<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินพลเรือนฯออกประกาศ จำกัดการปฏิบัติการบินในระหว่างช่วงเวลา 21.00-04.00 น. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ลงนามในประกาศเมื่อวันที่ 9 ก.ค.64 เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางการบินภายในประเทศ ในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประกาศดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า &amp;nbsp;ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2564 และต่อมาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศบค.) ได้ประกาศมติการประชุม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2564 โดยมีข้อปฏิบัติเรื่องจำกัดการเคลื่อนย้ายและการดำเนินกิจกรรมในระบบขนส่งสาธารณะให้มากที่สุด ซึ่งรัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางในช่วงเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็นนั้น และเพื่อเป็นการยกระดับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคที่สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว ดังนั้นทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกาศ ณ วันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2564 และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศจำกัดการปฏิบัติการบินในระหว่างช่วงเวลา 21.00-04.00 น. เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในการเดินทางระหว่างสนามบินและที่พัก และสอดคล้องกับบริการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นที่ดำเนินการตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในกรณีที่มีการยกเลิกเที่ยวบินและการรวมเที่ยวบิน ให้มีการแจ้งและดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ก่อนออกบัตรโดยสาร ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศตรวจสอบเอกสารสำคัญของผู้โดยสารตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัดปลายทางอย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน อาจพิจารณาระงับการออกบัตรโดยสารแก่ผู้โดยสารนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศพิจารณาการจัดที่นั่งในเครื่องบินอย่างเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นแออัด อันจะมีส่วนช่วยในการป้องกันควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้ผู้ประกอบการสนามบินติดตามดูแลให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ในเขตพื้นที่สนามบิน ปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศบค.) โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ให้ผู้ประกอบการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามดูแลให้ประชาชนผู้มาใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการในระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารสำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ.2564 ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2564 โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ให้ผู้ประกอบการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศแจ้งเตือนผู้โดยสารกรณีเป็นผู้ป่วยยืนยันหรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้งดการเดินทาง หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดไปหรือมีประกาศอื่นใดเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109212</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินพลเรือน, สุทธิพงษ์ คงพูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e90396e13b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพท.ออกประกาศเข้มต่างชาติบินเข้าไทยต้องมีใบรองแพทย์ - ประกันสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผย จากการหารือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นการกำหนดให้ ผู้โดยสาร จากทุกประเทศที่ต้องเดินทางเข้ามายังประเทศไทยปลอดจากการติดเชื้อ covid-19 ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จึงออกประกาศสำนักการบินพลเรือน ฉบับใหม่เพื่อให้ผู้โดยสาร ทุก คนต้องผ่านการตรวจจากแพทย์ และ มีใบรับรองแพทย์ ไม่เกิน 3 วัน รวม

นอกจากนี้ยังต้องมีประกันสุขภาพจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐ จึงจะสามารถออก boarding part และ ขึ้น เครื่องบิน เดินทาง มา ยัง ประเทศ ไทย ได้ โดย ประกาศ สำนักการบินพลเรือน ฉบับ นี้ ออก วันที่ 19 มีนาคม 2563 มี ผล บังคับใช้ วันที่ 22 มีนาคม 2563 เป็น ต้นไป

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ตนได้ลงนามเมื่อวันที่ 19มี.ค.ในประกาศ กพท. เรื่อง &amp;ldquo;แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ทำการบินมายังประเทศไทย&amp;rdquo; ซึ่งประกาศดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 22 มีนาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทยเป็นต้นไป โดยประกาศจะครอบคลุมการบินที่มาจากทุกประเทศทั่วโลกไม่ว่ามาจากประเทศไหนที่จะบินเข้ามาในประเทศไทย

สำหรับหลักสาระสำคัญคือ หากเป็นผู้โดยสารชาวต่างชาติ 1.จะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าไม่เป็นโรคโควิด-19 , 2.หากเดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องซื้อประกันภัยในวงเงินประกัน 100,000 เหรียญฯ หรือประมาณ 3ล้านบาท/คน 3.ต้องมีการกรอกข้อมูลว่ามาเมืองไทยพักอยู่ที่ไหน

ทั้งนี้ในส่วนที่เป็นคนไทยที่จะเข้ามาประเทศไทย จะต้องมีหนังสือรับรองจากสถานฑูต หรือ สถานกงศุล รับรองว่าเป็นคนไทย และเข้ามาประเทศไทย พักอาศัยเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวจะไม่ได้กำหนดว่ามาจากประเทศใด แต่ครอบคลุมทุกประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60327</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินพลเรือน, ห้ามเข้าประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e5726bfcef1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวยืดอายุเครื่องบินส่งสินค้าเป็น22ปีหนุนโลจิสติกส์ไทยเจาะตลาดอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กบร.ไฟเขียวขยายอายุเครื่องบินส่งสินค้าของหนุนผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดอีคอมเมิร์ซอาเซียน พร้อมเห็นชอบแผนแม่บทสนามบินเชิงพาณิชย์ในระยะ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;06 มิ.ย. 61- นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน(กบร.) ได้มีมติเห็นชอบให้แก้ข้อบังคับการประกอบธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) โดยได้ขยายหลักเกณฑ์อายุของเครื่องบินที่จะนำมาใช้งานเป็น 22 ปี จากเดิม 18 ปีนั้นโดยทั้งหมดนี้จะมีผลภายในเดือนมิ.ย.นี้หลังกระทรวงคมนาคมอนุมัติ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่สนใจในไทยหันมาลงทุนธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มของรายได้ในการขนส่งสินค้านั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต สอดรับกับมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;
นายจุฬา สุขมานพ ผอ.กพท. กล่าวว่ากบร.ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยระยะ 20 ปี โดยหลังจากนี้จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อรับทราบเพียงเท่านั้น สำหรับแผนเบื้องต้นนั้นได้กำหนดแนวทางพัฒนาสนามบินเชิงพาณิชย์ในหลากหลายด้าน เริ่มจาก การก่อสร้างสนามบินใหม่เพื่อแก้ปัญหาความแออัดได้แก่ สนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ควบคู่ไปกับการลงทุนในสนามบินแห่งเดิมเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;
นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบแก้ไขแผนรักษาความปลอดภัยในการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ที่จะมีการส่งข้อมูลรายงานให้ทางองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) รับทราบเนื่องจากเป็นหนึ่งในข้อค้นพบที่เกิดจากการตรวจที่จะต้องดำเนินการแก้ไขที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้ทาง ICAO พิจารณาทบทวนเพื่อความสมบูรณ์ก็ได้มีการส่งกลับมาให้ไทยพิจารณาแก้ไขใช้สอดคล้องกับภาคผนวก (ANNEX 17) ของ ICAO&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10822</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินพลเรือน, ขนส่งสินค้า, คมนาคม, จุฬา สุขมานพ, อาคม  เติมพิทยาไพสิฐ, อาเซียน, โลจิสติกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92aa60068a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
