<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.ชำแหละการเมืองสไตล์ไทยแลนด์โอนลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยิ่งวันยิ่งไม่แน่ใจว่า ระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา เป็นระบอบการปกครองที่เหมาะสมกับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณ ประท้วงขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงมาก มีความเห็นว่า &amp;nbsp;การขับไล่รัฐบาลออกไป คนที่มาใหม่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเลวร้ายพอกัน ดังนั้นหากจะประท้วงควรประท้วงสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ถูกต้องเป็นเรื่องๆไป เช่นการประท้วงการผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งหรือฉบับสุดซอย เป็นสิ่งที่ควรกระทำ และจะเห็นว่ามีมวลชนออกมาร่วมชุมนุมเป็นหลักล้าน แต่เมื่อรัฐบาลยอมถอย ก็ควรปล่อยให้เขาบริหารประเทศต่อไป เพราะเขาได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมา ให้ประชาชนได้เรียนรู้เอง ในที่สุดในการเลือกตั้งครั้งต่อๆไป ประชาชนก็จะเลือกแต่คนดีๆเข้าสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการข้างต้น ฟังดูก็น่าจะเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่เมื่อคิดว่า ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2475 &amp;nbsp;แม้จะมีการยึดอำนาจกันไปมา และมีปกครองแบบเผด็จการหลายยุคหลายสมัย แต่เวลา 89 ปีก็เป็นเวลาที่นานพอที่ประชาชนจะเกิดการเรียนรู้ในทางการเมืองได้ หากจะบอกว่า สาเหตุของปัญหาอยู่ที่การเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่อยู่ในชนบท ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตมีให้ใช้ค่อนข้างทั่วถึง อุปกรณ์ราคาไม่แพง คนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นทั้งในเมืองและในชนบท สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ไม่ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกัน ความไม่ยากของการเข้าถึงข้อมูล เช่นใน social media กลับเป็นช่องทางที่ได้ผลของการสร้างข่าวเท็จ ปั่นกระแส สร้างภาพ และครอบงำความคิด ความเชื่อ เพื่อผลทางการเมือง &amp;nbsp;กลุ่มการเมืองที่สามารถใช้ social media ได้ดี จึงสามารถครอบงำความคิด สร้างแนวร่วม กระทั่งสาวก ที่มีความภักดี(loyal)อย่างหัวปักหัวปำได้ไม่ยากเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะต้องรออีกกี่ปี ประชาชาชนคนไทยจึงจะเรียนรู้ รู้ทัน และเลือกแต่คนดีเข้าสภา เพื่อประเทศเราจะได้มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนเก่งจริง ดีจริง และมีคณะรัฐมนตรีที่ดี ทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
ขอบอกว่า ตราบใดระบบการเมืองยังเป็นดังเช่นที่เป็นอยู่ ปรากฏการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นได้ยาก กระทั่งเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;
สาเหตุเป็นเพราะตัวคนไทยเราเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน คนไทยเราเวลาจะตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ได้ตัดสินใจเลือกคนเก่งจริง คนดีจริง &amp;nbsp;แต่จะเลือกคนที่เป็นพรรคพวก เป็นฝ่ายเดียวกับตน หรือคนที่เข้ามาแล้วเป็นประโยชน์ต่อตัวเองเป็นอันดับแรก ชุมชนตัวเอง จังหวัดตัวเอง เป็นลำดับถัดมา และประเทศชาติโดยรวม เป็นลำดับสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับไหน ล้วนเป็นเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้จึงยากยิ่งที่จะทำให้คนดีจริง เก่งจริง อย่าว่าแต่ได้รับเลือกตั้ง แต่แค่ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง ก็มีน้อยกว่าน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองดูตัวอย่างการเมืองในระดับมหาวิทยาลัยของรัฐ การตั้งอธิการบดี คณบดี และตำแหน่งที่เทียบเท่า มักใช้วิธีการที่จะขอเรียกว่า &amp;quot;กึ่งเลือกตั้ง&amp;quot; นั่นคือใช้วิธีสรรหาโดยการซาวเสียงจากบุคลากรทั้งหมด รวมทั้งนิสิต นักศึกษา หรือบางแห่งใช้วิธีให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานให้เสนอชื่อผู้เหมาะสม แล้วนับเสียงที่ได้รับการเสนอชื่อของแต่ละคน จากนั้นคณะกรรมการสรรหา ก็จะให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อแถลงแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยต่อประชาคม