<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกาชี้กระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงานต้องทำให้คนชั่วได้รับผลจากการทุจริตโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 -ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย&amp;nbsp; ในเวทีสัมมนาสาธารณะ เรื่อง กลยุทธ์การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปรับปรามการทุจริตรระดับสูง(นยปส.) รุ่นที่ 12 ตอนหนึ่ง ว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราคาดหมายกันว่าการทุจริตในประเทศไทยน่าจะลดลงบ้าง เพราะมีการป้องกันและปราบปราม ส่งดำเนินคดี และศาลพิพากษาไปแล้วจำนวนมาก แต่จากปริมาณคดีที่อยู่ในศาล ป.ป.ช. ป.ป.ท. เราอาจต้องยอมรับความจริงว่าเราอาจจะยังไปไม่ถึงเป้าประสงค์นั้นในเร็ววันนี้ แต่ตนเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว ไม่ผิดหรอกที่คนจะกระทำผิดมากขึ้นในสภาพสังคมที่ต้องต่อสู้กับการปากกัดตีนถีบอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เพราะไม่มีใครอยากจะอยู่ในพื้น หรือฐานของคนอื่น แต่อยากจะอยู่ระดับที่สูงกว่าและมีอำนาจเหนือกว่าทั้งสิ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวว่า ตนเคยคุยกับผู้ต้องขังหลายรายที่กระทำผิดไป ทั้งที่เขารู้ว่าการกระทำของเขาถ้าถูกจับกุมดำเนินคดีอาจถูกจำคุกหรือหนักกว่านั้น แต่คนกลุ่มนี้ยังเลือกกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อสอบถามได้รับคำตอบว่าขณะที่เขาทำไม่คิดว่าจะโดนจับ หรือพูดง่ายๆ ขณะตัดสินใจกระทำผิดเขาคิดว่ามีโอกาสรอด จากการที่เห็นหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มที่ก็ยังสามารถรอด ลอยหน้าในสังคมได้ เป็นสิ่งกระบวนการยุติธรรมต้องกลับมามองตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นปลายทางของการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิด เมื่อคนคิดว่าเขาทำความผิดแล้วจะรอด สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาแล้ว กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำให้เขาเชื่อมั่นหรือทำให้เขาเกรงกลัวว่าเมื่อไหร่ที่เขาขยับไปทำความผิดเขาจะต้องถูกจับกุมไปดำเนินคดี เมื่อคนคิดว่าเขาคุ้มค่าที่จะเสี่ยง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวว่า นอกจากนี้ การกระทำการทุจริตยังเป็นเรื่องการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรงแต่ไม่เห็นสภาพของความรุนแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ไม่เห็นคนที่เลือดตกยางออก ไม่เห็นการบาดเจ็บ ไม่เห็นสายตาของการถูกทำร้ายเหมือนความผิดฆ่าคนตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วคนก็รู้สึกว่าทำได้ง่าย ไม่ต้องกระทบกระเทือนความรู้สึก คนกระทำความผิดทุจริตไม่ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นด้วยตาตนเอง และเขาจะคิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเขาเองเลยกล้าที่จะทำ ความผิดในลักษณะนี้จับก็ยาก เพราะเป็นการสมประโยชน์กัน คนให้ก็ยินดีให้ เพราะสิ่งที่ให้ไปคุ้มค่าที่จะเสีย คนรับก็คิดว่าเป็นโอกาสของตัวเองที่จะรับ ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เราเคยได้ยินกันว่า คนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล กระบวนการยุติธรรมจึงต้องสงเคราะห์ให้เขาได้เห็นผลเร็วๆ ดิฉันคิดว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน ป.ป.ช. ป.ป.ท. อัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงานที่รองรับคนผิดอย่างกรมราชทัณฑ์นั้น จะต้องปรับบทบาทของตนเองในการทำหน้าที่ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความถูกต้อง เป็นธรรม แม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส่ ตรวจสอบได้&amp;rdquo;นางเมทินี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวอีกว่า เรื่องความรวดเร็วถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม แม้ศาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกส่วนจะพยายามกำหนดมาตรฐานระยะเวลาเพื่อให้มีการพิจารณาคดีที่มีความผิดทางอาญาให้เสร็จในเวลารวดเร็ว แต่ด้วยปริมาณ หรือเหตุจำเป็น รวมไปถึงสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ ก็ทำให้กระบวนในการพิจารณา พิพากษาคดีอาจมีความล่าช้าไปบ้าง