<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปฎิบัติการ&quot;ก่อนจัดสรรที่ทำกิน&quot;น่าน แซนด์บ๊อกซ์   &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัณฑูร ล่ำซำ ขณะบรรยายความคืบหน้าโครงการNan Sand box เมื่อวันที่1ก.พ.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากพยายามมา 5ปี โครงการรักษ์ป่าน่าน ที่มีเป้าหมายฟื้นฟูป่าน่านให้กลับมาเขียว ลบภาพเขาหัวโล้น เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่สมัครเป็นพลเมืองน่าน และเป็นหัวเรือใหญ่ในการฟื้นฟูป่าน่าน&amp;nbsp; ได้บอกเล่าความคืบหน้าของโครงการ Nan Sandbox ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลอนุมัติให้ภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ร่วมมือกันแก้ไข ทรัพยากรป่าไม้จังหวัดน่าน และสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้เกษตรกร&amp;nbsp; โดยรัฐบาลได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่48/2561 เมื่อวันที่ 14ก.พ.2561 บริหารพื้นที่รูปแบบพิเศษเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน :พื้นที่จังหวัดน่านขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าจากปี2561 ซึ่งเป็นช่วงก้าวมาสู่การทดลองปฎิรูปบริหารราชการแผ่นดินเชิงพื้นที่จังหวัดน่าน ได้มีการดำเนินการที่เป็นจุดเริ่มต้นและมีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ การเชิญผู้นำ 99 ชุมชน (ตำบล) 15อำเภอ 924หมู่บ้าน&amp;nbsp; ในจังหวัดน่าน มาทำความเข้าใจ แนวทางการแก้ปัญหาทำกินและการฟื้นฟูป่าน่านไปพร้อมๆกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำชุมชน99 ตำบล ข้าราชการ นักวิชาการ ร่วมฟังการบรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการทำความเข้าใจดังกล่าว ซึ่งเปรียบเสมือนการทำข้อตกลงเบื้องต้นกับทั้ง99 ชุมชน มีกระบวนการที่สำคัญคือ การให้ผู้นำชุมชนทั้ง 99ตำบล ทำการสำรวจสภาพพื้นที่ ปัญหาและสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนในชุมชน ซึ่งการสำรวจที่ใช้เวลา 1ปี ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว&amp;nbsp; แต่การดำเนินการในระดับข้อมูล ยังต้องใช้เวลาอีก 2ปีกว่าหรือในปี2563 จึงจะได้ข้อสรุปและนำไปสู่การลงมือปฎิบัติการอีกขั้น เนื่องจาก ต้องมีการนำข้อมูลที่ได้จากชุมชน มาเปรียบเทียบกับข้อมูลการสำรวจของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ซึ่งโดยหลักการ ข้อมูลจากชุมชนและหน่วยราชการ จะต้องมีความถูกต้องตรงกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่มือชุมชนที่โครงการฯแจกให้99 ผู้นำชุมชน ไปสำรวจและเก็บข้อมูล เพือนำไปสู่การจัดสรรที่ทำกิน แก้ปัญหาความยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเก็บช้อมูลของชุมชน แล้วนำมาสรุปวิเคราะห์&amp;nbsp; เพื่อทุกคนจะได้หาทางออกร่วมกัน ทำให้ปีที่แล้วเรามีการทำคู่มือชุมชน ทุกตำบล ต้องมีการเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ใครมีปัญหาอะไรเก็บมาให้หมด เพราะจะเป็นข้อมูล นำมาซึ่งแนวทางในการได้สิทธิทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เป็นสิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะใครเป็นฮีโร แต่เกิดจากการร่วมมือกันทุกฝ่าย เป็นลักษณะของประชารัฐ&amp;nbsp; เป็นข้อตกลงทั้งจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมลุยแล้ว &amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัณฑูรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาพื้นฐานของน่านนั้นก็คือ การที่น่านมีพื้นที่ลักษณะพิเศษ โดยพื้นที่ 85% ถูกประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; ทำให้พื้นที่ทำกินของราษฎร เหลือเพียง 15% ในช่วง10-20ปีที่ผ่านมา กระแสทุนนิยม และระบบเกษตรอุปถัมภ์ ได้รุกเข้ามาถึงชุมชนต่างๆ กระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันขนานใหญ่ ก่อให้เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งการบุกรุกขยายวงกว้างขึ้นไปเรื่อยๆ จนลึกมาถึงพื้นที่ที่เป็นป่าต้นน้ำ ส่งผลให้ป่าน่านกลายเป็นเขาหัวโล้น เกิดปัญหาร้อนแล้ง ขาดแคลนน้ำเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้งอย่างหนัก กดดันให้ราษฎรต้องหันมาปลูกข้าวโพดที่เป็นพืชใช้น้ำน้อย กลายเป็นวัฎจักรความเสื่อมโทรมที่ยังแก้ไม่ตกมาจนถึงทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างผลการเก็บช้อมูล&amp;nbsp; ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน พบว่าชาวบ้านมีรายรับรวมประมาณ 48 ล้านแต่มีภาระหนี้สินรวม 130.2 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัณฑูร&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า หัวใจหลักของการแก้ปัญหาน่านนั้น ก็คือการต้องแก้ปัญหาความยากจน ทำให้ขาวน่านสามารถอยู่รอดได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในโครงการน่านแซนด์บ๊อกซ์ก็คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ ภาพรวมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดน่าน&amp;nbsp; ให้สิทธิเกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์และทำกินในพื้นที่ป่าสงวนได้&amp;nbsp; 18%&amp;nbsp; อย่างถูกต้องตามกฎหมายชอบธรรม&amp;nbsp; เกษตรกร พื้นที่ส่วนนี้ สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำกินได้ แต่เกษตรกร จะต้องยินดีฟื้นฟูกลับมาเป็นป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจะอนุญาตให้เกษตรกรปลูกพืช เศรษฐกิจใต้ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ป่าสงวนได้ ส่วนพื้นที่อีก 10%ต้องจัดสรรให้ปลูกพืชเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ แม้ในทางกฎหมายจะยังคงเป็นป่าสงวน นอกจากนี้ ในพื้นที่10%ยังเป็นการปรับคืนพื้นที่บางส่วนให้เป็นสภาพป่า&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่ป่าสงวน 72%ในปัจจุบัน&amp;nbsp; ทุกคนต้องช่วยกันอนุรุักษ์ รักษาต้นไม้ให้คงอยู่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแผนผังการแบ่งสัดส่วนที่ดิน ในการบริหารพื้นที่ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจ.น่าน ตามโครงการNan Sand box&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นสิทธิทำกินของชาวบ้าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานกรรมการภาครัฐ โครงการน่านแซนบ๊อกซ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้ผ่านร่างกฎหมาย พ.ร.บ.จัดการที่ดินชุมชนแบบแปลงรวม ซึ่งจะมารองรับ โครงการน่านแซนด์บ๊อกซ์ หรือให้สิทธิที่ทำกินราษฎรจังหวัดน่านได้อย่างดี แต่การจัดสรรที่ทำกิน จะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อ ได้ข้อมูลการสำรวจที่ครบถ้วน แม้ว่าขณะนี้ 99ชุมชน ของน่านจะเก็บข้อมูลรายละเอียดครบแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ตรงกับการสำรวจของ คทช. ทำให้ต้องใช้เวลาในการสำรวจอีก ระยะ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน ซึ่งคาดว่าในปี2563 จะได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์&amp;nbsp; นับว่าเป็นการดำเนินการที่เร็วมากจากปกติ ที่คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลานานถึง 20ปี กว่าจะสำรวจสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อมูลที่ได้จะนำมาสู่การจัดสรรที่ทำกิน ซึ่งในที่สุดทุกคนจะมีที่ทำกินของตัวเอง เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และพ.ร.บ.การจัดการที่ดินชุมชนแบบแปลงรวม จะทำให้จากเดิม ชาวบ้านจะทำกินบนพื้นที่อุทยานหรือป่าสงวนไม่ได้ ก็จะสามารถอยู่ได้ อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของการ จัดสรร ก็คือ การได้พื้นที่ ที่ไม่เท่ากัน แต่ข้อมูลจากการสำรวจจะเป็นเหตุผลรองรับว่าใครควรได้พื้นที่เท่าไหร่&amp;nbsp; &amp;quot;ปลัดทส.