<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจารณ์แซ่ด!กสม.ชั่วคราวฉวยโอกาสเปิดรับสมัครสรรหาเลขาธิการฯคนใหม่แทน ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระแห่งนี้ กรณีนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ลงนามในประกาศ คณะกรรมการสรรหาเลขาธิการกสม. โดยระบุว่าตนเองเป็น ประธานกรรมการสรรหา ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562&amp;nbsp; เปิดรับสมัครเลขาธิการฯ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2562 ถึง 3 มกราคม 2563

เป็นที่น่าสังเกตว่า กสม.ปัจจุบันเป็นชุดชั่วคราว ทำหน้าที่รักษาการ มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธานไม่ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และไม่ปรากฏในเว็บไซต์ของสำนักงานกสม. เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสรรหาว่ามีกี่คนเป็นใครบ้าง มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างไร&amp;nbsp; อีกทั้ง เมื่อปิดรับสมัครแล้ว ก็ไม่แจ้งว่า&amp;nbsp; มีมาสมัครกี่คน เป็นคนนอกหรือคนในสำนักงานกสม.กี่คน หรือไม่มีใครมาสมัครเลย&amp;nbsp;

&amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า ในเมื่อ กสม.ชุดใหม่ ใกล้จะได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาซึ่งคาดว่า ไม่เกินเดือนมกราคมนี้แล้ว เหตุใดกสม.ชั่วคราวจึงรีบร้อนสรรหาเลขาธิการกสม.เสียเอง โดยหลักแล้วเพื่อความชอบธรรม ควรรอให้กสม.ชุดใหม่มาดำเนินการสรรหาเอง เพื่อจะได้รับผิดชอบในฐานะที่จะต้องปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานและให้เลขาธิการกสม.ตอบสนองการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;

&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นที่กังขาว่าการตั้งกสม. ชั่วคราวไปเป็นประธานกรรมการสรรหา เป็นการ ชงเองและกินเองหรือไม่ เพราะเมื่อสรรหาเสร็จแล้วก็ต้องส่งให้กสม.ชั่วคราวแต่งตั้ง

&amp;nbsp;&amp;quot;การสรรหาแบบนี้ผิดจังหวะผิดเวลา เป็นสิ่งไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม&amp;nbsp; ควรระงับการสรรหาไว้ก่อน ปล่อยให้กสม.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการเอง ขืนดันทุรังต่อไปอาจมีปัญหาให้ถูกร้องเรียนให้เป็นโมฆะภายหลังได้ ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว

&amp;nbsp; อนึ่ง หลังจากนายโสพล จริงจิตร&amp;nbsp; เกษียณราชการ จากตำแหน่งเลขาธิการกสม. เมื่อ 30 กันยายน 2562 นายบุญเกื้อ สมนึก รองเลขาธิการได้รักษาการแทนเลขาธิการ มาจนถึงปัจจุบัน

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54352</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสรรหา, กสม., การทำหน้าที่ของวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d720aff9988a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชน อยากเห็น ส.ว. ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อวุฒิสมาชิก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,104 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 29 &amp;ndash; 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.2 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 ในส่วนของวุฒิสภา ในขณะที่เพียงร้อยละ 2.8 เท่านั้นที่เคยอ่าน และที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.6 เคยได้ยินว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ว่าไม่ดีเรื่องวุฒิสมาชิก ในขณะที่ร้อยละ 26.4 ไม่เคยได้ยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.5 เคยได้ยินรับรู้เกี่ยวกับวุฒิสมาชิกว่าเลือกนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.3 ไม่รู้ว่าวุฒิสมาชิกห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.2 ไม่รู้ว่าวุฒิสมาชิกห้ามเป็นพ่อแม่ คู่สมรส หรือบุตรของ ส.ส. ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่น และคนมีตำแหน่งในองค์กรอิสระในคราวเดียวกัน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.7 ไม่รู้ว่าห้ามวุฒิสมาชิกฝักใฝ่หรือยอมทำตามพรรคการเมืองใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ 5 อันดับแรกร้อยละของตัวอย่างที่ระบุความต้องการต่อการทำงานของวุฒิสมาชิก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง แก้ความยากจน ร้อยละ 73.5 ช่วยเหลือด้านกฎหมายให้ประชาชนมีช่องทางทำมาหากิน ไม่ขัดสน มีงานทำ ร้อยละ 69.9 เป็นที่พึ่งเรื่องที่ทำกิน ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นธรรมเท่าเทียม ร้อยละ 68.7 ตรวจสอบการทำงานของ ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น และร้อยละ 65.5 เข้าถึงประชาชน ติดดิน ไม่เหินห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า โพลชิ้นนี้ชี้ว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมแสดงผลงานของกลไกต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญปี 60 เพราะกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในกระแสข่าวแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นวุฒิสมาชิก (ส.ว.) น่าจะแสดงผลงานให้เห็นว่า &amp;ldquo;สิ่งที่ทำอยู่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ&amp;rdquo; ไม่ห่างไกลประชาชน แต่ ส.ว. ต้องมีข้อมูลที่ดีครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อออกแบบปฏิบัติการที่ดีมาทำงานตรงใจประชาชนทั้งประเทศโดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดบูรณาการการสื่อสารเชิงการตลาดเพื่อสังคม (Integrated Marketing Communication, IMC) เช่น ใช้ยุทธวิธี On-Air Online และ On-Ground ในทุกมิติตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากสาธารณชนได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44731</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทำหน้าที่ของวุฒิสภา, นพดล กรรณิกา, ผลสำรวจภาคสนาม, วุฒิสภา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b44a17fdf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
