<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ย้ำ63เลือกตั้งอปท.-ผู้ว่าฯกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำไม่มีปัญหาเข้าพบ กมธ.ของเสรีพิศุทธ์ &amp;nbsp; แต่ต้องรอฝ่ายกฎหมายตรวจสอบก่อนตัดสินใจ ฝ่ายค้านโอดครวญทำงานในรัฐสภายากลำบาก รัฐบาลเอาแต่พวกมากลากไปทั้งที่เสียงปริ่มน้ำ เตรียมจองกฐินวาระ 2 งบกลาโหมหลัง กมธ.ทหารเชิญผู้นำมาให้ข้อมูลแต่ไม่ได้อะไร &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ยันปีหน้ามีเลือกตั้งท้องถิ่น-ผู้ว่าฯ กทม.แน่ แต่ไม่รู้ใครมาก่อนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ทำหนังสือเชิญให้ไปชี้แจงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ย. ว่าวันนี้ก็พูดกันมาหลายทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกันอยู่ของฝ่ายกฎหมาย ส่วนตัวไม่มีข้อขัดข้องอะไร เพียงแต่ต้องไปดูว่าประเด็นที่สอบถามและเรียกไปชี้แจงนั้นเป็นอย่างไร รวมทั้งที่ได้มีหนังสือสอบถามไป อะไรที่ซ้ำซ้อนกับของเดิม ควรต้องหากันใหม่หรือไม่ ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเองนั้นไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อถึงเวลาผมก็จะตัดสินใจของผมเองได้ อย่าเพิ่งมาถามกันทุกวันเลย เวลาก็ยังมีอยู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะ กมธ.ทหาร กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.วันที่ 31 ต.ค. ได้เชิญปลัดกระทรวงกลาโหม และเสนาธิการเหล่าทัพต่างๆ มาชี้แจงข้อสงสัยกรณีที่งบประมาณกระทรวงกลาโหมจำนวน 233,000 ล้านบาท ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 หลายรายการไม่ได้แจกแจงรายละเอียดการใช้ โดยเฉพาะงบเกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ งบการปรับปรุงสมรรถนะกองทัพที่เขียนแค่บรรทัดเดียว ซึ่งเสนาธิการทุกเหล่าทัพที่มาชี้แจงต่างไม่ยอมชี้แจงให้ กมธ.ทหารรับทราบ เหมือนมีสัญญาณบอกมาว่าไม่ให้พูด บอกเพียงสั้นๆ ว่าเป็นเรื่องความมั่นคง และจะไปชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ต่อ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เท่านั้น ทั้งที่ กมธ.ทหารมีสิทธิรับรู้ข้อมูล ดังนั้น กมธ.ทหารจึงแทบไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยในการเชิญกองทัพมาชี้แจง จึงจะนำเรื่องงบกองทัพไปแปรญัตติอภิปรายในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณวาระ 2 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยอมรับว่าการทำงานในรัฐสภาเป็นการทำงานที่ยาก เพราะพรรคร่วมรัฐบาลใช้วิธีการพวกมากลากไป การนำเสนอกฎหมายหรือการเสนอญัตติอะไรไม่ให้ความสำคัญกับการทักท้วงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่งผลให้การทำงานลำบาก รัฐบาลใช้อำนาจจนติดเป็นนิสัย ไม่ฟังเสียงใคร ทั้งๆ ที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นไปตามกติกาการเมือง เป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องการเตือนรัฐบาลถึงการทำงานว่ามีปัญหาตรงไหน มีข้อบกพร่องตรงไหน มีปัญหาคอร์รัปชันหรือไม่ หากรัฐบาลมั่นใจว่าทำดีจริง โปร่งใสจริง ต้องมาตอบในสภาต่อหน้าประชาชน หากรัฐบาลจะล้มก็เป็นเพราะการกระทำของรัฐบาลเอง รัฐบาลต้องไม่มองว่าฝ่ายค้านจ้องจะล้มรัฐบาล&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
ย้ำงบประมาณซ้ำซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวอีกว่า การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลหลายโครงการซ้ำซ้อน เปลืองเงินภาษีของประชาชนโดยใช่เหตุ งบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกิน กมธ.ซีกฝ่ายค้านก็มีการตรวจสอบและปรับลดลง เพื่อนำงบส่วนเกินเหล่านั้นเอาไปให้ส่วนที่จำเป็น จากเดิม พล.อ.ประยุทธ์ใช้จ่ายงบประมาณอย่างไรก็ได้ อยากซื้ออาวุธก็ซื้อ ทั้งรถถัง ทั้งเครื่องบิน เรือดำน้ำ ซื้อหมด แต่ในสมัยนี้มี ส.ส.