทางอาญาที่มีอยู่ในกฎหมายฉบับต่างๆ ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 และบรรจุอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายอยู่แล้ว โดยจะมีการยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่ไม่ร้ายแรง หรือให้มีการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาเป็นโทษปรับทางปกครองแทน ซึ่งเมื่อกระทำสำเร็จ ก็จะเป็นการลดภารกิจที่ไม่จำเป็นของตำรวจไปด้วยอีกทางหนึ่ง เมื่อรู้ภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณากำหนดโครงสร้างองค์กร&amp;quot; กรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ กล่าวว่า การกระจายงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแยกงานสอบสวนให้มีความอิสระชัดเจนคล้ายกับอัยการและผู้พิพากษา กำลังอยู่ระหว่างการพิจาณาในรายละเอียดเท่านั้น แต่ในที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยมารยาทแล้วผมไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ ต้องเป็นหน้าที่ของนายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายเป็นคนชี้แจง ทุกอย่างยังอยู่ในการพิจารณาในที่ประชุม และเพิ่งประชุมไปแค่ 2 ครั้ง ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้&amp;quot; พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ ต้องดูทุกเรื่องที่มีการศึกษาไว้ทั้งหมด รวมทั้งผลการสรุปรายงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจของ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ได้ศึกษารายงานของ สนช. &amp;nbsp;สปท. และอีกหลายๆ กรณีที่มีการศึกษาไว้ก่อนหน้านั้น มาศึกษาเปรียบเทียบดู ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ต้องคงดูภาพรวมๆ ด้วยในหลายๆ กรณี การพิจารณาต้องพิจารณาทั้งหมด ในที่สุดหลักการจะออกมาตรงกันทั้งหมดหรือไม่ตร งก็เป็นเรื่องของรายละเอียดในวันข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ในคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ จะมีตำรวจ 2 ราย คือผมและ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีต บช.ภ.1 ก็ไม่มีอะไร เพราะในที่ประชุมเป็นการระดมความคิดเห็น ทุกคนที่มาก็เพื่อทำให้ดีเป็นการพิจารณาและเหตุผล ผมคิดว่าหลายๆ อย่างคงตรงกันส่วนใหญ่ เพราะข้อเท็จจริงในประเด็นสภาพที่มีปัญหาเราก็มองไม่ได้ต่างกัน แต่เป็นธรรมดาเรื่องหลักคิดในรายละเอียดนิดหน่อยอาจไม่ตรงกัน แต่ในที่สุดแล้วการร่วมกันอภิปรายก็จะเห็นแนวทางที่ถูกต้องตรงกันมากที่สุด เหมือนคณะของ พล.อ.บุญสร้าง แต่ละเรื่องมี 5-6 ทางเลือก อภิปรายร่วมกันในประเด็นต่างๆ ตกลงกันได้ตรงไหน อะไรน่าจะเหมาะและปฏิบัติได้จริงก็ดำเนินการกันไป ไม่มีอะไร ไม่ได้เกี่ยวว่ามีตำรวจกี่คนในคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของการใช้เหตุผลและข้อเท็จจริง เพราะเรากำลังแก้ปัญหาที่มีอยู่จริง&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7798</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถ่ายโอนภารกิจ, การประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายดิสทัต โหตระกิตย์, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรวจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf41e64479e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
