<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เปิดโรงพยาบาลสนามโกดังสเตเดียม รองรับ300เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบพื้นที่ศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด19 ชุมชนคลองเตย (Community Covid-19 Care Center) เพื่อเป็นสถานที่พักรักษาตัวของพนักงานการท่าเรือฯ และชาวชุมชนที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียวและสีเหลืองที่มีอาการไม่รุนแรงภายในพื้นที่จัดเป็นเต็นท์สนามจำนวน 3 หลัง รองรับผู้ป่วยได้ 300 เตียง แบ่งเป็นโรงพยาบาลสนามจำนวน 240 เตียง (แยกชาย-หญิง) และศูนย์ CI จำนวน 60 เตียง โดยการท่าเรือฯ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณการจัดตั้ง ระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวว่าขอขอบคุณในความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวงที่สนับสนุนด้านการติดตั้งและวางระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนามและศูนย์ CI สำนักงานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล รวมทั้งมูลนิธิเอสซีจี, PTTOR, การประปานครหลวง, กรุงเทพมหานคร, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, มูลนิธิบุณยะจินดา, มูลนิธิมาดามแป้ง, โรงพยาบาลนวเวช และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114758</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, ศูนย์พักคอยโกดังสเตเดียม, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128c6a28d625.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กทท.ลุยพัฒนาท่าเรือบกใน ฉะเชิงเทรา,ขอนแก่น และนครราชสีมา ยกเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2564 นายกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เปิดเผยว่า กทท.เตรียมดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมบทบาทให้พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ให้เป็นประตูการค้าของกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพัฒนาท่าเรือบก กทท. เตรียมดำเนินการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ Inland Container Depot (ICD) ฉะเชิงเทรา เป็นโครงการนำร่อง โดย กทท. ได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือบก เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบกของกระทรวงคมนาคม ซึ่งในคราวประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหาร กทท. ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 มีความเห็นให้เชิญผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมจัดทำแผนการพัฒนาท่าเรือบก ก่อนนำเสนอคณะกรรมการฝ่ายบริหาร กทท. พิจารณา ทั้งนี้แผนพัฒนาท่าเรือบก จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ระหว่างนำเสนอคณะกรรมการ กทท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบ ภายในเดือนกรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก สนข. ได้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจการเงิน และสิ่งแวดล้อม จัดทำแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) รวมทั้งรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ ICD ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการรวบรวมและกระจายสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและราชอาณาจักรกัมพูชาผ่านจังหวัดสระแก้ว และเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และท่าเรือ 3 ท่า ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และท่าเรือมาบตาพุด เพื่อยกระดับโลจิสติกส์ของประเทศให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่ &amp;nbsp;ครบวงจร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110672</URL_LINK>
                <HASHTAG>CLMV, การท่าเรือ, ขอนแก่น, จ.ฉะเชิงเทรา, ท่าเรือบก, นครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b1806690a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.เตรียมปรับโกดังสเตเดียมเป็นโรงพยาบาลสนามรองรับคัสเตอร์ชุมชนคลองเตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.64-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสถานที่โกดังสเตเดียมตามที่ได้รับการประสานขอใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด 19 จากพื้นที่ชุมชนคลองเตย จากนั้นได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อวางแผนดำเนินการตั้งโรงพยาบาลสนามโดยมีข้อสรุปในเบื้องต้นในระยะเร่งด่วนใช้พื้นที่วัดสะพานเป็นโรงพยาบาลสนาม

อย่างไรก็ตามขณะนี้รองรับได้ 100 เตียง และมอบหมายให้ หน่วยงานสาธารณสุขเร่งประเมินถึงความเหมาะสมของสถานที่อาคารโกดังสเตเดียม หากมีความเหมาะสม หน่วยงานพร้อมดำเนินการดังนี้
กทท. พร้อมสนับสนุนอาคารโกดังสเตเดียม เนื้อที่รวม 15 ไร่ มีพื้นที่ภายในอาคาร 4,200 ตร.ม. กว้าง 35 ม. ยาว 120 ม. แต่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้มีความพร้อมในการดำเนินงานดังกล่าวทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการปรับปรุง อย่างน้อย​ 1 เดือน ซึ่งทั้งสองจุดจะเน้นใช้รับผู้ป่วยโควิด-19​ จากพื้นที่คลองเตยเป็นหลัก

