<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนมั่นใจ ไทยได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก&#039;ประชุมสุดยอดอาเซียน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 พ.ย. 2562 การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับผู้นำประเทศสมาชิกได้ปิดฉาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ประชาชนคนไทยที่ติดตามการประชุมครั้งนี้ต่างก็มุ่งหวังให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ประสบความสำเร็จและเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการจัดประชุมดังกล่าว &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,159 คน ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2562 สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ความสนใจของประชาชน ต่อ การประชุมอาเซียน ครั้งที่ 35&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อนข้างสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.24%
เพราะ &amp;nbsp;ได้เห็นท่าทีของผู้แทนประเทศสมาชิกต่างๆ สื่อไทยและต่างประเทศนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง อยากรู้ว่าจะมีความร่วมมือกันอย่างไรบ้าง หวังว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ค่อยสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.16%
เพราะ &amp;nbsp;ไทยเคยจัดประชุมมาแล้วหลายครั้ง บางประเทศไม่ส่งผู้นำเข้าร่วม ไม่ค่อยมีประเด็นที่น่าสนใจ ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.23%
เพราะ &amp;nbsp;มีผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยและอาเซียนโดยตรง เป็นการประชุมสำคัญระดับโลก ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่สนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.37%
เพราะ &amp;nbsp;เป็นเรื่องไกลตัว สนใจเรื่องปากท้องชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า ไม่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้ได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สิ่งที่ประชาชน &amp;ldquo;ประทับใจ/พอใจ&amp;rdquo; จากการประชุมครั้งนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดงานสำเร็จด้วยดี เป็นเจ้าภาพที่ดี ไม่มีสถานการณ์วุ่นวาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;46.98%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการลงนามร่วมกัน ผลักดันเรื่องสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31.99%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนแต่ละประเทศมาร่วมงาน ช่วยสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีในภูมิภาคอาเซียน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.64%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สิ่งที่ประชาชน &amp;ldquo;เป็นห่วง/กังวล&amp;rdquo; จากการประชุมครั้งนี้ คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;49.12%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยอาจเสียเปรียบในบางข้อตกลง ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.24%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเคลื่อนไหว ชุมนุมประท้วงระหว่างการจัดประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.68%
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
4. ประชาชนคิดว่าประเทศไทยได้ประโยชน์จากการประชุมครั้งนี้มากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ประโยชน์อยู่บ้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;44.35%
เพราะ &amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้เผยแพร่ชื่อเสียง เอกลักษณ์ความเป็นไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศให้ดีขึ้น ช่วยให้บรรลุข้อตกลงได้หลายเรื่อง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ประโยชน์มาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.80%
เพราะ &amp;nbsp;เป็นการกระชับสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เป็นเวทีที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ และชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมีศักยภาพ มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ค่อยได้ประโยชน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.41%
เพราะ &amp;nbsp;จัดการประชุมมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังเห็นผลช้า ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แม้มีการลงนามร่วมกันแต่ก็ยังพบปัญหาที่รอการแก้ไขอีกมาก ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ประโยชน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.44%
เพราะ &amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเกิดขึ้นทั่วโลก แม้แต่ประเทศมหาอำนาจก็ยังประสบปัญหา ยังไม่เห็นทางออก ฯลฯ
&amp;nbsp;
