<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.อาการหนักรับมีเงินสดใช้ได้ถึงกลางปีหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภาพรวมแผนการดำเนินงานของ ทอท.ว่า ในปัจจุบัน ทอท. ยังสามารถดำเนินการได้ตามแผน โดยในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมานั้น ทอท.มีรายได้ 4 เดือน และสามารถครอบคลุมรายจ่ายได้ตลอด 8 เดือนที่เหลือที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในเบื้องต้น ประเมินว่า ช่วงตรุษจีน 2564 สถานการณ์อาจจะยังไม่ฟื้นตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่สถานะทางการเงินปัจจุบัน ทอท.มีกระแสเงินสดอยู่ประมาณ 41,000 ล้านบาท ซึ่งตามประมาณการณ์หากวัคซีนรักษาโควิด-19 ออกมาได้ในช่วงกลางปี 2564 ก็ยังสามารถดำเนินการบริหารจัดการได้ถึง มิ.ย. 2564 หากเกินกว่านั้น ทอท.อาจจะต้องกู้เงินระยะสั้น เพื่อมาช่วยในการบริหารจัดการ โดยจะต้องมีการคำนวณว่า จะต้องดำเนินการกู้เท่าไหร่&amp;quot;นายนิตินัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินการในปี 2564 นั้น ทอท. มีแผนลงทุนวงเงินประมาณ 13,000-14,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการเก็บจากค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge : PSC) นั้น ปัจจุบัน ทอท.มีผู้โดยสารภายในประเทศรวมทั้งหมดประมาณ 80,000-90,000 คนต่อวัน ทำให้มีรายได้จาก PSC เฉลี่ย 100 ต่อคน รวมรายได้ประมาณ 8-9 ล้านบาทต่อวัน หรือ 240-270 ล้านบาทต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวภายหลังเข้าพบ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถึงการเตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่ตรวจความก้าวหน้างานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และห้องปฏิบัติการคัดกรองตรวจเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 21 ต.ค. 2563 ว่า ได้มารายงานและสรุปรายละเอียดก่อนการลงพื้นที่ของนายศักดิ์สยาม ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ โดยจะมีการตรวจห้องปฏิบัติการคัดกรองตรวจเชื้อโควิด-19 รวมถึงการตรวจความก้าวหน้าของการดำเนินการการก่อสร้าง อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT-1) รวมถึงโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายศักดิ์สยามได้สั่งการถึงการซ่อมแซมหรือก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับเครื่องบิน (แท็กซี่เวย์) ว่า ในช่วงที่มีปริมาณเที่ยวบินน้อย สามารถเร่งรัดในการซ่อมแซมได้หรือไม่ พร้อมทั้งให้บริหารจัดการตารางการบินให้ชัดเจนชัดเจน โดยยืนยันว่าการดำเนินการซ่อมแซมนั้น ในขณะนี้ยังคงดำเนินการได้ตามแผน และมีแนวโน้มว่าจะเร็วขึ้น ในส่วนของการประกาศตารางการบินล่วงหน้านั้น ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้รับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81147</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, สถานะการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ม.ล.ชัยนิมิตร&#039;ฟันธง!การสร้างเทอร์มินัลแปะคือการฆ่า&#039;การบินไทย&#039;อย่างเลือดเย็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 พ.ย.62- &amp;nbsp;ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน &amp;nbsp;สถาปนิกชื่อดัง คือทายาทของ ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน อดีตนักคิดนักเขียนไทย หนึ่งในอดีตนักโทษการเมืองในคดีกบฏบวรเดช &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp; M.L. Chainimit Navarat ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นสถาปนิกไม่ได้รู้เรื่องอะไรพวกนี้หรอกครับ แต่ฟังเขาคุยกันเรื่องอนาคตของการบินไทยในสุวรรณภูมิแล้ว อดไม่ได้ที่จะนำมาขยายต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอโดนดร.สามารถแจงถึงความทุกข์ยากของผู้โดยสารที่จำต้องเชคอินที่เทอร์มินัลแปะ แล้วต้องถ่อกายลากกระเป๋าขึ้นรถราง APM ถึง 3 สายไปขึ้นเครื่อง ทอท.