แต่เราจำเป็นต้องเน้นย้ำให้ความสำคัญกับคดีทุจริตเป็นเรื่องแรกๆ เรื่องต้นๆ เพราะการกระทำผิดที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน สมมุติว่า 4-5ปีที่จะลงโทษได้จนกระทั่งถึงในชั้นคำพิพากษาถึงที่สุด ทำให้คนไม่เกรงกลัวแล้ว เพราะลืมเรื่องราวนั้นไปแล้ว ในขณะที่เกิดเรื่องใหม่ๆ เป็นเรื่องอยู่บนหน้าสื่อทุกฉบับ ทุกช่อง เป็นเรื่องที่ดูร้ายแรง แต่กว่าจะที่จะผ่านเข้าสู่กระบวนการศาลพิพากษาลงโทษ ใช้เวลานานจนคนลืมเรื่องราว ลืมความร้ายแรงและรุนแรง คนจึงขาดความยับยั้งชั่งใจที่จะเกรงกลัวความผิดที่จะได้รับ ดังนั้น ความรวดเร็ว ฉับพลันในสถานการณ์หรือในคดีบางประเภทมีความจำเป็น และจะส่งผลทำให้แก้ไขปัญหาที่จะเกิดการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนั้นได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นางเมทินี กล่าวว่า เรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ แน่นอนว่าเราทำหน้าที่ในการค้นหาความจริงว่ามีการกระทำความผิดจริง คนที่ถูกกล่าวหาหรือจำเลยคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้น คนที่จะเป็นคนทำหน้าที่ค้นหาความจริง พิสูจน์ความผิด จะต้องไม่ทุจริตเสียเอง นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ด้วยว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม อีกส่วนที่สำคัญคือ การคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในองค์กรตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องความสำคัญ ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถ แต่ต้องมีทัศนคติที่ดี ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาได้ และตลอดระยะเวลาของการทำงานซึ่งจะจะยาวนานสำหรับข้าราชการในแต่ละส่วนงาน ต้องมีการตรวจสอบการทำงานสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพื่อการจับผิด แต่เพื่อดูคนของเราที่จะไปทำสิ่งที่มีความสำคัญ เราจะไปตรวจสอบคนอื่น ตัวเราเองต้องสุจริตเสียก่อน และต้องทำให้เห็นว่าเราสุจริตจริง เชื่อว่าทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน เราไม่มีทางทำให้ทุกคนเป็นคนดี และไม่ต้องอายที่มีคนไม่ดีอยู่ในองค์กร แต่เราจะอายถ้าปล่อยให้คนไม่ดีอยู่ในองค์กรของเรามากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117011</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, คณะกรรมการ ป.ป.ช., นยปส., นางเมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614420db83640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯประกาศ 3  ทีมชนะเลิศ ต้นแบบใช้เทคโนโลยีปราบโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และพันธมิตร จัดการแข่งขันรอบสุดท้าย ของ 5 ทีมที่เข้ารอบ Final Round Demo Day &amp;nbsp;ในกิจกรรม ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย&amp;rdquo; ซึ่งได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันกว่า 100 คน จาก 20 ทีม เหลือ 5 ทีมสุดท้าย โดยถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook Page: องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand) ตั้งแต่ เวลา 13.00 &amp;ndash; 18.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานว่า การแข่งขันในครั้งนี้ประโยชน์ที่จะได้สูงสุด คือ การมีส่วนร่วมในเรื่องที่สำคัญในชีวิตของเรา จะทำให้ทุกคนได้ร่วมกันจัดการกับความเบื่อหน่าย ความเป็นกังวลกับปัญหาคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต การที่สังคมถูกเบียดเบียนด้วยการโกง การกิน การรีดไถ ชักหัวคิวเพื่อประโยชน์พวกพ้อง ฮั้ว ฟอกเงิน หลับตาข้างเดียว บิดบังเบียดเบียนข้อมูล ฉ้อราษฎร์บังหลวงในหลายรูปแบบ หลายท่านอาจจะมีความชินชา น่าเบื่อและสิ้นหวัง แต่เราจะยอม เพิกเฉย ทิ้งให้อนาคตของเราถูกกัดกินต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และขอขอบคุณทุกทีมที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการต้านโกงอย่างเป็นระบบ เป็นต้นแบบที่จะถูกนำไปใช้จริง เพื่ออำนวยให้คนไทยอีกจำนวนมาก เข้ามามีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องมือที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ผมรู้สึกมีความหวังและคาดหวังการมีส่วนร่วมของทุกท่าน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯถือว่า