<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกงกองทุน44รายตร.-ทหารเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.ศธ.สรุปยอดโกงเงินกองทุนเสมาฯ กว่า 96 ล้าน พบ 471 บัญชีไม่ถูกต้อง มีผู้เกี่ยวข้องรวม 44 ราย อึ้ง! ทหาร-ตำรวจมีเอี่ยวด้วย มอบปลัด ศธ.ใช้มาตรการ คสช.ย้ายออกจากตำแหน่ง &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; แย้ม 10 เม.ย.เข้าร้อง ป.ป.ท.เพิ่ม &amp;quot;ป้อม&amp;quot; รับเซ็นอนุมัติงบซื้อเครื่องกรองน้ำ โบ้ยการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเรื่อง ศอ.บต. ยันซื้อในราคาถูกกว่าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้รับรายงานจากนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ว่าขณะนี้การสืบข้อเท็จจริงคืบหน้าไปมากใกล้จะสรุปผลแล้ว โดยพบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2548 ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560 มีการโอนเงินกองทุนเสมาฯ ทั้งสิ้น 1,049 บัญชี เป็นเงินจำนวน 230,251,144 บาท ในจำนวนนี้มีการโอนเข้าบัญชีที่ไม่ถูกต้องถึง 471 &amp;nbsp;บัญชี จำนวนเงิน 96,380,863 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่น่าตกใจคือในจำนวนนี้มีข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นข้าราชการของ ศธ. ข้าราชการกระทรวงอื่น ทหารและตำรวจ โดยในส่วนของ ศธ.พบว่ามีข้าราชการระดับ 8 จำนวน 2 รายอาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นจะส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ &amp;nbsp;(ป.ป.ท.) ไปดำเนินการสอบสวนต่อ และระหว่างนี้มอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. พิจารณาใช้มาตรการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ย้ายออกจากตำแหน่งเพื่อไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนเสมาฯ หลังสรุปผลการสืบสวนสอบสวนแล้วก็ต้องดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการ &amp;nbsp;ซึ่งความผิดมีหลายระดับต้องพิจารณากันต่อไป ซึ่งมีทั้งละเลย ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจงใจ &amp;nbsp;และหากพบว่ามีข้าราชการระดับสูงเกี่ยวข้องก็ต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้เราสืบรายชื่อบัญชีที่มีการรับโอนเงินกองทุนเสมาฯ ได้หมดแล้ว ดังนั้นจะมีการแจ้งความเพิ่มเติมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งรายเก่าและรายใหม่รวมทั้งสิ้น 44 ราย ซึ่งเป็นข้าราชการ ศธ.ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีว่าเป็นผู้รับเงินจำนวน 2 ราย รวมทั้งข้าราชการกระทรวงอื่นด้วย จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาติดต่อเพื่อชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ เรื่องนี้ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าเรื่องนี้มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต 4 กลุ่ม คือ &amp;nbsp;1.นางรจนา สินที ข้าราชการซี 8 ที่ถูกไล่ออกจากราชการแล้วกับเครือญาติซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ 2.กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นทั้งปริญญาตรีและโท ซึ่งบางรายมาให้ข้อมูลต่อกรรมการและรับสารภาพแล้ว 3.องค์กรการกุศลซึ่งเป็นมูลนิธิที่นางรจนาเข้าไปร่วมเป็นกรรมการ โดยนางรจนาโอนเงินเข้าบัญชีประธานมูลนิธิถึง 7 &amp;nbsp;ครั้งเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท และ 4.กลุ่มนักเรียนทุนเสมาฯ และอื่นๆ ที่มีความสนิทสนมเรียกนางรจนาว่าครู ซึ่งมีเด็กมาให้ปากคำว่านางรจนาให้เปิดบัญชีและเก็บบัตร ATM ไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้ง 4 กลุ่มมีผู้รับโอน 52 บัญชี และใน 52 บัญชีนี้รู้ตัวเจ้าของบัญชีแล้ว 34 บัญชี ส่วนอีก 18 &amp;nbsp;บัญชียังไม่ทราบเจ้าของ จึงส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับไปตรวจสอบ ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ตนจะเดินทางไป ป.ป.ท.เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากเรื่องนี้ได้มีการโอนคดีจาก สน.ดุสิตไปที่ ป.ป.ท.