<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.  เชิญร่วมส่งภาพถ่ายประกวด ชิงเงินรางวัลรวม 45,000 บาทพร้อมโล่ สะท้อนความประทับใจผ่านหัวข้อ “ทางพิเศษ ทางวิเศษ” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอเชิญประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการประกวดภาพถ่าย ตามโครงการ EXAT Contest Marketing ภายใต้กิจกรรม EXAT Photo Contest&amp;nbsp; ในหัวข้อ &amp;ldquo;ไอเดียสร้างสรรค์การถ่ายภาพที่แสดงถึง กทพ. ในหัวข้อ ทางพิเศษ ทางวิเศษ&amp;rdquo; ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ทางพิเศษกับ กทพ. ผ่านภาพถ่ายที่ประทับใจในการทำงานและการให้บริการของกทพ. เพื่อชิง 3 รางวัลใหญ่ ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000&amp;nbsp; บาท โดยทุกรางวัลจะได้รับโล่พร้อมเกียรติบัตรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกติกาในการรับสมัครต้องเป็นประชาชนทั่วไปที่พำนักอาศัยหรือทำงานอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม โดยต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาพร้อมใบสมัคร และส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่เกิน 3 ผลงานต่อ 1 คน ในลักษณะไฟล์ดิจิทัลรูปแบบภาพ .JPG ขนาดไฟล์ภาพไม่น้อยกว่า 12 ล้านพิกเซล สามารถใช้ได้ทั้งกล้องที่ใช้ฟิล์ม หรือดิจิทัลในการถ่ายภาพ โดยภาพที่ส่งเข้าประกวดปรับแต่งได้ แต่ห้ามทำการตัดต่อจนผิดความเป็นจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตัดสิน และที่สำคัญต้องเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ &amp;ndash; มีนาคม 2564 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ประชาชนผู้สนใจ สามารถส่งผลงานภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดได้ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 18 มีนาคม 2564 โดยจะตัดสินผลงานรอบแรก วันที่ 22 &amp;ndash; 25 มีนาคม 2564 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณารอบแรก และเปิดให้มีการโหวตตัดสินผลงานทางแฟนเพจ EXAT Society&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม &amp;ndash; 1 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ในการประกวดครั้งนี้ หลักเกณฑ์การตัดสินคณะกรรมการจะพิจารณาจาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;1. เทคนิคการถ่ายทำและความสวยงามของผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;2. ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่าเรื่องประทับใจ EXAT &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;3. การสื่อสารแบรนด์ ให้รับรู้ในนาม EXAT คือ &amp;ldquo;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; และ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;4. ความพึงพอใจผลงานต่อประชาชนทั่วไป โดยพิจารณาจากยอดกดไลค์โพสต์ในแฟนเพจเฟสบุ๊ก Exat Society&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ กทพ. จะประกาศรายชื่อผู้ได้รางวัล ทางแฟนเพจ EXAT Society ในวันที่ 6 เมษายน และมีพิธีมอบรางวัลภายในเดือนเมษายน 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้สนใจที่ต้องการส่งภาพถ่ายเข้าประกวด สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาธุรกิจและการตลาด สำนักผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 2558 9800 ต่อ 23710-23713 และอ่านรายละเอียดกติกาการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3cIZxPN และส่งใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/5BuAJ2RcAcEdcoyi8&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95101</URL_LINK>