5. ประโยชน์ที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการประชุมครั้งนี้ คือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงนามความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.67%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อต่างประเทศนำเสนอข่าว ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้เผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.79%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เห็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำแต่ละประเทศ การเจรจาตกลงร่วมกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.31%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35, การประชุมอาเซียนซัมมิต, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc77c423c384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเสนอ 3 ประเด็นผลักดันอาเซียนเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62-ที่ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อหารือเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีประเทศสมาชิกอาเซียน และกรรมการผู้จัดการองค์กรการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระสำคัญของโลก และเป็นประเด็นสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอาเซียนในการขับเคลื่อนการสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งท้าทายต่าง ๆ นอกจากนี้อาเซียนได้ร่วมมือกับภาคีภายนอกต่าง ๆ โดยไทยเป็นผู้ประสานงานอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมข้อริเริ่มความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ ไทยถือว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของ&amp;ldquo;ความยั่งยืนในทุกมิติ&amp;rdquo; ซึ่งเปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน ด้านหนึ่งคือ การมีเสถียรภาพและความมั่นคง และอีกด้านคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัต และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งสองด้านจะต้องส่งเสริมและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประชาคมอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ยินดีที่ได้กล่าวถ้อยแถลงสะท้อน &amp;ldquo;เสียงของอาเซียน&amp;rdquo; ที่นครนิวยอร์ก เพื่อบรรลุ SDGs อย่างไรก็ดี อาเซียนยังคงเผชิญกับความท้าทายในอีกหลายเป้าหมาย โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อาเซียนได้ประกาศเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 23 ภายในปี ค.ศ. 2025 และในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งอาเซียนได้มีข้อริเริ่มมากมายที่จะลดช่องว่างการพัฒนา ทั้งในประเทศและในภูมิภาคเพื่อไม่ให้ประชาคมอาเซียนทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. อาเซียนควรเสริมสร้างแรงกระตุ้นในการดำเนินการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค และต่อยอดจากการดำเนินกิจกรรมของศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการดำเนินการตามโรดแมปความเกื้อกูลฯ 2.การสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในระดับรากหญ้า และ3.การบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนในอาเซียนจะต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจจากทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนและภาคีภายนอก และเน้นย้ำว่าความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน และความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับประเทศคู่เจรจาและภาคีภายนอกของอาเซียน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนประจักษ์ผลเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49499</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนซัมมิต, ประเทศสมาชิกอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์ของอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfced8eb7d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’พอใจ ประชุม‘จี20’ ‘อียู’ยอมรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; พอใจการประชุมกลุ่มผู้นำจี 20 &amp;nbsp; เผยสหภาพยุโรปยินดีปรับระดับความสัมพันธ์ประเทศไทยมาอยู่ในระดับปกติ เพราะเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว ส่วนปัญหาโรฮีนจาจะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศผลักดันว่าทำอย่างไร ถึงจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในเมียนมาได้ด้วยความสมัครใจของเมียนมาเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (จี 20) ว่า การประชุมครั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี มีความสุข พูดจากันด้วยมิตรไมตรี ทั้งที่การประชุมจี 20 และการประชุมอาเซียนซัมมิตที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยตนได้นำผลและมติต่างๆ จากการประชุมอาเซียนซัมมิตมานำเสนอต่อที่ประชุม จี 20 ซึ่งมีความสอดคล้องคล้ายคลึงกัน ในฐานะผู้นำประเทศและเป็นประธานอาเซียน จำเป็นต้องมองถึงโลกภายนอกด้วย เพราะจะต้องเตรียมรับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อไทยและประชากรโลก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอพูดกับคนไทยว่า เมื่อต้องมองปัญหาใด ต้องมองทั้งจากภายในออกไปภายนอก และมองจากภายนอกเข้ามาภายในประเทศ เพราะทั้งหมดจะเป็นตัวกำหนดว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านใดบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมีมิตรไมตรี ซึ่งหมายรวมถึงการประชุมทั้งสองการประชุม และที่ประชุมจี 20 ก็มีความคิดเห็นสอดคล้องกับมติประชุมอาเซียนซัมมิต