<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;การท่าเรือ&#039; โชว์ผลงาน 9 เดือนโกยกำไรทะลุ 4.8 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2564 เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร&amp;nbsp; ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานกทท.ในการให้บริการเรือสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่าเรือที่อยู่ในความดูแลของกทท.จำนวน5แห่งได้แก่กรุงเทพ(ทกท.)ท่าเรือแหลมฉบัง(ทลฉ.)ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน(ทชส.)ท่าเรือเชียงของ(ทชข.)และท่าเรือระนอง(ทรน.)ในช่วงปีงบประมาณ64 (ต.ค.63-มิ.ย.64)ระยะเวลา9เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบ63สรุปดังนี้ทกท.เรือเทียบท่า 3,020 เที่ยวเพิ่มขึ้น 3.17% สินค้าผ่านท่า 16.199 ล้านตัน&amp;nbsp; ลดลง0.07%&amp;nbsp; มีตู้สินค้าผ่านท่า 1.098ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น1.43% ส่วนทลฉ.เรือเทียบท่า 7,167 เที่ยวลดลง 6.26% สินค้าผ่านท่า 66.812 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.26% มีตู้สินค้าผ่านท่า 6.204ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น6.94%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ทชส.เรือเทียบท่า 1,777 เที่ยวลดลง 16.29% สินค้าผ่านท่า 76,230 ตันลดลง 45.09% มีตู้สินค้าผ่านท่า 4,269 ที.อี.ยู.ลดลง 36.49% ด้านทชข.เรือเทียบท่า4เที่ยวลดลง 97.24% สินค้าผ่านท่า 24 ตันลดลง 99.06% และทรน.เรือเทียบท่า 183 เที่ยวลดลง 7.10% สินค้าผ่านท่า 94,707 ตันเพิ่มขึ้น 20.17% ตู้สินค้าผ่านท่า 3,044 ตู้เพิ่มขึ้น 18.26%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของกทท.ในรอบ 9 เดือนพบว่ามีเรือเทียบท่าที่ ทกท.และทลฉ.รวม 10,187 เที่ยวลดลง 3.65% สินค้าผ่านท่า 83.011 ล้านตันเพิ่มขึ้น 1.79% และตู้สินค้าผ่านท่า 7.301 ล้านที.อี.ยู.เพิ่มขึ้น 6.079% คิดเป็นกำไรสุทธิ 4,849 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลดังกล่าวผลการดำเนินงานของกทท.มีทิศทางการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับโดยเฉพาะด้านการดำเนินงานให้บริการสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่ามีอัตราสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาขณะที่การให้บริการเที่ยวเรือลดลงเป็นผลมาจากขนาดเรือที่เข้าเทียบท่ามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีการขนตู้สินค้าต่อลำเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116796</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ผลดำเนินงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f725c6bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมสนับสนุน กทท. เปิดรพ.สนาม และศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation รองรับผู้ป่วย COVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันนี้ (23 สิงหาคม 2564) เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นายวิลาศ เฉลยสัตย์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามและศูนย์แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation : CI) ที่โกดังสเตเดียมของ กทท. เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า MEA ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ยกระดับความสำคัญของการจ่ายไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้าให้จ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดเสื่อมสภาพ เตรียมพร้อมระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลสนาม ตลอดจนการเตรียมพร้อมระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง และการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับศูนย์ CI ของ กทท. แห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กทท. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลนวเวช SCG PTTOR สำนักงานเขตคลองเตย และ MEA อยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ของโกดังสเตเดียม กทท. เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม และเป็นศูนย์แยกกักตัวสำหรับชาวชุมชนที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ที่เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว และผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ที่มีอาการไม่รุนแรงมาก รวมจำนวนรองรับผู้ป่วยได้ 300 เตียง ซึ่งจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาดและลดปัญหาการติดเชื้อของสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว อันจะเป็นการลดโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง ทั้งด้านการออกแบบ และการติดตั้งระบบไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/4935970776430020/
	Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6060
	Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1429770366419816451?s=21
	Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=90632
	Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1162971853001062423
	Instagram : https://www.instagram.com/p/CS6mP3DBftL/?utm_medium=copy_link

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114286</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community Isolation : CI, Energize smart living, Energy for city life, MEA, PTTOR, SCG, กทท., กระทรวงมหาดไทย, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, นายวิลาศ เฉลยสัตย์, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ระบบไฟฟ้า, ศูนย์ CI, สำนักงานเขตคลองเตย, เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร, โรงพยาบาลนวเวช, โรงพยาบาลสนามและศูนย์แยกกักตัวในชุมชน, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61239bae16ccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. เตรียมใช้ระบบ NAVIS บริหารจัดการท่าเทียบเรือตู้สินค้ายกระดับเท่าสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564-นายกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กทท. ได้จ้างเหมาบริการระบบบริหารจัดการท่าเทียบเรือตู้สินค้า (CTMS) โดยใช้ซอฟต์แวร์ NAVIS เพื่อใช้บริหารจัดการกิจกรรมต่างๆ ในการให้บริการตู้สินค้าทั้งขาเข้าและขาออก โดยได้จ้างเหมาบริการฯ จากบริษัท ฟาติมา อาร์. บี. ดี. เอส. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 36 เดือน หลังจากสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 เมษายน 2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาระบบ CTMS/NAVIS เป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่ง กทท.นำมาใช้เพื่อบริหารกิจกรรมต่าง ๆ ในการให้บริการตู้สินค้าขาเข้าและขาออก ณ ท่าบริการตู้สินค้า (Terminal) 1 และ 2 โดยเริ่มจากการวางแผนและบริหารจัดการเรือที่เข้าเทียบท่าไปจนถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับตู้สินค้าทั้งหมด ได้แก่การยกตู้สินค้าขึ้นและลงจากเรือ (Loading และ Discharge) การวางแผนลานวางตู้สินค้า การควบคุมการทำงานของรถหัวลาก รวมทั้งการออกใบแจ้งหนี้ค่าภาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตู้สินค้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระบบฯยังเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ระบบบริการเรือสินค้า คลังสินค้า เครื่องมือทุ่นแรง และออกใบแจ้งหนี้ (VCMS) ระบบ e-Matching ของกรมศุลกากร และระบบ e-Payment ของ กทท. รวมทั้งสามารถเพิ่มเติมระบบเชื่อมโยงข้อมูลอื่น ๆ ที่ กทท. จะพัฒนาในอนาคต เช่น ระบบประตูอัตโนมัติของท่าเรือกรุงเทพ และระบบ Port Community System เพื่อให้สามารถบูรณาการการให้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบในรูปแบบท่าเรืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Port)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์การใช้ระบบ CTMS/NAVIS ได้ช่วยบริหารจัดการการให้บริการด้านตู้สินค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากระบบฯ มีความเหมาะสม ครอบคลุม และสอดคล้องตามความต้องการของลูกค้า อีกทั้งพนักงาน กทท. มีความคุ้นเคยและเข้าใจการใช้งานระบบฯ เป็นอย่างดีแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้งานระบบฯ รวมทั้งให้บริการลูกค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105812</URL_LINK>
                <HASHTAG>NAVIS, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, จ้างเหมาบริการระบบบริหารจัดการท่าเทียบเรือตู้สินค้า (CTMS), ท่าเทียบเรือตู้สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c08cf63ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> การท่าเรือฯรับลูกลุยตั้งโรงพยาบาลสนามคลองเตย รองรับ 200 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.54-นายกมลศักดิ์​ พรหมประยูร​ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)​ เปิดเผยถึงกรณีที่ พลเรือเอกสมประสงค์​ นิลสมัย รองปลัดกระทรวงกลาโหม​ ส่งหนังสือด่วนที่สุด​ เพื่อให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย พิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ในการใช้อาคารโกดังสเตเดียมเพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยใช้ศักยภาพและสถานที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อช่วยผู้ติดเชื้อโควิค-19 จากชุมชนคลองเตยว่า​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันนี้เวลาประมาณ 10​ นาฬิกา จะมีการประชุม ซึ่งมีนายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานบอร์ดการท่าเรือแห่งประเทศไทยและผู้บริหาร รวมถึงตัวแทนจากกระทรวงกลาโหม​ กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร จะประชุมเพื่อหาจุด ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ว่าสามารถทำได้หรือไม่​ โดยทาง ทหารและแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ประเมินว่าทำได้หรือไม่&amp;rdquo;นายกมลศักดิ์​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นกำหนดไว้ 2 จุด​ จุดแรกจะ เป็นอาคารโรงพักสินค้าเก่า อยู่ข้างอาคารสำนักงานใหญ่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย​ แต่จุดนี้อาจมีปัญหาเนื่องจากเป็นอาคารเก่า​ มีฝุ่นละอองเยอะรวมถึง ระบบระบายอากาศไม่ค่อยดี​ จุดนี้สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 200 เตียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ยังเตรียมพื้นที่สำรอง​ หากจุดแรกไม่สามารถ จัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้โดยจุดนี้ อยู่ที่บริเวณวัดสะพาน​ และจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 200 เตียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101579</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, คลองเตย, ชุมชนแออัด, สลัมคลองเตย, โควิดคลองเตย, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f69c0a00cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าเรือฯ สานต่อการศึกษา สร้างโอกาสความเท่าเทียมให้เยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการศึกษาคือสิ่งสำคัญ และเป็นพื้นฐานที่จะสร้างการเติบโตให้กับเยาวชนซึ่งเปรียบเสมือนอนาคตของชาติได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพ ปัจจุบันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งภาครัฐก็คอยผลักดันและสนับสนุน พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ร่วมกันผลักดันนโยบายและโครงการด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่พยายามเดินหน้า สร้างโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่โดยรอบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทชำนาญ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ ในฐานะผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบบริหารงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรของท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายในพื้นที่ของ กทท. ดังกล่าว มีโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่จำนวน 6 โรง ได้แก่ 1.โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ 2.โรงเรียนวัดคลองเตย 3.โรงเรียนไทยประสิทธิ์ศาสตร์ 4.โรงเรียนสามัคคีสงเคราะห์ 5.โรงเรียนวัดสะพาน และ 6.โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา ซึ่งมีนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวมากกว่า 2,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมชนโดยรอบของท่าเรือกรุงเทพ ซึ่ง กทท.ได้รับทราบถึงปัญหาหลักของน้องๆ นักเรียนในชุมชน มากกว่า 90% คือปัญหาความพร้อมด้านทุนทรัพย์ของครอบครัว รวมทั้งโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษา และสภาวะทางด้านสังคม ด้วยสิ่งเหล่านี้ ทาง กทท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนภายในโรงเรียนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองของนักเรียนภายในชุมชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปีงบประมาณ 2564 นี้ กทท.ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาฯ จำนวน 200 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการร่วมกับทั้ง 6 โรงเรียน เพื่อคัดเลือกนักเรียนที่ตรงตามหลักเกณฑ์ในแต่ละประเภทของทุนการศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ประเภททุนเรียนดี ทุนขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนสร้างชื่อเสียงเพื่อโรงเรียน ทุนยอดคุณหนูกตัญญู ทุนกีฬาดีและกิจกรรมเด่น และทุนความประพฤติดีมีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการมอบทุนการศึกษาฯ ทาง กทท.เห็นว่า &amp;ldquo;นอกจากจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้น้องๆ มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียนแล้ว ยังให้ความสำคัญทางด้านอารมณ์และจิตใจ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคมควบคู่ไปด้วย เพราะเยาวชนกลุ่มนี้ถ้าได้รับโอกาสหรือการส่งเสริมในสิ่งที่สร้างสรรค์ พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; เรือโทชำนาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การท่าเรือฯ พร้อมที่จะเป็นผู้สนับสนุนและอยู่เคียงข้างกับชุมชน เพื่อร่วมสร้างโอกาสความเท่าเทียมด้านการศึกษาและร่วมพัฒนาชุมชนโดยรอบพื้นที่ในมิติต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100768</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, เรือโทชำนาญ ไชยฤทธิ์, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608667315fd46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. จับมือปตท. เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งขนส่งตู้สินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ตุลาคม 2563 เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการศึกษาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งตู้สินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) โดยมี ร้อยตำรวจตรี มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ร่วมเป็นสักขีพยานฯ พร้อมด้วย นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มปิโตเลียมขั้นปลาย และเรือเอก กานต์ เมนะรุจิ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องพลังไทย อาคาร 1 ชั้น 3 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว เป็นการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งภายใน ทลฉ. ในการรองรับและสนับสนุนแผนพัฒนา 3 โครงการหลักของ ทลฉ. ได้แก่ โครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับความต้องการการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ ทลฉ. (Single Rail Transfer Operation : SRTO) เพื่อรองรับการขนส่งตู้สินค้าด้วยระบบรางที่ ทลฉ. และโครงการท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เพื่อเป็นการพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับ ทลฉ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ ทลฉ. และโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่งเป็นโครงการที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Shift Mode) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากถนนสู่ทางรางและทางน้ำ เพื่อเป็นการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งตู้สินค้าที่ ทลฉ. ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ พร้อมลดปริมาณการจราจรที่หนาแน่น และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉพาะในเส้นทางมาบตาพุด-แหลมฉบังอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80261</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขนส่งตู้สินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.), การท่าเรือแห่งประเทศไทย, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f843d88dcced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. เปิดใช้ e-Payment ชำระค่าบริการตู้สินค้าขาออกท่าเรือกรุงเทพเต็มรูปแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63-เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทท. เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมกระบวนการทำงานโดยการนำระบบ e-Payment มาใช้จัดเก็บค่าธรรมเนียมยานพาหนะผ่านท่า ค่าภาระตู้สินค้าขาออก และค่าบริการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า ณ ประตูตรวจสอบสินค้าเขื่อนตะวันออกท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ใช้บริการพร้อมทั้งบรรเทาปัญหาการจราจร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อชำระ &amp;nbsp;ค่ายานพาหนะผ่านท่า ค่าภาระสินค้าขาออก และค่าบริการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ล่วงหน้า ก่อนรถบรรทุกตู้สินค้าผ่านท่าจะเข้าประตูตรวจสอบ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ลดระยะเวลา &amp;nbsp;ลดแรงงาน ลดปัญหาการจราจร และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระบบดังกล่าวมีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตัดเงินผ่านบัญชีธนาคารได้โดยอัตโนมัติโดยปัจจุบันผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการผ่านธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย ซึ่ง กทท. ได้ปรับเปลี่ยนควบรวมค่าธรรมเนียมยานพาหนะผ่านท่า ค่าภาระตู้สินค้าขาออก และค่าบริการชั่งน้ำหนักตู้สินค้ามาจัดเก็บรวม เป็นอัตราเดียว คือ คิดตามประเภทและขนาดของตู้สินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบการชำระเงิน พร้อมกับการตรวจสอบข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าขาออกเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลตู้สินค้าของ ทกท. ก่อนรถบรรทุกวิ่งผ่านเข้า ทกท. ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
&amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถชำระเงินผ่านระบบ e-Payment โดยใช้งานผ่านเว็บไซต์ www.port.co.th และเลือกคำว่า e-Payment หรือกรอก IP Address: http://econtainerservice.port.co.th/PAT/#/login ในช่อง URL โดย กทท. ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมยานพาหนะ ค่าภาระตู้สินค้าขาออก และค่าบริการชั่งตู้สินค้า รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไว้หมดแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78224</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ค่าบริการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า, ค่าภาระตู้สินค้าขาออก, ประตูตรวจสอบสินค้าเขื่อนตะวันออกท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.), ระบบ e-Payment, เก็บค่าธรรมเนียมยานพาหนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f6985628d6ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
