<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;กระตุกรัฐบาลความไร้ประสิทธิภาพในการสื่อสารนำไปสู่ความสับสนไม่เชื่อมั่นในวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 -ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ความไร้ประสิทธิภาพในการสื่อสารของรัฐ นำมาสู่ความสับสนของประชาชน และนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในวัคซีน
------------------
เมื่อวานซืนที่ผ่านมามีประกาศจากภาครัฐ ว่าอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ &amp;quot;เอกชน&amp;quot; สามารถจัดหาวัคซีนได้ โดยในแถลงการณ์ที่เต็มไปด้วยภาษาราชการที่มีแต่คำทางกฎหมายและคนทั่วไปอ่านไม่รู้เรื่อง
สุดท้ายนำไปสู่ความเข้าใจผิด ว่าเอกชนนำเข้าได้เอง โดยไม่ต้องผ่านภาครัฐ ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่การอนุมัติวัคซีนทุกยี่ห้อในช่วงไวรัสระบาดนี้เป็นการอนุมัติใช้แบบกรณีฉุกเฉิน หรือ EUA (Emergency Usage Authorization)
ที่บริษัทวัคซีนจะดีลตรงกับรัฐบาลหรือองค์กรของรัฐเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายที่ใช้ตามปกติ เช่น ผลกระทบจากอาการข้างเคียง หรือหากมีอาการพิการ เสียชีวิต จากวัคซีนที่ฉีด ก็จะได้รับยกเว้นไม่ถูกฟ้อง
------------------
การไร้ความสามารถในการสื่อสารของรัฐบาล ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว และหลงไปเชื่อข้อมูลที่ผิดๆ จากฝ่ายที่ปล่อยข่าวปลอม หรือการบิดเบือนข้อเท็จจริง
แล้วรัฐก็ต้องออกมาพยายามแก้ไขสถานการณ์ที่โดนถล่ม
แต่หากเราเข้าไปอ่านคอมเมนต์ในเพจไทยรู้สู้โควิด (ซึ่งหน่วยงานของรัฐทำขึ้นเอง) ก็จะเห็นเลยว่าประชาชนราวๆ 95% ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ สาเหตุว่าทำไมบริษัทวัคซีนถึงดีลกับภาครัฐเท่านั้น
https://www.facebook.com/thaimoph/posts/326354878974422
ผมพูดเสมอว่าหากครูสอนเด็กส่วนใหญ่ในห้องเข้าใจ มีส่วนน้อยที่ไม่เข้าใจ อาจเป็นปัญหาที่ตัวเด็กเองที่ไม่ตั้งใจ
แต่หากครูสอนเด็ก 100 คน แล้วมีเด็กแค่ 5 คนที่เป็นกองเชียร์/เป็นแฟนคลับของครูรู้เรื่อง แต่เด็กส่วนใหญ๋อีก 95 คนของห้องไม่รู้เรื่อง อันนี้ครูผิดเต็มๆ ครับ
------------------
แม้ว่าเราจะผ่านสถานการณ์โควิดมาเป็นปีๆ แล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีปัญญาที่จะใช้งบประมาณหลักพันหลักหมื่นล้าน และ กำลังคนหลายพันหลายหมื่นคน ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจในทางที่ถูกต้อง
ในขณะที่ฝ่ายปล่อยข่าวปลอมที่ไม่มีทั้งงบประมาณและกำลังคนมหาศาลแบบรัฐบาล กลับปล่อยข่าวสร้างความเข้าใจผิด เข้าถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศได้มากกว่า
------------------
*** ทั้งนี้เพราะรัฐบาลไม่เคย &amp;quot;สื่อสารแบบเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง&amp;quot; ไม่เคยรู้และเข้าใจว่าประชาชนเขามีพฤติกรรมในการเสพข่าวสาร ข้อมูล อย่างไร
รัฐบาลคิดว่าตัวเองออกมาแถลงการณ์ ให้คนทำภาพใน facebook twitter line แล้วส่งต่อๆ กันให้กลุ่มกองเชียร์รัฐบาลเอง คือ &amp;quot;ทำงานสำเร็จแล้ว&amp;quot;
ส่วนบริษัทเอเจนซี่เอกชนที่ไปรับงานจากภาครัฐ เขาก็ไม่มาคิดให้พวกท่านหรอกครับว่าจะสื่อสารถึงประชาชนตรงกลางอย่างไร จะรับมือกลยุทธ์ทางการเมืองอย่างไร เพราะเขาเป็นเอกชนที่ทำหน้าที่ขายสินค้า แต่เขาไม่ได้เข้าใจการเมืองหรือการบริหารจิตวิทยามวลชน
เขาก็ทำหน้าที่ PR สร้างภาพให้ท่านแบบที่พวกท่านชอบ ไปเดินตัดริ้บบิ้นเปิดงานต่างๆ แล้วก็มีผลงาน หรือทำภาพสวยๆ ยิงแอดให้ท่าน หากองเชียร์มาเชียร์พวกท่านใน Echo Chamber (กะลา) ส่วนตัว
------------------
