<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดผลโหวตร่างแก้รธน. ฉบับปชป.ประเด็นบัตร 2 ใบได้ไปต่อแค่ร่างเดียว อีก12ฉบับจอดป้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.64-&amp;nbsp; ที่รัฐสภา วันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารับหลักการวาระแรกร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา&amp;nbsp; 13 ฉบับ ได้ลงมติแบบขานชื่อเรียงตามลำดับตัวอักษร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเวลา 23.30 น. โดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาทีจนครบทุกคนและครบทั้ง 13 ฉบับ จากนั้นได้ใช้เวลานับคะแนนอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมมีผลมติรับหลักการวาระหนึ่งเพียง 1 ฉบับ คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอประเด็นระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ด้วยมติเห็นชอบ 552เสียง แบ่งเป็นส.ส.342 เสียง และส.ว.210 เสียง ส่วนไม่เห็นชอบ 24 เสียง และงดออกเสียง 130เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฉบับอื่นๆ เนื่องจากเสียง ส.ว. ไม่ถึง 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดทำให้ต้องตกไป โดยเฉพาะฉบับปิดสวิตช์ ส.ว. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีปัญหาเสนอแก้กลไกปราบโกงของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; โดยมีรายละเอียดผลคะแนนแต่ละฉบับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; แก้ไข 5 ประเด็น &amp;nbsp;
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 334 เสียง (ส.ส.334,ไม่มีเสียงส.ว.) ไม่เห็นชอบ 199 เสียง งดออกเสียง&amp;nbsp; 173 เสียง
2. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ประเด็นสิทธิและเสรีภาพ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 399 เสียง (ส.ส. 393 เสียง ส.ว. 6เสียง) ไม่เห็นชอบ 136 เสียง งดออกเสียง 171&amp;nbsp; เสียง
3. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ประเด็นระบบเลือกตั้งบัตร2ใบ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ&amp;nbsp; 376 เสียง (ส.ส. 340 เสียง ส.ว.36 เสียง) ไม่เห็นชอบ 89 เสียง งดออกเสียง 241 เสียง
4. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ประเด็น ปิดสวิตช์ ส.ว.
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 455&amp;nbsp; เสียง (ส.ส. 440 เสียง ส.ว. 15 เสียง )ไม่เห็นชอบ 101 เสียง งดออกเสียง&amp;nbsp; 150 เสียง
5. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ประเด็นยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 327 เสียง (ส.ส.326 เสียง ส.ว. 1 เสียง) ไม่เห็นชอบ เสียง งดออกเสียง&amp;nbsp; 129 เสียง
6. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; ประเด็นประแก้ยุทธศาสตร์ชาติ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ&amp;nbsp; 454 เสียง (ส.ส.419 เสียง ส.ว.35 เสียง) ไม่เห็นชอบ 86 เสียง งดออกเสียง 166 เสียง
7. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; ประเด็นหน้าที่ของรัฐแก้ปัญหาความยากจน
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ&amp;nbsp; 476เสียง (ส.ส.421 เสียงส.ว.55 เสียง) ไม่เห็นชอบ 78 เสียง งดออกเสียง&amp;nbsp; 152 เสียง
8. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ประเด็นสิทธิเสรีภาพ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 469&amp;nbsp; เสียง(ส.ส.421 เสียงส.ว.48 เสียง) ไม่เห็นชอบ 75 เสียง งดออกเสียง&amp;nbsp; 162 เสียง
9. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ประเด็นสัดส่วนการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 415&amp;nbsp; เสียง(ส.ส.400 เสียง ส.ว. 15 เสียง) ไม่เห็นชอบ 102เสียง งดออกเสียง 189&amp;nbsp; เสียง
10. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ประเด็นการตรวจสอบ ป.ป.ช.
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ&amp;nbsp; 431 เสียง (ส.ส. 398 เสียง ส.ว. 33 เสียง)ไม่เห็นชอบ 97 เสียง งดออกเสียง 178&amp;nbsp; เสียง
11. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีและปิดสวิตช์ ส.ว.
