<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 06:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุเดือด &#039;คิงพาวเวอร์-เซ็นทรัล-ไมเนอร์&#039;แห่ชิงดิวตี้ฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี(Duty Free) และพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่ามีเอกชนยื่นแข่งขัน 8 ราย แบ่งเป็น ร้านค้าปลอดภาษี 8 ราย ได้แก่ 1.บจก. สรรพสินค้าเซ็นทรัล 2.บจก. คิงพาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี 3. บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 4. บมจ. การบินกรุงเทพและ 5.บมจ. รอยัลออคิด เชอราตัน (ประเทศไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ 4 ราย ได้แก่ 1.บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา 2.บจก. คิงพาวเวอร์สุวรรภูมิ 3. บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ4. บจก. เดอะมอลล์กรุ๊ป หลังจากนี้ กำหนดเปิดให้เอกชนยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 22 พ.ค. กำหนดเปิดซองด้านเทคนิควันที่ 27 พ.ค.และ 28 พ.ค. กำหนดประกาศผลวันที่ 31 พ.ค. โดยมีอายุสัมปทานตั้งแต่ ก.ย. 63-มี.ค. 74 รวมระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีภายในท่าอากาศยานภูมิภาค 3 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ตและหาดใหญ่ นั้นมีกำหนดเปิดขายซองTOR ระหว่างวันที่ 5-25 เม.ย. โดยมีกำหนดเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอเอกชนในวันที่ 26 เม.ย. และมีกำหนดเปิดให้เอกชนยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 3 มิ.ย. กำหนดเปิดซองด้านเทคนิควันที่ 4 มิ.ย.และ 5 มิ.ย. กำหนดประกาศผลวันที่ 10 มิ.ย. โดยมีอายุสัมปทานตั้งแต่ ก.ย. 2563-มี.ค. 2574 รวมระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33946</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินกรุงเทพ, คิงพาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี, ดิวตี้ฟรี, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, รอยัลออคิด เชอราตัน, เซ็นทรัล, โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี, ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51953aba55f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซีพี-บางออกแอร์-แอร์เอเชีย&#039;แข่งประมูลเมืองการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเปิดยื่นซองประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก วงองิน 2.9 แสนล้านบาท ตั้งแต่เวลา 09.00 -15.00 น. โดยตลอดช่วงเช้าจนถึงเวลาประมาณ 13.30 น. มีเอกชนมายื่นซองแล้ว 3 กลุ่ม ได้แก่ .บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด เดินทางมายื่นซองในเวลา 12.30 น. จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เดินทางมายื่นซองประมูล โดยตัวแทนเปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างรอกลุ่มพันธมิตรที่จะมาร่วมยื่นซอง ซึ่งจะร่วมกันยื่นซองในนามของกลุ่มกิจการร่วมค้า BBS ประกอบด้วย บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) บมจ.บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้ง (BTS) บมจ.ซิโนไทยเอ็นจิเนียนิ่ง (STEC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 13.30 น. นายชายนิด อรรถญาณสกุล กรรมการบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้รับมอบอำนาจจากเอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของสายการบินไทยแอร์เอเชีย และ GMR Airport Limited จากอินเดียเดินทางมายื่นซองประมูลเป็นกลุ่มที่ 3 ทั้งนี้กองทัพเรือได้ปิดรับซองข้อเสนอภานในเวลา 15.00 น.และใน เวลา 16.00 น.เป็นต้นไปจะมีการเปิดซองคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศซื้อซองเอกสารประกวดราคามากถึง 42 ราย แบ่งเป็นต่างชาติ 18 ราย และไทย 24 ราย สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะเป็นแบบ PPP โดยภาครัฐจะลงทุนในส่วนของงานโยธา รันเวย์ที่ 2 และหอบังคับการบินหลังที่ 2 ขณะที่เอกชนลงทุนส่วนสำคัญ คือ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ศูนย์การขนส่งภาคพื้นดิน (Ground Transportation Centre: GTC) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการจราจรสำหรับการให้บริการขนส่งสาธารณะไปสู่สนามบิน ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Cargo Complex) พื้นที่เขตประกอบการค้าเสรีและเขตธุรกิจเกี่ยวเนื่องในสนามบินอู่ตะเภา (Cargo Village or Free Trade Zone: FTZ) ศูนย์ธุรกิจการค้า (Commercial Gateway) เป็นต้น โดยกำหนดระยะเวลาให้เอกชนดำเนินการและใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการ 50 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31947</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินกรุงเทพ, ซีพี, เมืองการบิน, แข่งประมูล, แอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefbbd99855d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก.ล.ต.’ลงดาบ ‘หมอเสริฐ-ลูก’ ปั่นราคาหุ้นBA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก.ล.ต.&amp;rdquo; จัดหนัก &amp;ldquo;หมอเสริฐพร้อมลูกสาว&amp;rdquo; ซื้อขายปั่นราคาหุ้นการบินกรุงเทพ ปรับเฉียด 500 ล้านบาท พ่วงห้ามนั่งเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัทในตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ฉบับที่ 6/2562 เรื่อง ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีสร้างราคาหุ้น BA โดยมีเนื้อหาว่า ก.ล.ต.ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย ได้แก่ 1.นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 2.น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ บุตรสาวนายปราเสริฐ และ 3.นางนฤมล ใจหนักแน่น กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) เจ้าของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 13 พ.ย.2558 ถึงวันที่ 12 ม.