<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ตอนที่ 2)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;การปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ: การวิเคราะห์ด้วยมิติทางการบริหาร เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ (ตอนที่ 2 จบ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ข้อเขียนนี้ เป็นตอนที่ 2 ต่อเนื่องจากตอนแรกซึ่งพิมพ์เผยแพร่แล้วใน ไทยโพสต์ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นข้อเขียนที่วิเคราะห์การปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยมิติทางการบริหาร ซึ่งมี 4 มิติ คือ มิติด้านการวางแผน (Planning) มิติด้านการจัดองค์การ (Organizing) มิติด้านการใช้ภาวะผู้นำ (Leading) และมิติด้านการควบคุมทางการบริหาร (Controlling) ซึ่งข้อเขียนตอนแรกได้วิเคราะห์ไปแล้ว 3 มิติ ว่า การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในด้านการวางแผน การจัดองค์การและการใช้ภาวะผู้นำที่ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการผ่านมาแล้วนั้น เป็นอย่างไร และผู้เขียนมีข้อเสนอแนะอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับข้อเขียนตอนนี้ จะวิเคราะห์ในมิติสุดท้ายที่ค้างอยู่คือ &amp;ldquo;มิติด้านการควบคุมทางการบริหาร&amp;rdquo; ซึ่งในทัศนะของผู้เขียนเห็นว่า เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการดำเนินการที่ผ่านมา&amp;nbsp; (1) ประเทศไทยมีแผนปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561&amp;nbsp; (2) รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป) เป็นหน่วยงานร่วมกันทำหน้าที่เป็นฝ่ายอำนวยการด้านการปฏิรูปประเทศให้กับรัฐบาล (3) รัฐบาลได้แสดงภาวะผู้นำในการผลักดัน เรื่องการปฏิรูปประเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของ&amp;nbsp; &amp;ldquo;แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ&amp;rdquo; ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 รวมทั้งการจัดทำพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญแล้วด้วย แต่จุดอ่อนที่สำคัญของกระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ในทัศนะของผู้เขียนนั้น อยู่ที่ &amp;ldquo;กระบวนการควบคุมทางการบริหาร&amp;rdquo; กล่าวคือ แนวทางการควบคุมทางการบริหารของการปฏิรูปประเทศที่ผ่านมานั้น รัฐบาลดำเนินการโดยใช้ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (Electronics National Strategy and Country Reform) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า ระบบ eMENSCR ซึ่งเป็นระบบที่ให้หน่วยงานของรัฐใช้ในการรายงานข้อมูลผลการดำเนินงานตามแผนงาน/ โครงการตามแผนการปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่หน่วยงานนั้นๆ รับผิดชอบและเมื่อถึงรอบระยะเวลาทุก 3 เดือน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลจากระบบ eMENSCR เพื่อจัดทำเป็นรายงานความก้าวหน้าของการปฏิรูปประเทศนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและวุฒิสภา ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการติดตาม เร่งรัดและเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR)&amp;nbsp; เป็นกระบวนการติดตาม เร่งรัดและเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ ที่ใช้ติดตามได้เฉพาะ &amp;ldquo;กระบวนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ&amp;rdquo; เท่านั้น ว่าแผนงาน/โครงการต่างๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในแผนปฏิรูปประเทศนั้น สามารถดำเนินการไปได้มากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจาก &amp;ldquo;จำนวนและร้อยละของกิจกรรม&amp;rdquo; ในแต่ละแผนงาน/ โครงการที่ดำเนินการไปได้แล้ว ระบบ eMENSCR จึงไม่สามารถใช้ติดตามและประเมิน&amp;rdquo;ผลสัมฤทธิ์&amp;rdquo;ของการปฏิรูปประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบทความในตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้เกริ่นนำประเด็นไว้ว่า การควบคุมทางการบริหารเพื่อการปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ควรดำเนินการใน 2 ระดับ คือ (1) การควบคุมในระดับ &amp;ldquo;ส่วนราชการ&amp;rdquo; ให้ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และ (2) การติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ทุกด้าน ซึ่งปัจจุบันมีแผนการปฏิรูปประเทศอยู่ทั้งหมด 14 ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การควบคุมในระดับส่วนราชการนั้น มี &amp;ldquo;ตัวแบบทางการบริหาร&amp;rdquo; ที่บูรณาการระหว่างการบริหารองค์การเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ กับการบริหารงานบุคคลที่เรียกว่า &amp;ldquo;ระบบการจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)&amp;rdquo; ซึ่งระบบราชการไทยเคยนำมาใช้แล้วในการปฏิรูประบบราชการที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) เป็นหน่วยงานฝ่ายอำนวยการให้กับรัฐบาลทำหน้าที่กำกับดูแลให้ &amp;ldquo;ส่วนราชการระดับกรม&amp;rdquo; จัดทำยุทธศาสตร์ของกรมให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยมีกระบวนการกำกับและติดตามการดำเนินงานของส่วนราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ส่วนราชการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่จัดทำไว้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้นำ &amp;ldquo;ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)&amp;rdquo;&amp;nbsp; มาใช้กับ &amp;ldquo;ระดับบุคคล&amp;rdquo; เพื่อให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงอาจกล่าวได้ว่า ส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆนั้น ต่างก็มีความรู้และคุ้นเคยกับระบบบริหารผลการปฏิบัติงานกันมาเป็นระยะเวลาประมาณกว่า 17 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวอย่างย่นย่อ &amp;ldquo;กระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงาน&amp;rdquo; ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ควรนำมาใช้ในการควบคุมทางการบริหารเพื่อการปฏิรูปประเทศนั้น มีกระบวนการ ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนได้ 4 ขั้นตอนคือ (1) การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับกรมที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศฯ เพื่อใช้เป็นกรอบในการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดิน และใช้เป็นกรอบในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปฏิรูปประเทศ ที่ส่วนราชการนั้นเกี่ยวข้อง (2) ส่วนราชการระดับกรมดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของกรม ตามที่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดิน (3) เมื่อถึงรอบระยะเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนราชการระดับกรมต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของกรม เพื่อส่งให้หน่วยงานฝ่ายอำนวยการด้านการปฏิรูปประเทศซึ่งได้แก่ สศช. และ ป.ย.ป เพื่อรวบรวมจัดทำรายงานเสนอรัฐบาลและวุฒิสภา พิจารณาเร่งรัดและให้ข้อเสนอแนะต่อไป และ (4) มีมาตรการให้คุณและให้โทษแก่ส่วนราชการตามผลการปฎิบัติงานของส่วนราชการนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงาน 4 ขั้นตอนดังกล่าวในข้างต้น จะช่วยให้รัฐบาลและวุฒิสภามีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็นรูปธรรมว่า ความล่าช้าของการปฏิรูปประเทศนั้น มีปัญหาอยู่ที่ส่วนราชการใดบ้าง รัฐบาลจะได้ลงไปติดตามแก้ไขได้ถูกที่ ถูกทาง บนพื้นฐานของการมีข้อมูลเชิงประจักษ์ จาก &amp;ldquo;รายงานผลการปฎิบัติงานของส่วนราชการ&amp;rdquo; นั้น ซึ่งส่วนราชการจัดทำเสนอขึ้นมาเอง จึงสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาให้คุณและให้โทษแก่ส่วนราชการนั้นๆได้ โดยปราศจากอคติของผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมกำกับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ในทุกแผนนั้น ควรเป็นหน้าที่ของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยใช้ข้อมูลจากระบบ eMENSCR ประกอบกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในแต่ละแผนการปฏิรูปประเทศ ได้อย่างครอบคลุม แต่เนื่องจากเป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ของแผนฯในภาพรวม ซึ่งเป็นแผนระดับยุทธศาสตร์ของชาติ จึงไม่ควรดำเนินการถี่มากเกินไป ในทัศนะของผู้เขียน ในแต่ละรอบระยะเวลา 5 ปีของแผนการปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ควรดำเนินการเพียงแค่ 2 ครั้งก็น่าจะเพียงพอ กล่าวคือ ประเมินฯในระยะครึ่งแผน (สองปีครึ่ง) เพื่อนำผลการประเมินฯไปใช้ปรับปรุงครึ่งหลังของแผนฯต่อไป และประเมินอีกครั้งเมื่อแผนดำเนินการมาครบ 5 ปีเต็ม เพื่อให้ทราบผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปประเทศตามแผนฯในรอบระยะเวลา 5 ปีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการควบคุมทางการบริหารของการปฏิรูปประเทศฯดังที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความนี้ ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ซึ่งเป็นความคาดหวังของคนไทยทุกหมู่เหล่าก็น่าจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;-&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;นายกสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95569</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปประเทศ, ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ, รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365cc6ae14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;ผุดไอเดีย!