<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิด6ประโยชน์คนไทยได้รับจากวงประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 37 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-นายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 12-15 พ.ย. 2563 ทั้ง 14 การประชุมในกรอบอาเซียน และ 2 การประชุมในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทย ดังนี้ &amp;nbsp;1. &amp;nbsp;ปลอดภัยจากโควิด-19 &amp;nbsp;มีความเข้มแข็งด้านสาธารณสุข และมีภูมิคุ้มกันจากโรคระบาดในอนาคตมากขึ้น​ โดยผ่านความร่วมมือทั้งในกรอบอาเซียน และกับประเทศคู่เจรจา โดยอาเซียนจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ การจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ ซึ่งญี่ปุ่นประกาศให้เงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ออสเตรเลีย อินเดีย และสหรัฐฯ ประกาศให้เงินสนับสนุนกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 ประเทศละ 1 ล้านเหรียญ เพื่อนำมาจัดซื้อหน้ากากอนามัย ชุด PPE รวมถึงวัคซีนและยาต้านไวรัส​ นอกจากนี้ ทุกประเทศ รวมทั้งสหประชาชาติได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับอาเซียนในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีน โดยให้ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าถึงวัคซีนเป็นประเทศแรก ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น​ ผ่านกรอบการฟื้นตัวอย่างครอบคลุมของอาเซียน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นการให้ความช่วยเหลือ SME กลุ่มเปราะบาง และเศรษฐกิจฐานรากให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และประคองตัวให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ การเสริมสร้างความรู้ดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นสำหรับยุค new normal และ 4IR เพื่อให้ &amp;lsquo;ล้มแล้วลุกไว&amp;rsquo; 3. &amp;nbsp;สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยและภูมิภาคในระยะยาว​ การลงนาม RCEP ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดที่มีประชากรมากถึง 2,200 ล้านคน GDP รวม 1 ใน 3 ของ GDP โลก ซึ่งรวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เช่น e-commerce และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4. ช่วยแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนไทย​ โดยสหประชาชาติ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะให้ความร่วมมือในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ ในขณะที่ไทย สหรัฐฯ และจีนจะร่วมกันจัดการสัมมนาออนไลน์เพื่อร่วมกันรณรงค์แก้ไขปัญหาขยะทะเล ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564​ 5. เยาวชนไทยจะเข้าถึงโอกาสในการศึกษามากขึ้น​โดยประเทศคู่เจรจา ทั้งสหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงความพร้อมที่จะให้ทุนการศึกษา และฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ แก่เยาวชนอาเซียน​และ6.คนไทยจะมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น​ ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และกับประเทศคู่เจรจา โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ &amp;nbsp;การแแก้ปัญหา fake news และ hate speech ปัญหาการค้ามนุษย์ การต่อต้านการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83918</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, นายบรรสาน บุนนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb1150b97e8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลโพลคนส่วนน้อย 12.5% ไม่ภูมิใจไทยจัดประชุมสุดยอดอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 -&amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สุดยอดอาเซียนกับผู้นำประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,197 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 5 &amp;ndash; 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำหรือตัวแทนประเทศที่ประชาชนประทับใจมากที่สุด อันดับแรก ได้แก่ ประเทศจีน ร้อยละ 23.6 อันดับที่สองได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ และ ประเทศไทยได้เท่ากันคือ ร้อยละ 7.9 อันดับรอง ๆ ลงไปได้แก่ เวียดนาม ร้อยละ 6.0 ลาว ร้อยละ 5.3 บรูไน ร้อยละ 4.3 มาเลเซียร้อยละ 3.8 อินโดนีเซียร้อยละ 3.1 พม่า ร้อยละ 2.3 และอื่น ๆ เช่น ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ อเมริกา และประทับใจทุกประเทศ เป็นต้น ร้อยละ 35.8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงประโยชน์ที่ประชาชนคาดว่าประเทศไทยจะได้รับมากที่สุด พบว่า เศรษฐกิจจะดีขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 56.6 การขยายตัวด้านอุตสาหกรรม ร้อยละ 11.4 มีการลงทุนเพิ่ม ร้อยละ 8.1 ส่งออกจะดีขึ้น ร้อยละ 6.8 และอื่น ๆ เช่น คมนาคม ขนส่งจะดีขึ้น ลดภาษี การเป็นที่รู้จัก ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย เป็นต้น ร้อยละ 9.4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 ภูมิใจที่ประเทศไทยได้จัดงานสุดยอดอาเซียน และค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวมอยู่ที่ 7.61 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ถือว่ามีความสุขมากที่ประเทศไทยจัดงานสุดยอดอาเซียนได้สำเร็จเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบภาพความทรงจำของประชาชนในอดีตจะพบว่า ประชาชนเคยเป็นทุกข์ในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนปี พ.ศ. 2552 เพราะเหตุกลุ่มคนก่อความวุ่นวายประท้วงล้มการประชุม แต่ปีนี้ประชาชนมีความสุขและภูมิใจมากที่ประเทศไทยได้จัดประชุมสุดยอดอาเซียนผ่านพ้นไปได้ด้วยความสำเร็จเรียบร้อย และยังประทับใจบรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศจีน รวมถึงนายกรัฐมนตรีหญิงประเทศนิวซีแลนด์ติดโผผู้นำประเทศที่ประชาชนคนไทยประทับใจเช่นกัน แม้แต่ผู้นำประเทศไทยของเราเองประชาชนคนไทยก็พอใจอันดับต้น ๆ เช่นกัน โดยประโยชน์ที่ประชาชนคาดหวังว่าประเทศไทยจะได้รับคือ เศรษฐกิจจะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49882</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ซูเปอร์โพล, ผลสำรวจความคิดเห็น, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc63ff3d87f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน&#039;บิ๊กตู่&#039;ส่งมอบต่อเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย 62 - เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งมอบค้อนให้เวียดนามประธานอาเซียนครั้งต่อไป โดยนายกฯกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาอาเซียนกับภูมิภาคได้เผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิยุทธศาสตร์ ความตึงเครียดทางการค้า เทคโนโลยีก้าวกระโดด อาชญากรรมข้ามชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ และความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมในภูมิภาค ไทยจึงได้เสนอแนวคิดหลักของการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ คือ &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยเรามุ่งหวังให้อาเซียนก้าวสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนและความเชื่อมโยงทั้งภายในภูมิภาคและกับประชาคมโลก และสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ในการนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนแนวคิดหลักดังกล่าวตลอดทั้งปีนี้ ซึ่งความร่วมมือของเราได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายกฯ กล่าวว่า ประการแรก ประชาชนจะมีความมั่นคงที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแข่งขันเพิ่มเติม ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นและภัยคุกคามต่าง ๆ ที่ท้าทายอาเซียนและภูมิภาค โดยเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ ผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นวิถีทัศน์ของอาเซียนต่อการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อลดการแข่งขันและการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจในภูมิภาค อาเซียนได้จัดตั้งกลไกที่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่ และหวังว่าบทบาทของอาเซียนในเรื่องนี้จะดำเนินการได้ต่อไปเพื่อช่วยในเรื่องการส่งกลับผู้พลัดถิ่น ดังนั้น อาเซียนได้วางรากฐานสำหรับการมีความไว้เนื้อเชื่อใจในเชิงยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืนซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป

