<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฝากสุภาษิตให้&#039;หลี่ เค่อเฉียง&#039;มดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 พ.ย.62- &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยจัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ต้อนรับอย่างสมเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ที่สนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ปรากฎว่ามีนกนางแอ่นบินวนบนท้องฟ้าบริเวณดังกล่าวจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลงและเข้าสู่ฤดูหนาว แต่อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อของชาวม้งในตอนใต้ของจีน เชื่อว่านกนางแอ่นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล และคู่นกนางแอ่นจะซื่อสัตย์ต่อกันไปจนวันตาย นำมาซึ่งความสุขสู่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.25 น. นายหลี่ เค่อเฉียง ลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเป็นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะรัฐมนตรีฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายเซียว เจี๋ย มนตรีแห่งรัฐและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายหลิว คุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจาง หย่ง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ นายเล่อ ยู่เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายหลี่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายหยู เจี้ยนหัว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และรองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการและนวัตกรรม 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวและข้อมูลข่าวสารระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับสำนักข่าวซินหัว และ 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท เอสซีจี จำกัด มหาชน กับศูนย์ความร่วมมือทางนวัตกรรมแห่งสถาบันบันฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.45 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) เป็นการแถลงข่าวร่วมกันของสองนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งเป็นการเยือนที่เกิดขึ้นในปีที่มีความสำคัญ เป็นปีที่ไทยได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงเป็นประธานอาเซียน ขณะที่จีนก็เฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในสภาวะความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจโลก ตนและนายกรัฐมนตรีหลี่ได้หารือกันอย่างกว้างขวางทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาคและในโลก ตนและท่านนายกรัฐมนตรีหลี่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างยุทธศาสตร์และกรอบความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 (MPAC 2025) และ ACMECS เป็นต้น กับข้อริเริ่ม &amp;ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ของจีน ซึ่งก็คล้องกับยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;Connecting the Connectivities&amp;rdquo; ที่ไทยเสนอ เรายังเห็นพ้องที่จะเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยกับกรอบความร่วมมือเขตอ่าวกวางตุ้ง &amp;ndash;มาเก๊า &amp;ndash; ฮ่องกง หรือ GBA ของจีนผ่านโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกหารือระดับสูงระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตนได้เชิญชวนให้จีนขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกัน ก็ได้ฝากให้นายกรัฐมนตรีหลี่ช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในจีน และดูแลเรื่องสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา นอกจากนี้ได้ย้ำความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะปรับปรุงมาตรฐานการให้ความคุ้มครองและดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งจีนได้แสดงความพร้อมที่จะถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีของจีนในเรื่องการขจัดความยากจนให้ไทย พร้อมเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควัน/PM 2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนในด้านการเมืองและความมั่นคง เห็นพ้องกันให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และจะสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การเยือนไทยของท่านนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ และการลงนามความตกลงต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองฝ่ายเมื่อสักครู่ สะท้อนถึงพัฒนาการของความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย - จีน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาคโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ขอบคุณที่ทางการไทยให้การต้อนรับอย่างมีน้ำใจ ซึ่งวันนี้ได้หารือกันหลายประเด็นจนประสบความสำเร็จตามที่นายกรัฐมนตรีไทยได้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้ว พวกเราได้บรรลุการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้านการเมือง โดยจีนพร้อมผลักดันไทยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี รวมถึงส่งเสริมเสริมความร่วมมือด้านการค้าข้าว อีคอมเมิร์ซ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจีนมีศักยภาพในการส่งเสริมการพัฒนาของไทยเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่มาเยือนประเทศไทย ได้เห็นเรือพาณิชย์วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก ทำให้คิดว่าหากทางการไทย-จีน ร่วมมือกัน จะเปรียบเสมือนเป็นเรือใหญ่ วิ่งเร็ว วิ่งไกลอย่างมั่นคง ซึ่งในอนาคตจะต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวอีกว่า ขอแสดงความยินดีกับไทยอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ขณะที่วานนี้ได้มีการประชุมผู้นำ 15 ประเทศผ่านเวทีอาร์เซ็ปต์ (RCEP) และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในภูมิภาคนี้ เรามีประชากรมากที่สุด มีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุด และมีความพร้อมในการสร้างเขตการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เราจะร่วมมือกันในการรักษาความมั่นคงเพื่อพัฒนาภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนต่อไป ซึ่งการแสวงหาความร่วมมือในเวที RCEP ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรและอดทน การเจรจาระหว่างกันก็เหมือนการเตะบอลเข้าประตู ซึ่งขณะนี้บอลกำลังจะเข้าประตูแล้ว ตัวเองจึงได้ย้ำกับพล.อ.ประยุทธ์ไปว่า เราต้องใช้ความพยายามต่อไป ต้องผลักดันให้ลูกบอลตกลงสู่พื้น เพื่อเข้าประตูไปในเร็ววัน และเรามั่นใจว่าปีหน้า RCEP จะประกาศข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ และคิดว่าบอลที่เตะเข้าประตูไปแล้วจะเปิดกว้างไปสู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี่ เค่อเฉียง ยังกล่าวด้วยว่า จีนยังคงแสวงหาความร่วมมือกับไทยต่อไป สร้างมิตรภาพระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เราจะเคารพบทบาทการเป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทย ซึ่งได้พูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่า จีนกับไทยได้ร่วมพายเรือลำเดียวกัน ถือเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ต่อไปเราจะมุ่งไปข้างหน้าที่มีอนาคตกว้างไกลรออยู่ โดยอาศัยหลักการที่มีความเสมอภาคต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน จังหวะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบรับทันทีว่า &amp;ldquo;โอเค เราเป็นเรือใหญ่ที่ต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากสุภาษิตให้กับ นายหลี่ เค่อเฉียง ว่า มดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ ซึ่งนี่คือสุภาษิตไทยที่ขอฝากไว้ และอยากฟังสุภาษิตจีนบ้าง ซึ่งนายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ตนได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจีนกับไทยได้นั่งเรือลำเดียวกัน ซึ่งทั้งจีนและไทยมีความเหมือนกัน ถ้าดูจากประชากรและสภาพทางการเมือง การต่างประเทศก็ตรงกัน ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เราจึงต้องมุ่งไปข้างหน้าเพื่อให้มีอนาคตที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เราต้องอาศัยหลักการความเสมอภาคต่อกันเอื้อประโยชน์ต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดี และมีความเจริญก้าวหน้าด้วยกัน แม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถเชื่อมต่อไปถึงประเทศจีนได้ ซึ่งทั้งสองประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวตอบ &amp;ldquo;จะเป็นเรือเหล็กหรือเรือหางยาวเราก็จะไปด้วยกัน&amp;rdquo; ทั้งนี้บรรยากาศในการแถลงข่าวเป็นไปด้วยความชื่นมื่น เป็นกันเอง มีรอยยิ้มของสองนายกฯ ต่อจากนั้นเป็นงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายหลี่ เค่อเฉียง ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ก่อนที่นายหลี่ เค่อเฉียง และคณะจะเดินทางกลับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49571</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, จีน, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หลี่ เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc11a6091594.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผีเจาะปาก!&#039;เจี๊ยบ&#039;ด่ายับ&#039;บิ๊กตู่&#039;ให้คะแนนติดเอฟลบลบ ในฐานะประธานอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่าคิดไปเองว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เพราะเบื้องหลังของการประชุมเต็มไปด้วยความโกลาหลและทิ้งร่องรอยความบาดหมางระหว่างหลายประเทศไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดูต่างหน้า โดยเฉพาะสหรัฐซึ่งไม่พอใจอย่างมาก ที่ถูกผู้นำ 7 ประเทศอาเซียนประท้วง โดยการส่งแค่รัฐมนตรีต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 7 ซึ่งสหรัฐระบุว่า คือการไม่ให้เกียรติต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ชาติต่างๆ ในอาเซียนไม่ได้เห็นหัว พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นประธานอาเซียนเลย จึงไม่ไว้หน้า พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการปล่อยให้ผู้แทนของสหรัฐประชุมอย่างเหงาหงอย ร่วมกับ ผู้นำ 3 ชาติ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศ 7 ชาติ แทนที่จะเป็นการประชุมระหว่างสหรัฐกับผู้นำทั้ง 10 ประเทศ เหตุที่ ลาว และเวียดนาม ส่งผู้นำร่วมประชุมก็เพราะมีความจำเป็นบังคับ เนื่องจากลาว อยู่ในฐานะประเทศผู้ประสานงาน ส่วนเวียดนามกำลังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป ซึ่งสื่อต่างประเทศได้ตีข่าวความไม่พอใจของสหรัฐในเรื่องนี้ไปทั่วโลก ย่อมส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองว่าไร้น้ำยาจึงไม่สามารถควบคุมการประชุมให้ราบรื่นได้ โดยประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง อาเซียน กับ สหรัฐ ตกต่ำมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเก้าอี้ประธานอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานอาเซียน ก็ยังล้มเหลวในการผลักดันให้ 16 ชาติ คือ 10 ขาติอาเซียน และ 6 ประเทศคู่เจรจา บรรลุความตกลงในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ทั้ง ๆ ที่ การออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับความตกลง RCEP คือ เป้าหมายสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยในครั้งนี้ แต่การที่อินเดียไม่ยอมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพียง 1 ชาติ จะทำให้การก่อตั้งเขตการค้าเสรี RCEP ต้องล่าช้าออกไปอีก โดยจะทำให้ความตกลง RCEP ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันกรอบเวลาในปีหน้า ทั้งยัง เป็นการทำลายจุดแข็งของ เขตการค้าเสรี RCEP ที่มีการโฆษณากันว่า จะเป็นตลาดการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะจะมีประชากรรวมกัน 3,500 ล้านคน หรือราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในโลก แต่หากขาดอินเดียไปเพียง 1 ชาติ ก็จะทำให้ประชากรในเขตการค้าเสรี RCEP หายไปทันทีถึง 1,300 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมดในเขตการค้าเสรี RCEP แล้วแบบนี้จะเรียกว่า RCEP เป็นเขตการค้าเสรีที่มีกำลังซื้อของประชากรครึ่งโลกได้อย่างไร ดังนั้น การที่อินเดียไม่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมความตกลง RCEP จึงมีนัยสำคัญอย่างมาก ดังนั้น รัฐบาลประยุทธ์ ไม่ควรตีกินว่าปิดการเจรจาได้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ อินเดียยังไม่ยอมรับข้อตกลงหลายประเด็น ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานอาเซียน สมควรต้องให้สอบตก ติด F ลบลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ในการประชุมร่วมกับผู้แทนสหรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวสุนทรพจน์อวยสหรัฐเกินจริง โดยยกยอปอปั้นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียนมีความก้าวหน้าและแนบแน่นยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่ หลายฝ่ายมองว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ลดความสำคัญของนโยบายสหรัฐต่ออาเซียนลง จึงไม่มาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนในไทย และไม่ส่งผู้นำระดับสูงมาเป็นตัวแทนด้วยซ้ำ ซึ่งแตกต่างจากนโยบายสมัยรัฐบาลโอบาม่า ในชณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สามารถแสดงบทบาทนำในการสร้างอำนาจต่อรองให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้ และไม่สามารถเป็นแกนกลางในการผลักดันให้ชาติสมาชิกอาเซียนมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าควรต้องมีท่าทีร่วมกันอย่างไรต่อมหาอำนาจชาติต่าง ๆ โดยเฉพาะชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งกัน ทำให้อาเซียนในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประชาคมที่ไร้ทิศทางในด้านต่าง ๆ โดยสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทิ้งไว้ให้อาเซียน เป็นเพียงการประดิษฐ์วาทกรรมที่สวยหรูเรื่องการพัฒนาและความมั่งคั่งเท่านั้น แต่ไม่มีแก่นสารอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะดีแต่พูดเท่านั้น ที่สำคัญ แม้แต่ผลประโยชน์ของไทยเอง ในเรื่องที่โดนสหรัฐตัด GSP พล.