<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ยอดติดเชื้อไทยรั้งอันดับ28</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ แถลงเวที UNGA&amp;nbsp; 76 ชูความร่วมมือพหุภาคีพลิกวิกฤตเป็นโอกาสฝ่าโควิด ไทยติดเชื้อขยับขึ้น 28 ของโลก ป่วยใหม่ 12,353 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 125 คน กทม.ฉีดไฟเซอร์นักเรียนกลุ่มเสี่ยงแล้ว 2 พันราย ยังไม่พบผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 00.00 น. (ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ก.ย. เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 76 (76th Session of the United Nations General Assembly &amp;ndash; UNGA 76) ภายใต้หัวข้อ การสร้างความยืดหยุ่นผ่านความหวัง โดยการฟื้นฟูจากโควิด-19 การสร้างอย่างยั่งยืน ตอบรับความต้องการของโลก เคารพสิทธิของผู้คน และการฟื้นฟูของสหประชาชาติ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาคมโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มจะอยู่กับเราไปอีกนาน ความสามารถที่จะเรียนรู้สู่บริบท &amp;ldquo;Next Normal&amp;rdquo; และได้ชื่นชมวิสัยทัศน์ของเลขาธิการสหประชาชาติที่ได้จัดทำรายงาน Common Agenda ซึ่งเสนอความสำคัญในการร่วมมือกัน &amp;ldquo;เพิ่มพลัง&amp;rdquo; และสร้างเครือข่ายความร่วมมือพหุภาคี เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ยั่งยืนมากขึ้น และมีสันติภาพ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสร่วมกันผลักดันการปฏิรูป ความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี ให้สามารถเป็น &amp;ldquo;Driver of Change&amp;rdquo; อย่างแท้จริง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า จะไม่มีใครปลอดภัย หากทุกคนยังไม่ปลอดภัย ประชาคมโลกจึงต้องเร่งผลักดันให้วัคซีนและยารักษาโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะของโลก รวมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาวัคซีน ยา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ ทุกประเทศต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้ WHO เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพโลก รวมถึงการหารือเพื่อพิจารณาจัดทำ Pandemic Treaty ในส่วนของไทยได้พยายามส่งเสริมการผนวกรวมมิติด้านสาธารณสุขในเรื่องการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครอบคลุมทั้งภัยธรรมชาติและโรคอุบัติใหม่ เชิญชวนให้มีการใช้ประโยชน์จากหลักการกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแนวทางด้านสาธารณสุขตามกรอบเซนได คือการสร้างระบบสาธารณสุขของโลกที่มีภูมิต้านทาน เท่าเทียม และเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการฟื้นตัวที่ยั่งยืนต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไทยในฐานะผู้ประสานงานอาเซียนเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเกื้อกูลกันระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูภายหลังโควิด-19 และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของโลกต่อความท้าทายต่างๆ ในอนาคต ไทยเชื่อว่าหัวใจของการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs คือความสมดุล ไทยได้ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงมีความท้าทายสูงเหมือนหลายประเทศ อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนมีความสำคัญ โดยเฉพาะการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะช่วยรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพและโรคอุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ไทยได้นำพลังของอาสาสมัครในท้องถิ่นและความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาปรับใช้ในการรับมือกับโควิด-19 โดยใช้สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรสมุนไพรพื้นบ้านของไทย มาเป็นยารักษาและบรรเทาอาการของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำความร่วมมือพหุภาคีในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะภายใต้กรอบของ UN จะนำเราไปสู่ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งยิ่งใหญ่ และพลังของประชาคมโลก ในการรับมือกับวิกฤตโลกร้อน จะนำเราไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทาย จะผลักดันให้เราบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน พร้อมกับการมีโลกใบใหม่ที่ดีและเข้มแข็งกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานตัวเลขสถานการณ์ประจำวันว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 28 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,353 