ซึ่งเป็นมุมมองของประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา และในการประชุมจี 20 ครั้งนี้ มีสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมด้วย ซึ่งทางอียูยินดีปรับระดับความสัมพันธ์ประเทศไทยมาอยู่ในระดับปกติ เพราะเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว ที่ผ่านมาได้ปรับข้อมติต่างๆ ไปพอสมควร โดยจะเห็นว่าการค้าการลงทุนต่างๆ กับกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป โดยภาพรวมเพิ่มสูงขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าความสัมพันธ์จะยังไม่ได้รับการยกระดับถึงขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่ได้พูดคุยครั้งนี้คือการหามาตรการรองรับจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจของโลกใบนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนทราบดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าการพูดคุย การเจรจาในที่ประชุมจี 20 จะเป็นอย่างไร โดยคาดหวังว่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการแก้ปัญหาของประเทศมหาอำนาจ ในขณะที่เราเองต้องเตรียมความพร้อม เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล โอกาสการเข้าถึงระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนหยิบยกปัญหาให้ที่ประชุมจี 20 รับทราบว่าอาจมีความแตกต่าง เพราะคนของเราที่อยู่ในระดับกำลังพัฒนามีอยู่มากพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดิจิทัลและระบบออนไลน์มีทั้งแง่บวกและลบ ซึ่งในทางลบ เช่น ร้านค้าปลีก ร้านค้าย่อยอาจพัฒนาไม่ได้ ขณะที่ธุรกิจที่พัฒนาแล้วจะมีรายได้สูงขึ้น เห็นได้จากสถิติการค้าขายออนไลน์ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 200% แสดงว่าผู้บริโภคหันมาใช้บริการออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น คนที่ยังค้าขายแบบเดิมจึงมีรายได้ลดลง ซึ่งเป็นปัญหาของเศรษฐกิจระดับล่างที่ต้องหามาตรการแก้ปัญหาและสนับสนุนโดยตรง ขณะที่เรื่องอื่นๆ ของการหารือมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปัญหาสภาวะเรือนกระจก เรื่องของขยะทะเล ซึ่งมติของอาเซียนได้ลงนามร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเล&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นอกจากมติการประชุมอาเซียนที่ไทยได้นำเสนอต่อที่ประชุมจี 20 แล้ว ยังมีข้อเสนออื่นๆ อาทิ มุมมองเรื่องของอินโด-แปซิฟิก ประเทศต่างๆ ที่เสนอเข้ามา ซึ่งทุกอย่างที่จะพูดหรือแถลงออกไป ต้องเป็นมติจากสมาชิกทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องที่ต่างคนต่างพูด ซึ่งตรงกับคำว่า One voice of asian เพราะฉะนั้นการประชุมครั้งนี้ที่เราตั้งธีมไว้ที่ประเทศไทย คือ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน ถือว่าตรงทุกประการกับการประชุมจี 20&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนอาจมองว่าการประชุมจี 20 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาเซียน แต่ผมมองว่าไม่ใช่ แต่อาจเป็นเพราะวันนี้อาเชียนมีความสงบ มีปัญหาภายในภูมิภาคน้อยมาก อาจจะมีเรื่องของทะเลจีนใต้ที่มีมาตรการดำเนินการตามกลไกที่อาเซียนวางไว้ และเห็นชอบให้แก้ปัญหาโดยสันติวิธีและรวดเร็ว จากมติที่จะแก้ปัญหาภายใน 3 ปี หากเร็วกว่านั้นก็จะเป็นเรื่องที่ดี ระหว่างนี้กำหนดให้เดินเรือได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการเดินอากาศด้วย&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนเรื่องของโรฮีนจา ในส่วนของไทย ตนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศพยายามผลักดันว่าทำอย่างไร ถึงจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในเมียนมาได้ด้วยความสมัครใจของเมียนมาเอง เพราะปัญหาของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาพื้นฐานเชิงประวัติศาสตร์ จึงมีมติว่าทำอย่างไรอาเซียนจะมีส่วนร่วมมือแก้ปัญหาในรัฐยะไข่ของเมียนมาได้ ซึ่งได้ตกลงว่าจะรวบรวมความช่วยเหลือเข้าไป โดยต้องตรงกับความต้องการของทางเมียนมา ขณะเดียวกันต้องพูดคุยกับบังกลาเทศเพื่อความร่วมมือเรื่องของการส่งกลับ การคัดกรองให้มีความรวดเร็วขึ้น ขณะที่ทางเมียนมาเตรียมพร้อมเรื่องพื้นที่ ซึ่งไทยส่งทีมงานเข้าไปช่วยดูแลเรื่องของที่อยู่ที่อาศัยและการสาธารณสุข คิดว่าจะทยอยส่งกลับได้ตามลำดับ สถานการณ์ต่างๆ จะค่อยๆ คลี่คลายไปเรื่อยๆ หากไม่มีใครไปสร้างปัญหาใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้อาเซียนจะเพิ่มบทบาทด้วยการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะเป็นข้อตกลงทางการค้าของภูมิภาคที่จะไปประสานกับต่างประเทศ ซึ่งความตกลงนี้จะทำให้เราเกิดการเจริญเติบโตทุกด้าน ตอบสนองการพัฒนา 3 เสาหลักของอาเซียนที่ขณะนี้มีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 90 และจะหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายที่จะเร่งดำเนินการให้เสร็จในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน&amp;quot; นายกฯ ระบุ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39772</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนซัมมิต, จี 20, ปรับระดับความสัมพันธ์ประเทศไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, ‘อียู’ยอมรับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d177991c4f8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