คงทำตามใจตัวเองไม่ได้ จะมามั่วเอาภาษีประชาชนไปใช้จ่ายตามใจผู้มีอำนาจเหมือนที่ผ่านมาคงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ ผบ.เหล่าทัพเตรียมพร้อมชี้แจงงบของแต่ละเหล่าทัพ เพราะอาจจะโดนหนักหน่อย เนื่องจากเป็นนายกฯ มาจากทหาร ว่าไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจผิด หรือสื่อสารไม่ครบ การตรวจสอบปรับลดงบประมาณไม่ได้หนักหรือไม่หนัก จากการมีนายกฯ มาจากทหารหรือพลเรือน สาระสำคัญของการพิจารณางบประมาณคือการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างเหมาะสมและเอื้อต่อการเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ งบกระทรวงกลาโหมหรืองบของกองทัพติดอยู่ในอันดับที่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณสูงมาโดยตลอด จะให้แข่งกันทำลายสถิติพิจารณาเร็วขึ้นทุกปีเหมือน 5 ปีที่ผ่านมาคงไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แทบทุกประเทศต่างเตรียมการรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า แต่การจัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยังคงวนเวียนอยู่กับการสร้างความเข้มแข็งของกองทัพ มากกว่าการเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษก กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แถลงว่า กมธ.ได้พิจารณาในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และกำลังพิจารณาในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และหน่วยงานในกำกับ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นั้น กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตในส่วนของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ที่ขอรับจัดสรรงบ 252,138,900 บาท ว่าหน่วยงานมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมกิจกรรมการตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านช่องทางการจำหน่ายสินค้าของ ศ.ศ.ป. 190,590,000 บาท ซึ่งกรณีนี้จะถือว่า ศ.ศ.ป.มีผลประกอบการต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรหรือไม่ และจากการตั้งเป้าหมายดังกล่าวแสดงว่าหน่วยงานไม่ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศใช่หรือไม่ นอกจากนี้ แผนบูรณาการของ ศ.ศ.ป. 14 โครงการ ซึ่งขอรับจัดสรรงบเท่ากันทุกโครงการคือ 979,200 บาท และเป็นรายการงบเกี่ยวกับการฝึกอบรมสามารถโอนเปลี่ยนแปลงไปใช้จ่ายงบในโครงการอื่นได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะกล่าวอีกว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นั้น กมธ.เห็นว่าปัจจุบันผู้ซื้อมีความกังวลในอัญมณีที่ซื้อไปว่าอาจเป็นของปลอม ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อลดลง ดังนั้นหากสามารถตรวจสอบเลขอัญมณีได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะทำให้ตลาดอัญมณีในประเทศคึกคักเหมือนในอดีต ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะตั้งคณะอนุ กมธ.ขึ้นมาช่วยพิจารณา 5 คณะ และการพิจารณาของ กมธ.ขณะนี้ยังเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ยังไม่มีการปรับหรือเกลี่ยงบแต่อย่างใด ซึ่งการปรับเกลี่ยงบนั้นจะอยู่ในชั้นของคณะอนุ กมธ.&amp;nbsp;
ยันเลือก อปท.ปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดีประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การได้รับรางวัลขอให้ภาคภูมิใจ ส่วน อปท.ไหนที่ยังไม่ได้รับรางวัล ก็ต้องพยายาม โดยเงินรางวัลที่ได้ไปขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการกระจายอำนาจเราก็มีอยู่แล้ว วันนี้คิดว่าเราสามารถกระจายความเข้าใจไปถึงกัน กระจายจิตใจให้ถึงกันว่าเราจะร่วมมือกันได้ ซึ่งการทำงานตรงนี้รัฐบาลยืนยันเรื่องเหล่านี้จะพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;quot;เราจะมีการเลือกตั้งในปีหน้านี้ เมื่อทุกอย่างมันพร้อมค่อยมีการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ยืนยันอีกว่าไม่ว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็นผมก็ไม่รู้ แต่จะสนับสนุนเรื่องการทำงานให้ได้มากที่สุด โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นที่และประชาชน แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ตรงขึ้น เพราะผมเข้าใจดีการที่ส่วนกลางกำหนดลงไปแต่เพียงฝ่ายเดียวมันทำไม่ได้มากนัก ในโลกวันนี้ต้องฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีรายได้ดีขึ้น ประชาชนมีความสุขขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราพยายามทำให้มากที่สุด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระดับพื้นที่ ให้สามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวว่า การทำงานของรัฐบาล การใช้งบประมาณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหลายส่วนด้วยกัน สิ่งใดก็ตามที่ใช้งบประมาณก็ต้องสอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งได้วางไว้แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ไปล็อกอะไรมากมาย เป็นเพียงกรอบใหญ่ๆ แต่ถ้าจะไปคิดโครงการก็ขอให้ไปศึกษาตรงนี้ด้วย ถ้าเรารู้ไม่ตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ข้างบนลงไปข้างล่าง มันทำงานกันไม่ได้ มันจะขาดวิ่นไปทั้งท่อนไม่ได้ ทั้งนี้ หลายอย่างที่รัฐบาลได้ทำมีการใช้งบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทยที่ลงไปถึงข้างล่าง ซึ่งเป็นการกำหนดความต้องการของประชาชนโดยตรงอย่างแท้จริง แต่ขอเพียงอย่างเดียวทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ต่างๆ กฎหมายใหม่ออกมาเยอะ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือตรงนี้ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าทำให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์มันทำได้หมด ในวงเงินที่เรามีอยู่ ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และหวังว่า อปท.ทุกแห่งจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้เป็นต้นไป และหวังวันหน้า อปท.จะใช้ระบบออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อลดเวลาให้กับประชาชน
&amp;ldquo;วันนี้ต้องเข้าใจว่าบางทีถ้าเรามองเล็กๆ ปัญหามันก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าเรามองใหญ่ขึ้นมาอีก ปัญหาจะเยอะกว่าเดิม แต่รัฐบาลต้องดูทั้งหมด รัฐบาลต้องรับปัญหามีเท่าไหร่ ยืนยันรัฐบาลนี้จะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทำยุทธศาสตร์ชาติไว้แล้วเดินหน้าไปอย่างนั้น บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ สิ่งสำคัญคือความร่วมมือระหว่างกันในทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวคิด เราต้องคิดใหม่โดยไม่ทิ้งของเดิม หาทางปฏิบัติที่ดีกว่าเดิม และตนหวังว่าท่านจะทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับรัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุดและร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในอนาคตอย่างที่ได้ย้ำไปแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า เราต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อเราได้รับเลือกจากประชาชนมาแล้วก็ทำงานร่วมกัน แต่การทำงานร่วมกันที่จะทำให้ตอบสนองประชาชนได้จำเป็นต้องร่วมบริหารกับรัฐบาล ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่เช่นนั้นเดินไปไม่ได้ เราต้องร่วมกัน สัญญาว่ารัฐบาลนี้ยืนยันจะให้การสนับสนุนการทำงานของ อปท.อย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประเทศและประชาชนของเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเริ่มจากส่วนไหนก่อน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คณะกรรมการกำลังหารือกันอยู่ ดูกฎหมายดูความพร้อม วันนี้คงไม่ติดขัดอะไร ทำงานกันไป รัฐบาลมีแผนงานที่ชัดเจน งบประมาณก็กำลังออกมาจะเดินหน้าไปได้ ส่วนใครจะเป็นไม่เป็น ถ้าเรายึดมั่นในหลักการว่าเรายึดแนวทางยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปของเราใครจะเป็นก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่ตั้งใจมั่นตั้งใจดี ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของประชาชนมาแล้วก็ต้องทำตัวให้ดีที่สุด และการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณเพียงอย่างเดียว มีเรื่องอื่นด้วย เพราะความพร้อมมันมีหลายมีติ ทั้งกฎหมาย ทั้งการเตรียมการเลือกตั้งที่ กกต. ต้องกำหนดอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็มีคนทำงานอยู่แล้ว