สุดท้ายกรรมการสรรหาจะคัดกรองผู้เหมาะสมไม่เกิน 3 คน เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือมีคะแนนเสียงมากที่สุด แม้ไม่ใช่ทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่จะมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการสรรหา จึงต้องได้รับการเสนอชื่อ หรือมีคะแนนจากการซาวเสียงมากพอ ทำให้มีการหาเสียงกันด้วยวิธีการต่างๆ ต้องมีหัวคะแนนไปขอให้เสนอชื่อตัวเองไม่เว้นแม้แต่การใช้วิชามาร เช่น การวางตัวให้คนของตัวเองได้รับเลือกเป็นกรรมการสรรหา ไปจนถึงออกบัตรสนเท่ห์โจมตีคู่แข่งด้วยข้อมูลจริงและเท็จ เพื่อให้ตัวเองได้รับการเสนอชื่อ ก็มีมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยระบบการสรรหา ที่บางทีอาจเรียกว่าเป็นวิธีการประชาธิปไตยเช่นนี้ &amp;nbsp;ผู้ที่มีความสามารถสูง และเป็นคนดี แต่ไม่ต้องการเล่นการเมืองน้ำเน่า จึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเข้าสู่กระบวนการสรรหา อย่าว่าแต่ได้รับเลือก นี่คือความมจริงของการเมืองในมหาวิทยาลัยของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเมืองระดับประเทศ ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน ประชาชนเลือกผู้แทน ผู้แทนไปเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีวิธีคิด(mind set)ว่า นายกรัฐมนตรีต้องยึดโยงกับประชาชน จึงต้องเลือกมาจากผู้ที่เป็น ส.ส. รัฐมนตรีก็ควรต้องเลือกมาจาก ส.ส. จึงจะเรียกว่า เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวิธีคิดในการเลือกผู้แทนของคนไทยเราเป็นเช่นข้างต้น กล่าวคือเอาพวกพ้อง หรือผลประโยชน์ของตนเองมาก่อนส่วนรวม พรรคการเมืองหากต้องการเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องรวบรวมคนที่มีโอกาสจะได้เป็นส.ส.มากที่สุด ไม่ใช่คนที่ดีที่สุดเข้าพรรค คนที่จะมีโอกาสเป็น ส.ส.มากที่ก็คือผู้ที่เคยได้รับเลือกเป็น ส.ส.มาแล้ว มีฐานเสียงอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิทธิพลของแต่ละจังหวัด เมื่อเข้าพรรคก็จะไม่ใช่มาคนเดียว แต่จะมาเป็นกลุ่ม และจะกลายเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่เรียกกันว่ามุ้งเล็กมุ้งใหญ่ภายในพรรคที่เข้าสังกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ส.ส.เข้าไปอยู่ในสภาก็จะมีบทบาทในการผ่านหรือไม่ผ่านร่างกฎหมายต่างๆที่สำคัญ เช่นพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี และกฎหมายอื่นๆทั้งที่สำคัญ และไม่สำคัญ การผ่านร่างกฎหมายเพื่อนำไปเสนอโปรดเกล้าฯเพื่อนำไปบังคับใช้ จำเป็นต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภา หากกฎหมายที่สำคัญไม่ผ่าน รัฐบาลถ้าไม่ลาออกก็ต้องประกาศยุบสภา อันเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายแต่ละฉบับจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ใช่อยู่ที่การร่างกฎหมายกระทำด้วยความพิถีพิถันหรือไม่ หรือกฎหมายฉบับนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ส.ส.ในสภาจะยกมือผ่านให้หรือไม่ เช่นเดียวกัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ว่า รัฐบาลบริหารประเทศหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ส.ส.ในสภาจะยกมือให้ไว้วางใจหรือไม่ และไม่ว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศได้ดีเพียงใด พรรคฝ่ายค้านก็จะให้ ส.ส.ทุกคนยกมือไม่ไว้วางใจ เพื่อคว่ำรัฐบาลให้ได้เสมอ การกระทำเช่นนี้ ในระบบการเมืองไทย ดูเหมือนจะเป็นประเพณีปฏิบัติไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ พรรคที่เข้าร่วมรัฐบาล และมุ้งต่างๆภายในพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค จึงมีอำนาจต่อรอง ที่จะขอโควต้าให้หัวหน้ามุ้ง และสมาชิกในมุ้งเป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนว่าตำแหน่งรัฐมนตรี หากไม่ใช่นายกรัฐมนตรี จะเป็นยอดปรารถนาของนักการเมืองทุกคน ยิ่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงที่จัดว่าเป็นเกรด A ยิ่งแย่งกันอย่างน่าเกลียด โดยไม่ได้มองดูความสามารถตัวเองเลย ที่ร้ายกว่านั้น เมื่อตัวเองเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ด้วยเหตุผลบางประการ เช่น มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ แทนที่จะมองหาคนที่มีความสามารถเหมาะสม กลับนำโควต้าไปยกให้ภรรยาบ้าง สามีบ้าง พี่บ้าง น้องบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือการเมืองไทย กรุณาติดตามตอนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111391</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปกครอง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ระบอบประชาธิปไตย, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ba5a48f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขตรัฐ&#039; วัดกึ๋น &#039;ปิยบุตร&#039; โต้ปมผู้ทรงอำนาจปฐมสถาปนารัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.63 - นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชารัฐ(รปช.) ได้โพสต์ข้อความหัวข้อ &amp;quot;เมื่อมีผู้ชักนำให้ประชาชนไม่เคารพกลไกของรัฐสภา ผู้แทนประชาชนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;quot; มีรายละเอียดดังนี้ ประชาชนกว่า 17 ล้านเสียงได้แสดงจุดยืนในการสถาปนารัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับของประชาชนที่แท้จริงมาเเล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างผมก็มีหน้าที่ๆจะต้องปกป้องเสียงของพวกเขาเช่นเดียวกัน เราจะยึดในหลักการของนิติรัฐ นิติธรรม ที่ถูกต้องเพื่อสร้างระบบการเมืองรูปแบบใหม่ที่จะไม่ปล่อยให้วงจรอุบาททางการเมืองได้เกิดขึ้นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขตรัฐ ระบุว่า รัฐสภาเป็นองค์กรแห่งอำนาจนิติบัญญัติซึ่งเป็นเสาหลัก 1 ใน 3 เสาแห่งอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยการกระทำการใดๆจำเป็นที่จะต้องกระทำการภายใต้หลักแห่งนิติรัฐและนิติธรรมไม่พึ่งทำเพียงเพื่อตามกระแสหรือแรงกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนหนึ่งที่จะไม่ยอมให้เสียงของประชาชนมีค่าเพียงแค่ 4 นาทีในการเข้าคูหาลงคะแนน แต่จะยืนหยัดข้างประชาชนตราบจนจบสมัยวาระการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องให้ท่านหยุดสร้างความเกลียดชังเพื่อสร้างเงื่อนไขไปสู่ทางตันของประเทศไทยเสียแต่วันนี้&amp;quot; นายเขตรัฐระบุ พร้อมติดแฮชแท็ก#ปกป้องประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ของนายเขตรัฐ เพื่อตอบโต้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;เมื่อระบบไม่สนองตอบ &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ผู้ทรงอำนาจปฐมสถาปนารัฐธรรมนูญจักปรากฏกายขึ้น&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ มี 2 ชนิด&amp;nbsp;
1.) อำนาจปฐมสถาปนา&amp;nbsp;
2.) อำนาจสถาปนาลำดับรอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้นมาแล้ว ก็กำหนดให้มีกระบวนการแก้ไขเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภา และประชาชน ก็ร่วมกันใช้อำนาจสถาปนาลำดับรองเข้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกรอบเงื่อนไขที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อการแก้ไขในระบบถูกสกัดขัดขวาง จนประชาชนไม่อาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ สถานการณ์พิเศษก็บังเกิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ผู้ทรงอำนาจปฐมสถาปนาปรากฏกายขึ้น และใช้อำนาจปฐมสถาปนานั้นเข้าก่อตั้งรัฐธรรมนูญใหม่แบบไร้กรอบ ไร้ขีดจำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรัฐสภาและสถาบันการเมืองในระบบทั้งหมด ยังคงขัดขวางประชาชนอยู่แบบนี้ อีกไม่นาน สถานการณ์คงนำพาไปสู่อำนาจปฐมสถาปนาแบบไร้ขีดจำกัดของประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ลูกสาว &amp;#39;ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&amp;#39; ตามล่ามือฉกกีตาร์พ่อหายหมดบ้าน
	&amp;#39;เนาวรัตน์&amp;#39;แจงเหตุผล3ข้อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์
	หายซ่า!&amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39;แว่วว่าพ่อแม่แกนนำม็อบบางคนต้องทำใจแล้วเจอ112เร็วๆนี้

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84449</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, การปกครอง, การเมือง, นิติรัฐ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb7158961045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