ก็เปลี่ยนคำพูดใหม่ โดยแถ ลงว่า ผู้โดยสารกลุ่ม Star Alliance ที่มีจำนวนถึง 60% ของสนามบิน ซึ่งใช้ที่จอดประชิดเทอร์มินัลเดิมบางส่วน กับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังใหม่ จะถูกแบ่งให้เชคอินทั้ง 2เทอร์มินัล โดยเอาเทอร์มินัลเดิมเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังใหม่ จะได้ไม่ต้องนั่ง APM 3 สาย หากเชคอินที่เทอร์มินัลแปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถ ลงดังกล่าวเป็นการพูดแบบขาดวิจารณญานโดยแท้ ก็ไม่รู้จะแบ่งไปทางโน้นกี่เปอร์เซนต์ทางนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ทว่าการให้ผู้โดยสารกลุ่มเดียวกัน แบ่งเชคอิน 2 เทอร์มินัล ในโลกนี้ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะหากจะมีใครหลงไปเชคอินผิดเทอร์มินัล การบินไทยผู้รับผิดชอบดูแลผู้โดยสารกลุ่ม Star Alliance นั่นแหละจะตายก่อนคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วในขณะเดียวกัน สายการบินอื่นในกลุ่ม One World ที่บินต่างประเทศล้วนจะได้จอดประชิดที่เทอร์มินัลเดิม หรือหากจอดที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังใหม่ ก็ยังคงเชคอินที่เทอร์มินัลเดิมแล้วต่อขึ้นเครื่อง โดยใช้ APM สายเดียว ง่ายๆตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคำชี้แจงของทอท.ที่ว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักไปแล้ว สนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่ Hub Airport อีกต่อไป เพราะมีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องน้อยมาก จากที่เคยมีกว่า 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนความเป็น Hub Airport คือการฆ่าTG อย่างเลือดเย็น หากผู้โดยสาร long haul ของกลุ่ม Star Alliance รวมทั้ง TG ที่จะมาต่อสายการบินในประเทศไปยังเมืองท่องเที่ยวของไทยเอง หรือไปประเทศแถบเอเซีย โดยสายการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์ จะไม่มาสุวรรณภูมิอีกต่อไป เนื่องจาก ทอท.ไม่บริหารจัดการระบบอำนวยความสะดวกให้พวกเขาเปลี่ยนเครื่องได้ง่ายๆไม่ลำบากลำบน หรือดีเลย์จนพลาดต่อเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพวกนี้จะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปรและกัวลาลัมเปอร์ หรือไซ่ง่อน แล้วบิน Lowcost ตรงไปเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่เลยเพราะสะดวกสบายกว่า สายการบินของไทยก็จะเอวัง....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นปีนี้เองผู้บริหารการบินไทยได้ออกข่าวชัดเจนว่าไม่ต้องการย้ายไปเทอร์มินัลแปะ นอกจากจะมีคำสั่งจากรัฐบาล แต่ก็ประหลาดที่ประธาน AOC ซึ่งเป็นพนักงานภาคพื้นดินของการบินไทย กลับเชียร ทอท.ให้รีบทำเทอร์มินัลแปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยหนึ่งนานมาแล้ว คนการบินไทยได้ล๊อบบี้ให้ทอท.จัดหลุมจอดคู่แข่งให้อยู่ไกลที่สุด ให้ TGอยู่ใกล้ทีสุด ซึ่งก็ไม่ประหลาดหรอก สนามบินอื่นๆเขาก็ทำกับ TG แบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหง๋สมัยนี้กลายเป็นร่วมกันทำให้ TG เสียเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองคิดดูสิครับ ถ้าต่ออาคารเดิมทางทิศตะวันตกตามแผนเดิมที่พร้อมจะเรียกประมูลก่อสร้าง แล้วให้สายการบินกลุ่ม OneWorld กับ SkyTeam ฯลฯ ไปอยู่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังใหม่ ให้ TG และกลุ่ม Star Alliance ครองอาคารเทียบเครื่องบินหลังหลัก และยังแน่นอนอีกว่า TG จะได้ลูกค้าในเรื่องGround HandlingกับCargo Handling จากสายการบินที่ไม่อยู่ในกลุ่มอะไรเลยเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าคิดไหมล่ะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51138</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, การบินไทย, ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน, สถาปนิก, เทอร์มินัลตัดแปะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcc7b5d06c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เคาะแบบสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2เชื่อมรถไฟฟ้า-สายพานกระเป๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสานหลังที่ 2 (TER 2) วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาทนั้นหลังจากที่ล้มประมูลงานออกแบบของกลุ่มดวงฤทธิ์ ขณะนี้ สภาที่ปรึกษาสนามบิน (Airport Consultants Council: ACC) ซึ่งมาจากผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนได้ตัดสินใจกำหนดแบบให้เชื่อมกับอาคารผู้โดยสารในปัจจุบัน (TER 1) ซึ่งจะมีระบบสายพานสัมภาระและระบบขนรถไฟฟ้าส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ(APM) เชื่อมระหว่างทั้งสองอาคาร ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่กำหนดให้ TER 2 เป็นการออกแบบลักษณะอาคารเดี่ยว (Stand Alone) เมื่อมีความชัดเจนแบบนี้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ล่าสุดทอท.