<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกฟื้นป่าชายเลนชุมพร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา-สวี อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดชุมพรมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งชมธรรมชาติที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่มีแนวปะการังและป่าชายเลนหนาแน่น &amp;nbsp;มีสัตว์มากมายให้ชมอย่างเพลิดเพลิน ทั้งลิง แสม ปูแสม ปลาตีน และนกนานาชนิด อุทยานแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดของฝั่งอ่าวไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับจังหวัดชุมพร และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรม&amp;quot;เราทำความดีด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลนเทิดไท้องค์ราชัน &amp;quot; &amp;nbsp;โดยเป็นการปลูกป่าชายเลน 100 ไร่ บนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร &amp;nbsp;ซึ่งการปลูกป่าชายเลนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้ขอคืนเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าชายเลนและชายฝั่ง หลังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้ตรวจยึดคืนพื้นที่จากบริษัทเอกชน ซึ่งหมดสัญญาเช่าตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาลกว่า 2,700 ไร่ &amp;nbsp;ปัจจุบันสภาพเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ไม่มีพันธุ์ไม้ชายเลนหลงเหลือ หากปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นตัวเองจะต้องใช้เวลานาน จำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าตามนโยบายของรัฐบาล คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงกล้าไม้ฟื้นฟูสภาพพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับเป็นป่าชายเลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม &amp;nbsp;กฟผ. กล่าวว่า &amp;nbsp;กฟผ.เห็นความสำคัญของป่าไม้ดำเนินโครงการปลูกป่าตั้งแต่ปี 2537 จนปัจจุบัน กว่า 20 ปี &amp;nbsp;กฟผ. จับมือกับภาครัฐ ประชาชนในท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคได้ปลูกและฟื้นฟูป่า 466,000 ไร่ ใน 49 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ชุมพร ปลูกป่าไปแล้ว 11,965 ไร่ &amp;nbsp;ทั้งป่าบกและป่าชายเลน สำหรับการปลูกป่าชายเลนครั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ กำหนดเป้าหมาย 100 ไร่ ในอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร ต.ทุ่งคา อ.เมือง โดยแบ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมเป็น 2 ระยะ ได้แก่ &amp;nbsp;ระยะที่ 1 จัดปลูกป่าชายเลนเป็นปฐมฤกษ์ในกิจกรรมนี้ 10 ไร่ ใช้กล้าไม้โกงกาง 10,000 ต้น แสดงความจงรักภักดีแก่ในหลวง รัชกาลที่ 10 ระยะที่ 2 จะเชิญชวนเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง อีก &amp;nbsp;90 ไร่ จนครบภายในเดือน ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการคัดเลือกพื้นที่ปลูกป่า รองผู้ว่าฯ กฟผ. เน้นว่าต้องความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ความพร้อมของคนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของผืนป่า และเต็มใจที่จะช่วยดูแลรักษาป่าให้เติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ. เยาวชนในพื้นที่ ร่วมปลูกป่าชายเลน 100 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรจะให้คำแนะนำในการปลูกป่าชายเลนตามหลักวิชาการป่าไม้ รวมถึงอำนวยการจัดเตรียมพื้นที่และกล้าไม้ไว้ให้ ต้นไม้ที่ปลูกจะมีการดำรงรักษาดูแลอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี เพื่อให้อยู่รอดและเจริญเติบโตที่ดี เป็นความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &amp;nbsp;กิจกรรมนี้คาดหวังปลูกจิตสำนึกคน ปลูกป่าในใจคน นอกจากชุมพรแล้ว จะปลูกป่าชายเลนที่ จ.นราธิวาส ปลายเดือน ก.ค.