นายอธิรัฐ​ กล่าวต่อว่า​ ได้ให้หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม ศูนย์สาธารณสุข 41 กรุงเทพมหานคร สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ดำเนินการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ฯ ในการจัดตั้งศูนย์พักคอย และโรงพยาบาลสนาม เพื่อหาข้อสรุป และนำมาพิจารณาในการดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป

นอกจากนี้ยังมีกระทรวงกลาโหม พร้อมดำเนินการปรับปรุงสถานที่ และจัดหาอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก การวางระบบให้สามารถรองรับเตียงผู้ป่วยจำนวน 160 เตียง ,ร.พ.จุฬาลงกรณ์ พร้อมเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในการดูแล ทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์และจากนั้นคณะได้เดินทางไปยังวัดสะพานเพื่อตรวจและประเมินความพร้อมของสถานที่โรงพยาบาลสนามก่อนพิจารณาให้ได้ข้อสรุปก่อนดำเนินการโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101599</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, ก่อตั้งโรงพยาบาลสนาม, คลองเตย, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f8e6361b4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.เตรียมประกวดราคาจ้างขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64-เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เตรียมประกวดราคาจ้างเหมาขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือและแอ่งจอดเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) บริเวณแอ่งจอดเรือที่ 1 (Basin 1) แอ่งจอดเรือที่ 2 (Basin 2) และร่องน้ำทางเดินเรือ (Fairway) เพื่อให้เรือสินค้าสามารถแล่นผ่านเข้า-ออก และเทียบท่าเรือได้อย่างสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งเป็นการบำรุงรักษาระดับความลึกของร่องน้ำให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในการให้บริการ พร้อมทั้งใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับแผนการจัดจ้างดังกล่าว แบ่งเป็น 2 งาน ได้แก่ แผนการก่อสร้างขุดลอกร่องน้ำบริเวณแอ่งจอดเรือที่ 1 (Basin 1) แอ่งจอดเรือที่ 2 (Basin 2) และแผนการก่อสร้างขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือ (Fairway) จากการคำนวณปริมาณดินพื้นที่ที่จะขุดลอกบริเวณแอ่งจอดเรือที่ 1 พบว่ามีปริมาณดินเหนือเกณฑ์ประมาณ 401,921 ลูกบาศก์เมตร และบริเวณแอ่งจอดเรือที่ 2 มีปริมาณดินเหนือเกณฑ์ประมาณ 568,139 ลูกบาศก์เมตร บริเวณปากร่องน้ำทางเดินเรือถึงหน้าท่า A5 มีปริมาณดินเหนือเกณฑ์ประมาณ 828,380 ลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ได้จัดทำแผนที่ร่องน้ำทางเดินเรือ และแอ่งจอดเรือก่อนดำเนินการขุดลอก และสำรวจแผนที่แหล่งทิ้งวัสดุขุดลอก เนื่องจากต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการทิ้งตะกอนดิน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่กรมเจ้าท่ากำหนดไว้ ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างเพียงพอสำหรับตะกอนดินที่จมลงสู่พื้นท้องทะเลได้อย่างปลอดภัยการขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือและแอ่งจอดเรือที่ ทลฉ. เป็นการบำรุงรักษาระดับความลึกของร่องน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยในการเดินเรือต่อผู้ใช้บริการ สร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจให้สายการเดินเรือนำเรือสินค้าขนาดใหญ่เข้ามาใช้บริการที่ ทลฉ. มากขึ้น โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 360 วัน และในระหว่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดำเนินการจะมีการติดตั้งเครื่องมือและสัญญาณต่าง ๆ เช่น ไฟสัญญาณอันตราย ป้ายเตือน ฯลฯ เพื่อให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดความปลอดภัยต่อการสัญจรทางน้ำหรือกิจกรรมอื่น ๆ ในบริเวณพื้นที่โครงการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91272</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, ท่าเรือแหลมฉบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_601249e5d7797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิรัฐ&#039;สั่งคุมเข้มมาตราการคุมโควิดท่าเรือซีทรานเฟอรี่เกาะสมุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63- นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจระบบคัดกรองนักท่องเที่ยว ควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ที่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 4,500 คน/วัน จากการตรวจพบว่ามีระบบการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุยรวมทั้งผู้ประกอบการเรือต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ อาทิ หมั่นทำความสะอาดบริเวณในเรือและท่าเรือสม่ำเสมอ, ต้องจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ, ให้เว้นระยะห่างSocial