<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การดำเนินการตาม พ.ร.บ. 77 กับบทบาทการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมาย คุณธรรม และจริยธรรม และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน ตามที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้นั่นก็คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 หรือที่นักกฎหมายเรียกกันว่า &amp;ldquo;พ.ร.บ.77&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งปฏิรูประบบกฎหมายให้ทันสมัย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา มีสาระสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่ (1) กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายหรือที่เรียกว่า RIA (2) กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย (3) กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (4) กำหนดกลไกเกี่ยวกับการเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมาย (5) กำหนดกลไกการโต้แย้งหรือตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีโทษอาญาโทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่มีผลร้ายอื่น และ (6) กำหนดกลไกเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐต้องออกกฎหรือดำเนินการอื่นใดโดยเร็ว ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เช่น แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกฎหมายภาครัฐของกระทรวง และกรมต่าง ๆ จะต้องนำไปดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้จัดโครง&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายขึ้น เมื่อวันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม 2564 ผู้เข้าอบรมฯ ประกอบด้วย นิติกรระดับชำนาญการหรือชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายในกระทรวง และกรมต่าง ๆ จำนวน 100 คน โครงการฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเจตนารมณ์และสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ทั้งในส่วนการดำเนินการตามกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย การเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบนั้นต่อประชาชน และการตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และหลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญา และกระบวนการภายหลังเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วในส่วนของการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย รวมทั้งการจัดทำข้อมูลกฎหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมายได้ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งวิทยากรนั้นสังกัดอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าอบรมฯ ทุกท่านเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115493</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, กฎหมาย, การบังคับใช้กฎหมาย, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, การร่างกฎหมาย, คุณธรรม, จริยธรรม, พ.ร.บ. 77, วิสัยทัศน์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โครง­­­การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c1ab46363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอร.ฉ.&#039;แจงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ยึดกฎหมายใช้ยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.63-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงความคืบหน้าประจำวันการปฏิบัติงานของศูนย์ กอร.ฉ. โดยพล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า กอร.ฉ. ขอย้ำการบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน กอร.ฉ.จำเป็นต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการของตำรวจดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในช่วงบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งต่างจากการใช้กฎหมายทั่วไป การดำเนินการใดๆ ก็ตาม เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก สามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล ไม่มีการกระทำที่รุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยุทธวิธีที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากลนิยม ส่วนที่มีผู้เรียกร้องให้ตำรวจหยุดดำเนินกับผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนนั้น เรื่องทางคดีทาง บช.น. จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80977</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอร.ฉ., การชุมนุม, การบังคับใช้กฎหมาย, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8bdc4695c16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
