<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.อว. เชียร์&quot; ม.มหิดล&quot;เหลาตัวเองให้คม เพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับท็อบ100 ของโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ว่า ในที่ประชุมตนได้มอบนโยบายในฐานะที่ มม. ถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำโดยเฉพาะเรื่องการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้โลกของเรากำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังป่วนโลก ดังนั้น มม.จึงน่าจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างระบบการดูแลสุขภาพของประเทศขึ้นใหม่ และศึกษาว่าระบบการดูลสุขภาพในอนาคตจะเป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้เรื่องของสุขภาพของคนไทยถูกยกระดับขึ้น ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้ง มม. ยังเป็น 1 ในมหาวิทยาลัยเป้าหมายที่ อว.คิดว่าน่าจะมีศักยภาพในการยกระดับขึ้นมาติด 1 ใน 100 ของมหาวิทยาลัยโลก ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทาง อว.ได้เตรียมงบประมาณที่จะใช้ในการสนับสนุนเพื่อผลักดันให้ มม.ก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหาก มม.และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถก้าวไปติดอยู่ใน 100 อันดับได้จะทำให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ เกิดความตื่นตัว พร้อมกันนั้นยังเป็นพลังที่จะทำให้ประเทศไทย มีความเป็นไปได้ในเรื่องการสร้างงานวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีชั้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีการพูดถึงโครงการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต หรือ BCG ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวความคิดว่าจะยกระดับให้เหมือนกับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับ มม.โดยตรง ทั้งในเรื่องโภชนาการ อาหาร สาธารณสุข การแพทย์ เป็นต้น ซึ่ง BCG ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ มม.สามารถเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ มม.จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการขับเคลื่อน BCG จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศชุดใหม่ ดังนั้นตนจึงฝากให้ มม.ช่วยคิด ว่าจะทำให้ BCG เกิดความเป็นรูปธรรมและมีผลในวงกว้าง สร้างคุณค่าให้กับประเทศได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เราเห็นได้ชัดว่า มม. มีคุณภาพเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยจากนี้ มม.จะต้องมองไปข้างหน้า แทนที่จะมองแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งทำได้ดีอยู่แล้ว เพื่อที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงในเรื่องระบบสาธารณสุข ทั้งเรื่องการวิจัย การพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมไม่ใช่แค่ในระดับประเทศ แต่เป็นระดับโลกด้วย ซึ่งผมคิดว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูง อย่างไรก็ตาม ผมทราบว่ามีนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใน มม.อย่างมาก ประเด็นคือ หากยังคงต้องอยู่ในระบบงบประมาณแบบเดิม ไม่น่าจะตอบโจทย์ทั้งที่เรามีศักยภาพแต่มันจะไม่มีพลัง ดังนั้น อว.จะเข้ามาดูแลในส่วนนี้ เพื่อที่จะทำให้ อว.มีพลังเพียงพอที่ก้าวไปสู่เป้าหมาย เพราะ มม.เป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดแข็งหลายจุด อว.จะต้องทำหน้านี้เหลาให้คมกว่านี้ เพื่อให้ มม.ไปสู่ระดับโลกไม่ใช่เป็นเพียงผู้นำในระดับประเทศ&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43441</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับตัวมหาวิทยาลัย, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, ม.มหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36e50e433ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้เลขากกอ.เร่งขับเคลื่อนมหา&#039;ลัยปรับตัว4ด้าน  &quot;หมออุดม&quot;เผยเป็นทิศทางในอนาคต มิติใหม่เปิดทางนศ.