                <HASHTAG>EXAT Photo Contest, กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ทางพิเศษ ทางวิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041eaa671126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การทางฯปิดด่านเทพารักษ์ 4 หลังพบพนง.ติดเชื้อ แจงเป็นหัวหน้าไม่ได้สัมผัสผู้ใช้บริการโดยตรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;7 ม.ค.64 - จากกรณีที่เพจการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศ คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ระบุว่าพบพนักงาน 1 คน ตำแหน่งหัวหน้าพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ระดับ4 ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ เทพารักษ์ 4 (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก ได้รับการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 5 ม.ค. 64 หลังมีไข้ ซึ่งผลการตรวจโดยโรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 64 พบว่าติดเชื้อโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวได้เดินไปที่ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษเทพารักษ์ 4 ซึ่งอยู่ ถนนเทพารักษ์ กม.8 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ พบว่าบริเวณทางขึ้นลงนั้นเจ้าหน้าที่การทางพิเศษได้นำแบริเออร์มาปิดทางขึ้นลงก่อนเข้าด่านเก็บค่าผ่านทาง เพื่อไม่ให้รถนั้นผ่านได้ พร้อมกับได้นำป้ายมาติดประกาศให้ผู้ใช้บริการทางพิเศษที่ต้องการจะขึ้นด่านฯ เทพารักษ์ 4 ให้ไปใช้ทางขึ้นที่บริเวณด่านฯ เทพารักษ์ 1 แทน ส่วนผู้จะใช้ทางลงเทพารักษ์ 4 (บางพลี) ให้ใช้ทางลงเทพารักษ์ 2 (สำโรง) แทนได้ แต่ก็มีผู้ใช้ทางบางส่วนไม่ทราบข่าวยังชะลอรถเพื่อเข้าด่านดังกล่าวอยู่บ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;จากรายละเอียดคำประกาศ ได้แจ้งว่า พนักงานที่ติดโควิด 19 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพนักงานเก็บค่าผ่านทางฯ ไม่ใช่พนักงานเก็บค่าผ่านทาง ไม่ได้มีหน้าที่สัมผัสกับผู้ใช้บริการโดยตรงแต่อย่างใด และผู้ติดเชื้อไม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ด่าน ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวการทางพิเศษได้ยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงไม่มีการติดต่อหรือให้บริการประชาชนหรือผู้ใช้บริการทางพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรค จึงได้สั่งการให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงหยุดงานเพื่อตรวจร่างกาย และกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดภายใต้การแนะนำของกรมควบคุมโรค จึงได้ดำเนินการปิดด่านและทางขึ้น-ลง เทพารักษ์ 4 เป็นเวลา 2 วัน (6-7 มกราคม 2564) โดยจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 8 ม.ค. 2564 เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่โดยรอบ และตู้เก็บค่าผ่านทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89120</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6fcb301534.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อฟ้อง&#039;ครม. - กทพ.&#039;ต่อสัญญาทางด่วน15ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 18 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาเห็นชอบให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ลงนามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ฉบับแก้ไข) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อยุติข้อพิพาททั้ง 17 คดีที่มีมูลค่าที่ 58,873 ล้านบาท โดยมีการต่อขยายสัญญาโครงการทางด่วนเป็นระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน โดยจะทำให้สัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วน A, B, C) ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C บวก) สิ้นสุดพร้อมกันในวันที่ 31 ตุลาคม 2578 โดย กทพ.และ BEM ได้สงนามต่อสัญญากันไปแล้วเมื่อ 20 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสัญญาอย่างรวดเร็วหลังมีมติ ครม.เพียงไม่กี่วันเป็นข้อพิรุธที่ผิดสังเกต เป็นการผลักภาระให้เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วน A, B, C) ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D ให้ยาวนานเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งประชาชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการทำให้เกิดข้อพิพาทจนทำให้เอกชนฟ้องร้อง ซึ่งอาจจะมีทั้งบุคคลและกลุ่มบุคคล ซึ่งกระทรวงคมนาคม ควรที่จะเร่งสอบสวนหาผู้ที่กระทำความผิดที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนจนนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีที่ศาลปกครอง