<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้ข้อบังคับสภาเปิดช่องประชุมลับได้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดการอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;
30ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะขอเปิดประชุมลับ ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า มีคนถามตนก็ตอบไปว่า ตามข้อบังคับประชุมสภา ซึ่งขณะนี้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาเก่าอยู่ กรณีเช่นนี้สามารถขอให้ประชุมลับได้ถ้าหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะเปิดเผยออกไป โดยการขอให้เปิดประชุมลับนั้น คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส.อาจเป็นผู้ขอให้ประชุมลับ ซึ่งอาจจะเป็นการขอให้ลับตั้งแต่ต้นจนจบ หรือหากประชุมกันไปและถึงจุดหนึ่งแล้วขอให้ประชุมลับก็ได้
นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติจะเปิดอภิปรายด้วยการประชุมปกติก่อน แต่พอลงลึกถึงเรื่องที่คนนั้นไม่ดีอย่างไร ซึ่งไม่ควรพูดถ่ายทอดออกมาให้ยินกันทั่วประเทศ ก็เริ่มเข้าสู่การประชุมลับ และคนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องออกไป ใครที่จะไปเสนอข่าวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น การเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 หากจะไปเริ่มต้นให้ประชุมลับเลยจะดูเร็วเกินไป ตีตนไปก่อนไข้ เพราะไม่รู้เขาจะถามอะไร และยังไม่รู้เราจะตอบอะไร เริ่มต้นแล้วจะคิดได้อย่างไรว่าจะเกิดความไม่เหมาะสมขึ้น ดังนั้น เมื่อไปถึงจุดหนึ่งอาจจะรู้ เมื่อรู้แล้ว คณะรัฐมนตรีอาจจะขอ หรือ ส.ส.จะขอประชุมลับก็ได้ระหว่างการประชุม ส่วนนายกฯ จะไปตอบเองหรือไม่ ให้รอดู อยู่ที่ท่าน&amp;nbsp; แต่ถึงอย่างไรคณะรัฐมนตรีต้องไป เพราะเห็นญัตติแล้วเขาถามคณะรัฐมนตรี และในการนี้ต้องการให้นายกฯไปชี้แจง
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการกำหนดวันแล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ยัง เห็นฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอวันที่ 6 ก.ย. แต่ตนยังไม่ทราบ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่ประธานสภาฯ ระบุไม่อยากให้ไปรบกวนวันประชุมสภาปกติ เพราะวันจันทร์ &amp;ndash; อังคาร ประชุม ส.ว. ส่วนวันพุธ &amp;ndash; พฤหัสบดี ประชุม ส.ส. เหลือแต่วันศุกร์ หากเอาวันเสาร์ &amp;ndash; อาทิตย์ ก็ดูประหลาด แต่ไม่รู้นะ ถ้าวันไหน ส.ว.สละเวลาให้ เราอาจจะไปขอใช้วันจันทร์ &amp;ndash; อังคาร ก็แล้วแต่ ซึ่งวันที่ 2 ก.ย. วิป 3 ฝ่ายจะประชุมกัน
&amp;quot;เรื่องเช่นนี้ตบมือข้างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นความสะดวกของสภาและของรัฐบาล ที่จะดูด้วยกัน โดยประธานสภาฯ จะเป็นผู้คุมเกมอยู่แล้ว และยังไม่สามารถระบุได้ว่ากี่วันถึงจะเหมาะ เพราะยังไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร จึงแปลกที่มาพูดเรื่องวันกันแล้ว ขนาดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ยังออกมาพูดว่า ถ้าพูดเนื้อหาเน้นๆ แค่ครึ่งวันก็พอแล้ว&amp;quot;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44624</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, การประชุมลับ, นายวิษณุ  เครืองาม, วิป3ฝ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68a5abebab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้ากล้าขอก็กล้าให้ประธานวิปฝ่ายค้านพร้อมไฟเขียวให้ประชุมลับ&#039;บิ๊กตู่&#039;เคลียร์ปมถวายสัตย์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ส.ค.62-นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายไม่ลงมติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและครม.ในเรื่องการถวายสัตย์ฯและการแถลงนโยบายโดยไม่ชี้แจงที่มาของงบประมาณ ที่กำลังรอประธานสภาฯ บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมฯ ว่า ขณะนี้ กำลังฝายค้านกำลังจัดทำกรอบเนื้อหา และประเด็นการอภิปราย รวมถึงการวางตัวบุคคลที่จะลุกขึ้นอภิปราย ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทย เวลานี้วางตัวไว้แล้ว หลักๆ จะประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จิรายุ ห่วงทรัพย์ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ชวลิต วิชยสุทธ์ ไชยา พรหมา ขจิต ชัยนิตม น.ส. จิราพร สินธุไพร ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ&amp;nbsp; คาดว่าจะใช้ส.ส.