เรียนข้ามสถาบันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มี.ค.62-หมออุดม&amp;nbsp;มอบ เลขาฯ กกอ.คนใหม่ เร่งขับเคลื่อนการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา 4 ด้าน เปิดหลักสูตรระยะสั้นมากขึ้น ให้นักศึกษาเรียนหลักสูตรข้ามมหาวิทยาลัยได้ เปิดการเรียนออนไลน์มากขึ้นและดูแลอาจารย์ที่ทำงานวิจัยกับภาคเอกชน ชี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบนโยบายการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้แก่รักษาเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) คนใหม่ ให้เร่งดำเนินงานใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนแบบแยกส่วน คือ มหาวิทยาลัยสามารถบูรณาการการเรียนในรายวิชาต่างๆ ได้ และยังต้องเปิดช่องให้มีจัดการอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพิ่มมากขึ้น 2.การเตรียมการเรื่องเครดิตแบงค์และเทียบหน่วยกิตความรู้ ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในรายวิชาที่สนใจของมหาวิทยาลัยใดก็ได้ เช่น เลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเงินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งหากทำได้จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และจะทำให้ผู้ที่มีความสนใจเข้ามาศึกษาต่อเพื่อพัฒนาตนเอง มีโอกาสในการเลือก และเมื่อจบการศึกษาก็จะนำแต่ละรายวิชามาวิเคราะห์ว่ามีการเรียนในกลุ่มวิชาใด และเรียนของมหาวิทยาลัยไหนมากที่สุด ก็จะได้ชื่อปริญญาในสาขาของมหาวิทยาลัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม กล่าวต่อว่า 3.ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในระบบออนไลน์มากขึ้น และ 4.สกอ.จะต้องไปช่วยดูเรื่องของการประเมินภาระงานการเรียนการสอนของอาจารย์ ที่ไปทำงานร่วมกับภาคเอกชน เช่น โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เป็นต้น ซึ่ง สกอ. จะต้องมีตีค่างานให้อาจารย์กลุ่มนี้ด้วย ว่า ไปทำหน้าที่ด้านการเรียนการสอนจริง เพราะการที่มีการไปร่วมทำงานกับภาคเอกชน เท่ากับว่าอาจารย์กลุ่มนี้มีภาระงานเพิ่มขึ้น ซึ่ง สกอ.จะต้องไปคิดว่าจะมีการประเมินในเรื่องนี้อย่างไร และหากว่าภาระงานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ปฏิบัติอยู่เดิมก็อาจจะต้องมีสิ่งกระตุ้นให้กับอาจารย์กลุ่มนี้ด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 เรื่องนี้ เป็นอำนาจของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ซึ่งเลขาฯ กกอ.จะต้องเป็นผู้เสนอ และตนคิดว่าควรจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อนที่จะมีกระทรวงใหม่ ดังนั้นทั้ง สกอ.และ กกอ.เองจะต้องเร่งขับเคลื่อนงานในส่วนนี้เพื่อที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาของประเทศ ไม่ใช่ทำแต่งานประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเปิดให้ผู้เรียนสามารถที่จะเรียนในรายวิชาของมหาวิทยาลัยใดก็ได้จะส่งผลกระทบต่อสภาวิชาชีพต่างๆ หรือไม่ นพ.อุดม กล่าวว่า สภาวิชาชีพถือเป็นส่วนที่สำคัญของการจัดการศึกษา แต่ตนคิดว่าสภาวิชาชีพควรที่จะดูคุณภาพมาตรฐานในช่วงปลายน้ำ เพราะตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องการเตรียมคนที่ดีที่สุด เนื่องจากหากจบการศึกษาแล้วนักศึกษาไม่สามารถผ่านการวัดคุณภาพของสภาวิชาชีพได้ ก็จะทำให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้นเสียชื่อ ซึ่งตนคิดว่าเราควรที่จะทำความเข้าใจในเรื่องนี้ อีกทั้งหน้าที่สำคัญของมหาวิทยาลัย คือ การสร้างคนให้มีความรู้ความสามารถตามความต้องการของตลาดแรงงาน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอนาคตข้างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31594</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับตัวมหาวิทยาลัย, นพ.อุดม คชินทร, สกอ., เรียนข้ามมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d1a70748ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