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot; นายสืบพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าฯ กฟผ. ชมความสมบูรณ์ของป่าชายเลน &amp;nbsp;โดยมีรักพงษ์ บุญย่อย ให้ข้อมูล &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร ครอบคลุม 5 อำเภอของชุมพร ซึ่งมีพื้นที่ป่าชายเลน โดยการดูแลอย่างเข้มแข็งของ นายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร กล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้ถือว่าสำคัญที่สุดของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย &amp;nbsp;มีป่าชายเลน 3 หมื่นไร่ รวมพื้นที่เสื่อมโทรม การทวงคืนและฟื้นฟูจะส่งเสริมการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำต่างๆ ก่อนออกสู่ทะเล ทั้งกุ้ง หอยแมลงภู่ ปู และปลา ที่เป็นสินค้าหลักในท้องถิ่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หน.อุทยานฯ คนเดิม เล่าว่า ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2542 เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติอ่าวทุ่งคา-สวี &amp;nbsp; และให้พื้นที่บริษัทเอกชนเช่าทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง &amp;nbsp;2,700 ไร่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังหมดสัญญาเช่าและประกาศเขตอนุรักษ์ ประสบปัญหาการอ้างเอกสารสิทธิ มีการใช้ประโยชน์พื้นที่เรื่อยมา ก่อนจะเร่งตรวจสอบและทวงคืนผืนป่าตามนโยบายรัฐบาล ลำพังราชการฟื้นฟูทั้งหมดทำไม่ไหว และถ้าใช้งบประมาณของรัฐอย่างเดียวก็ต้องใช้เป็นจำนวนมาก จึงอาศัยพลังประชารัฐ เอกชน รัฐ และประชาชน &amp;nbsp;นักเรียน นักศึกษา ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ตอนนี้ฟื้นฟูมาแล้วกว่า 1,000 ไร่ ทั้งนี้ โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนกับกฟผ. อุทยานฯ สนับสนุนกล้าไม้ 1,000 ต้นต่อไร่ เพื่อให้ร่วมกันปลูกฟื้นฟูกลับคืนมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ป่าชายเลนตรงนี้เป็นอ่าวทุ่งคา-สวี &amp;nbsp;เปรียบเสมือนปลายน้ำของจ.ชุมพร &amp;nbsp;และขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ ระบบนิเวศปากแม่น้ำที่นี่เป็นรอยต่อระหว่างระบบนิเวศบกกับทะเล มีธาตุอาหารจำนวนมาก แพลงก์ตอนอุดมสมบูรณ์ &amp;nbsp; จำเป็นต้องอนุรักษ์ ทวงคืนพื้นที่และตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;ควบคู่กับการเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด เช่นเดียวกับการร่วมกันปลูกป่าชายเลนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น มีการจัดการที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนและจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อวดความสวยงามของป่าชายเลนและท้องทะเล &amp;nbsp;แล้วยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เดินชมศึกษาธรรมชาติ &amp;quot; นายรักพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แผนคืนความอุดมสมบูรณ์พื้นที่ถูกบุกรุก จนไม่เหลือเป็นสภาพป่าชายเลนอย่างที่เคย พลังประชาชนเป็นภาคส่วนสำคัญ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกวิทย์ สุขสวัสดิ์ กำนันตำบลทุ่งคา หนึ่งในผู้นำท้องถิ่นชักชวนชาวบ้านร่วมทำดีด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลน กล่าวว่า เดิมพื้นที่ที่เป็นบ่อเบี้ยงกุ้ง มีรั้วรอบขอบชิด ชุมชนไม่กล้าเข้า เพราะกลัวอิทธิพลจากนายทุนรุกป่า &amp;nbsp;กลุ่มคนเหล่านี้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อป่า หลังรัฐบาลยึดคืนพื้นที่ ทำให้ระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวทุ่งคา-สวี ดีขึ้น ส่งผลดีกับอาชีพประมงชายฝั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; นอกจากผู้ใหญ่ ยังมีเด็กนักเรียนกำลังสำคัญของชาติร่วมปลูกป่าชายเลนเพิ่มพื้นที่สีเขียว ก็จะส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ทุกที่ ในกิจกรรมนี้ยังปล่อยสัตว์น้ำอีกกว่าแสนตัวด้วย เติมความสมบูรณ์ให้ทะเลชุมพร&amp;quot; กำนันตำบลทุ่งคา กล่าว พร้อมให้คำมั่นสัญญา ปลูกเสร็จแล้วจะช่วยบำรุงรักษา