เรื่องนี้เป็นพันธกิจที่จะร่วมสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการที่สร้างสรรค์ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้นำเครื่องมือเหล่านี้ไปขยายผลอย่างจริงจัง ในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันต่อไป&amp;rdquo; นายวิเชียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการแข่งขันนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายของทั้ง 5 ทีม ปรากฎกว่า 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และเงินรางวัล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้แก่ &amp;nbsp;ทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย &amp;nbsp;แพลตฟอร์มตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น, ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ร้องเรียนสิ่งผิดปกติโดยไม่ต้องเปิดผยตัวผู้ร้องเรียน และ ทีม 4 : &amp;nbsp;Corruption Analysis &amp;ldquo;กินยกแก๊ง&amp;rdquo; แพลตฟอร์ม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติเพื่อหาความผิดปกติในการคอร์รัปชัน &amp;nbsp;สำหรับทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote คือ ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง ได้เงินรางวัลด้วย โดยผู้ชมร่วมโหวตตั้งแต่เวลา 15:30 -18.00 น. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางในการใช้เทคโนโลยีจัดการกับการคอร์รัปชันของทีมชนะเลิศทั้ง 3 ทีม &amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง &amp;nbsp;Application PICA จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลโครงการที่มีความสงสัย และส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียนได้ทันที รวมถึงสามารถแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้มีผู้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ผู้ร้องเรียนต้องยืนยันตัวตน ข้อมูลจะบันทึกบนบล็อกเชน ระบบหลังบ้านจะใช้ทั้ง AI และเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบซ้ำ ข้อมูลที่ได้จากภาคประชาชนจะส่งต่อไปให้องค์กรภาคีต่อต้านคอร์รัปชัน สร้างไวรัลมาร์เก็ตติ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและสร้างไวรัลเน็ตเวิร์คสร้างเครือข่ายการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย &amp;nbsp;วสันต์ เวียนรุ่งเรือง,ปัณณธร นันทิประภา และ วรพัชชา บุญมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีม 4: Corruption Analysis &amp;ldquo;กินยกแก๊ง&amp;rdquo; การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติ การค้นหาความจริงจากเครือข่ายทุจริต มีความยุ่งยากในการเชื่อมโยงข้อมูล Corruption Analysis เชื่อมโยงเชิงปริมาณทั่วประเทศ โดยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ และแสดงแนวโน้มการทุจริต ตั้งแต่วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การทุจริตเชิงนโยบาย และการทุจริตในกระบวนการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ พัฒนผล, ศุภฤกษ์ พิสิฐศุภกานต์, นภา วงศ์ไชยบริหาร คำนันท์ และ ถมทอง นาถมทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย &amp;nbsp;แพลตฟอร์มเน้นไปที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น โดยพัฒนาแพลตฟอร์มต่อยอดแอปพลิเคชั่น ACT Ai ในการทำให้การนำเสนอข้อมูลของงบประมาณท้องถิ่นเข้าใจง่าย เพื่อให้คนช่วยกันติดตามการใช้งบประมาณอย่างสะดวก โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งบประมาณโครงการในท้องถิ่น เริ่มจากการรวบรวมงบประมาณในท้องถิ่นเพื่อให้คนในท้องถิ่นได้รับรู้ว่ามีโครงการอะไรบ้าง สามารถตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างในพื้นที่ วงเงินงบประมาณ รายละเอียดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ อนาคตสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแพลตฟอร์มไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย &amp;nbsp;ยุทธนา ศรีสวัสดิ์,เมธวิน เมธาววีนิจ, จรรยนนท์ โลหอุ่นจิตร, พิมพ์อร เสนากัสป์ และอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114108</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, ปราบโกง, ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย, เทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121b7eaafccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครจะเถียง!&#039;วีระ&#039;อ้าง&#039;ประธานปปช.&#039;ยอมรับเองการทุจริตในยุคคสช.อยู่ในภาวะวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค. 63 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงที่ไม่สามารถปกปิดกันได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.(เด็กของประวิตร) ยืนยันเองว่า &amp;quot;การทุจริตของประเทศไทยในยุค คสช. อยู่ในภาวะวิกฤติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนแล้วนะว่า รัฐบาล คสช. ที่ได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550&amp;nbsp; ทิ้ง แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.(รัฐบาลประยุทธ์) เที่ยวป่าวประกาศว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ความจริงเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อให้บรรดาสลิ่มทั้งหลาย มาร่วมลงมติสนับสนุนรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงมติ และประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ปัญหาการทุจริตในสังคมไทยก็ไม่ได้ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ยอมรับกันได้แล้วนะ เพราะมันชัดเจนจนไม่ต้องมาแถมาโกหกกันอีกต่อไป รัฐบาลเผด็จการทหารคสช.(รัฐบาลประยุทธ์)มันล้มเหลวในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดประธาน ป.ป.ช. เด็กของประวิตรเองก็ยังต้องออกมายอมรับในวันนี้ว่า เฉพาะในปี 2562 มีการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุดคือกว่าสองแสนล้านบาท(207,260 ล้านบาท) ความจริงตัวเลขการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมันสูงกว่านี้มาก มันสูงขึ้นทุกปีสูงขึ้นมาตั้งแต่เผด็จการทหาร คสช. ทำการรัฐประหารตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 สาเหตุเกิดมาจากหลังภายการทำรัฐประหาร รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ทำการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุปี 2535 และให้ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษเกือบทั้งหมด ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆโดยเฉพาะกองทัพต่างๆ หากินกับการทุจริตกันพุงกางไปเลย ประเทศไทยเสียหาย ฉิบหายมากที่สุดก็ในยุคเผด็จการทหาร คสช. นี่แหละที่ ชั่ว เลว ระยำ อย่างที่สุด หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง ประธานป.ป.ช. ยังยอมรับเองเลยนะ
#IHERETOOออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86551</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, นายวีระ สมความคิด, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ยุคคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f1160a873429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;แช่งล่วงหน้า!ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ของบิ๊กตู่โกงกินจงพินาศฉิบหายทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านการอคร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Veera Somkwamkid ระบุว่า &amp;quot;ผมจะรอดูการตั้งรัฐบาลของคุณประยุทธ์ที่อ้างว่าจะรวมกลุ่มเอาคนดีๆเข้ามาช่วยกันบริหารบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากดูจัง ว่าไอ้คนดีๆของคุณมันจะเป็นคนดีจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่คุณพูดมาหรือไม่ คนที่ประชาชนรังเกียจเช่น พล.อ.ประวิตร และอีกหลายๆคนที่คุณไปดูดเอามาจากพรรคเพื่อไทย อย่าเอาเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ จะรอดูว่าคณะรัฐมนตรีของคุณจะเข้ามาเสียสละทำประโยชน์ทำความดีให้แก่ชาติและประชาชนจริงหรือไม่ หากเข้ามาทุจริตโกงกิน ขายชาติ รับใช้นายทุนทำลายล้างผลาญทรัพยากรของชาติ ก็ขอใหรัฐบาลของคุณจงพินาศฉิบหายทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32559</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeafacf44cb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รธน.ฉบับปราบโกงเหลว ปลุกกระแสทำไม่ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปชป.-พท.&amp;rdquo; ประสานเสียงรัฐธรรมนูญปราบโกงไม่ได้จริง &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; อัดแรงแค่การตลาดปลุกกระแสสังคมช่วงประชามติ ชี้ทุกรัฐบาลพร้อมปราบทุจริตอยู่แล้ว แขวะบาง รบ.ยัดข้อหาด้วย
