<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหมาเข่งซักฟอก11รมต. ‘ก้าวไกล’จองกฐิน4เก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุทิน&amp;quot; คุยลั่น! ซักฟอกคราวนี้มีใบเสร็จการทุจริตเชิงนโยบายที่สร้างความเสียหายและสร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในอนาคต ทำให้ประชาชนลำบาก เผย ครม.โดนเช็กบิล 7 คนบวก &amp;quot;พิธา&amp;quot; เผยครบรสล็อกเป้า &amp;quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-อนุทิน-นิพนธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ว่า พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันมาตามลำดับ เมื่อได้กรอบมา ให้แต่ละพรรคลงรายละเอียด นำไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนพรรคเพื่อไทย ส.ส.ที่จะอภิปรายได้นำข้อมูลให้คณะกรรมการของพรรคทั้ง 2 ชุดคือ คณะกรรมการกลั่นกรองเนื้อหาประเด็น และคณะกรรมการกลั่นกรองบุคคลที่จะอภิปราย เย็นวันที่ 22 ม.ค. จะสรุปประเด็น ข้อมูล และผู้ที่จะอภิปรายเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากนั้นในวันอาทิตย์ 24 ม.ค. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมสรุปครั้งสุดท้าย เพราะอาจจะมีเรื่องเดียวกัน หัวข้อเดียวกัน จะมาดูกันว่าจะสนธิกำลังกันอย่างไร เวลาการอภิปรายของแต่ละพรรคคงต้องยื่นญัตติอภิปรายและคุยกับทางรัฐบาลก่อนว่าได้เวลาทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วค่อยแบ่งเวลาของแต่ละพรรค ขณะที่ผู้อภิปรายพรรคเพื่อไทยมีประมาณ 10-13 คน ไม่น่าจะเกินนี้ ซึ่งจะน้อยกว่าครั้งก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวปัญหาเรื่องการจัดสรรการอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายสุทินยอมรับว่า จะมีอย่างนี้ตลอดทุกพรรค เพราะเวลามีการอภิปราย คนก็อยากอภิปรายเยอะ เนื้อหาอาจจะซ้ำกัน ต้องมาจัดการ ไหนจะเรื่องเวลา จึงไม่แปลกที่มีปัญหาทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็จบไปได้ ไม่มีปัญหา ไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายจะมาจากทุกพรรคใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ใช่ ทุกพรรคมีสิทธิ์เสนอ แล้วก็นำข้อหาและนำข้อมูลมาเพื่อวางเนื้อหาร่วมกัน เรามีข้อมูลที่โยงไปถึงการทุจริตอย่างแน่นอน และมีเรื่องความบกพร่องในการบริหาร ความผิดพลาดจนทำให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถึงขั้นมีใบเสร็จทุจริตเลยหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันว่า คราวนี้มีใบเสร็จ มีการทุจริตเชิงนโยบายที่สร้างความเสียหายและสร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายประมาณกี่คน นายสุทิน ตอบว่า ตอนนี้ก็มีเยอะมาก ประมาณ 7 คนบวกๆ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด คงต้องนำไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง คงจะสรุปได้ในวันที่ 24 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่จะถึงนี้ครบรสแน่นอน โดยหลักการต้องเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เกี่ยวกับความล้มเหลวและการทุจริต ล็อกเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ประชาชนจะต้องได้รับรู้ข้อมูลและจะต้องตาสว่าง โดยเรื่องที่จะอภิปรายมีทั้งที่มีหลักฐานและไม่มีหลักฐาน แต่เป็นความล้มเหลวในการใช้งบประมาณ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับนิติรัฐ นิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเย็น แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมเพื่อสรุปเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ที่ห้องทำงานผู้นำฝ่ายค้าน โดยเป็นการประชุมลับ ซึ่งหลังประชุมกว่า 2 ชั่วโมง นายพิธากล่าวว่า การหารือในประเด็นและรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่ารายละเอียดเรียบร้อยกว่า 90% เหลือเพียงการร่างญัตติที่จะสรุปอีกครั้งในวันที่ 24 ม.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมแต่ละพรรคได้เสนอประเด็นต่างๆ และรายชื่อรัฐมนตรีให้ที่ประชุมทราบ เบื้องต้นจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีราว 10-11 คน โดยได้มอบหมายให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ร่างญัตติ ข้อกล่าวหา และจะสรุปกันอีกครั้งวันที่ 24 ม.