ปกป้องป่าให้ดีที่สุดเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจจะร่วมพลิกฟื้นคืนพื้นที่ป่าชายเลนอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรให้เป็นป่าชายเลนสมบูรณ์สามารถติดต่อได้ที่อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร โทร.077-558-144 และ Call Center กฟผ. โทร. 1416&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, การทวงคืนผืนป่า, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ, ฟื้นฟูป่าชายเลนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร, รักพงษ์ บุญย่อย, สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์, อ่าวทุ่งคา-สวี จ.ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5af1f5c1033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าโหมดครบ 4 ปี คสช.แรงเสียดทานโหมหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกไม่ถึง 20 วันก็จะครบรอบ 4 ปีการทำรัฐประหารของ คสช.โดยการนำของ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 ปีในทางการเมือง ก็คือหนึ่งเทอม-หนึ่งวาระของอายุขัยสภาผู้แทนราษฎรที่เลือกนายกรัฐมนตรีไปบริหารประเทศ แต่ประเทศไทยส่วนใหญ่อายุของรัฐบาล-สภาผู้แทนราษฎรอยู่ไม่ครบ 4 ปีอยู่แล้ว มีก็แค่ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เท่านั้นที่อยู่ครบ 4 ปีในช่วง 2544-2548&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มายุคปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลจากรัฐประหาร ผ่านการใช้อำนาจการปกครองทั้งตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และรัฐธรรมนูญปัจจุบันปี 2560 ตลอดจนอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ตามมาตรา 44 ในการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ทำให้ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มอยู่ในมือมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะการเมืองในยุคหลังๆ แถมอยู่ยาวมาจะครบ 4 ปีในวันที่ 22 พ.ค.นี้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญทำท่าจะอยู่ถึง 5 ปีด้วยซ้ำหากมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะกว่าจะตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรี-ฟอร์มคณะรัฐมนตรี-รอรัฐบาลเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก็อาจกินเวลาไปอีกร่วม 2-3 เดือน ยิ่งหากหลังเลือกตั้งนายกฯ บิ๊กตู่ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ คราวนี้ก็ยาวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเข้าสู่โหมดเตรียมครบรอบ 4 ปี คสช. โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์ถัดจากนี้ คาดได้ว่าหลายฝ่ายทั้งนักการเมือง-นักวิชาการ-นักธุรกิจ และประชาชนหลายภาคส่วนจะต้องออกมาประเมิน-ให้คะแนน-วิเคราะห์ ผลงาน-การดำรงอยู่ในช่วง 4 ปี คสช. กันอย่างกว้างขวางแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่การให้ความเห็น การวิพากษ์วิจารณ์คงมีทั้งเป็นกลาง-มีนัยทางการเมือง บางรายอาจวิพากษ์แบบตรงไปตรงมา บางรายอาจเกรงใจ คสช.ก็อาจให้ความเห็นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหัวข้อหลักๆ ที่ บิ๊กตู่-คสช. จะโดนทวงถามน่าจะเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม และเรื่องที่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักก็คงเป็น สัญญาประชาคมทางการเมือง ที่เคยให้ไว้ในวันทำรัฐประหารเมื่อ&amp;nbsp; 22 พ.ค.57 เช่นเรื่องการปฏิรูปประเทศ-การสร้างความปรองดอง ในท่วงทำนองว่าสี่ปีที่ผ่านไป คสช.ทำสำเร็จไปมากน้อยแค่ไหน หรือว่าไม่ได้ทำอะไร และเพราะอะไร ทำไมถึงไม่ทำ ติดขัดตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงคงมีการประเมินผลงานด้านต่างๆ ออกมาหนักหน่วงไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่อง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และอีกหลายเรื่องที่สังคมมองว่ายังมีปัญหาอยู่ เช่นการแก้ปัญหาความไม่สงบภาคใต้ ตลอดจนบางเรื่องที่ตอน คสช.