และที่สำคัญคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ที่ศาลปกครอง เป็นคดีสาธารณะจะถอนฟ้องได้อย่างไร การที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายอ้างว่าจะรีบถอนฟ้องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามสัญญารอบใหม่นี้นั้น เชื่อว่าศาลปกครองไม่น่าจะอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ เพราะจะเท่ากับใช้ศาลเป็นเครื่องมือในการเอื้อประโยชน์กัน อีกทั้งโดยหลักแล้วเมื่อหน่วยงานราชการเป็นคดีความในชั้นศาลปกครองแล้ว ต้องต่อสู้คดีไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่การมาขอถอนฟ้องโดยอ้างมูลหนี้พิพาทจะสูงถึง 3 แสนล้านบาทหากปล่อยให้คดีถึงที่สุดนั้น แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า กทพ.ไม่มีความจริงใจในการสู้คดี กำลังทำให้เป็นมวยล้มต้มคนดูใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และกลุ่มคณะราษฎรไทยแห่งชาติ จึงไม่อาจปล่อยให้หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจเหล่านี้ ใช้อำนาจรัฐมากระทบสิทธิของประชาชน โดยนำประชาชนผู้ใช้ทางด่วนไปร่วมแบกรับหนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาที่ภาครัฐก่อขึ้นมาเองได้แต่กลับใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน สมาคมฯและคณะราษฎรไทยแห่งชาติจึงจำต้องนำความไปฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการต่ออายุสัญญาสัมปทานดังกล่าวทั้งหมดต่อไป โดยจะไปยื่นคำฟ้องในวันพฤหัสที่ 27 ก.พ.63 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58202</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, คณะรัฐมนตรี, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e55d544d5dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.เซ็นสัญญาซีทีบีเดินหน้าสร้างด่วนพระราม3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 2563 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) กทพ. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาจ้างระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับกิจการร่วมค้า ซีทีบี โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 2 (งานโยธา) โดยโครงการดังกล่าวแบ่งก่อสร้างงานโยธา 4 สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าจะเริ่มงานในส่วนของสัญญาที่ 2 หลังเซ็นสัญญากับกิจการร่วมค้าซีทีบีไปแล้ว ในเร็วๆนี้ ขณะนี้รอการอนุมัติเข้าใช้พื้นที่จากกรมทางหลวง (ทล.) เพราะต้องสร้างอยู่บนเกาะกลางถนนพระราม 2&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่าในส่วนของ 2 สัญญา คือสัญญาที่ 1 ของกิจการร่วมค้า CNA มี บริษัท ไชน่าสเตทคอนสตรัคชั่นเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด,บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ เอส แอสโซซิเอท เอ็นยิเนียริ่ง (1964) จำกัด.วงเงิน 5,897 ล้านบาท อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดการอุทธรณ์เรื่องคุณสมบัติและผลงานของผู้รับเหมา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน2สัปดาห์จากนั้นจะเสนอให้บอร์ดพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามขณะนี้ที่สัญญาที่ 3 ทางกิจการร่วมค้า ไชน่าเรลเวย์-ซีวิล-บุญชัย ประกอบด้วย บจ.China Railway 11th Bureau Group Corporaton, บริษัท ซีวิล เอ็นจีเนียริง จำกัดและ บริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด วงเงิน 6,098 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดแล้ว รอรับฟังการอุทธรณ์ หากไม่มีอะไรจะเซ็นสัญญาได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุรงค์ กล่าวว่าหลังจากการประมูลมีความ