ค. ก่อนยื่นญัตติในวันที่ 25 ม.ค.เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสิรินทร รามสูต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธเรื่องเปลี่ยนขั้วทางการเมือง โดยชี้แจงว่าเรื่องนี้เกิดจากตนเดินทางไปพบนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ที่กระทรวงแรงงาน เพราะทราบว่านางนฤมลได้รับมอบหมายดูแลพื้นที่ จ.น่าน จึงได้ปรึกษาว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้พระสงฆ์และวัดต่างๆ ออกมาฝึกอาชีพให้ชาวบ้าน ขณะเดียวกัน จ.น่านก็มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน จึงอยากให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไปพบรัฐมนตรีช่วยแรงงาน เพื่อต้องการจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่การไปทำงานเพื่อประชาชนกลับถูกมองว่าเป็นการเปิดหน้าเปลี่ยนขั้ว ซึ่งเสียใจมาก เพราะอุดมการณ์ทางการเมืองเราไม่เคยวอกแวก ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน เมื่อประชาชนมีปัญหาอะไรก็ต้องช่วยแก้ไข รัฐมนตรีคนไหนที่จะช่วยสามารถจัดการปัญหาได้ ก็จะไปพบ เพื่อปรึกษา ยืนยันว่าไม่คิดจะย้ายขั้วหรือย้ายพรรคอย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ส.อีกท่านที่ไปด้วยคือใคร นางสิรินทรเผยว่า นางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ขับรถไปส่ง และไปเป็นเพื่อน เนื่องจากนางพรพิมลเป็นคนลำปาง เป็นคนเหนือเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ก่อนหน้านางพรพิมล เคยมีข่าวเป็นงูเห่าของพรรค นางสิรินทรตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ตนไม่ทราบ ในการไปพบนางนฤมล ก็ไม่มีการพูดคุยเรื่องย้ายพรรค ตามมารยาทคงไม่มีการพูดคุยอยู่แล้ว เรื่องนี้คงจะไม่มีการฟ้องรายการดังกล่าว เพียงแต่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายธีรัจชัย พันธุมาศ พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แถลงต่อสื่อมวลชนจากกรณีเมื่อวันก่อน ในการประชุมคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีภาคประชาชนหลายกลุ่มร่วมเข้าติดตามการประชุมที่รัฐสภา แต่ปรากฏว่ามีการปิดกั้นการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบจากประชาชน นำไปสู่ผลของที่ประชุมกรรมาธิการในวันนี้ที่มติกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดสดในห้องประชุมกรรมาธิการนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวว่า ในฐานะรองประธานกรรมาธิการคนที่ 3 ตนเป็นผู้เสนอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกติกาของประเทศ ประชาชนควรจะมีสิทธิที่ได้รับรู้ในทุกขั้นตอนกรณีการกระทำของคณะกรรมาธิการที่ไม่ให้มีการถ่ายถอดเช่นนี้ ถามว่าเป็นการให้ประชาชนได้รับรู้อย่างทั่วถึงหรือไม่ การที่เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญมาช่วยเสริม ช่วยถ่ายทอดเป็นเรื่องดี เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามในการถ่ายทอดสดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่เกิดขึ้นนำไปสู่การประชุมในวันนี้ โดยที่ประชุมได้มีการโหวตกรรมาธิการเสียงข้างมาก 20 เสียงไม่อนุญาต เสียงข้างน้อย 8 เสียงที่อนุญาต มติตรงนี้ชอบหรือไม่ และควรให้ประชาชนได้ติดตามถ่ายทอดรับฟังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า อยากให้ประชาชนตั้งคำถามว่า กรรมาธิการกำลังปิดหูปิดตาประชาชนหรือไม่ และกำลังทำอะไรกับประชาชน นี่ไม่ต่างอะไรเลยจากการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ผู้จัดทำร่างพยายามกีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกวิถี ทาง รัฐธรรมนูญจะมีหน้าตาอย่างไร ใครพูดให้ความเห็นอะไรไว้ในการประชุม เรื่องเหล่านี้ประชาชนไม่มีส่วนได้รับรู้เลย และในอีกมุมหนึ่ง พวกคุณก็ไม่ได้สำนึกเลยว่า แม้ ส.ว.จะไม่ได้มีที่มาจากประชาชน แต่เงินเดือนที่คุณได้ เบี้ยประชุมที่คุณรับ และที่สำคัญที่สุดคืออำนาจที่คุณมี มันยังคงเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90705</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเชิงนโยบาย, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคร่วมฝ่ายค้าน, วิปฝ่ายค้าน, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600adf29c7679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