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,809 ราย, จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 1,000 ราย, จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 532 ราย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 12 ราย จากโครงการ Phuket Sandbox ได้แก่ กาตาร์ 1 ราย, อิสราเอล 1 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ราย, กัมพูชา 1 ราย (ช่องทางธรรมชาติ) และ มาเลเซีย 7 ราย (ช่องทางธรรมชาติ) พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 1,561,638 ราย รักษาอยู่ 122,463 ราย รักษาในโรงพยาบาล 35,051 ราย และโรงพยาบาลสนาม 87,412 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 3,324 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp; 724 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,422,907 ราย หายเพิ่ม 14,305 ราย เสียชีวิตใหม่ 125 ราย รวมเสียชีวิต 16,268 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้ป่วยชาย 63 ราย ผู้ป่วยหญิง 62 ราย เป็นชาวไทย 122 ราย, เมียนมา 3 ราย ค่ากลางอายุผู้เสียชีวิต 67 ปี อายุผู้เสียชีวิตระหว่าง 23-105 ปี ค่ากลางระหว่างการทราบผลติดเชื้อจนเสียชีวิต 11 วัน นานสุด 41 วัน พบอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป 79 ราย คิดเป็น 63% อายุน้อยกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 29 ราย คิดเป็น 23% และไม่มีโรคเรื้อรัง 17 ราย คิดเป็น 14% แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 27 ราย, ปริมณฑล 27 ราย, ภาคเหนือ 9 ราย, ภาคใต้ 18 ราย, ภาคอีสาน 11 ราย และภาคตะวันออก 33 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,976 ราย รวมสะสม 360,072 ราย, สมุทรปราการ 713 ราย รวมสะสม 106,681 ราย, ชลบุรี 651 ราย รวมสะสม 84,435 ราย, ยะลา 558 ราย รวมสะสม 21,009 ราย, ระยอง 517 ราย รวมสะสม 29,805 ราย, นครศรีธรรมราช 477 ราย รวมสะสม 14,111 ราย, สมุทรสาคร 412 ราย รวมสะสม 87,685 ราย, สงขลา 409 ราย รวมสะสม 28,073 ราย, นราธิวาส 370 ราย รวมสะสม 22,091 ราย และราชบุรี 297 ราย รวมสะสม 28,746 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านยอดการฉีดวัคซีนในประเทศไทย รวม 50,101,055 โดส สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 31,352,795 ราย เพิ่มขึ้น 40,659 ราย เข็มที่สองจำนวน 17,667,069 ราย เพิ่มขึ้น 67,821 ราย และเข็มที่สามสะสมจำนวน 1,080,391 ราย เพิ่มขึ้น 3,735 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานการฉีดวัคซีนโควิด-19 (ไฟเซอร์) ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีนักเรียน/เยาวชน กลุ่มเสี่ยง 7 โรค ในกทม. กว่า&amp;nbsp; 2,000 ราย แบ่งเป็นได้รับ 1 เข็ม จำนวน 1,681 ราย และได้รับครบ 2 เข็ม จำนวน 614 ราย ยังไม่พบการรายงานผลข้างเคียง ยืนยันว่าวัคซีนที่รัฐบาลนำมาให้บริการแก่เด็กนักเรียน/ เยาวชน ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ ผ่านการรับรองจากสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) องค์การอนามัยโลก และมีหลักฐานทางวิชาการที่บ่งชี้ว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงขอให้ความมั่นใจแก่น้องๆ นักเรียน เยาวชน อย่างไรก็ตาม การให้ฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ให้แก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองก่อนด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117943</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNGA 76, UNGA76, การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_614fd7d3da423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแบ่งปันแนวทางรับมือโควิดเวทีสหประชาชาติมอบเงินสนับสนุนอนามัยโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63 -&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงผ่านวีดิทัศน์ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 31 ว่าด้วยการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแบ่งปันแนวทางของไทยในการต่อสู้กับโควิด-19 ได้แก่ ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยโดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปฏิบัติตามมาตรการพื้นฐานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด การสนับสนุนการพัฒนาและจัดหาวัคซีนโควิด-19 และประกาศว่าไทยจะมอบเงินให้แก่องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อสนับสนุนข้อริเริ่มในการพัฒนาและจัดสรรยาและวัคซีนโควิด-19 