เมื่อวันพุธ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญปราบโกง จะสัมฤทธิผลได้จริงหรือไม่&amp;rdquo; โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธาน กมธ.การเมือง กล่าวเปิดสัมมนาว่า ปัญหาด้านระบบอุปถัมภ์เป็นหนึ่งในที่มาของการทุจริตคอร์รัปชันที่เเทรกอยู่ในทุกสมัย ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ จึงเป็นกลไกสำคัญ เพราะบัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐเเละเอกชน โดยมีกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด ให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส เเละได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญตั้งชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงถือเป็นการตลาดที่ดีมาก สามารถเล่นเป็นกระแสของสังคมได้ในช่วงลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปราบโกงไม่ได้จริง แม้มีจุดดีอยู่บ้าง เช่น การจัดตั้งศาลทุจริต แต่ก็มีจุดน่าเป็นห่วงอยู่ 2-3 จุดใหญ่ เช่น การนำกระบวนการถอดถอนออกไป ทำให้กระบวนการตรวจสอบทำได้ยากขึ้น รวมถึงการบัญญัติให้ตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.มากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการทางกฎหมายในช่วงต้นน้ำก็ควรปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาคดีของผู้มีอำนาจหลายคดีมักสะดุดที่กระบวนการยุติธรรมช่วงต้นน้ำ ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีการปราบโกงจากรัฐบาล ทุกรัฐบาลมุ่งมั่นในการปราบการทุจริต แต่บางรัฐบาลปราบเฉพาะแต่ฝ่ายตรงข้าม และแม้จะไม่ผิด แต่ก็ยังยัดเยียดข้อหาให้ด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ระบุ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ มองว่า การไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ง่าย โดยคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่พูดว่าลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ แล้วจะปราบโกงได้เช่นไร ซึ่งมองว่าอนาคตการปราบโกงที่แท้จริงทำได้ยาก เพราะจะมีคนของรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจัดการในแทบทุกเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญอาจปราบโกงไม่ได้จริง เพราะมีการยกเลิกกระบวนการถอดถอนออกไป ทั้งยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบชี้มูลได้มากขึ้น&amp;rdquo; นายพงศ์เทพกล่าว&amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำร่างหลักสูตรป้องกันการทุจริตเพื่อบรรจุในการเรียนการสอนกว่า 6 หลักสูตร ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว&amp;nbsp;ส่วนการทำงานของ ป.ป.ช.ขณะนี้ มีเรื่องกล่าวหาคงค้างอยู่กว่า 17,000 เรื่อง และเรื่องไต่สวนอีกกว่า 2,000 เรื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี เชื่อว่าหลังกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช.ออกมา จะช่วยยกระดับการทำงานของ ป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น เพราะกฎหมายใหม่กำหนดเวลาการทำงานแต่ละคดีมีเวลาไม่เกิน 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังปฏิเสธจะตอบคำถามถึงการตรวจสอบที่มานาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เนื่องจากขอถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบ โดยระบุเพียงว่า ได้รับทราบจากเลขาธิการ ป.ป.ช. ทราบว่าขอเวลาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีก 2-3 เดือน เพราะต้องตรวจสอบข้อมูลจากทางต่างประเทศ และต้องตรวจสอบให้สิ้นสงสัย ก่อนจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณา
ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มีข้าราชการจากหลายหน่วยงานส่งหนังสือร้องเรียนมา เพื่อสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดสภาวะสุญญากาศในช่วงท้ายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช่น ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ข้าราชการที่ร้องเรียนมาระบุว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในกระทรวงไม่มีใครติดขัดหากเอาผิดกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ที่ผ่านมากลับโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนมากองไว้ส่วนกลาง โดยไม่มีโครงสร้างรองรับ ถือเป็นการเสียประโยชน์ จึงอยากให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือรับผิดชอบคดีทุจริตได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาล คสช.จะสร้างภาพปราบปรามทุจริตอย่างไรก็ได้ แต่ไม่ควรผลักให้ข้าราชการเป็นแพะรับบาป และต้องเร่งสอบสวนด้วยความรวดเร็ว และคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติรรม&amp;rdquo;นายอนุสรณ์กล่าว
วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อยื่นขอซื้อปืนหลวงที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าปลัด มท.ได้สั่งให้ย้ายนายอำเภอสัตหีบแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นมาอย่างไร ซึ่งโทษสำหรับการปลอมแปลงเอกสารค่อนข้างสูง และหนัก ไม่เพียงแต่โดนโทษทางวินัย แต่จะโดนโทษทางอาญาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9358</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งศาลทุจริต, การตรวจสอบที่มานาฬิกาหรู, การทุจริตคอร์รัปชัน, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวิษณุ เครืองาม, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปราบทุจริต, ปราบโกง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รัฐธรรมนูญปราบโกง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3199689df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ส่งหลักฐานมัด5พระเถระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคประชาชนขอนแก่นยกพลทำหนังสือหนุน &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ชี้เป็นตงฉิน อย่าให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย พระชั้นผู้ใหญ่เตรียมหนาว &amp;ldquo;ปปง.&amp;rdquo; ชงชื่อให้กองปราบฯ ออกหมายเรียกในสัปดาห์หน้า ส่วนพวกบริจาคเกินรายได้เตรียมซวยเข้าข่ายฟอกเงิน อดีตผู้ว่า สตง.โผล่ป้องพระ-วัดโยกงบไม่ผิด วิษณุ-ป.ป.ท.รีบแจงแก้ต่าง คตช.ไม่ประชุมกว่า 8 เดือน แต่ยังจริงจังปราบโกง
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องในกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความเอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด โดยที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น นำคณะกรรมการฯ และสมาชิกองค์กรเข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการ พศ.ขอนแก่น เพื่อส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปกป้องข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและกระทำตามกฎหมายบ้านเมือง โดยมีนายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี รักษาการผู้อำนวยการ พศ.ขอนแก่น รับหนังสือแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตุลย์กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนในความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัดในขณะนี้ ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แต่กลับมีกลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์ และมีเจตนาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมอันดีของพลเมือง มาทำการคุกคามและเรียกร้องให้ย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ซึ่งถือเป็นการคุกคามการทำงานของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และทำตามระเบียบของทางราชการอันถูกต้องชอบธรรม ภาคพลเมืองจึงจำเป็นต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในการปกป้องข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ยึดกฎหมายและระเบียบทางราชการอย่างถูกต้องชอบธรรม และไม่ควรให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อที่ได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ นั้น สำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจ พ.ต.ท.