<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักวิชาการแนะรมว.ศธ.ตั้งสมัชชาขับเคลื่อนปฎิรูปศึกษา/ อย่ายึดติดตวามคิดขรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.ค.62-นักวิชาการ แนะ รมว.ศธ.ใช้เวลา 1 เดือนแรกของการทำงาน ระดมสมองจากทุกภาคส่วน ตั้งโจทย์การปฏิรูปการศึกษา จะไม่ยึดติดกับความคิดและข้อเสนอของข้าราชการ ควรตั้งสมัชชาปฏิรูปการศึกษาของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวทางการทำงานและนโยบายการศึกษาของนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. ว่า ทีมการศึกษาของรัฐบาลชุดนี้มีการเร่ิมต้นทางดี ไม่มีลักษณะงานของพรรคใครพรรคมัน มีการมองการศึกษาแบบเปิดกว้าง โดยประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากทุกภาคส่วนเพื่อรวบรวมข้อมูล มีทีมงานมืออาชีพคอยกลั่นกรองข้อมูล ซึ่งส่วนตัวตนเห็นว่า นายณัฎฐพล มีบุคลิกที่กล้าตัดสินใจ ซึ่งต้องถือว่าเป็นจุดแข็งของทีมการศึกษาชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตนจึงมีข้อเสนอ&amp;nbsp; คือต้องการให้ รมว.ศธ.ใช้เวลา 1 เดือนแรกของการทำงานระดมสมองจากทุกภาคส่วน เพื่อตั้งโจทย์การปฏิรูปการศึกษา จะทำให้เห็นทิศทางการปฏิรูปที่ชัดเจนขึ้น โดยรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ครู นักเรียน ผู้บริหาร ไม่ยึดติดกับความคิดและข้อเสนอของข้าราชการ จะทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกฝ่าย เมื่อได้โจทย์การปฏิรูปการศึกษาแล้ว ก็ต้องตัดสินใจและลงมือทำงานทันที พร้อมกันนั้นควรตั้งสมัชชาปฏิรูปการศึกษาของประเทศ จำนวน 20-25 คน ซึ่งเป็นคณะที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไปเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้สิ่งเร่งด่วนที่ผมอยากให้ต้องเร่งตัดสินใจคือ การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทันกับโลกศตวรรษที่ 21 เพราะหลักสูตรที่ใช้อยู่เก่าแล้วควรยกเลิก ทั้งต้องเร่งปรับวิธีการทดสอบ ประเมินผล โดยเฉพาะการปรับบทบาทของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ส่วนของครูคือ การลดภาระครูซึ่งทำได้ทันทีคือ การลดเลิกสั่งนโยบายจากส่วนกลาง โดยเฉพาะโครงการต่างๆ จากสำนักต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมุ่งคิดโครงการเพื่อให้ได้งบประมาณแต่เป็นภาระของครู หากทำได้จริงจะทำให้ครูมีความสุขมาก ได้กลับคืนสู่ห้องเรียนอย่างแท้จริง รวมทั้งตัดสินใจแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... บางประเด็นที่ผู้บริหารไม่สบายใจ เช่น คำว่า ครูใหญ่ เป็นต้น เพราะหลักการในภาพรวมของ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เป็นหลักการที่ดี&amp;rdquo;นายสมพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงที่มาของสมัชชาปฏิรูปการศึกษา นายสมพงษ์ กล่าวว่า การเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนรวมทั้งการหารือกับสภาการศึกษา ภาคประชาสังคม จะทำให้เห็นภาพกลุ่มคนที่รู้และเข้าใจการศึกษา ซึ่งเรื่องสมัชชาดังกล่าวรมว.ศธ.จะรับข้อเสนอหรือไม่ก็เป็นเรื่องของ รมว.ศธ. และที่เสนอก็ไม่ใช่ต้องการจะให้มาเลือกตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41559</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทำงานของรมว.ศธ.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นโยบายกระทรวงกีฬาฯ, รมว.ศธ., สมพงษ์ จิตรระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19680d892f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