ปฏิรูปประเทศด้วยการยกเลิกรธน.หมวด16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63-นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ว่าช่วงเช้าวันนี้ (17 กรกฎาคม 2563) ผมได้เข้าประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

โดยในวันนี้ เนื้อหาหลักของการประชุมครั้งนี้คือการพิจารณาใน &amp;quot;หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ซึ่งคณะกรรมาธิการมีความเห็นในรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง แต่ล้วนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ต้องแก้ไข หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ยกเลิกไปเลย

ซึ่งตัวของผมเองมีความเห็นว่าควรยกเลิกไปเลยเพราะในต่างประเทศหลายประเทศที่มีปัญหาถึงรากลึกนั้น การปฏิรูปคือการที่จะต้องสร้างการเมืองแบบใหม่ หรือทำอย่างถอนรากถอนโคนไปเลย ซึ่งอาจจะต้องไปตั้งต้นผ่านการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาเลย ไม่ใช่จะอาศัยรัฐธรรมนูญฉบับเดิม

ปัญหาของรัฐธรรมนูญประเทศไทยคือเราเก็บซากเดนของระบอบการปกครองที่เป็นเผด็จการซุกตัวเอาไว้สร้างปัญหาอยู่ในมุมมืดมากมาย เช่น ประกาศหรือคำสั่ง คสช. องค์กรอิสระที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อย่างในประเทศแอฟริกาใต้ เขามีกรอบชัดเจนเลยว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องรับรองหลักการพื้นฐานอะไรบ้าง แบบนี้ถึงเรียกว่าการปฏิรูป

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ (พ.ศ.2560) กลับหัวกลับหาง ถูกออกแบบมาให้ผู้ที่มีอำนาจต่ำ แต่ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองสูง และให้ผู้ที่มีอำนาจสูง แต่กลับให้มีความรับผิดชอบทางการเมืองต่ำ

ผมจึงมีข้อสรุปว่า ถ้าหากเราต้องการจะปฏิรูปประเทศจริง ๆ จะต้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย จะเป็นด่านหนึ่งที่เราต้องผ่านไปด้วยกันให้ได้เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71740</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปประเทศ, รังสิมันต์ โรม, หมวด 16, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f115aa7332d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในส่วนรัฐบาลจบแล้ว!&#039;วิษณุ&#039;แจงรายงานปฏิรูปฯสภาจะทราบหรือไม่แล้วแต่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านไม่ยอมเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. ปี 2562 จะมีปัญหาหรือไม่ ว่า ก็คงมีบ้าง ที่จะทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้ง และเสียความรู้สึก แต่ในทางกฎหมายไม่ได้เกิดผลอะไร เพราะเป็นรายงานที่เสนอให้ทราบ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสภาฯไม่ยอมรับทราบ จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถามทางสภาฯเขาแล้วกัน แต่ไม่ได้มีปัญหา เพราะไม่เหมือนกับการพิจารณากฎหมาย รายงานพวกนี้เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ให้รัฐบาลเสนอต่อสภาฯ เมื่อรัฐบาลได้เสนอแล้วคือเสนอ ในส่วนของรัฐบาลจบแล้ว สภาฯจะทราบหรือไม่แล้วแต่สภาฯ แต่หากได้ทราบก็ดี ทั้งนี้ รายงานฉบับนี้จะต้องเสนอต่อไปที่ทั้งสองสภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะเข้าสภาฯไหนก่อนก็ได้ โดยก่อนหน้านี้ได้เสนอไปที่วุฒิสภาและมีการรับทราบไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ที่พูดอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ ไม่แยแส หรือไม่อะไร แต่เราอยากให้เขารับทราบให้จบ เพราะรัฐบาลได้ทำอะไรก็อยากไปบอกให้รู้ ไม่ใช่เรื่องที่จะไปขออนุมัติ ซึ่งฟังดูแล้วก็อาจจะคิดว่าเหมือนไม่ทำอะไร ก็กรุณารู้ว่าไม่ได้ทำอะไร และก็แนะมาว่าจะให้ทำอย่างไร&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71019</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปประเทศ, นายวิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f07ec4095ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.เสี้ยมพปชร.มี40มุ้งคิดว่าเป็นรัฐบาลเพราะ250สว.