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามแผนของน่านแซนด์บ๊อกซ์&amp;nbsp; หลังจากจัดสรรที่ทำกินแล้ว ก็คือ การเข้าสู่ขั้นตอนการชักจูงให้ขาวบ้านหันหลังให้กับอาชีพปลูกข้าวโพด และหันมาทำมาหากินในอาชีพใหม่ บัณฑูร บอกว่าเรื่องให้ชาวบ้านทำอาชีพอะไร หรือปลูกอะไร&amp;nbsp; เป็นสินค้าแบบไหน เป็นโจทย์ใหญ่ ที่ยังต้องขบคิดต่อไป&amp;nbsp; แต่สิ่งสำคัญก็คือ สิ่งที่ชาวบ้านปลูก หรือผลิตจะต้องมีตลาดรองรับ มีมูลค่าที่ทำให้ขาวบ้านอยู่รอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การมีพื้นที่จำนวนเท่านั้น เท่านี้ ไม่ได้ยืนยันว่าชีวิตจะอยู่รอด ต้องมีพื้นที่จำนวนหนึ่งและต้องมีความสามารถในการทำมาหากินด้วย หมายความว่าพืชเกษตรที่ปลูกต้องมีมูลค่าทางเศรฐษกิจสูง ขายได้ราคาดี มีคุณค่า มีราคาที่กลับคืนมาสู่ผู้ผลิต หรือเกษรกรในจำนวนที่เขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แต่ในช่วง&amp;quot;เปลี่ยนผ่าน&amp;quot;&amp;nbsp; ไปสู่&amp;quot;วิถีใหม่ &amp;quot; เลิกจากวิถีทำกินแบบเดิมๆ จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว&amp;nbsp; บัณฑูร เน้นย้ำว่า ในช่วงนี้จำเป็นต้องมีปัจจัยการเงินมาสนับสนุนชดเชยชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในช่วงการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีเรื่องเงินมาช่วยมนุษย์ไหนๆ ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนวิถึการทำงานจากเดิม ไปสู่วิถีใหม่ได้ ดังนั้น เราจึงต้องจัดเตรียมงบประมาณส่วนหนึ่งไว้คอยช่วยเหลือ&amp;nbsp; และดีที่สุด คือการใช้งบฯจากภายนอก ไม่ใช่จากภาครัฐ ที่คงยุ่งยากมากกว่าจะได้มา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการหางบฯประมาณจากภายนอกจะคล่องตัวกว่า ซึ่งเราอาจจะต้องระดมเอง ผ่านโครงการรักษ์ป่าน่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตี ลงพื้นที่ จ.น่าน รับฟังปัญหาจากบัณฑูร ล่ำซำ เมื่อ2ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางพัฒนาน่าน ที่&amp;quot;ซีอีโอแบงก์ อย่างบัณฑูร ล่ำซำ กำลังผลักดัน และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับน่าน นับว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทย เพราะเป้าหมายของบัณฑูร ไม่ใช่แค่การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับพื้นที่เล็กๆ หรือจุดใดจุดหนึ่งของจังหวัดน่านเท่านั้น แต่เป็นการผลักดันที่หวังผล ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขยับเขยื้อนทั้งจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อ 2ปีที่แล้วนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกเช่นกัน&amp;nbsp; และเป็นครั้งแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น&amp;nbsp; ระหว่างรัฐกับประชาชนสามารถบรรลุข้อตกลง ในการบริหารจัดการแก้ปัญหาป่าต้นน้ำ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และสิ่งที่เราทำจะป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป&amp;quot;บัณฑูรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่จังหวัดน่าน ที่มีสภาพส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเป็นป่าสงวนฯ แต่ถูกบุกรุกจนกลายสภาพเป็นเขาหัวโล้นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28729</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทดลองปฎิรูปบริหารราชการแผ่นดินเชิงพื้นที่จังหวัดน่าน, จ.น่าน, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, น่านแซนด์บ๊อกซ์, บัณฑูร ล่ำซำ, ผู้นำชุมชน99ตำบล จ.น่าน, พ.ร.บ.จัดการที่ดินชุมชนแบบแปลงรวม, ์Nan Sand Box</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c5fa1203ee55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