ซึ่งต้องเป็นสินค้าสาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบริหารจัดการข้อมูลในพื้นที่รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์ทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำให้ทุกประเทศร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อจัดการกับวิฤตการณ์ครั้งนี้ ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีมาตรการรับมือกับโควิด-19 ผ่านข้อริเริ่มต่างๆ เช่น การจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 การรับรองแผนการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน และการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจประเทศที่ยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาด และไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศเพื่อผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85940</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, องค์การอนามัยโลก (WHO)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9b2c463850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมอ้าแขนรับงูเห่า โอ่!มีดีส.ส.อยากย้ายซบ/‘หญิงหน่อย’ขู่เปิดคลิปหลักฐานมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คณะ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ถึงถิ่นสหรัฐอเมริกาแล้ว อ้อนคนไทยสามัคคี ลั่นประเทศกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเสถียรภาพดีขึ้น เผยยามว่าง Netflix คลายเครียด &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; อ้าแขนรับงูเห่า โอ่เพราะมีดีเลยมีคนอยากย้ายซบ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; กรี๊ดลั่นเพื่อไทยไม่ทรยศประชาชน ขู่มีคลิปและหลักฐานเตรียมจัดหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เวลา 11.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกา) พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา &amp;nbsp;และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี นครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly - UNGA) ครั้งที่ 74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. คณะนายกฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมการประชุมยูเอ็น ก่อนจะไปพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาที่โรงแรมพลาซา แอทธินี ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก โดยทันทีที่เดินทางมาถึงมีคนไทยมาให้การต้อนรับบริเวณด้านหน้าโรงแรม โดยมอบดอกไม้และชูรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมป้ายข้อความให้กำลังใจ เช่น &amp;quot;รักหมดใจ...&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ไม่ถอย&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ๆ พวกเราเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ&amp;quot; ทั้งยังส่งเสียงให้กำลังใจ &amp;quot;ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดคุยกับชาวไทยจำนวน 175 ราย ซึ่งมีทั้งหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในนครนิวยอร์ก, เครือข่ายสมาคมและชมรมคนไทย, กลุ่มนักวิชาชีพชาวไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง, ผู้แทนสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา, นักศึกษาไทยในสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;และผู้สื่อข่าวไทยประจำนครนิวยอร์ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีที่ได้พบปะพูดคุยกับชุมชนไทยเพื่อแจ้งถึงสถานการณ์ประเทศไทย นโยบายรัฐบาล รวมถึงรับทราบทุกข์สุข ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยดำเนินการปฏิรูปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และได้ออกกฎหมายและปรับปรุงกฎหมายรวมกว่า 400 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และเอื้ออำนวยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp; นอกจากนี้รัฐบาลยังพยายามแก้ไขปัญหาสังคมที่คั่งค้างมานาน เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นการแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิต &amp;nbsp;และปรับปรุงระบบสวัสดิการเพื่อประชาชนโดยมีแผนดำเนินการที่เป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจและยินดีที่ได้เห็นคนไทยที่นี่เป็นพลเมืองที่ดีของสหรัฐอเมริกา ประกอบอาชีพและธุรกิจที่ได้รับการยอมรับ และมีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกับชาวอเมริกัน โดยเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทยได้ แม้จะพำนักและทำงานอยู่ในสหรัฐ ที่สำคัญขอให้มีความสามัคคี