ชัดเจนแล้ว จะเร่งเดินหน้าทันทีเนื่องจากเป็นประโยชน์ของประชาชน และยอมรับว่างานก่อสร้างแต่ละสัญญาลงนามไม่พร้อมกัน ส่งผลต่อแผนงานของโครงการมีความล่าช้าจากแผนงานแล้วประมาณ 6-7 เดือน โดยในการก่อสร้างจะต้องวางแผนอย่างดี เพื่อพยายามเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของโครงการดังกล่าวอยู่ในแผนแม่บททางพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงข่ายทางพิเศษที่เชื่อมโยงการเดินทางในแนวรัศมีระหว่าง กทม.กับพื้นที่ทางด้านตะวันตก รวมถึงการเดินทางจากจังหวัดในภาคใต้ของประเทศ เพื่อช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ กทม.เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบนทางพิเศษ เฉลิมมหานคร ช่วงดาวคะนองถึงท่าเรือ รวมถึงบนถนนพระรามที่ 2 ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานก่อสร้างแบ่งสัญญางานก่อสร้างออกเป็น 5 สัญญา คือสัญญาที่ 1 ถึงสัญญาที่ 4 เป็นงานโยธา และสัญญาที่ 5 เป็นงานระบบจัดเก็บค่าผ่านทางฯ ซึ่งสัญญาที่ 2 ที่เซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 29 ม.ค.นี้ เป็นการดำเนินการบนถนนพระราม 2 โดยเริ่มต้นจาก กม.ที่ 6+400 ถึง กม.ที่ 11+700 ของโครงการ หรือ กม.ที่ 1+300 ถึง กม.ที่ 6+600 ของถนนพระราม 2 รวมระยะทางประมาณ 5.3 กม. ประกอบด้วยทางยกระดับ ทางขึ้น-ลง ที่กลับรถ ด่านเก็บค่าผ่านทาง ด่านจ่ายบัตรค่าผ่านทาง และอาคารด่านฯ รวมทั้งส่วนประกอบอื่น ๆ ของโครงการฯ มีระยะเวลาก่อสร้าง 1,170 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยายสัญญาโครงการทางด่วน เป็นระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน เพื่อระงับข้อพิพาทคดีทางด่วนที่มีมูลค่าที่ 58,873 ล้านบาท โดยไม่มีการลงทุนก่อสร้างปรับปรุงทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck ) นั้นขณะนี้ถือว่า กระบวนการในส่วนของกทพ.เสร็จแล้ว อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาและเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป ซึ่งกทพ.พร้อมปฎิบัติตามมติที่ออกมา โดยสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน AB และ C ปัจจุบันจะสิ้นสุดวันที่ 29 ก .พ. 2563นั้น ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติเพื่อขยายสัญญาไม่ทัน กทพ.ได้เตรียมแผนรองรับไว้ เช่นการจ้างเอกชนรายเดิมบริหาร ชั่วคราวหรือ กทพ.บริหารเอง
...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55856</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สุรงค์ บูลกุล, โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดกทพ.เบรกผลประมูลทางด่วน​พระราม 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2562 นายสุรงค์​ บูลกุล​ ประธานคณะกรรมการ​บริหาร(บอร์ด)​ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย​ (กทพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดยังไม่ได้มีมติเห็นชอบผลประมูลทางด่วนพระราม​ 3-ดาวคะนอง​ วงเงิน​ 3 หมื่นล้านบาท​ รวม​ 5 สัญญา​ เนื่องจากมีประเด็นที่มีการร้องเรียนที่ที่มีนัยยะสำคัญทางเงื่อนไขด้านเทคนิคที่เกี่ยวกับด้านกฎหมายด้านกระบวนการในบางสัญญาของสัญญา 1-4 จึงต้องมีการตรวจสอบคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ในส่วนของสัญญา 5 นั้น ที่ยกเลิกการประกวดราคาไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนมิ.ย. 2562 เนื่องจากมีบริษัทเอกชน ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว ซึ่งกทพ.มองว่าการประมูลครั้งนี้ไม่มีการแข่งขัน จึงได้ประกาศยกเลิกการประกวดราคาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่าดังนั้นควรจะดำเนินการหลังจากที่การดำเนินการในส่วนอื่นที่เกี่ยวกับโครงสร้างต่างๆแล้วเสร็จเพราะในอนาคตเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่ตามปกติจะมีการเปลี่ยนเทคโนโลยีทุกๆ 5 ปี จึงต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ หลังจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือกของกทพ.​ จะนัดประชุมเพื่อสรุปร่างสัญญาที่ 5 และราคากลางใหม่อีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นจะประกาศเชิญชวนเอกชนครั้งต่อไปได้เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีเรื่องกฎระเบียบเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเงื่อนไขทางเทคนิคบางข้อจะต้องพิจารณารายละเอียดอีกประมาณ 1 สัปดาห์ อยากให้ 4 สัญญาดำเนินการไปพร้อมกัน แม้ว่าบางสัญญาจะมีบางประเด็นที่เป็นข้อสังเกต&amp;rdquo;นายสุรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41994</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, พระราม​ 3-ดาวคะนอง​, ระธานคณะกรรมการ​บริหาร, สุรงค์​ บูลกุล​, เบรกประมูลทางด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039; เปิดซิงสภาจ่อยื่นญัตติขวาง &#039;กทพ.