เชื่อเงิน 1 ล้านพัน พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า จะจัดการเลือกตั้ง กทม.หรือ อบจ.ก่อนกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานขึ้นมา เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตัดสินใจ ไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ ต้องตัดสินใจ เป็นเรื่องของท้องถิ่น เป็นการเลือกตั้งตามกฎหมายอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กรณีพบหลักฐานสลิปการโอนเงินวันที่ 1 เม.ย.62 จำนวน 1 ล้านบาท ผ่านระบบบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง ไปยังบัญชีออมทรัพย์ของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ 11 พรรคการเมืองขนาดเล็กมีการประชุมเพื่อพิจารณาจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า ได้รับหลักฐานสลิปการโอนเงินดังกล่าวจากนายชัยวุฑ ตรึกตรอง อดีตรองหัวหน้าพรรค และรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธรรมไทยที่มาขอความช่วยเหลือ ซึ่งเห็นว่าการโอนเงินดังกล่าวมีความผิดปกติ หากให้เพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 28, มาตรา 29, มาตรา 44 และมาตรา 65 โดยเฉพาะมาตรา 72 ดังนั้นจึงขอให้ กกต.ตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง โดยอาจส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะถือเป็นการให้มัดจำเพื่อให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องตรวจสอบ แต่มีข้อน่าสงสัยว่า หลังการเลือกตั้งที่ทราบว่าพรรคไหนมี ส.ส.ในสังกัดเท่าใดแล้ว และมีพรรคเล็กที่คาดว่าได้ ส.ส.รวม 11 พรรคการเมือง จากนั้นวันที่ 13 พ.ค. ก็มีการประชุมของ 11 พรรคเล็กและลงสัตยาบันว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการโอนเงินดังกล่าวมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เหตุการณ์นี้ฉะนั้นมันเป็นเหตุผลที่เชื่อมโยงกัน&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว และว่า ไม่เชื่อว่าการโอนเงินดังกล่าวเป็นการยืมกันส่วนตัวของบุคคล เพราะเงิน 1 ล้านบาทไม่ใช่เงินเล็กน้อย จะมาใจดีให้ยืมกันโดยไม่มีการทำสัญญาคงไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ส.ส.ที่โหวตเห็นชอบกับพระราชกำหนดอัตรากำลังฯ กล่าวว่า ได้ชี้แจงกับทางกรรมการสอบสวนของพรรคไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งได้พูดไปตามที่คิด และอธิบายไปตามความเป็นจริงว่าเหตุผลที่เลือกโหวต พ.ร.ก.ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับพรรคเพราะอะไร จากนี้ก็คงต้องรอทางพรรคพิจารณาโทษว่าจะมีอะไรบ้าง ซึ่งก็น้อมรับแต่โดยดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่มีปัญหาหากพรรคจะมีมติขับออก เพราะสิ่งที่ผมตัดสินใจทำไปนั้นมาจากความต้องการที่ผมได้ชี้แจงก่อนการโหวตไปแล้ว ขณะเดียวกันเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้น หรืออุดมการณ์บางอย่างก็ทำให้ผมไม่สบายใจบ้าง ต่อจากนี้การตัดสินใจบางอย่างก็คงต้องหันมามองตัวเองให้มากขึ้น แต่ที่แน่นอนที่สุดคือผมจะให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่ของผมเป็นอันดับแรก&amp;rdquo; พ.ต.ท.ฐนภัทรระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ, ประธานคณะกรรมาธิการ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งอปท.-ผู้ว่าฯกทม.ปี63, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbaeb4cb3d08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