จึงล้มดีลเปรียบอ้อยเข้าปากช้างแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7มิ.ย.62-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ ล้มดีลที่เคยตกลงโควตารัฐมนตรีก่อนหน้านี้กับพรรคร่วมมาเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ ว่า เป็นหลักฐานและสิ่งบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ประเทศชาติต้องเสียเวลา เสียงบประมาณมหาศาล เพื่อสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องปฏิรูปการเมือง มีการตั้งสปช. สปท. กรรมการชุดต่างๆมากมาย แต่ไม่ได้อะไรเลย ทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส ปฏิรูปอย่างไรจากระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขาดเสถียรภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า เอาเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐ มีกลุ่มการเมืองมุ้งต่างๆไม่ต่ำกว่า 40 มุ้ง บางคนก่อนนี้อยู่มุ้งกรุงเทพฯ ตอนนี้ไปช่วยทวงเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มุ้งสามมิตร ไม่รวมส.ส.เอื้ออาทร พรรคเล็กพรรคน้อย ที่พยายามต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีชนิดไม่มีใครยอมใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในขณะที่ #RIPTHAILAND ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ของโลก หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย แต่ฝ่ายยินดีกับพลเอกประยุทธ์ ชัดๆ มีคนเดียว คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แบ่งงานกันทำ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่ก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศหรือไม่ ต่อไปใครจะตระบัดสัตย์หักหลังประชาชน มาพายเรือให้ใครนั่งต้องคิดดีๆ ได้คุ้มเสียหรือไม่ เพราะมันอาจไม่มีสัจจะในหมู่คนบางประเภท เพราะชุดความคิดของทีมเจรจาพรรคพลังประชารัฐ เขาอาจเข้าใจว่าเขาได้เป็นรัฐบาลเพราะเสียงของ 250 ส.ว. จึงล้มดีล มาเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่เข้าทำนองอ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าไม่ฝังก็ต้องเผา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ความพยายามที่จะปฏิรูปการเมือง แต่ห้ามปฏิรูปกองทัพ ก็เพื่อสืบทอดอำนาจ เพราะเขาอยากอยู่ยาว การปฏิรูปการเมืองจึงอาจไม่มีอยู่จริง และเป็นเพียงแค่ข้ออ้างในการยึดอำนาจเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37908</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปประเทศ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, มุ้งสามมิตร, ล้มดีลโควตาครม., อ้อยเข้าปากช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5ed0018a93f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“โฆษกพลังธรรมใหม่” ยืนยันถ้าปฎิรูปการเมืองไม่สำเร็จ การปฎิรูปประเทศก็สิ้นหวัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ทศพล แก้วทิมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โฆษกพลังธรรมใหม่&amp;rdquo; ยืนยันถ้าปฎิรูปการเมืองไม่สำเร็จ การปฎิรูปประเทศก็สิ้นหวัง ย้ำต้องการสร้างพรรคพลังธรรมใหม่ให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล แก้วทิมา โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงการปฎิรูปประเทศว่า เรื่องการปฎิรูปจะเกิดขึ้นได้ผู้มีอำนาจต้องตั้งใจและจริงใจ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตั้งแต่ร่วมคิดร่วมทำเพราะประเทศไม่ใช่ของรัฐบาลหรือประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ประเทศเป็นของประชาชนโดยร่วม รัฐบาลเป็นเพียงตัวแทนของประชาชนที่ให้อำนาจไปทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองทั้งในระบอบการเลือกตั้ง และระบอบการรัฐประหาร ซึ่งปัจจุบันเรามีรัฐบาลที่ไม่ปกติปกติ &amp;nbsp;ประชาชนที่ต้องการให้มีการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลชุดนี้ยังทำไม่เสร็จ และถ้าหลังการเลือกตั้ง มีนักการเมืองหน้าเก่าๆเข้ามา การปฎิรูปบ้านเมืองตามที่ประชาชนต้องการก็เป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคพลังธรรมใหม่จะเข้ามามีกลไกให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร นายทศพล กล่าวว่า การตั้งพรรคพลังธรรมใหม่เพื่อเข้ามาทำงานบริหารบ้านเมืองในมิติของการเมืองใหม่ เพื่อตอบโจทย์ตามที่รัฐธรรมนูญต้องการให้พรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง &amp;nbsp;พรรคพลังธรรมใหม่มีเจตนาจะปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้น เพื่อไปบริหารบ้านเมืองในอนาคต