Distancing, เจ้าหน้าที่/ผู้โดยสาร/นายเรือ/ผู้ควบคุมเรือต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา, ตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิคนประจำเรือและผู้โดยสาร, จัดทำทะเบียนผู้โดยสารประจำวัน, ให้ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการหากพบบุคคลน่าสงสัยขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและสภาพความพร้อมของเรือที่ให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่เป็นท่าเรือให้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเส้นทางระหว่างเกาะสมุย-ดอนสัก ด้วยเรือเฟอร์รี่ที่สามารถบรรทุกรถยนต์ได้สูงสุดถึง 90 คัน และจุผู้โดยสารได้มากถึง 600 คนต่อเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีเรือออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. และหากในช่วงเทศกาล จะเพิ่มรอบเรือเสริมทุกครึ่งชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88484</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, สมุย, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed9a0ba9229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทสเตเดี้ยมไฟดับอีก ท่าเรือ-เมืองทอง เลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์จากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรียนแฟนบอลทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้จนไฟฟ้าดับที่สนามแพทสเตเดี้ยมก่อนการแข่งขันในวันนี้เพื่อความปลอดภัยของแฟนบอลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให้ระงับการแข่งขันแมทช์นี้ โดยแมชคอมมิชชั่นเนอร์ กรรมการผู้ตัดสิน และผู้บริหารทั้งสองทีมเห็นพ้องตรงกันให้เลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน และจะประกาศให้ทราบถึงวันเวลาแข่งขันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ ตั๋วเข้าชมการแข่งขัน สามารถนำมาใช้ได้ในการแข่งขันที่กำหนดขึ้นครั้งหน้า แต่หากแฟนบอลประสงค์จะคืนตั๋ว สโมสรยินดีคืนเงินค่าตั๋วแก่แฟนบอลทุกท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอขอบคุณ และขออภัยในความไม่สะดวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สโมสรการท่าเรือ เอฟซี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79464</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, การท่าเรือ เอฟซี, แพทสเตเดี้ยม, ไทยลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79c6c27d058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. ลดค่าบริการท่าเทียบเรือหวังช่วยผู้ประกอบการไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 มี.ค.63-เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ปรับลดอัตราค่าภาระยกขนและเคลื่อนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และลดอัตราค่าธรรมเนียมท่าเรือระนอง (ทรน.) เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้บริการที่ กทท. เพิ่มขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นด้านราคา และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการในการขนส่งทางน้ำ
&amp;nbsp;
สำหรับการปรับลดอัตราค่าภาระยกขนและค่าธรรมเนียมเคลื่อนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ทลฉ. ในอัตรา 20%ซึ่งอยู่ในกรอบอัตราขั้นต่ำ-ขั้นสูง ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 นั้น ได้กำหนดอัตราค่าภาระขั้นต่ำจาก 1,545.-บาท ปรับใหม่เป็น 1,236.-บาท ต่อตู้สินค้าทุกขนาด และทุกสถานภาพ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งในส่วนของ ทรน. ได้มีการส่งเสริมการขาย โดยลดอัตราค่าธรรมเนียมเฉพาะกลุ่มเรือและตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยมีส่วนลดแรกให้กับผู้ใช้บริการของ ทรน. สำหรับตู้สินค้าตั้งแต่ 1-1,000 ทีอียู. แบ่งส่วนลดในปีที่ 1-3 มีส่วนลด 60% ปีที่ 4-6 มีส่วนลด 50% ปีที่ 7-10 มีส่วนลด 40% พร้อมทั้งมีส่วนลดเพิ่มเติม (Top up) ในกรณีที่ทำตู้สินค้าเพิ่มได้ตามที่กำหนด คือ 1,001-3,999 ทีอียู. 4,000-5,999 ทีอียู. 6,000-7,999 ทีอียู และ 8,000 ทีอียู.ขึ้นไป ให้ส่วนลดเพิ่มเติม 5% 10% 15 และ 20%ตามลำดับ สำหรับค่าธรรมเนียมการใช้ท่า (Berth Fee) เรือตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ลดเหลือ 6 บาท/100GT/ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการปรับลดค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง A ของ ทลฉ. และค่าธรรมเนียมของ ทรน. ดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการตลาดและจูงใจให้มีผู้มาใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม ในการขนส่งให้กับผู้ประกอบการ และเป็นปัจจัยที่ทำให้ กทท. มีความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดมากขึ้น อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางน้ำทั้งภายในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61469</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ, ลดค่าเทียบเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81a66623bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