เข้ามาใหม่ๆ ก็ดูขึงขังดี แต่ผ่านไปจนถึงขณะนี้กลับเงียบหาย นั่นคือการจัดระเบียบสังคมด้านต่างๆ อาทิ การจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพล-มาเฟียในวงการต่างๆ หรือการขับเคลื่อนเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ-การผลักดันนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การทวงคืนผืนป่า, การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เชื่อได้ว่าหลายเรื่องคนคงให้คะแนน บิ๊กตู่-คสช.สอบตก ไม่ผ่านแน่นอน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยบางกรณีตัวพลเอกประยุทธ์และคนใน คสช.อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจต้องโดนเต็มๆ เช่นเรื่องธรรมาภิบาลใน คสช. ที่จนถึงตอนนี้พลเอกประวิตรก็ยังเคลียร์หลายเรื่องไม่ได้ในความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะ ปมนาฬิกา-แหวนเพชร จนกลายเป็นจุดอ่อนของ คสช.ในเรื่องธรรมาภิบาล-ความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บางกรณีเช่น การปฏิรูปประเทศ เชื่อได้ว่า บิ๊กตู่ คงจะบอกว่ารัฐบาลและ คสช.ได้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เช่นมีการนำไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนถูกเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป รวมถึงมีการนำไปต่อยอดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจมาแล้ว 2 ชุด คือ ชุดของพลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ กับ ชุดของมีชัย ฤชุพันธุ์ เพื่อทำเรื่องปฏิรูปตำรวจ ขณะที่เรื่องการปฏิรูปการศึกษาก็มีการตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษาและทำเรื่องนี้โดยมี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน รวมถึงการออกกฎหมายเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนทั้งหมดที่ คสช.และรัฐบาลทำข้างต้น มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางฝ่ายอาจมองว่าแม้จะมีการเขียนเรื่องพวกนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ มีการตั้งกรรมการมาทำหลายเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ได้มีอะไรออกมาเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับเรื่องการสร้างความปรองดองที่บิ๊กตู่ประกาศไว้ในวันทำรัฐประหาร ผ่านไปร่วมสี่ปีไม่มีความคืบหน้าใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ บิ๊กตู่-คสช.คงต้องเจอหนักแน่นอนในช่วงครบรอบ 4 ปี คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ความเคลื่อนไหวการเมืองของกลุ่มต่างๆ ที่จะออกมากดดันในช่วงเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดโฟกัสหลักคงไม่พ้น &amp;quot;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ที่เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ คสช.เร่งจัดการเลือกตั้ง และมีการโหมโรงไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะนัดชุมนุมใหญ่แบบค้างคืนในช่วง 20-22 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะถึงช่วงดังกล่าวพบว่ากลุ่มนี้ได้นัดอุ่นเครื่องกันก่อนในวันเสาร์ที่ 5 พ.ค.นี้ ภายใต้สโลแกน หยุดระบอบ คสช. หยุดยื้อเลือกตั้ง โดยยิงแคมเปญผ่านโลกโซเชียลฯ ว่า 5 พ.ค.นี้ ถึงเวลาที่ประชาชนกลับมารวมพลังกันอีกครั้งเพื่อเน้นย้ำจุดยืน ขอชวนประชาชน แสดงพลัง ณ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาดได้ว่าพลเอกประยุทธ์-คสช.-ทหาร-ฝ่ายความมั่นคง คงเตรียมพร้อมรับแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ ที่จะออกมาในช่วงครบรอบ 4 ปี คสช.กันไว้แล้ว เพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8395</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพล, การทวงคืนผืนป่า, การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน, การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, การใช้อำนาจการปกครอง, คสช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐประหาร, สัญญาประชาคมทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9e3b58fad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