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ461&amp;nbsp; เสียง (ส.ส. 440 เสียง ส.ว.21 เสียง) ไม่เห็นชอบ 96เสียง งดออกเสียง 149&amp;nbsp; เสียง
12. ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ประเด็นกระจายอำนาจท้องถิ่น
- ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบ 457 เสียง (ส.ส.407 เสียง ส.ว.50 เสียง) ไม่เห็นชอบ 82เสียง งดออกเสียง 167&amp;nbsp; เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในส่วนของส.ว.ที่มาจากตำแหน่ง ได้แก่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&amp;nbsp; พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ&amp;nbsp; พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นพร้อมใจกันไม่มาลงมติครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์&amp;nbsp; โดย 6 ส.ว.เหล่าทัพชุดนี้ยังเคยประกาศก่อนรับตำแหน่งว่าไม่รับเงินเดือนส.ว. แต่ต้องเป็นส.ว.ตามรัฐธรรมนูญกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบครั้งนี้ เป็น 1 ใน 6 ฉบับที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ โดยเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไข มาตรา 83 และมาตรา 91 เกี่ยวกับจำนวน ส.ส. และระบบเลือกตั้ง ส.ส. มีสาระสำคัญ ดังนี้
&amp;nbsp;
-มาตรา 83 ให้ ส.ส.มีจำนวน 500 คน&amp;nbsp; มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400คน และมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ100 คน&amp;nbsp; จากที่รัฐธรรมนูญปี2560 กำหนด ให้ ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ150 คน&amp;nbsp; โดยเป็นการเพิ่มจำนวนเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp; และเป็นเลือกตั้งแยกระหว่างเลือกคน กับการเลือกพรรค แบบรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ2550 ซึ่งส่งผลให้เกิดการเลือกตั้งแบบบัตร2 ใบ จากเดิมที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้ระบบบัตรใบเดียวเลือกตั้งเฉพาะ ส.ส.เขตเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-มาตรา 91 ยกเลิกวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของรัฐธรรมนูญ 2560 กลับไปใช้วิธีการคำนวณที่สอดคล้องกับรูปแบบบัตร 2ใบ กำหนดให้นำคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับทั่วประเทศ มาคำนวณเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคมาคำนวณเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค อย่างไรก็ตามระบบเลือกตั้งนี้ ถูกอภิปรายไม่เห็นด้วย ทั้งจากสมาชิกวุฒิสภา และส.ส.พรรคก้าวไกล ที่มองว่าจะเป็นการเพิ่มเขตเลือกตั้ง ทำให้สัดส่วนพื้นที่ถูกซอยให้มีขนาดเล็กลง เอื้อต่อระบบพรรคการเมืองใหญ่ที่มีอิทธิพล และอาจกระทบต่อพรรคการเมืองเล็กที่ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศมาตลอดว่าร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ด้วยระบบที่อาจส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; ทำให้การลงมติวันนี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยส่วนใหญ่งดออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้ตั้งกรรมาธิการจำนวน 45 คน ประกอบด้วย พรรคร่วมรัฐบาล 17 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชารัฐ 8 คน พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; 4 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน และเศรษฐกิจใหม่ 1 คน ส่วน พรรคร่วมฝ่ายค้าน 13 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคก้าวไกล 3 คน พรรคเสรีรวมไท&amp;nbsp; 1 คน และพรรคประชาชาติ 1 คนมีกำหนดแปรญัตติ 15 วัน โดยประชุมนัดแรกในวันที่&amp;nbsp; 29 มิ.ย. 64 เวลา 10.00 น. ห้องประชุมรัฐสภาชั้น 6 จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานการประชุมได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 01.55น. วันที่ 25 มิ.ย. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การประชุมรัฐสภา, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d53a1376f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ให้ผ่านแค่ร่างที่13 ของพรรคร่วมรัฐบาล หนุนบัตรเลือกตั้งสองใบ โหวตคว่ำร่างพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64-&amp;nbsp; การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช...จำนวน 13 ฉบับต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เมื่อวันที่24 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเวลา 17.00น. เมื่อเริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับตัวอักษรเพื่อลงมติในญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 13ฉบับ ปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว.ลงมติไปในแนวทางเดียวกับมติวิปของฝ่ายตัวเอง โดยส.ว.ทุกคน ลงมติไม่รับหลักการหรืองดออกเสียงในร่างที่1ของพรรคพลังประชารัฐ ไปในทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนร่างอื่นๆเสียงส.ว.ลงมติไม่รับหลักการและงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ มีออกเสียงรับหลักการแทรกเพียงบางส่วนเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ร่างที่13 ซึ่งเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้ง 2บัตร นั้น ส.ว.ลงมติรับหลักการ โดยพร้อมเพรียงกันเกือบทุกคน มีเพียงส.ว.