จากเจ็ดพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายประมาณ 10-15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การขออภิปรายกรณีการถวายสัตย์ฯไม่ครบ สำคัญมาก ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่สำคัญเพราะในเรื่องหลักนิติรัฐ นิติธรรม เป็นการละเมิด เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 161บัญญัติไว้ชัดเจนว่าก่อนเข้ารับหน้าที่&amp;nbsp; รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณฯ และต้องถวายสัตย์ด้วยข้อความใด ซึ่งเป็นหลักสากลทั่วโลก การจะมายกเว้นไม่ยอมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ก็เท่ากับเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้กฎของหลักนิติรัฐ นิติธรรมถูกละเมิดอย่างชัดเจน และยังเป็นการละเมิดหลักประเพณีด้วย เพราะนอกจากเป็นหลักกฎหมายแล้วยังเป็นประเพณีทั่วโลกที่ก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั่วโลกเขาทำ ไทยเราก็ทำ ประเพณีก็คือต้องทำให้ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ การที่ไม่ทำให้ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ก็เหมือนกับการจงใจไม่ให้ความสำคัญกับประเพณีปฏิบัตินี้ มันเป็นพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีหลายครั้งหลายครา ตั้งแต่ในอดีต คือเป็นคนไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมาย ทำผิดกฎหมาย เลี่ยงกฎหมายมาเรื่อย แต่ครั้งนี้สำคัญมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัญหาการถวายสัตย์ หากมีการเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แล้วนายกรัฐมนตรีอาจมีการขอให้สภาฯ ทำการประชุมลับฯ นายสุทิน ย้ำว่า&amp;nbsp; ก็ไม่เป็นไร ก็ฟังเหตุฟังผลกัน ต้องฟังนายกฯชี้แจง หากท่านเห็นว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ประสงค์จะขอประชุมลับฯ ฝ่ายค้านเราก็ไม่น่ามีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามความเห็นว่า คนมองกันว่า การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะถล่ม จะขึงพืดนายกฯ กลางสภาฯ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า อยู่ที่รัฐบาลเอง เพราะหากรัฐบาล ไม่สนใจที่จะมาตอบ หรือมาตอบแต่ตอบแบบไม่ได้เตรียมความพร้อมมา หรือมาตอบแบบแก้ข้อกล่าวหาไม่ได้ มาตอบแบบไม่รับผิดชอบ แบบนี้ก็อาจเป็นเรื่องของการขึงพืดได้ มันเป็นที่รัฐบาลเขาจะทำตัวของเขาเอง ไม่ใช่ฝ่ายค้านทำ โดยฝ่ายรัฐบาลไม่ควรตั้งองค์รักษ์พิทักษ์ ฯ นายกฯกลางสภาฯ เพราะเรื่องบางเรื่องชี้แจงแทนกันได้ แต่บางเรื่องชี้แจงแทนกันไม่ได้ ซึ่งเรื่องถวายสัตย์ฯครบหรือไม่ครบ พลเอกประยุทธ์เป็นคนพูด ใครจะไปรู้ดี นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ว่ามันผิดพลาดหรือไม่ หรือจงใจหรือเพราะเหตุผลใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯตอบมันถึงจะเคลียร์&amp;nbsp; คนอื่นมาพูดแทนยังไงก็ไม่เคลียร์&amp;nbsp; เรื่องนี้นายกฯจึงต้องมากล่าวต่อที่ประชุมสภาฯด้วยตัวเอง แต่อีกประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติไปพ่วงไปด้วยกับเรื่องถวายสัตย์ฯ คือกรณี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยไม่ชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดําเนินนโยบาย ยอมรับว่า ยังพอให้คนอื่นมาชี้แจงแทนได้เช่นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ&amp;quot;นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44614</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, การประชุมลับ, นายสุทิน คลังแสง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6872f78a3ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบช่องประชุมลับปมถวายสัตย์&#039;วิษณุ&#039;อ้างเคยมีคนเสนอเหตุกังวลจะก้าวล่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ส.ค.62- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญสามารถขอเปิดเป็นการอภิปรายลับได้หรือไม่หากเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง ว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา ได้มีการเปิดช่องไว้ว่าในการขอเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 สามารถขอเปิดประชุมลับได้ และเคยมีผู้เสนอว่าหากกังวลว่าจะมีการก้าวล่วงในช่วงใดช่วงหนึ่งของการอภิปราย ทางคณะรัฐมนตรีหรือทางสภาฯ สามารถขอเสนอให้มีการประชุมลับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องการร้องขอให้ประชุมลับ มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 โดยระบุว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภาแต่ถ้าคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา แล้วแต่กรณีร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล จะมีการประชุมในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย. เกี่ยวกับกรณีที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไปในประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องจับตาดูว่า จะมีการหยิบยกเรื่องการร้องขอให้ประชุมลับขึ้นมาหรือไม่ เพราะในอดีตมีหลายครั้งที่ร้องขอให้เป็นการประชุมลับในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44598</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, การประชุมลับ, นายวิษณุ  เครืองาม, วิปรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d402b898e684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้มกระดานกสทช.ชุดใหม่ เผยคลิปนายกฯไม่แฮปปี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนช.ลงมติคว่ำเลือก &amp;quot;กสทช.&amp;quot; ชุดใหม่ พบ 8 ใน 14 คนขาดคุณสมบัติ ขัดมาตรา 7 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โยน คกก.