แล้ว จะแจ้งความเพิ่มเติมทั้งที่เป็นรายเก่า 22 ราย เนื่องจากพบการกระทำผิดเพิ่มในปี 2548 และที่เป็นรายใหม่อีก 16 ราย รวมทั้งยังมีอีก 6 รายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินเข้าบัญชี แต่มีการเขียนเช็คจ่ายเงินไปมาซึ่งถือว่าอยู่ในข่ายน่าสงสัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องทั้ง 44 ราย เป็นข้าราชการ 7 ราย โดยเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับ 8 ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 2 ราย ทหารชั้นประทวน 1 นาย ตำรวจตระเวนชายแดน 1 นาย เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน 1 ราย เจ้าหน้าที่สังกัด กทม. 1 &amp;nbsp;ราย และครูเทศบาล 1 ราย ซึ่งในส่วนข้าราชการ สพฐ.ระดับ 8 มาให้ปากคำแล้ว โดย 1 รายมีการโอนเงิน 1 ครั้ง ส่วนอีก 1 รายโอนเงิน 10 ครั้ง แต่ทั้งสองรายบอกว่าเป็นการโอนเงินใช้หนี้ที่นางรจนายืมไป &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนที่รู้ตัวว่าเกี่ยวข้อง ขอให้มาชี้แจงหรือรับสภาพเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้รู้รายชื่อผู้มีส่วนกระทำความผิดแล้ว&amp;quot; นายอรรถพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประสาท สุขเกษตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมความคืบหน้ากรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง &amp;nbsp;โดยมีนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวิทยา นิติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงาน ปปง., เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ช.เข้าร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนภากล่าวว่า ได้รับรายชื่อข้าราชการที่ทุจริตในสังกัด พม.ชุดแรกจำนวน 96 รายชื่อ มีกว่า 10-20 รายชื่อที่ข้อมูลตรงกัน แต่จะต้องดูให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนที่เหลือจะดำเนินการทางวินัยต่อหรือว่าย้ายออกจากพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดูข้อมูลอยู่ จากนั้นจะนำข้อมูลของ ป.ป.ท.มาดูร่วมกันว่าข้อมูลตรงไหนดำเนินการไปแล้ว ข้อมูลส่วนใดยังไม่ได้ดำเนินการจะดำเนินการต่อ ส่วนจะต้องมีการเรียกมาชี้แจงก่อนอีกหรือไม่ ป.ป.ท.ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว ถือว่าข้อมูลนั้นสมบูรณ์แล้ว สำหรับผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของ จ.ขอนแก่นนั้น ภายในเดือน เม.ย.จะทราบว่ามีความผิดทางวินัยหรือจะลงโทษในระดับไหนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยากล่าวว่า วันนี้มารายงานความคืบหน้าและลำดับกระบวนการ ส่วนเรื่องรายละเอียดคดีบางเรื่องยังไม่อยากให้ข้อมูล เช่นเรื่องของ ปปง.ในการตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะเป็นเรื่องของความลับ อย่างไรก็ตามขณะนี้แต่ละหน่วยมีความคืบหน้าเกิน 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเป็นระดับ ผอ.ศูนย์หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่าแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนระดับปลัดและข้าราชการระดับสูงนั้นยังไม่แน่ใจ ส่วนข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้วนั้นตามกฎหมาย ปปง.สามารถตรวจสอบได้หมดอยู่แล้ว หากทรัพย์สินไปที่ใครก็สามารถตรวจสอบได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลร่วมกันทั้ง ปปง., ป.ป.ช.และ ป.ป.ท. ซึ่งกรอบเวลาในการพิจารณาจะเร็วกว่าเดิมที่กำหนดไว้ในเดือน พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีเอกสารเปิดเผยลายเซ็น พล.อ.ประวิตรอนุมัติโครงการเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นการลงนามเพื่ออนุมัติงบประมาณ ไม่ใช่การเซ็นจัดซื้อจัดจ้าง เพราะการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเรื่องของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดังนั้นเป็นคนละเรื่องกัน &amp;nbsp;และเรื่องนี้ตนทราบว่าเป็นเรื่องงบประมาณที่เหลือจ่าย จึงมีการขอใช้งบประมาณเพื่อซื้อเครื่องกรองน้ำดังกล่าว จึงเซ็นอนุมัติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รายงานมา และไม่มีประเด็นอะไร จากที่ผมฟังเขาคร่าวๆ เขาซื้อเครื่องกรองน้ำในราคาที่ถูกกว่าปกติ ทั้งนี้ต้องให้เขารายงานรายละเอียดกลับมาอีกครั้ง&amp;quot; พล.อ.ประวิตรระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6792</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริต 4 กลุ่ม, ทหาร-ตำรวจมีเอี่ยว, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ป.ป.ท., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกงเงินกองทุนเสมาฯ, โครงการเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb75d439a83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