ได้รายงานกระทรวงคมนาคมเพื่อขอเดินหน้าโครงการต่อ และเตรียมเสนอโครงการไปยัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ภายในเร็วๆนี้ พร้อมชี้แจงความจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อเพิ่มคุณภาพบริการในสนามบินควบคู่ไปกับการรองรับตลาดท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวต่อว่าหากสุดท้ายแล้วสภาพัฒน์ยังคงยืนยันคัดค้านการก่อสร้าง หรือสั่งชะลอโครงการต่อไป ทอท.ก็คงต้องยอมรับสภาพ ส่วนคำถามที่ว่าหากไม่มีอาคารใหม่ในเร็ววัน จะทำให้ผู้โดยสารล้นสนามบินหรือไม่เพราะในเวลานี้เกินขีดรองรับไปแล้ว 15 ล้านคน/ปี ยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้ แม้จะมีขีดจำกัดรองรับที่เผยแพราออกไปว่าปีละ 45 ล้านคนแต่เป็นเพียงพื้นที่ฝั่ง Landside ส่วนฝั่ง Airside ของอาคารผู้โดยสารในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันนั้นรองรับได้ถึง 90 ล้านคน ถือว่ายังมีอัพไซด์อีกมากเมื่อดูจากปริมาณผู้โดยสาร 60 ล้านคน/ปี ในตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้นในอนาคตหากไม่มี TER 2 บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอินและห้องโถงจะหนาแน่นมาก แต่พอหลุดเข้าไปฝั่ง Airside ความแออัดก็จะดีขึ้น อีกทั้งยังมีโครงการอาคารที่ทยอยจะแล้วเสร็จได้แก่ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1) และการขยายอาคารฝั่งทิศตะวันตก (West-wing) ซึ่งเตรียมเปิดใช้ปี 2563-2564 รองรับมากกว่า 15 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิต้องเร่งพัฒนาเพื่อรับผู้โดยสาร ดังนั้นจึงต้องฟังเสียงคนใช้และผู้ประกอบการในสนามบิน มิใช่เอาเสียงคนนอกมาตัดสิน ทุกวันนี้แน่นจะตายกันอยู่แล้ว ไม่อยากให้คุณภาพบริการแย่ลงไปอีกเพราะมีผลต่อการจัดอันดับสนามบินทั่วโลก&amp;quot; นายนิตินัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวต่อว่าหากสภาพัฒน์มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการแล้ว ทอท.จะเดินหน้าตั้งงบประมาณปี 2563 ในการจ้างเอกชนออกแบบโครงการ ซึ่งกว่าจะผ่านตามขั้นตอนไปจนถึงเปิดประมูลอาจใช้เวลานานมากจนต้องลุ้นว่าจะได้ผู้ชนะประมูลในปีนี้หรือไม่ ดังนั้นทอท.เตรียมแผนร่างแบบอาคารดังกล่าวบางส่วนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เช่น ทอท.ออกแบบงานฐานรากและจ้างออกแบบเฉพาะอาคารรวมถึงงานบนดิน เนื่องจากเดิมกำหนดเปิดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาความแออัดในช่วงปี 2565-2566 พร้อมกับโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องรอคำตอบจากสภาพัฒน์ก่อนกำหนดทิศทางการพัฒนาสนามบินสุวนรณภูมิต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35697</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, เคาะแบบ, โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสานหลังที่ 2 (TER 2)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8e981692c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.อวดตัวเลขผู้โดยสารใช้บริการ6สนามบินพุ่ง139 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.เปิดตัวเลขผู้ใช้บริการสนามบิน 6 แห่ง ผู้โดยสารพุ่ง 139 ล้านคน เพิ่มขึ้น8 %และ 875,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.2% จีนยังใช้บริการมาเป็นที่หนึ่ง

30 ส.ค.61-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ผลการดำเนินการด้านปริมาณการจราจรทางอากาศปีงบประมาณ 2561 ต.ค.60 &amp;ndash; ก.ย.61 ท่าอากาศยาน 6 แห่ง&amp;nbsp; มีผู้โดยสารใช้บริการ 139.52 ล้านคน เพิ่มขึ้น8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 80.49 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.0% และผู้โดยสารภายในประเทศ&amp;nbsp; 59.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.2% ขณะที่มีเที่ยวบิน 875,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ&amp;nbsp; 462,230 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 11.3% และเที่ยวบินภายในประเทศ&amp;nbsp; 412,770 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.1%