อ. ประยุทธ์ ก็ยังไม่สามารถใช้เวทีสุดยอดอาเซียน ในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐได้เลย ทำให้คนไทยไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการประชุมในสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ และนี่คือ เหตุผลว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงให้ พล.อ.ประยุทธ์ สอบตกและติดเอฟลบลบ ในฐานะประธานอาเซียน และเชื่อว่าประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าความสัมพันธ์ อาเซียนกับสหรัฐ ตกต่ำที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี ในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นประธานอาเซียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49568</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ต.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, ล้มเหลว, สหรัฐ, หมวดเจ๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c8c7d9068a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขอบคุณประชาชน-เจ้าหน้าที่ ทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ผ่านไปด้วยดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- เพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพได้เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างเรียบร้อยเมื่อวานนี้ ไทยได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับประเทศเวียดนามครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนที่ได้ร่วมติดตามข่าวสาร ข้อมูล และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนจากทุกภาคส่วน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ที่เสียสละ ทำงานอย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเตรียมการ ช่วงการประชุม และในช่วงต่อไป ขอบคุณพนักงานและพี่น้องประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ที่มีโอกาสได้ต้อนรับ สร้างความประทับใจให้กับแขกของเรา ขอบคุณพิธีกร นักร้อง นักแสดง ทุกท่านที่ทำให้พิธีและงานต่างๆ ผ่านไปด้วยดี สมเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกดีใจและชื่นชมที่ได้เห็นความสามารถ ความเสียสละ และความสามัคคีของคนไทยที่ช่วยกันทำให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ บรรลุตามเป้าหมาย ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ไทย-อาเซียน และประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถ เพิ่มศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยและภูมิภาคของเราครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49549</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0d98d758cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงประชุมอาเซียน31ต.ค.-4 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.จร. แจ้งประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และเส้นทางแนะนำสำหรับประชาชนในการจัดการประชุมอาเซียนครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ทางด่วน - ทางขึ้นด่านอโศก 4 ทางด่วนขั้นที่ 2 ต่างระดับมักกะสัน ทางลงด่วนพระราม 4-2 ทางขึ้นโทลล์เวย์ดอนเมือง &amp;ndash; เชื่อมด่วนดินแดง ทางขึ้นด่วนสุรวงศ์ ต่างระดับพญาไท ทางด่วนศรีรัช (ต่างระดับพญาไท ด่วนเมืองทองธานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางพื้นราบ - ถ.พระราม 4 (แยกศาลาแดง &amp;ndash; แยกรัชดาพระราม 4) ถ.รัชดาภิเษก (แยกรัชดาพระราม 4แยกอโศก) ถ.สุขุมวิท (แยกอโศก - แยกนานา) ถ.เพลินจิต (แยกนานา - แยกชิดลม) ถ.วิทยุ (แยกวิทยุ - แยกเพลินจิต) ถ.พระราม 1 (แยกชิดลม &amp;ndash; แยกเฉลิมเผ่า) ถ.ราชดำริ (แยกราชประสงค์ - แยกศาลาแดง) ถ.สีลม (แยกนราลม - แยกสีลม) ถ.เจริญกรุง (แยกสุรวงศ์- แยกเฉลิมพันธ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางแนะนำ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ถนนราชปรารภ ถนนพญาไท ถนนสาทร ถนนพระราม 6 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจราจร, การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, ตำรวจจราจร, พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, รถติด, แนะนำทางเลี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6499a751b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