ประการที่สอง ความร่วมมือในอาเซียนในปีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าและข้อพิพาททางเศรษฐกิจระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน โดยการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป (RCEP) ตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำเกี่ยวกับอาร์เซ็ป เป็นการผนึกกำลังของกลุ่มประเทศซึ่งมี GDP รวมกันร้อยละ 32 ของโลก มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันสูงถึง ร้อยละ 30 ของการค้าโลก โดยอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาเซียนจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจากการเชื่อมโยง ASEAN Single Window ให้ครบทั้ง 10 ประเทศในปีนี้ การสรุปข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของอาเซียน การริเริ่มการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้าน

การประมง IUU และการจัดทำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดทุนอาเซียน เป็นต้น นอกจากนี้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการผลักดันการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 บนพื้นฐานของความเป็นแกนกลางของอาเซียน ซึ่งอาเซียนได้ประกาศโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน 19 โครงการที่ธนาคารโลกได้พิจารณาแล้วว่ามีศักยภาพที่ภาครัฐและเอกชนน่าจะมีความสนใจที่จะลงทุนร่วมกัน

ประการที่สาม อาเซียนได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะร่วมมือในประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม อาทิ การต่อต้านขยะทะเล การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้ง การส่งเสริมสิทธิต่าง ๆ ของเด็ก โดยเฉพาะความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น นอกจากนี้ เราได้เสริมสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียน โดยไทยได้ประกาศปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562 และสนับสนุน
ให้อาเซียนร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือฟีฟ่าเวิล์ดคัพ ในปี 2577 เพื่อให้ชาวอาเซียนมีความภาคภูมิใจต่อความเป็นอาเซียนร่วมกัน และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านฟุตบอลในภูมิภาคเพื่อสุขภาพและการเป็นนักกีฬาของคนทุกวัยในอาเซียน โดยเฉพาะภายหลังการลงนาม MOU ระหว่างฟีฟ่ากับอาเซียนเมื่อสองวันที่ผ่านมา

