<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป.ป.ช.-สตช.&#039;จับมือร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรมใหม่ ปฎิบัติงานโปร่งใส ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64 -ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; (สตช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp; และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แสดงเจตนารมณ์ร่วม ระหว่าง ป.ป.ช. และ สตช. ในการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ลงสู่ &amp;ldquo;สถานีตำรวจนครบาล&amp;rdquo; 88 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาได้มีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ มากกว่า 8,300 หน่วยงาน มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐเหล่านั้นมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้&amp;nbsp; ยังมีการขยายการประเมินเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานย่อยที่มีความสำคัญเชิงพื้นที่และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ นั่นคือสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จำเป็นต้องมุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการประชาชนและจำเป็นต้องสะท้อนให้เห็นความโปร่งใส&amp;nbsp; และสถานีตำรวจนครบาล 88 แห่ง ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์ ในการให้บริการประชาชนด้วยเช่นกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงเห็นควรสนับสนุนให้เกิดการขยายการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ลงไปสู่สถานีตำรวจนครบาล&amp;nbsp; โดยจะเริ่มต้นดำเนินการในปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหวังว่าเครื่องมือการประเมินจะช่วยเป็นเครื่องมือทางการบริหาร การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เช่น&amp;nbsp; การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงงานทางด้านการบริหารกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแสดงเจตนารมณ์ ความร่วมมือ จากผู้บริหารระดับสูง หรือจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งสัญญาณไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล ให้พร้อมรับนำไปขับเคลื่อน รวมถึงเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การสร้างความเข้าใจให้ทั่วถึง การกำหนดให้มีผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจน และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการปฏิบัติงานที่โปร่งใส&amp;nbsp; ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชาชน ซึ่งจะส่งผลต่อการยกดับความโปร่งใสของประเทศไทย ให้ได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สตช. พร้อมดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 รวมถึงให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 39 มาตรา 61 มาตรา 63 มาตรา 65 และมาตรา 66 โดยจะคำนึงถึงหน้าที่และอำนาจตลอดจนภารกิจ ความรับผิดชอบ ของพนักงานสอบสวน และสนับสนุนพนักงานสอบสวนในมิติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ในอนาคตยังมีแนวทางที่จะเตรียมความพร้อมเชื่อมโยงข้อมูล&amp;nbsp; ที่เกี่ยวกับคดีการทุจริต รวมถึงร่วมการพัฒนาบุคลากร ร่วมพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานสอบสวน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมสมรรถนะ และพัฒนาความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงประสานความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่ป.ป.ช. และสตช. เห็นชอบร่วมกันและสตช. พร้อมแสดงเจตนารมณ์ร่วมที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง กับป.ป.ช. เรื่อง ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐของสถานีตำรวจนครบาล สตช.พร้อมรับนโยบายและพร้อมขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ 1.มอบหมายให้ จเรตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนและกำกับติดตามการประเมิน ผ่านการกำหนดให้เป็น &amp;ldquo;ประเด็นการตรวจราชการ&amp;rdquo; มีการส่งเสริม และกำกับติดตาม อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจ นครบาล กำหนดผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจนในการ &amp;ldquo;เป็นศูนย์กลาง&amp;rdquo; ในการประสานสถานีตำรวจนครบาล รวมถึงส่งเสริม และกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.มอบหมายให้ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่งเสริม ให้คำแนะนำ สถานีตำรวจนครบาล ในด้านการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางในการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานต่างๆ ของสถานีตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การประเมินที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ส่งเสริม สนับสนุน องค์ความรู้และให้คำแนะนำ สถานีตำรวจนครบาล ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มอบหมายให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล รับนโยบายในการขับเคลื่อนการประเมินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ของสถานีตำรวจนครบาล และให้มีการกำหนดผู้รับผิดชอบการประเมินที่ชัดเจน ทั้งในด้านของกระบวนการประเมิน และกระบวนการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110839</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส, พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, สถานีตำรวจนครบาล88แห่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa656d9042b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ยืนหนึ่งองค์กรหลักในศธ. ผลประเมินคุณธรรมและโปร่งใสปี 63 ได้ระดับ A </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ต.ค.63-นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของสพฐ. หรือ (Integrity and Transparency Assessment Online: ITA Online) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยสพฐ.ได้ประเมินระดับ A มีคะแนน 93.40 เป็นอันดับ 1 ในองค์กรหลักของ ศธ. &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นความตั้งใจและความร่วมมือของผู้บริหารและข้าราชการทุกคนในสังกัดที่ช่วยกันทำงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ย้ำเรื่องการแก้ไขปัญหาการจัดขยะ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ลดการใช้ขยะที่เป็นมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม โดยในส่วนของ สพฐ.นั้นเราทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ลดปริมาณขยะไปได้อย่างมาก แต่ยังมีเรื่องของการใช้วัสดุโฟมที่ยังมีอยู่ในหน่วยงาน ดังนั้นได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงโรงเรียนได้มีมาตรการคัดแยกขยะ และลดปริมาณขยะต่างๆ ลงให้ได้แบบ 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนประเด็นที่โรงเรียนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากท่อแก๊สระเบิดในพื้นที่ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการนั้น ที่ประชุมได้รับรายงาน ว่า เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง และโรงเรียนประถมศึกษา 1 แห่ง ซึ่งได้มีการตั้งคณะทำงานดูแลแล้วโรงเรียนและนักเรียนแล้ว โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบนักเรียนได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนอาคารภายในโรงเรียนนั้นวิศวกรมาตรวจสอบแล้วไม่พบสภาพอาคารชำรุด มีเพียงรังสีความร้อนที่ทำลายระบบสายไฟในอาคารเรียนเท่านั้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ สพฐ.ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาไม่เพียงกรณีท่อแก๊สระเบิดเท่านั้น แต่จะกำชับให้โรงเรียนทุกแห่งต้องตรวจดูระบบไฟฟ้าและอาคารสถานที่ให้ปลอดภัย หากจุดไหนชำรุดให้รีบดำเนินการแก้ไข เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82067</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส, สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f992f1ce39b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