นายนิตินัย กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) มีผู้โดยสารและเที่ยวบินใช้บริการมากที่สุดตามลำดับ โดย ทสภ.มีผู้โดยสาร 62.81 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.3%แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 51.15 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.6% และผู้โดยสารภายในประเทศ 11.66 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.3% และมีเที่ยวบิน 364,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 5.3% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 277,900 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.9% และเที่ยวบินภายในประเทศ 86,100 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ ทดม.มีผู้โดยสาร 40.56 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.1%แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 15.83 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.2% และผู้โดยสารภายในประเทศ 24.73 ล้านคน เพิ่มขึ้น3.5% และมีเที่ยวบิน 270,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.5% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 96,160 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 15.5% และเที่ยวบินภายในประเทศ 173,840 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 2.1%

สำหรับท่าอากาศยานอีก 4 แห่ง ได้แก่ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) และ ทชร.มีปริมาณการจราจรทางอากาศเติบโตเช่นกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่ ทภก.มีผู้โดยสาร 18.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.5% และมีเที่ยวบินจำนวน 116,500 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 11.1% ส่วนที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย (ทชร.) มีผู้โดยสาร 10.81 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.4% และมีเที่ยวบิน 75,600 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 4.9% และที่ ทชร.มีผู้โดยสาร 2.81 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17.6%และมีเที่ยวบิน 19,700 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 16.7%แต่ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) มีผู้โดยสาร 4.27 ล้านคน ลดลง 1.9% และเที่ยวบิน 29,200 เที่ยวบิน ลดลง 4.2%

สำหรับ ภาพรวมเที่ยวบินและปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศเติบโตดีทุกท่าอากาศยาน แยกตามสัญชาติส่วนใหญ่เป็นสัญชาติที่อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก รองลงไปเป็นรัสเซีย และอเมริกา โดยสัญชาติ 10 อันดับแรก (ไม่รวมสัญชาติไทย) ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย รัสเซีย อเมริกัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และอังกฤษ ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 61 มีผู้โดยสารสัญชาติจีนเดินทางผ่านท่าอากาศยานของ ทอท.กว่า 19.79 ล้านคน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21001</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ภูเก็ต&quot; ทำเลเด่นของการลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภูเก็ต&amp;rdquo; นับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจทั้งในด้านการลงทุนและเพื่อพักผ่อน ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มากมาย และด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังภูเก็ตที่มากถึง 8.4 ล้านคน เฉพาะในปี 2560 จึงนับได้ว่าภูเก็ตเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงที่สุดในไทย และจำนวนนักท่องเที่ยวก็ทำลายสถิติสูงสุดเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน เมื่อย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาะแห่งนี้ได้เกิดการพัฒนาที่สำคัญหลายประการก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตภูเก็ตเป็นเกาะที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก โดยมีรีสอร์ตขนาดเล็กเพียงไม่กี่แห่ง จากนั้นปริมาณนักท่องเที่ยวค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสะพานสารสินแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2510 ถัดมาในช่วงทศวรรษปี 2520 เกาะภูเก็ตเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยมีการพัฒนาโครงการที่สำคัญ เช่น อมันปุรี โรงแรมและวิลล่าหรูแห่งแรก ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2530
