<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;สั่งลุยส่งออก 10 ประเทศหวังมูลค่าปีนี้ฟื้นเป็นบวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค. 2562 นายจุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ครั้งที่&amp;nbsp;2/62&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้ขยายตัวได้มากขึ้น ภายใต้สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของการที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) และค่าเงินบาทแข็งค่า

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะนำมาใช้ขยายการส่งออกของไทย โดยเน้น 10 ตลาดเป้าหมาย ได้แก่ จีน, อินเดีย, ตุรกี, เยอรมนี, ศรีลังกา, บังคลาเทศ, ตะวันออกกลาง เช่น อิรัก ดูไบ บาห์เรน กาตาร์, แอฟริกาใต้, รัสเซีย อังกฤษ และอียู

&amp;rdquo;จากนี้ไป เราจะบุกตลาดเป้าหมายทั้ง 10 ตลาดให้มากขึ้น เพราะยังมีศักยภาพที่จะนำเข้าสินค้าจากไทยได้อีก รวมถึงยังได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ของไทยในประเทศต่างๆ หาลู่ทางการส่งออกสินค้าและบริการในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเน้นเป็นรายมณฑล รายรัฐ และเมืองรองให้มากขึ้น ซึ่งจะมุ่งไปที่สหรัฐฯ จีน และอินเดีย เพราะสินค้าของไทยส่วนใหญ่ยังเข้าไปถึงเมืองรอง หรือมณฑลห่างไกลเลย&amp;rdquo;

นอกจากนี้ ยังจะเดินหน้าผลักดันสินค้าที่ตราสัญลักษณ์ของไทย หรือแบรนด์ของไทยให้มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และการจดจำของผู้ซื้อในต่างประเทศ ผ่านโครงการจัดงานแสดงสินค้า&amp;nbsp;Top Thai Brand&amp;nbsp;ในประเทศต่างๆ , การส่งเสริมธุรกิจบริการใหม่ๆ เช่น ค้าปลีก, โลจิสติกส์, บริการก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่งภายใน, ธุรกิจบันเทิง รวมถึงธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อขยายการส่งออก

ขณะเดียวกัน จะกระชับความสัมพันธ์ของภาคเอกชนไทยกับเอกชนของประเทศต่างๆ, สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตาร์ตอัพ) ให้สามารถส่งออกได้, ส่งเสริมการค้าชายแดน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มองว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การส่งออกในภาพรวมน่าจะยังขยายตัวเป็นบวก แลยังมีโอกาสที่การส่งออกทั้งปียังขยายตัวได้

ด้านนางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า หากไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มูลค่าส่งออกต่อเดือนได้ที่&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้ทั้งไตรมาส 4 เป็นบวกได้ และทั้งปีจะขยายตัวได้ 0%&amp;nbsp;ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เพราะช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เป็นช่วงของการสั่งซื้อสินค้าเพื่อเตรียมไว้ขายในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่

ส่วนนายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนยังมองว่า มูลค่าส่งออกไทยปีนี้ ยังติดลบที่ 1.5%&amp;nbsp;ส่วนเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ต้องขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาล ที่พยายามแก้ปัญหา เพราะหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องอีก จะกระทบต่อทั้งการส่งออก และเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การนำเข้า-ส่งออก, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d91e47d0caa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้องนายกฯจี้เลิกกฎหมายเขตปลอดอากรแหกตาใช้ไม่ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2562 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ที่ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกทั้งใน-นอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของในเขตปลอดอากรหลายพื้นที่ คือ เขตสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการหากนำสินค้าใดๆ เข้ามาในพื้นที่ปลอดอากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกนั้น ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้พื้นที่ปลอดอากรเป็นฮับ (Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลนั้น แต่ข้อเท็จจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะปรากฏว่าในการสั่งสินค้าเข้ามาพักในพื้นที่ปลอดอากรดังกล่าวเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆนั้น ผู้ประกอบการจะต้องทำเรื่องไปขออนุญาตจากหน่วยงานที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้านั้นๆ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างกรณีการนำเข้าเนื้อวัว-เนื้อไก่-เนื้อหมูแช่แข็ง จากต่างประเทศเพื่อนำมาพักไว้ที่เขตปลอดอากร เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องวิ่งไปขออนุญาตการนำเข้า-ส่งออกที่กรมปศุสัตว์เสียก่อนด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐพยายามเล่นแร่แปรธาตุกันในการใช้กฎหมาย ซึ่งกฎหมายที่กระทรวงการคลังออกมากำหนดเป็นข้อยกเว้นให้ผู้ประกอบการนั้น ในทางปฏิบัติไม่สามารถบังคับได้จริง เพราะขณะนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการนำเข้า-ส่งออกซึ่งสินค้าต่างๆ เป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ค้าจำนวนมากหันไปใช้เขตปลอดอากรของประเทศเพื่อนบ้านแทนแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณระบุว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่า กฎกระทรวงดังกล่าวเป็นปัญหาต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไม่เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 2/2560 หรือ &amp;nbsp;พ.ร.บ.เศรษฐกิจพิเศษ 2560 ไม่สอดคล้องกับ ม.152 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 จึงจะนำความไปร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อให้ใช้อำนาจในการสั่งยกเลิกกฎกระทรวงดังกล่าวเสีย หรือไม่ก็ให้ตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดหน่วยงานต่างๆ ที่เล่นแร่แปรธาตุกฎหมายจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศเสีย โดยสมาคมจะนำผู้ประกอบการเกี่ยวข้องที่ถูกกฎหมายเล่นแร่แปรธาตุเล่นงานเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ตึก กพร.(เดิม) ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, การนำเข้า-ส่งออก, พื้นที่, ศรีสุวรรณ จรรยา, ออกกฎกระทรวง, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d141c8b76c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