และประการสุดท้าย ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการผนึกกำลังร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและกับภาคีภายนอกของอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในภูมิภาค โดยผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารวิสัยทัศน์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการสานต่อความยั่งยืนในทุกมิติ อีกทั้งเราได้จัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่กรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนงานในด้านนี้
โดยในปัจจุบันมีนอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ สหภาพยุโรป สหประชาชาติ ธนาคารโลก มูลนิธิเอเชีย และมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ที่แสดงความสนใจที่จะพัฒนาโครงการที่เป็นรูปธรรมกับศูนย์ดังกล่าว บนพื้นฐานของแผนงานการส่งเสริมข้อริเริ่มความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ

ศูนย์อาเซียนทั้งเจ็ดที่ตั้งขึ้นหรือยกระดับที่ไทยในปีนี้ถือเป็นสิ่งที่ไทยมอบให้กับอาเซียนเพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยจะรองรับประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญสำหรับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในด้านความมั่นคงด้านไซเบอร์ การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ สังคมสูงวัย การแพทย์ทหาร สังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม วัฒนธรรม และความยั่งยืน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย

ผมมีความมั่นใจว่า เวียดนามจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิเพื่อสานต่อ ฝันของอาเซียนในการร่วมมือ ร่วมใจ ให้เกิดสันติภาพ เสรีภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้อาเซียน ในปัจจุบันและให้กับชนรุ่นหลังของเราสืบไป โดยผมขอฝากไว้ว่าการสร้างความยั่งยืนในอาเซียนต่อจากนี้ จำเป็นต้องมี 3Cs คือ Continuity, Complementarity และ Creativity เราตระหนักดีว่า เป้าหมายในหลาย ๆ ด้านไม่สามารถบรรลุผลได้ภายในปีเดียว เราจึงต้องมี C ตัวแรก ได้แก่ Continuity กับข้อริเริ่มที่สำคัญจากปีก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนกับโลกของฟิลิปปินส์ในปี 2560 หรือการพัฒนาเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนของสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัย C ตัวที่สอง ได้แก่ Complementarity

จากความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ของเราโดยมีข้อริเริ่มที่เกื้อกูลกันอย่างต่อเนื่องในเรื่องการส่งเสริมความยั่งยืนหรือการสร้างความเชื่อมโยงในอาเซียนที่ไร้รอยต่อ เป็นต้น สุดท้ายนี้ เราจะต้องใช้ C ตัวที่สาม ได้แก่ Creativity ในการแก้ปัญหาที่คั่งค้างในอาเซียนและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ภายใต้การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และการส่งเสริมนวัตกรรมจาก MSMEs, startups และข้อริเริ่มอื่น ๆ จากชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอนาคตของอาเซียน ผมขออวยพรให้เวียดนามและอาเซียนประสบความสำเร็จต่อไปในปีหน้า ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49524</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc0328408af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อจอห์น วิญญู แขวะประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน คนไทยรู้แค่ว่าจะทำอาหารชนิดวิเศษเลิศเลออะไรบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย 62 - รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ่อของ &amp;ldquo;จอห์น วิญญู&amp;rdquo; พิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ &amp;ldquo;@kovitw1&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;quot;เรื่องการประชุมอาเซียนที่เมืองไทยขณะนี้นั้นประชาชนคนไทยรู้แค่ว่าจะทำอาหารชนิดวิเศษเลิศเลออะไรบ้างให้ผู้เข้าประชุมกินกันแต่มาประชุมเรื่องอะไร &amp;nbsp;แล้วก็มาประชุมทำไมนั้น &amp;nbsp;ถามเถอะไม่มีใครรู้หรอกเพราะว่ามันสำคัญขนาดหยุดราชการ ปิดถนนทีเดียวนะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49369</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, จอห์น วิญญู, พ่อจอห์น วิญญู, โกวิท วงศ์สุรวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba9c479fcd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รองหัวหน้าพท.แนะนายกฯใช้เวทีประชุมสุดยอดอาเซียนปูทางทวงคืนจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ย.62-นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเทพฯ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีควรแสดงภาวะความเป็นผู้นำให้สหรัฐ และประเทศต่างๆในโลกได้เห็นศักยภาพของไทยและภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 4 พฤศจิกายน มีกำหนดการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐ ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐได้ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp; ควรจะเป็นโอกาสดีที่สหรัฐจะได้รับรู้เจตนารมณ์ของคนไทยเกือบ70ล้านคน อันจะนำไปสู่การทบทวนและคืนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี)ให้ไทย เพื่อเห็นแก่ความเป็นมิตรประเทศที่มีต่อกันมาช้านาน และจะได้จับมือกันสานประโยชน์ร่วมกันในด้านต่างๆต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯพูดทำนองว่า ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับการลดหย่อนทางภาษีศุลกากรเวลาส่งสินค้าเข้าสหรัฐนั้น คล้ายกับจะยอมให้ตัดจีเอสพี แต่ตนเห็นว่าไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง อีกทั้งไม่ตรงประเด็น ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาที่สหรัฐจะตัดจีเอสพี573รายการ วงเงิน4หมื่นล้านบาท มีผลตั้งแต่ 25 เมษายน 2563&amp;nbsp; โดยสหรัฐอ้างว่า ไทยไม่ให้สิทธิในการจัดตั้งสมาคมหรือสหภาพแรงงานให้กับแรงงานต่างชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีนี้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงแรงงานจะต้องอธิบายแจกแจงสภาพความเป็นจริง ว่าแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีสิทธิเสรีภาพต่างๆอย่างไรบ้าง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร การที่แรงงานเหล่านี้ ไม่ได้ตั้งสหภาพแรงงานก็ไม่เกิดผลกระทบหรือไม่เสียสิทธิประโยชน์ขัดต่อมาตรฐานแรงงานในระดับสากลอย่างไรบ้าง แรงงานต่างด้าวต่างพึงพอใจอย่างไรที่ได้ทำงานในไทย เมื่อสภาพความเป็นจริงถูกเผยแพร่ออกไป ก็น่าจะเป็นความชอบธรรมที่ไทยไม่ควรจะถูกสหรัฐตัดจีเอสพี เพราะการตัดจีเอสพีจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกสินค้าของไทยได้รับความเดือดร้อน เพราะจะต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าสูงขึ้นเมื่อส่งไปขายในสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประสานงานร่วมกับทูตแรงงานประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ไปหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ หรือยูเอสทีอาร์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงบทบาทด้วยการมอบนโยบายหรือแนวทางเป็นพิเศษเพื่อให้ตัวแทนไทยสื่อสารไปถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ได้รับรู้ว่า การตัดจีเอสพีไทยจะมีผลเสียกับสหรัฐมากกว่าผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49306</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะ 4-5 พ.ย.วันหยุดพิเศษ เฉพาะพื้นที่กทม.-นนทบุรี รับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- น.ส.ไตรศุลี​ ไตรสรณกุล​ รองโฆษกประจำสำนักนายก​รัฐมนตรี​ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)​ ว่า​ ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้วันที่ 4 &amp;nbsp;และ 5 พ.ย.62เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ​ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี​ เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง​ ที่อิมแพคเมืองทองธานี​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยผู้นำต่างประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ​ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ​ สถาบันการเงิน​ และภาคเอกชน​ ให้รัฐวิสาหกิจ​แต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และกระทรวงแรงงาน​ พิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีไป​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม​ หน่วยงานใดที่มีภารกิจให้บริการประชาชนหรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญในวันหยุดดังกล่าว​ โดยได้กำหนดหรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว​ ซึ่งหากยกเลิกหรือเลื่อนออกไปจะเกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน​ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและการให้บริการแก่ประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48086</URL_LINK>
                <HASHTAG>4-5พ.ย., การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, รองโฆษกรัฐบาล, วันหยุดพิเศษ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da5828b120f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.ฟุ้งคุมเข้มพวกป่วนช่วงประชุมอาเซียนอยู่หมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปภาพรวมการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจร ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า การรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกด้าน การอำนวยความสะดวกการจราจรนั้น ก็มีความคล่องตัว ไม่กระทบต่อการสัญจรของประชาชนทั่วไปและไม่ทำให้การจราจรติดขัด เนื่องจากปิดการจราจรเพียงบางช่วงเวลาในเส้นทางเท่านั้น โดยประชาชนสามารถเลี่ยงไปใช้ในเส้นทางอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้ากรณีที่กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหว แสดงออกเชิงสัญลักษณ์พร้อมยื่นหนังสือนั้น ก็มิได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใด โดยได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษกสตช. กล่าวว่า ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และตรวจสอบความความเรียบร้อยการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจรมาโดยตลอด ซึ่งมีความเรียบร้อยเป็นอย่างดี &amp;nbsp;รวมทั้งพล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากขอบคุณและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายและเจ้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็ง อีกทั้ง ขอขอบคุณประชาชน ที่ร่วมกันทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดีและให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ เป็นผลให้การประชุมที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมเกียรติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39291</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, การรักษาความปลอดภัย, ตำรวจ, พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c567faa1cb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