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ตเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศในปี 2527 ทำให้เกาะแห่งนี้ยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว โดยในปี 2531 การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ได้เข้าบริหารท่าอากาศยานภูเก็ตและได้พัฒนาจนทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 966,294 คน การเป็นท่าอากาศยานนานาชาติทำให้ท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถรองรับการขยายตัวและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจาก 10 ปีแห่งความเจริญรุ่งเรือง ภูเก็ตประสบกับมรสุมจากวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียในปี 2540 รวมถึงภัยพิบัติสึนามิในปี 2544 อย่างไรก็ตาม เกาะแห่งนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและทำเลสำหรับซื้อบ้านหลังที่ 2 ซึ่งอ้างอิงจากการจัด 5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมโดยนิตยสารฟอร์บส์ เมื่อปี 2548 และถึงแม้ว่าภูเก็ตจะได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2551 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวกลับเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาได้นำไปสู่แผนการขยายสนามบินภูเก็ตในปี 2557 ซึ่งเฟสแรกได้แล้วเสร็จในปี 2559 จำนวนผู้โดยสารขาเข้าจากเที่ยวบินระหว่างประเทศในปี 2560 มีจำนวนถึง 8.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 800% จากปี 2550 ซึ่งการท่องเที่ยวในภูเก็ตได้เปลี่ยนตลาดนักท่องเที่ยวเอเชียและยุโรปที่มีฐานะมาเป็นตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีถึง 37% ในปี 2560 ซึ่งเป็นสิ่งที่ในปี 2531 เราต่างก็คิดไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันภูเก็ตมีห้องพักในโรงแรมทั้งหมดถึง 23,000 ห้อง ไม่รวมเกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียมตากอากาศ 8,000 ยูนิต และวิลล่าตากอากาศ 4,000 หลัง ตลาดที่พักตากอากาศได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้ผู้ซื้อที่พักตากอากาศไม่เพียงแต่ต้องการสถานที่สำหรับพักผ่อนในวันหยุดเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างรายได้จากบ้านพักตากอากาศด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสินค้าของตนเองให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ รวมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเพื่อให้สามารถปล่อยเช่ารายวันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการ แผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ภูเก็ต กล่าวถึงวิวัฒนาการของตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ตว่า แต่เดิมผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ทำงานในเอเชียที่ต้องการบ้านพักหลังที่ 2 จากนั้นตลาดก็ขยายไปสู่ผู้ซื้อชาวรัสเซีย และปัจจุบันก็เป็นชาวจีนและชาวเอเชียอื่นๆ รวมถึงชาวไทย ผู้ซื้อชาวไทยยังต้องการได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่เติบโตด้วยการซื้อที่พักอาศัยจากโครงการที่มีการสร้างรายได้จากค่าเช่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด จากเกาะที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและมีธุรกิจหลักคือ การทำเหมืองแร่ดีบุกและสวนยาง มาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ในอนาคตยังมีโอกาสการเติบโตจากนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น โดยเป็นคนที่อาศัยอยู่ในระยะการเดินทางด้วยเครื่องบินไม่เกิน 4 ชั่วโมง ซึ่งเริ่มจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงวันหยุด และตอนนี้ได้เกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ ที่ทำให้เกือบ &amp;ldquo;ทุกคนสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้พัฒนาโรงแรมและที่พักตากอากาศต่างได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีความท้าทายในยุคแห่งการท่องเที่ยวแบบกลุ่มขนาดใหญ่ ตั้งแต่เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากเกินไป ไปจนถึงความพยายามในการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต กับการรักษาความน่าสนใจของ &amp;rdquo;ภูเก็ต&amp;rdquo; ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, ประกายเพชร มีชูสาร, ศรยุทธ เทียนสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