สรรหาเพิ่มเติม เผยคลิปเสียงวิป สนช.อ้าง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่แฮปปี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติเสียงข้างมาก 118 คะแนนต่อ 25 ไม่เลือกบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาให้ สนช. โดยมีสมาชิก สนช.งดออกเสียงจำนวน 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคคลที่ผ่านสรรรหาให้ดำรงตำแหน่งกสทช. จำนวน 14 คน และให้ สนช.ลงมติให้เหลือด้านละ 1 คน มีดังนี้ 1.ด้านกิจการกระจายเสียง จำนวน 2 คน ได้แก่ พ.อ.กฤษฎา เทอดพงษ์ และนายธนกร ศรีสุขใส 2.ด้านกิจการโทรทัศน์ จำนวน 2 คน ได้แก่ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ 3.ด้านกิจการโทรคมนาคม จำนวน 2 คน ได้แก่ นายอธิคม ฤกษบุตร และนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ 4.ด้านวิศวกรรม จำนวน 2 คน ได้แก่ พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ พ.อ.อนุรัตน์ อินกัน 5.ด้านกฎหมาย จำนวน 2 คน ได้แก่ นายมนูภาน ยศธแสนย์ และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร 6.ด้านเศรษฐศาสตร์ จำนวน 2 คน ได้แก่ ผศ.ภักดี มะนะเวศ และนายณรงค์ เขียดเดช และ 7.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จำนวน 2 คน ได้แก่ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี และนายวรรณชัย สุวรรณกาญจน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการประชุมลับนานกว่า 3 ชั่วโมง และก่อนสมาชิก สนช.จะลงมติในเรื่องดังกล่าว นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช.และเลขานุการวิป สนช. อภิปรายว่า จากการรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. พบว่ามีปัญหาด้านคุณสมบัติและความประพฤติ รวม 8 คน ซึ่งอาจขัดกับมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ซึ่งกำหนดลักษณะต้องห้ามว่า กสทช.ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลอื่นใดบรรดาที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์หรือกิจการโทรคมนาคม ในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนได้รับการคัดเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนช.ได้รับบัญชีรายชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกสทช.ในแต่ละด้านมาจำนวน 2 เท่าก็จริง แต่เมื่อพบว่ามีบุคคลที่คุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้าม &amp;nbsp;จึงมีประเด็นว่าบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมานั้นมีจำนวน 2 เท่าตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งถ้า สนช.ลงมติเลือกไป อาจมีปัญหาในทางกฎหมายได้ จึงขอให้ สนช.ลงมติเพื่อไม่เลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ เพื่อให้คณะกรรมการสรรหากลับไปแก้ไขข้อบกพร่อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 17 วรรคสอง ของกฎหมายที่กำหนดไว้ว่า ถ้า สนช.ไม่สามารถเลือก กสทช.ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อ ให้คณะกรรมการดำเนินการสรรหาเพิ่มเติมต่อไป&amp;quot; นายสมชายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. แย้งว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาได้เสนอบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. สนช.ควรดำเนินการเลือกตามมาตรา 16 และมาตรา 17 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว อีกทั้ง สนช.ไม่มีหน้าที่ในการไปวินิจฉัยว่าใครมีคุณสมบัติครบหรือไม่ เพราะบัญชีรายชื่อที่ สนช.ได้รับมานั้น ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองมาแล้วชั้นหนึ่งจากคณะกรรมการสรรหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สนช.จะใช้มติเพื่อยกเว้นการใช้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ไม่ได้ ซึ่งต่างจากการยกเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุม สนช. ที่ สนช.สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย ดังนั้น สนช.ต้องดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น ส่วนสมาชิก สนช.คนใดคิดว่าบุคคลดังกล่าวไม่เหมาะสมกับตำแหน่งกสทช.ใช้สิทธิในลงคะแนนในทางใดทางหนึ่งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปบันทึกเสียงที่อ้างว่าเป็นบรรยากาศการประชุมวิป สนช. เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกในที่ประชุมระบุว่า &amp;quot;ผมได้รับการประสานในวันหยุดว่า ท่านนายกฯ ท่านไม่แฮปปี้กับผู้ที่สรรหามาทั้งหมดทั้ง 14 คน ท่านต้องการใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่ ยกเลิกพวกนี้ทั้งหมด ... ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กสทช.มีเยอะเหลือเกิน กลายเป็นว่าหากพวกนี้ได้เข้าไป ที่จะตามคือที่ปรึกษาต่างๆ ที่อาจจะตั้งผู้ที่ครบวาระกลับเข้ามาเป็นที่ปรึกษา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.ชุดใหม่, การประชุมลับ, นายตวง อันทะไชย, บิ๊กตู่, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad8b66e7c8ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