พงศ์พร และให้ นายกฯ ปกป้องให้กำลังใจคณะทำงานทุกคนที่ยืนหยัดต่อสู้และทำตามระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งขณะนี้การดำเนินคดีทางอาญานั้นก็คืบหน้าอย่างมาก ซึ่งเรื่องของคดีภาคพลเมืองคงไม่อาจก้าวล่วง แต่การพร้อมใจยื่นหนังสือถึงนายกฯ ครั้งนี้ คือให้ดำเนินคดีกับพระเถระทุกรูปที่กระทำผิดกฎมายโดยไม่ละเว้นไม่ว่าชั้นยศใด โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ละเมิดกฎหมายในเรื่องดังกล่าวทุกคน เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน&amp;rdquo; นายตุลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตุลย์ยืนยันว่า ภาคพลเมืองชาวขอนแก่นทุกคนให้กำลัง พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กระทำการอย่างถูกต้อง ทำจริง ทำตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย และต้องการให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ต่อไป เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ส่วนกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ปลด พ.ต.ท.พงศ์พรนั้น พบว่าเป็นกลุ่มจัดตั้ง ที่ภาคพลเมืองไม่อยากบอกว่าเป็นมาเฟียพระหนุนหลัง รวมไปถึงผู้ที่เสียผลประโยชน์จากการตรวจสอบ
ระทึก! ออกหมายเรียกพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำหลักฐานเส้นทางทางการเงินในคดีเงินทอนวัด เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ออกหมายเรียกพระชั้นผู้ใหญ่เข้ามาพบ โดยคาดจะออกหมายเรียกในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ ปปง.กำลังคัดกรองเงินบริจาคและเงินทุจริต โดยจะพิจารณาจากอาชีพของพุทธศาสนิกชนและจำนวนเงินที่นำมาบริจาค หากพบจำนวนเงินมากกว่ารายได้ หรือมากเกินฐานะ อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ปปง.ได้มาเข้าพบเมื่อช่วงบ่าย เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางทางการเงินในคดีเงินทอนวัดครั้งล่าสุด ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังมีขั้นตอนและรายละเอียดในการดำเนินการอีกจำนวนมาก ยังไม่ถึงขั้นออกหมายเรียกพระผู้ใหญ่มาสอบปากคำ โดยจะต้องรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับ บก.ปปป. เพื่อหารือเรื่องการรวบรวมหลักฐานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โพสต์เฟซบุ๊กว่า สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจที่มีอยู่ปฏิรูปวงการคณะสงฆ์อย่างจริงจัง และยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่ย่ำยีพระธรรมวินัยเสียให้หมด เพราะหากยังมี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับนี้อยู่ พวกอลัชชีจักไม่มีวันได้ขึ้นศาลสงฆ์แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนพระปริยัติธรรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาว่ารู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากสังคมกำลังสับสนเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด กับกรณีงบการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ พศ.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ 5 พระเถระ คือเรื่องเงินทอนวัดนั้นเกิดจากเจ้าหน้าที่ พศ.ดำเนินการโดยมิชอบด้วยวิธีหักค่าหัวคิว ส่วนกรณีงบการศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นการกล่าวหาว่า 5 พระเถระ นำงบไปใช้ดำเนินการในส่วนที่ไม่ใช่การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งหากมองตามหลักการแล้ว การตั้งงบดังกล่าว รวมทั้งการโยกงบที่จะให้แก่วัด การตั้งเรื่องอนุมัติงบ วิธีการต่างๆ ต้องทำโดยเจ้าหน้าที่ พศ. วัดเป็นเพียงผู้ทำเรื่องเสนอของบเท่านั้น การจัดสรรงบก็ขึ้นอยู่กับงบที่มีอยู่ และโอนให้แก่วัดตามที่จัดสรร โดยที่พระหรือวัดไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับวิธีการอนุมัติงบ ของ พศ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ได้เห็นเอกสารการเสนอขอรับงบประมาณในปี 2556-2557 ของวัดที่เป็นข่าวอยู่นั้น จะเขียนแบบกว้างๆ เพื่อได้บริหารจัดการงบในการทำงานได้สะดวก โดยเมื่อวัดได้รับงบมาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับวัด หากนำไปใช้ในกิจการพระพุทธศาสนาของวัดโดยไม่ได้นำงบไปให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ถือว่าทำได้ แต่ถ้านำงบไปใช้ในนามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถือว่าเข้าข่ายทุจริต นอกจากนี้วิธีการผันงบของหน่วยงานราชการไปใช้ในอีกโครงการหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่หน่วยงานราชการปฏิบัติกัน เรียกว่าการบริหารจัดการงบ&amp;rdquo; นายพิศิษฐ์กล่าว
