<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกร. มั่นใจเศรษฐกิจไทยปี 61 ยังเติบโตตามกรอบ 4.4% แน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยยังเติบโตมั่นคง จีดีพีรวมทั้งปียังคงกรอบล่างที่ 4.4% ส่งออกคาดยังสดใสโตที่ 8% ชี้ปีหน้ายังดีจากปัจจัยการลงทุนของรัฐ-เอกชนส่งผลจีดีพีอยู่ในกรอบ 4-4.3% แต่ยังต้องจังตาควทมผันผวนของสถานการณ์โลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ประจำเดือนธ.ค. 2561ว่า กกร.ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะขยายตัวจากแรงหนุนมาตรการเศรษฐกิจภาครัฐและการส่งออกที่เติบโตจึงมีมติคงตัวเลขเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้ที่กรอบล่างคือ เติบโต 4.4% ขณะที่การส่งออกปีนี้คาดว่าจะเติบโตถึง 8%เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;ขณะที่ปี 2562 ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวไม่ต่ำกว่า4%แน่นอน หรืออยู่ในกรอบ 4.0-4.3% มีปัจจัยมาจากการลงทุนของภาคเอกชนที่จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการใช้จ่ายของครัวเรือนภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป บวกกับการทยอยฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่จีนกลับมาแล้ว อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามการชะลอของเศรษฐกิจหลักๆของโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนหลายเรื่อง ประกอบกับต้องติดตามประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่หากคลี่คลายในทางที่ดีจะบรรเทาผลกระทบที่มีต่อการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับปัจจัยบวกในประเทศปีหน้ามีเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เงินสะพัดในช่วงต้นปีหน้า และเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวปกติได้ในช่วงกลางปี 2562 ขณะเดียวกันยังมีมาตรการช็อปช่วยชาติที่จะเริ่มในวันที่ 15 ธ.ค.2561-15 ม.ค.2562 ที่จะช่วยให้เกษตรกรสวนยางมีรายได้จากการเพิ่มจำนวนการใช้ยางล้อมากขึ้นในช่วงมาตรการช็อปช่วยชาติด้วย คาดว่าจะส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้นประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มจีดีพีได้ประมาณ 0.1-0.2%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท.กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ทั้งมาตรการช้อปช่วยชาติ มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)5% ช่วงตรุษจีน เหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะมีกลุ่มที่พร้อมซื้อสินค้าเพื่อลดหย่อนภาษีอยู่แล้ว โดยเฉพาะชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง อย่างไรก็ตามสิ่งที่กกร.อยากฝากถึงรัฐบาลคือ ควรกำหนดเวลาในการประกาศมาตรการที่เหมาะสม ไม่ควรประกาศเร็วเกินไป อาทิ มาตรการคืนแวต ควรประกาศล่วงหน้าก่อนเริ่มมาตรการไม่นาน เพราะหากประกาศเร็วเกินไปจะทำให้ประชาชนชะลอกำลังซื้อ เพื่อรอซื้อในช่วงเวลาที่มาตรการบังคับใช้ ทำให้กำลังซื้อก่อนมาตรการประกาศใช้ชะลอตัวลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23545</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., กลินท์ สารสิน, การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, ส่งออกโต 8%, เติบโต 4.4%, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07434b710b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