เราจึงเน้นเรื่องจริยธรรมและคุณธรรมทางการเมือง โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลที่เลือกตั้งโดยสมาชิกพรรคทำหน้าที่ตรวจสอบจริยธรรมภายในพรรคเพื่อให้พรรคพลังธรรมใหม่เป็นพรรคการเมืองที่ดีของประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปฎิรูปประเทศคล้ายกับการปฎิรูปการเกษตร ประเทศเรามีนโยบายเปลี่ยนเกษตรเคมีไปสู่เกษตรอินทร์ &amp;nbsp;แต่หัวขบวนไม่ขยับอย่างจริงจัง เราจึงไม่เห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ผมยืนยันว่าถ้าเราปฏิรูปการเมืองไม่สำเร็จ เราก็ปฎิรูปประเทศไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;นายทศพล กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13872</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปประเทศ, การเมืองใหม่, ทศพล แก้วทิมา, ปฎิรูปการเมือง, พรรคพลังธรรมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b5425d2ad1c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายอายุเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ 11 ด้านของรัฐบาลยุคที่ทหารมากับเพลง &amp;quot;คืนความสุขให้กับประเทศไทย&amp;quot; จนมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงพากันเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กันนั้น นอกจากเรื่องราวของการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปตำรวจ ที่เป็นสุดยอดความปรารถนาของคนไทยแล้ว ดูเหมือนว่ายังมีเรื่องราวของการปฏิรูปสังคมที่น่าสนใจติดตามอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไม??? มนุษย์ป้าอย่างเราต้องสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบอกว่า เพราะมันใกล้ตัวพวกเราเสียเหลือเกินนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า พระราชกฤษฎีกาที่ประกาศเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศเมื่อต้นเดือนเมษา.นี้เอง มีประเด็น การขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 63 ปี ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ยังเป็นเพียงข้อเสนอจากคณะกรรมการที่ทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ที่ได้กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ&amp;nbsp; ก.พ.ร. ศึกษาความเหมาะสมตำแหน่งที่จะมีการขยายอายุการเกษียณ และพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับประชากรใกล้เกษียณให้รู้สึกชีวิตคึกคัก มีทิศทางขึ้นมาไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัยสำคัญของการเสนอขยายอายุเกษียณนั้น กรรมการปฏิรูปท่านหนึ่งระบุว่า ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้สูงอายุในการทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกว่า...ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและการศึกษา ตลอดจนการสื่อสารที่กว้างไกล ทำให้คนอายุ 60 ปีมากมายที่ดูเหมือนอายุแค่ 45 หรือ 50 เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีข้อมูลยืนยันว่า สังคมไทยคนแก่เพิ่มขึ้นก็จริง แต่คนแก่ส่วนใหญ่ที่ว่านี้ดูไม่ออกว่าแก่เลย นับเป็นข้อเท็จจริงที่มองข้ามไม่ได้ แล้วสมควรนะหรือที่จะให้คนที่ยังไม่แก่ทั้งกายและใจ แต่แก่เพราะจำกัดความของคำว่าอายุ 60 ปีนั้น ...หยุดอยู่บ้านเฉยๆ หรือทำตัวว่างๆ เหมือนไม่มีอะไรทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าใจนะคะว่า ยังมีอีกส่วนหนึ่งของสังคมที่อยากเกษียณเต็มที เพื่อใช้เงินที่ตัวเองทำงานมาตลอดชีวิตให้คุ้มค่า ได้มีโอกาสออกไปท่องโลกเต็มที่หลังจากที่ทำงานหนักมานาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันไม่ใช่กฎกติกาที่ตายตัวหรอกค่ะ ถ้าคนกลุ่มนี้พึงพอใจที่จะเกษียณมากกว่า แต่การมีกฎหมายขยายอายุเกษียณออกไป ก็จะเป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้นให้กับคนไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ดีไหมคะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์ป้าคนนี้เชียร์เต็มที่ค่ะ!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าใครใคร่พักผ่อน ก็พักกันไปตามที่สบายใจ ส่วนใครที่คิดว่ายังมีกำลังและสมอง อีกทั้งยังสนุกสนานกับการทำงาน ก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าได้มีโอกาสเพิ่มช่องทางของชีวิตบั้นปลายค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7692</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขยายอายุเกษียณ, การปฏิรูปการศึกษา, การปฏิรูปประเทศ, ปฏิรูปตำรวจ, ป้าเอง, มองมุมสูง, เคลิบเคลิ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