เลิกอยู่แต่กับกองเชียร์เถอะครับ แล้วออกมารับรู้ความจริงบ้าง มารับรู้ว่าประชาชนเขารู้สึกอย่างไร เขาเข้าใจข้อมูลไปแบบไหน และจะแก้ปัญหานี้อย่างไร!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105989</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, การบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารของรัฐบาล, ดร. กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ไม่เชื่อมั่นวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d2c9653704.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลางร้ายรัฐบาลพลังเงียบวูบ แปรสภาพเป็นเสียงต่อต้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลางร้ายของเสถียรภาพทางการเมืองและของรัฐบาล ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ &amp;quot;พลังเงียบ&amp;quot; ลดฮวบ แบ่งฝ่าย สลายตัวไปอยู่ขั้วต้านรัฐบาลมากกว่าสนับสนุน กลุ่มทักษิณ-ธนาธรใช้โซเชียลเก่งกว่า ทำให้ฝ่ายการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารของรัฐบาลแพ้มาตลอด จนอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่า &amp;ldquo;ไม่ไหวแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง ลางร้ายรัฐบาล กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 2,827 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; (Traditional Voice) จำนวน 1,131 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-3 มกราคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวโน้มของกลุ่มพลังเงียบลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงหลังเลือกตั้งที่เคยอยู่สูงถึงร้อยละ 56.1 ในเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 55.5 ในเดือนกรกฎาคม ร้อยละ 46.0 ในเดือนกันยายน ร้อยละ 43.7 ในเดือนตุลาคม ขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 49.0 ในเดือนพฤศจิกายน และตกฮวบลงมาอยู่ที่ร้อยละ 29.4 ในการสำรวจล่าสุดต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า นี่คือลางร้ายของเสถียรภาพทางการเมืองและของรัฐบาล เพราะกลุ่มพลังเงียบที่เสมือนเป็นกลุ่มสร้างความสมดุลในการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองของประชาชน กำลังกระจายตัวไปอยู่ในกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 36.6 และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 34.0 ซึ่งมีสัดส่วนไม่แตกต่างกันมากนักอย่างน่าเป็นห่วงในเรื่องของการเผชิญหน้าห้ำหั่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เหตุผลที่ประชาชนสนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่เอาฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโดยเด็ดขาด และได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาล เช่น ชิมช้อปใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยให้ราคาพืชผลการเกษตร เช่น ราคาปาล์มเพิ่มสูงขึ้นด้วยนโยบายด้านพลังงาน น้ำมัน B10 และโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจรากหญ้า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เหตุผลที่ประชาชนไม่สนับสนุนรัฐบาล คือ เบื่อรัฐบาล ไม่รู้ว่ารัฐบาลทำอะไร ไม่เห็นทำอะไรเลย รู้แต่ข่าวว่ารัฐบาลแย่ แก้เศรษฐกิจล้มเหลว เห็นแก่พวกพ้อง กลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม แย่งตำแหน่ง แย่งอำนาจ สืบทอดอำนาจ และประชาชนจำนวนมากมองด้วยว่ามาตรการรัฐบาลไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรมาก ไม่ยั่งยืน แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ วิตกกังวลต่อการเลิกกิจการ รัฐเข้มงวดมาตรการภาษีต่อธุรกิจขนาดกลางและย่อม และการไม่สนับสนุน ธุรกิจ SME จริงจัง กฎระเบียบของรัฐทำให้ประชาชนทำมาหากินขัดสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบว่า การสื่อสารของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกิจกรรมอื่นๆ เช่น วิ่งไล่ลุง เป็นต้น เข้าถึงคนในโลกโซเชียลมากถึง 7,278,575 คน และมีการพูดถึงกลุ่มเคลื่อนไหววิ่งไล่ลุง 146,962 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่การสื่อสารของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกิจกรรมวิ่งเพื่อแผ่นดิน เข้าถึงคนในโลกโซเชียลเพียง 589,224 คน และล่าสุดมีคนพูดถึงเพียง 1,410 คนเท่านั้น