&#039; ฮั้วเอกชนต่อสัมปทานทางด่วน 3 โครงการให้อีก 30 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62 - ที่อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ แถลงว่า ตนจะยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาค่าโง่ทางด่วนที่เกิดจากการบริหารงานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ &amp;ldquo;BEM&amp;rdquo; ที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 คดี ซึ่งคาดว่ารัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินร่วม 1.37 แสนล้านบาท หากพ่ายทุกคดี โดยล่าสุด กทพ. ต้องเสียค่าปรับหรือค่าโง่ให้กับบริษัท BEM สองคดี คือ คดีทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน จำนวน 4.3 พันล้านบาท และคดีที่กทพ.ไม่อนุมัติให้ขึ้นค่าทางด่วนตามสัญญา 1.9 พันล้านบาท โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บอร์ดกทพ.ยังได้มีการเจรจาลดวงเงินค่าโง่ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท BEM จาก 1.37 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท และมีมติขยายอายุสัมปทาน 3 โครงการ โครงการละ 30 ปี เป็นข้อแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดี และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งการต่ออายุสัมปทานดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการตรวจสอบร่างสัญญาก่อนที่จะลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นว่าข้อตกลงกทพ.อาจทำให้รัฐเสียโอกาส เพราะหากเปิดให้มีการทำประมูล รัฐอาจได้เงินประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่หากให้ BEM ต่อสัมปทานออกไป 30 ปี เพื่อแลกกับคดี เรามองว่าเป็นความต้องการกลบเกลื่อนค่าโง่จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของกทพ.และรัฐบาลในอดีตหรือไม่ เพราะการทำงานให้เกิดค่าโง่ 4.3 พันล้าน ไม่ควรจะเอามาเป็นข้ออ้างแลกเปลี่ยนกับอายุสัมปทานหรือรายได้ในอนาคตที่จะเข้าสู่ภาครัฐ เพื่อปกปิด ปล่อยผ่านการบริหารงานที่ผิดพลาดของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง มันคุ้มกันหรือไม่&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า เหตุที่ต้องยื่นเป็นญัตติด่วน เพราะต้องการใช้อำนาจทางกฏหมายของกมธ.ขอข้อมูลต่างๆจากกพท. เช่น สัญญาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ20คดี เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงทำสัญญาเสียเปรียบ ตารางรายได้เปรียบเทียบระหว่างเปิดประมูลใหม่กับต่อสัมปทาน เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ตนทราบจะมีการโยนเรื่องไปให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสิน ดังนั้น จึงมีเวลาท้วงติงเพื่อทวงผลประโยชน์กลับคืนมาให้ประเทศชาติ และหากผลการตรวจสอบของกมธ.พบข้อผิดพลาด หรือความไม่โปร่งใสจากการทำงานของกทพ.และรัฐบาลไม่ว่าชุดใด ก็จะเรียกร้องทวงความรับผิดชอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ.ฮั้วเอกชน, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย-บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, ค่าโง่ทางด่วน, นพ.ระวี มาศฉมาดล, พรรคพลังธรรมใหม่, ยื่นญัตติด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8a9122f843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องยอมก่อนเสียค่าโง่ &#039;บอร์ด กทพ.&#039;ยกสัมปทาน30ปีล้างหนี้ บีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 2562 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังประชุม บอร์ดวาระพิเศษเรื่องขอความเห็นชอบผลการเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทและการแก้ไขสัญญาเพื่อยุติข้อพิพาทและดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่2(ทางด่วนศรีรัชรวมถึงส่วนดี)และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดว่าบอร์ดมีมติอนุมัติตามข้อเสนอเรื่องการยุติข้อพิพาททางด่วนที่ศาลปกครองให้ กทพ.จ่ายค่าชดเชยกรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรม ให้กับ บริษัท กรุงเทพทางด่วนเหนือ จำกัด (NECL) บริษัทในเครือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) โดยอนุมัติให้ กทพ.ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี นับจากวันที่แต่ละสัญญาสิ้นสุดลง เพื่อแลกกับมูลหนี้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผ่านมาการเจรจาร่วมบีอีเอ็ม ยอมปรับลดมูลหนี้ที่เกิดจากข้อพิพาท และมูลหนี้ที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต รวมทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เหลือราว 5.9 หมื่นล้านบาทแล้ว เป็นผลให้การเจรจาในครั้งนี้ กทพ.จะขยายสัมปทานเพื่อแลกกับมูลหนี้ ประกอบไปด้วยโครงการ 1.ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ช่วงพระราม 9 &amp;ndash; ศรีนครินทร์ และ 3.ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีเงื่อนไขในการเจรจาเช่นสามารถต่อรองเช่นจะไม่มีการกำหนดเรื่องของการแข่งขันอีกต่อไปรวมถึงการปรับลดอัตราค่าผ่านทางบางด่านและที่สำคัญในการเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาที่คณะกรรมการเห็นว่าดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นการระงับปัญหาข้อพิพาททั้งหมดที่เราจะต้องไม่มีภาระข้อพิพาทหรือหนี้สินซึ่งกันและกัน หลังจากนี้ก็จะมุ่งหน้าดำเนินการในโครงการที่มีความจำเป็นต่อตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ดำเนินการไว้&amp;rdquo;นานสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่า ภายใต้สัญญาใหม่มีการกำหนดปรับค่าผ่านทางแบบคงที่ โดยจะปรับขึ้นทุก 10 ปี อัตรา 10 บาท จากเดิมปรับตามค่าดัชนีผู้บริโภค (CPI) ขณะเดียวกัน เอกชนจะต้องลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นทางด่วน 2 ชั้น (double deck) จากด่านประชาชื่น-อโศก ระยะทาง 17 กิโลเมตร (กม.) รูปแบบเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ภายใต้วงเงินการลงทุนประมาณ 31,500 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนแบ่งรายได้ยังกำหนดไว้ที่ กพท. 60% และ บีอีเอ็ม 40% คงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมครั้งนี้ถือว่าได้ข้อยุติลง คดีข้อพิพาทก็จะยุติลง ไม่มีการฟ้องอะไรกันอีกแล้ว 17 คดี 1.3 แสนล้าน ก็ยกออกไปหมด กรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรมจะไม่ถูกเป็นข้อพิพาทอีก แต่อำนาจหลังจากนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะเห็นชอบตามที่เราพิจารณาไว้ไหม ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะเร่งเสนอคณะกรรมการมาตรา 43 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ หรือคณะกรรมการกำกับโครงการ กระทรวงคมนาคม และ ครม.&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีข้อผิดพลาดนี้จะต้องมีกระบวนการยกเลิกการฟ้องต่างๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเจรจาครั้งนี้ได้ข้อยุติแต่ไม่ได้เป็นที่สิ้นสุดอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เราได้ทำตามคำสั่งของของ ครม.ให้ดำเนินการเจรจา ระงับข้อพิพาทและดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศ โครงการนี้ยืนยันว่า1 กทพ.ได้ประโยชน์เท่าเดิมไม่ได้เสียเปรียบ 2. รัฐบาลไม่ต้องมีภาระหนี้สินกับภาคเอกชน3.ประชาชนได้ประโยชน์ เรามุ่งในการเจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนในการสัญจรในทางด่วนจะมีการสร้างdouble deckเพื่อระบายรถให้การสัญจรที่ติดขัดมีการไหลโฟร์ที่ดีขึ้นที่สุดแล้วผลประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่ประชาชนส่วนอัตราการขึ้นค่าผ่านทางก็เป็นไปตามมาตรฐานมีการกำหนดที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งส่งเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้คณะกรรมการกำกับสัญญา พิจารณาและเสนอครม.ต่อไป โดยระหว่างนี้อัยการสูงสุดจะตรวจร่างสัญญา ซึ่งหากครม.เห็นชอบตามผลการเจรจาการขยายเวลาสัญญาทางด่วนแต่ละสัญญาออกไป 30 ปี จะมีการเซ็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม กับ บีอีเอ็มใน 3 โครงการ ดังกล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของสัญญาเดิมที่จะยังไม่สิ้นสุด จะยังคงเป็นไปตามตามเงื่อนไขเดิมจนครบสัญญาเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี, ค่าโง่ทางด่วน, บีอีเอ็ม, สุรงค์ บูลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