เพื่อนำเสนอประเทศไทยในทางบวกและสร้างความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย และแสดงเอกภาพและศักยภาพของชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาให้เป็นที่ประจักษ์ และขอขอบคุณชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาทุกคน สำหรับกำลังใจและการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ว่าจะไม่พูดเรื่องความขัดแย้ง เพราะประเทศกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เวลานี้เสถียรภาพทางการเมืองไทยดีขึ้น ส่วนตัวไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับใคร มีแต่คนที่ต้องการขัดแย้งกับตนเองตลอดเวลา โดย 5 ปีที่ผ่านมาแม้จะมีงดเว้นการเยี่ยมเยียนต่างประเทศในระดับสูงบ้าง แต่ในช่วงนั้นก็สามารถเดินทางไปได้หลายประเทศ ซึ่งหลายประเทศก็ไม่ได้รังเกียจอะไรตนเองนัก ครั้งนี้เมื่อมาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะอเมริกาที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ก็เป็นประเทศต้นๆ ที่ออกแถลงการณ์รับการเลือกตั้งแสดงความยินดีในการเป็นนายกฯ ด้วยลายมือของตัวเอง&amp;nbsp;
ยามว่างดู Netflix
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้ตอบคำถามคนไทยช่วงหนึ่งว่าดูแลสุขภาพอย่างไร นายกฯ ตอบว่าเป็นโชคดีที่มีสุขภาพแข็งแรง และโชคดีที่มีภรรยาคอยดูแลอยู่ เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านดู Netflix กับภรรยา เพราะภรรยาชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน เลยติดชอบดูไปด้วย สนุกดี และอ่านหนังสือบ้าง ทั้งไทยอังกฤษ ให้ภรรยาช่วยแปลด้วย หากมีเวลาพักผ่อนก็พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด เสาร์-อาทิตย์ก็ออกกำลังกาย &amp;nbsp;แต่ความเป็นนายกฯ ไปไหนลำบาก มี รปภ.ติดตาม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากให้ผมไปไหนคนเดียว ใครจะเสี่ยงกับผม ผมไม่ได้กลัวตาย แต่มันเสียศักดิ์ศรี หากอยู่ดีๆ มีใครมาตะโกนด่า เคาะหัว ชกหน้า มันก็ไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครทำร้ายผม มีแต่รอยยิ้ม ไม่ต้องกลัว &amp;nbsp;ถ้ายังมีรอยยิ้มแบบนี้ก็คิดว่าคงอยู่ได้สักระยะหนึ่ง มีพวกเราทั้งในและต่างประเทศ ผมก็คิดว่าคนคงไม่ได้เกลียดผมมากมายนักหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่ประเทศไทยก็มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกระแสข่าวนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นัด 14 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) รับประทานอาหารเช้าในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งถูกมองว่าเป็นดีลหา ส.ส.งูเห่า โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;กล่าวว่าไม่รู้ ให้ไปถามทั้งนายสมศักดิ์และนายสุริยะเอง มาถามตนก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นยุทธศาสตร์ของพรรค พปชร.หรือไม่ในการดึง ส.ส.ฝ่ายค้านมาร่วม พล.อ.ประวิตรย้ำว่าพรรคไม่มียุทธศาสตร์นี้ ส่วนว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่หาก ส.ส.ของพรรค พท.มาร่วมงานนั้น &amp;quot;จะทำอย่างไรได้ คุณก็ให้เขามาสิ&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าถ้า 14 เสียงมาร่วมกับรัฐบาลจะทำให้หนักแน่นขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ถ้า-ไม่เอา เอาจริงเลย&amp;rdquo; สื่อถามย้ำว่าถ้ามาก็เอาเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;เอาสิ มาก็เอา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นการแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ได้แก้ปัญหา เขาอยากมาก็ทำยังไงได้ เมื่อถามว่าสิ่งใดที่ทำให้ 14 ส.ส.เพื่อไทยอยากมา พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า &amp;quot;ผมจะไปรู้เหรอ คุณถามมาก็ตอบเอง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวขึ้นว่า พล.อ.ประวิตรต้องมีอะไรดี ส.ส.เพื่อไทยถึงอยากมาอยู่ด้วย รองนายกฯ ตอบกลับว่า &amp;quot;ผมอาจจะดีก็ได้มั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเรื่องนี้ว่าไม่ทราบเลย มันก็เป็นข่าว ยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวอะไรที่มีแนวโน้มว่าจะมีการสลับขั้วสลับข้างอะไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำได้อย่างเดียวคือตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เต็มที่ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่เรารับสถานการณ์เป็นวันๆ ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมคิดว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น ยุคนี้สมัยนี้ผลงานคือข้อพิสูจน์ ถ้าเราเสนอสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อประชาชนทั่วไป ประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามา เขาไม่ได้คิดหรอกว่าคนที่เขาเลือกมานั้นจะมาเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล และรัฐบาลเองก็ไม่ได้คิดว่าประชาชนจังหวัดนี้จังหวัดนั้นมี ส.ส.ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้านแล้วจะไม่ดูแล มันเป็นไปไม่ได้ เราดูแลหมด ผมเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อถือเป็น ส.ส.ของประเทศไทย ก็ต้องไปดูแลประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ซึ่งก็เหมือนกับทุกพรรค ผมมั่นใจอย่างนั้น&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว
โวเพื่อไทยไม่ทรยศ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ชาติพรรค พท.กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลที่มาจากกลไกผิดปกติ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ ต้องดิ้นรนทุกอย่างที่จะพยายามสืบทอดอำนาจต่อ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า ทำมาหลายครั้ง พยายามใช้เงิน ข่มขู่เรื่องคดี วันนี้มีความพยายามเพาะฟาร์มงูเห่าต่อ โดยเสนออามิสสินจ้าง ถือเป็นความพยายามอยู่ทุกวี่ทุกวันของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้มาด้วยความพิกลพิการ แต่โชคดีที่คนของพรรคมีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชนและเล่าให้ฟังหมด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคมีโอกาสได้รวบรวมคลิปเสียง รวบรวมหลักฐาน ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยรายละเอียดตอนนี้ &amp;nbsp;โดยจะใช้หลักฐานเหล่านี้ดำเนินการ เพราะคนที่มาเสนอเงินให้ ส.ส.นั้นมีความผิด หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะมี ส.ส.พร้อมจะช่วยดำเนินการ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีจะเอาผิดได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราทำตามกฎหมาย ทำแบบคนไร้เส้นไม่มีเส้น แต่ทางคนที่มีอำนาจรอดทุกคดี ก็ไม่เป็นไร อะไรก็ตามที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย การกระทำของผู้มีอำนาจในรัฐบาลพยายามทำอยู่นั้น เป็นการกระทำที่ขาดซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม และทำลายระบอบประชาธิปไตยและระบอบการเมือง อีกทั้งเสี่ยงผิดกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีแนวทางป้องกันการอภิปรายงบประมาณที่อาจใช้วิธีทาบทามหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในไม่สามารถบอกให้ทราบได้ เดี๋ยวจับเขาไม่ได้ ส่วนในการอภิปรายจะมีเสียงแตกของเพื่อไทยไปอยู่ฝั่งตรงข้ามหรือไม่นั้น เรามั่นใจว่า ส.ส.เพื่อไทยไม่กล้าทรยศประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท.กล่าวถึงการประชุมของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อพิจารณาแนวทางการยื่นตรวจสอบจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เดิมกำหนดประชุมวันที่ 23 ก.ย. ได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 24 ก.ย. ว่าเนื่องจากการประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีประจำทุกวันจันทร์มีการเลื่อนออกไป เรื่องดังกล่าวจึงต้องเลื่อนหารือออกไปด้วย โดยหลังการประชุมเสร็จจะมีข้อยุติที่ชัดเจนและจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคกำลังเตรียมการอยู่ แต่ยังไม่ได้คนลงสมัคร ส่วนจะหาผู้สมัครที่มาแข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ได้หรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นคนเลยว่าจะให้ใครลงสมัคร ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคเตรียมการอยู่ ไม่ได้ลงไปจัดการหรือเตรียมการเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่านายชัชชาติลงสมัครอิสระ ไม่ได้ลงในนามพรรคเพื่อไทยมองอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบ จะลงก็ลง ไม่รู้ ไม่ได้คุยหรือเจอกับนายชัชชาติเลย และไม่รู้จักกันด้วย&amp;quot; และเมื่อถามว่าสมมตินายชัชชาติจะมาสนับสนุนแนวทางของพรรค พปชร.จะเปิดกว้างรับแนวคิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรสวนว่า &amp;quot;ถ้ามาถามว่าเผื่อ และสมมติตนไม่ตอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณีนายชัชชาติจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคหรือไม่สั้นๆ ว่า &amp;quot;รอให้ชัดก่อน&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46446</URL_LINK>
                <HASHTAG>United Nations General Assembly - UNGA, การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6017fd41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