ค.2559 นายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ และนางนฤมล ร่วมกันซื้อขายหุ้น BA อย่างต่อเนื่อง และจับคู่ซื้อขายหลักทรัพย์ BA ระหว่างกันเองในลักษณะอำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น BA ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด การกระทำของบุคคลทั้งสามเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) (2) ประกอบมาตรา 244 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และมาตรา 317/4 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต.นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 3 ราย โดยกำหนดให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 499.45 ล้านบาท ซึ่งหากผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต.จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo; เอกสาร ก.ล.ต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ ค.ม.พ.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ และนางนฤมล เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดทั้งสามราย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.ที่ กจ. 3/2560 เรื่องการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ลงวันที่ 23 ม.ค.2560 และต้องพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่กำหนดในหนังสือที่ ก.ล.ต. จะแจ้งการมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจดังกล่าวในขั้นตอนหลังจากนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน นายปราเสริฐดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหาร รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นในอันดับที่สามของการบินกรุงเทพ ด้วยจำนวนหุ้น 222,777,500 คิดเป็น 10.61% ส่วน น.ส.ปรมาภรณ์ ไม่มีตำแหน่งบริหารในบริษัท แต่ถือหุ้นอันดับ 4 ด้วยจำนวนหุ้น 136,250,000 หรือ 6.49% &amp;nbsp;ส่วนนางนฤมลไม่ปรากฏเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายปราเสริฐ หรือหมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ถูกจัดอันดับครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยในปี 2561 ซึ่งเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยถือครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 77,129.32 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41% โดยหุ้นที่ถือครองมี 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.47% รวมมูลค่า 73,786.86 ล้านบาท, การบินกรุงเทพ ถือหุ้น 10.61% มูลค่า 2,985.22 ล้านบาท, บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 75.48 ล้านบาท และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 24.60% มูลค่า 281.75 ล้านบาท นอกจากนี้ ตระกูลปราสาททองโอสถยังเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และครองหุ้นรวมกันมีมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรกของทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26946</URL_LINK>
                <HASHTAG>499.45 ล้านบาท, ก.ล.ต., การบินกรุงเทพ, น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ, นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41d95349bef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บางกอกแอร์เวย์ส&quot;ผนึกสายการบินลาวทำข้อตกลงเที่ยวบินร่วมเสริมแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางกอกแอร์เวย์ส &amp;nbsp;และ สายการบินลาวแอร์ไลน์ จับมือให้บริการเที่ยวบินร่วม หวังสร้างความแข็งแกร่งให้กับเส้นทางบินระหว่าง2ประเทศ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
31 พ.ค.61-นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยภายหลังบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (PG) และ สายการบินลาวแอร์ไลน์ (QV) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประกาศลงนามข้อตกลงในการให้บริการเที่ยวบินร่วม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเส้นทางบินระหว่างสองประเทศ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ว่าสำหรัการลงนามข้อตกลงเที่ยวบินร่วมกับสายการบินลาวแอร์ไลน์นั้นถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายพันธมิตรการบิน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวของทั้งสองสายการบินในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญต่างๆในประเทศไทยและสปป.ลาว นอกจากนี้ ผู้โดยสารของสายการลาวแอร์ไลน์จะได้รับความสะดวกสบายและการบริการเหนือระดับเมื่อเดินทางกับบางกอกแอร์เวย์ส ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษในการเข้าใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสารของบางกอกแอร์เวย์ส และการบริการอาหารบนทุกเที่ยวบิน
&amp;nbsp;
นายแสงประเสริฐ มะทุจันทร์ รองประธานสายการบินลาวแอร์ไลน์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามการทำเที่ยวบินร่วมกับสายการบินชั้นนำอย่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารเดินทางระหว่างสปป.ลาวและไทยได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้ง ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังทำให้สายการบินลาวแอร์ไลน์มีความแข็งแกร่งในเอเชียเพิ่มขึ้นด้วย
&amp;nbsp;
สำหรับข้อตกลงในการทำเที่ยวบินร่วมในครั้งนี้เที่ยวบินที่ทำการบินโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สจะให้บริการทั้งหมด 2 เส้นทางบิน ได้แก่ กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ และกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง ส่วนเที่ยวบินที่ทำการบินโดยสายการบินลาวแอร์ไลน์จะให้บริการทั้งหมด 4 เส้นทางบิน ได้แก่ เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ ปากเซ-กรุงเทพฯ และหลวงพระบาง-เชียงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10394</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินกรุงเทพ, บางกอกแอร์เวย์ส, พันธมิตรการบิน, พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ, สายการบินลาวแอร์ไลน์, เที่ยวบินร่วม, เส้นทางบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fa15e13c10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