ส่วนน้อยที่ลงมติงดออกเสียง อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นางดวงพร รอดพยาธิ์ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ และพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ที่ลงมติไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีส.ว.ที่ลงมติยอมปิดสวิตซ์ส.ว.อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน พญ.พรทิพทย์ โรจน์สุนันท์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงคะแนนโหวตของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียง จะไม่ค่อยไปทางเดียวกัน โดยส.ส.พลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ลงมติรับหลักการในทุกร่าง แต่ก็มีส.ส.บางส่วนงดออกเสียงในร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงมติเห็นชอบในทุกร่าง รวมถึงร่างที่เกี่ยวกับการปิดสวิตซ์ส.ว. การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ และการยกเลิกคำสั่งต่างๆของคสช.ด้วย ขณะที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างของฝ่ายค้านที่เกี่ยวกับการปิดสวิตซ์ส.ว. ด้านพรรคประชาธิปัตย์ลงมติรับหลักการในทุกร่าง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยลงมติรับหลักการเกือบทุกร่าง ยกเว้นร่างที่1 ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่3 ของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2ใบ&amp;nbsp; ร่างที่5 ของพรรคฝ่ายค้านเรื่อง การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ และการยกเลิกคำสั่งคสช.&amp;nbsp; และร่างที่13 ของพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2ใบ&amp;nbsp; ด้านการลงคะแนนของพรรคฝ่ายค้านปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยลงมติรับหลักการในทุกร่างไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคพลังประชารัฐ พรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย ลงมติรับหลักการไม่ครบทุกร่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งการขานคะแนนของสมาชิกรัฐสภามาถึงในเวลา 21.30 น. ปรากฏว่า คะแนนเสียงในร่างที่13 ของพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2ใบ&amp;nbsp; ได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งคือ 367 คนไปเรียบร้อยแล้ว จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 733 คน&amp;nbsp; โดยมีเสียงส.ว.ลงคะแนนรับหลักการเกิน 1ใน3 หรือ84 เสียงเช่นกัน ทำให้ร่างที่13 ผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ร่างที่1ของพรรคพลังประชารัฐ เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการแก้ไขมาตรา 144 และ185 เรื่องการยกเลิกบทลงโทษส.ส.และส.ว.ที่ก้าวก่ายการแปรญัตติงบประมาณ และการให้ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซงการทำงานข้าราชการได้นั้น ปรากฏว่า มีคะแนนไม่รับหลักการและงดออกเสียงของส.ว. เกิน 166 เสียง จากส.ว.250 คนเท่ากับว่า มีเสียงส.ว.ที่จะให้ความเห็นชอบร่างดังกล่าวไม่ถึง 1ใน3 หรือ84 เสียงอย่างแน่นอนแล้ว จึงไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1อย่างแน่นอนแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107560</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมรัฐสภา, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, แก้ไขมาตรา144 185</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d34b232e532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กก้าวไกล&#039;ยันอภิปรายสถาบันในรัฐสภาตามกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63-นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลระบุถึงข้อบังคับการประชุมรัฐสภาห้ามกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภาหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็นในการประชุมรัฐสภาว่า พรรคก้าวไกลรักษามารยาท และจะอภิปรายโดยเคารพข้อบังคับอย่างแน่นอน การกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในญัตติที่ไม่ได้ระบุถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นจะกระทำไม่ได้ตามข้อบังคับ แต่ในกรณีนี้ ญัตติที่รัฐบาลเสนอมานั้น ได้มีการระบุถึงข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งรัฐบาลได้ระบุในญัตติอีกด้วยว่า ข้อเรียกร้องบางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่แล้ว และยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีขบวนเสด็จฯ การอภิปรายที่อยู่ในกรอบญัตติที่รัฐบาลเสนอมา จึงเป็นเรื่องที่สามารถอภิปรายได้ ไม่ขัดกับข้อบังคับแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันจะอภิปรายตามกรอบญัตติที่รัฐบาลเสนอมาเท่านั้น รับรองว่าจะเป็นการอภิปรายภายใต้กรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด ล่าสุดทราบข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้มอบหมายให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. เป็นผู้อภิปรายเนื้อหาในกรณีขบวนเสด็จฯ ด้วย ซึ่งนายวิโรจน์ ยืนยันว่าเป็นสิทธิที่ทั้ง 2 ท่านจะอภิปรายได้ และผมก็เคารพสิทธิในการอภิปรายของทั้ง 2 ท่าน และเชื่อว่าจะเป็นการอภิปรายที่มีเนื้อหา ที่มีการนำเอาหลักการและหลักฐานมาแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์ในสภา และประชาชนจะได้รับประโยชน์ที่จะมีโอกาสรับฟังมุมมองต่อกรณีขบวนเสด็จฯ ในข้อเท็จจริงที่มีหลายแง่มุม&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81759</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมรัฐสภา, พรรคก้าวไกล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c98967179e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