เส้นกราฟการตอบรับของคนในโลกโซเชียลต่อ กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ล่าสุดเริ่มเชิดหัวสูงขึ้น ขณะที่เส้นกราฟกิจกรรมวิ่งเพื่อแผ่นดินเรี่ยๆ พื้นเงียบยาวเสมือนเส้นชีพจรที่อ่อนแรงอย่างน่าใจหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าฝ่ายการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารของรัฐบาลแพ้มาตลอดจนอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่า &amp;ldquo;ไม่ไหวแล้ว&amp;rdquo; เพราะพลังของรัฐบาลที่ทำงานด้านข้อมูลและการสื่อสารอยู่ในสภาพ เส้นหวายแตกกันเป็นเส้นๆ กระจายตัวต่างคนต่างทำคล้ายๆ กับแต่ละคนพยายามโชว์ผลงานของใครของมัน ส่งผลให้ข้อมูลในโลกโซเชียลเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีแต่คำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดดๆ มีคำว่า นายกรัฐมนตรี มีคำว่า รมว.กลาโหม ตัวโตๆ มีแต่เรื่องตำแหน่งและอำนาจ ขาดการเชื่อมโยงกับใจของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตรงกันข้ามเมื่อมาดูข้อมูลในโลโซเชียลของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กิจกรรมวิ่งไล่ลุง พบว่า มีพลังเป็นกลุ่มก้อนไม่โดดเดี่ยว พบคำ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คู่กับปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช และยังพบคำสำคัญของธนาธรคือ กลัวที่ไหน ไม่ถอยไม่ทน และเมื่อสืบค้นการสื่อสารของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร พบคำ รักพ่อที่สุดในโลก คิดถึงแล้ว และเคยพบคำว่า ยังแจ๋วนะจ๊ะ นอกจากนี้ เมื่อสืบค้นการสื่อสารกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พบที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือวลีเด่นๆ ว่า ปรบมือสิ รออะไร เบื่อกันทั้งประเทศแล้ว เบื่อนายก เอาเลยฮะ ไม่ถอยไม่ทน และกลัวที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเมืองเป็นเรื่องของการบริหารอารมณ์ (Emotional Management) คือ ถ้าคุมอารมณ์คนได้ก็อยู่ได้ แต่จะเห็นได้ว่าข้อความสื่อสารของฝ่ายหนึ่งใช้กลยุทธ์ปลุกอารมณ์ปั่นความรู้สึกผลักดันให้เกิดพฤติกรรมหมู่ และมีทีมงานรับทอดขยายผลเป็นหนึ่งเดียวกันสอดคล้องกันในโลกโซเชียล ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีกับทีมงานเน้นที่ความเป็นเหตุผล (Rational Focus) เพราะคงคิดว่าเอาหลักตรรกะคุณงามความดีเป็นตัวนำ เอาความมุ่งมั่นตั้งใจของนายกรัฐมนตรีเป็นพระเอก แต่ตำราเกี่ยวกับการบริหารอารมณ์สาธารณชนชี้ให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ก่อน ส่วนเหตุผลค่อยตามมาสร้างความชอบธรรมทีหลัง&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.นพดลกล่าวส่งท้ายว่า ยิ่งไปดูที่พลังของทีมงานสื่อสารฝ่ายรัฐบาลแล้วจะพบว่า ต่างคนต่างเล่นคนละบท ขาดความเป็นหนึ่ง เหมือนเส้นหวายที่แยกออกเป็นเส้นๆ ไม่ได้รวบเป็นมัดๆ ทำให้ฟาดฟันอะไรไม่ได้ผล &amp;ldquo;ไม่ปัง&amp;rdquo; เงียบเป็นเป่าสาก เสมือนวันเปิดคือวันปิด ไม่มีทีมงานรองรับขยายผล ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นต้องใช้หลักวิเคราะห์จิต พิชิตใจ เข้าถึง และปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ทุกกลุ่มครอบคลุมเป้าหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะรู้จักเจ้าของหลักการนี้ดีและน่าจะใช้เขาเป็นตัวช่วย ไม่เช่นนั้นลางร้ายรัฐบาลที่ค้นพบครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นนับเวลาถอยหลังของรัฐบาลที่มาเร็วเกินคาดแล้วกระมัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53817</URL_LINK>
                <HASHTAG>Quantitative Research, SUPER POLL, การบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสารของรัฐบาล, ซูเปอร์โพล, พลังเงียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสถียรภาพทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200104/image_big_5e1097cb12855.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