อดีตผู้ว่าฯ สตง.กล่าวอีกว่า แนวปฏิบัติของ สตง.จะดูที่เจตนาการใช้งบด้วยว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน สังคม ประเทศชาติหรือไม่ อาจไม่ตรงวัตถุประสงค์แบบไม้บรรทัด แต่เมื่อเป้าหมายที่ออกมาเกิดประโยชน์และชี้แจงที่มาที่ไปได้ ก็ถือว่าไม่มีเจตนาทุจริต ดังนั้นจึงเชื่อว่าพระสงฆ์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นวิธีการอนุมัติเงินงบ เนื่องจากก่อนที่วัดจะเป็นผู้ขอเสนองบนั้น ทาง พศ.ต้องแจ้งว่ามีงบหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พศ.ต้องให้คำแนะนำ
พาเหรดแจงจริงจังปราบโกง
วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;นานกว่า 8 เดือนแล้วที่ไม่มีการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลยังเอาจริงเรื่องปราบคอร์รัปชันอยู่หรือเปล่า&amp;rdquo; โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรารับทราบ แต่อยากให้ทราบว่า คตช.เป็นฝ่ายนโยบาย เมื่อมีเรื่องถึงจะประชุม ถ้าไม่มีเรื่องไม่จำเป็นต้องประชุม และระหว่างที่ คตช.ไม่ได้ประชุม ศูนย์อำนวยการการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่เป็นฝ่ายปฏิบัติของ คตช.ได้ทำงานอยู่ทุกวัน มีการรายงานนายกฯ อยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้รายงานออกสู่สาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คตช.จะประชุมเร็วๆ นี้ เพราะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อหารือเรื่องการปรับโครงสร้าง คตช. เนื่องจากมีปัญหาในเชิงบริหาร คณะกรรมการที่แต่งตั้งตามคำสั่ง คสช.หลายคนมีการปรับเปลี่ยน บางคนไม่ได้แต่งตั้งโดยตำแหน่ง แต่แต่งตั้งโดยรายชื่อบุคคล เมื่อบางคนเกษียณอายุราชการไปแล้ว จึงต้องแต่งตั้งคนอื่นเข้า ดังนั้นเมื่อมีการปรับโครงสร้างเสร็จ จะมีการประชุมต่อไป ยืนยันไม่มีอะไรชะงัก เพราะ ศอตช.ยังทำงานได้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่ารัฐบาลยังจริงจังในการปราบคอร์รัปชัน นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลจริงใจ เพราะเน้นย้ำ ศอตช.ให้ทำงานทุกวันหนักขึ้น คสช.มีการติดตามระหว่างการไม่มีประชุม คตช.ว่ามีอะไรสะดุดหรือไม่ ส่วนจะแต่งตั้งบุคคลใดเข้ามาบ้าง ขึ้นอยู่กับหัวหน้า คสช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงเรื่องนี้ว่า ป.ป.ท.ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คตช.ขอเรียนชี้แจงดังนี้ 1.กรรมการ คตช.บางรายพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงทำให้มีการเสนอว่าต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการใหม่ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และนำรายชื่อเสนอ คสช.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 2.ในการดำเนินการที่ผ่านมา แม้ไม่มีการประชุม คตช. แต่หัวหน้า คสช. ในฐานะประธาน คตช.ได้สั่งการให้กลไกการขับเคลื่อนการทำงานในระดับปฏิบัติคือ ศอตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพบก กอ.รมน. สำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการทั้งในส่วนของการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้เปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในส่วนของ ศอตช.นั้น ได้ประชุมและดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เช่น การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ.2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และได้รายงานทั้งลายลักษณ์อักษรและรายงานด้วยวาจาให้หัวหน้า คสช.ในฐานะประธาน คตช.รับทราบมาโดยตลอด&amp;rdquo; เอกสารชี้แจงระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารยังชี้แจงอีกว่า หากมีการปรับปรุงองค์ประกอบของ คตช.เสร็จเรียบร้อยแล้ว ป.ป.ท. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะได้นำเรียนประธาน คตช. เพื่อกำหนดนัดประชุม คตช.โดยเร็ว เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการต่อต้านการทุจริตให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการจะเสนอแนวทางเพื่อยกระดับการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และการขับเคลื่อนทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์, การทุจริตคอร์รัปชัน, ตงฉิน, ปปง., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระ-วัดโยกงบไม่ผิด, พระชั้นผู้ใหญ่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08eabba4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
