<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKP ยืนยันไม่หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าป้อนในช่วงฤดูร้อนนี้ออกมาตรการสกัด COVID -19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 2563 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ระบาดไปทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น CKPower ขอรับรองว่า โรงไฟฟ้าภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัททั้งใน สปป. ลาว และในประเทศไทย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการที่ 1 (BIC-1) และโครงการที่ 2 (BIC-2) รวมถึง โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ ยังคงผลิตไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เต็มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานและพื้นที่โรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทย และสปป.ลาว บริษัทฯ ได้ออกแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไทย และสปป.ลาว โดยแบ่งเป็น มาตรการในพื้นที่โรงไฟฟ้า และมาตรการสำหรับพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

มาตรการในพื้นที่โครงการ ให้เขตพื้นที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทฯ เป็นเขตหวงห้ามขั้นสูงสุด และจำกัดการเข้าออกอย่างเคร่งครัด ในขณะทำงาน หากพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส มีไข้ ไอ คัดจมูก เจ็บคอ หายใจติดขัด เป็นหวัด ให้รีบพบแพทย์ในโครงการโดยด่วน จำกัดการเข้า-ออกของบุคคลภายนอก หากเป็นกรณีฉุกเฉินและจำเป็นให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้า เป็นผู้พิจารณาเป็นกรณี ๆ แต่จะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์ประจำโรงไฟฟ้าก่อน และให้งดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมทุกประเภทภายในโรงไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด

มาตรการสำหรับพนักงาน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง หรือผู้รับเหมาประจำ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ และบริษัทในเครือทุกคน ให้ปฏิบัติ ดังนี้

1. ให้พนักงานงดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อธุรกิจและเพื่อส่วนตัวทั้งหมด และยกเลิกการลาหรือการเดินทางไปต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้

2. กรณีที่ได้รับอนุมัติการเดินทาง หรือมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศ พนักงานจะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีที่ทราบและให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from home) เป็นเวลา 14 วัน โดยต้องส่งรายงานสุขภาพแก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทุก ๆ วัน เมื่อถึง 14 วัน ตามกำหนด พนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์ล่วงหน้าก่อนกลับเข้าทำงานอย่างน้อย 1 วัน

3. กรณีพนักงานสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 และผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ผู้ที่มีประวัติเดินทางหรืออยู่ในบริเวณที่มีการระบาดให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีและให้พนักงานส่งรายงานสุขภาพต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นเวลา 14 วันนับตั้งแต่วันที่แจ้ง และให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from home)

4. กรณีที่พนักงานมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ เป็นหวัด ให้พนักงานแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือพบแพทย์ทันที และหากกรณีพนักงานที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือแพทย์มีความเห็นว่าต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 ให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันที

5. พนักงานตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ สามารถปฏิบัติงานจากที่บ้านได้

6. สำหรับพนักงานที่ผ่านการคัดกรองจากทางโรงพยาบาล ว่าสมควรต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 หรือพบว่าติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษาสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อและค่ารักษาพยาบาลจากทางบริษัทฯได้เต็มจำนวนเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่รวมกับวงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิกรณีอื่นนอกเหนือจากนี้ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ

7. พนักงานต้องเปิดเผยข้อมูลหากมีการเดินทาง การสัมผัส ติดต่อ หรือใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ทางบริษัทฯ รับทราบ

8. ขอให้พนักงานงดจัดและเข้าร่วมกิจกรรมการสังสรรค์ กีฬา และกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม

9. พนักงานสัญญาจ้างหรือผู้รับเหมาประจำที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ และบริษัทในเครือให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้นเช่นเดียวกับพนักงาน

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้านโดยสลับกันทำงานในอัตราส่วน 70:30 เพื่อลดความเสี่ยงต่อพนักงานและครอบครัวของพนักงาน ตามแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ BCP ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง นอกจากนี้ พนักงานทุกคนยังต้องตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าอาคารและจะต้องสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาทำงาน

&amp;ldquo;บริษัทฯ ขอรับรองว่า โรงไฟฟ้าทุกแห่งภายใต้การบริหารของ CKPower สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนให้แก่ประชาชนทั้งในประเทศไทย และ สปป.ลาว ในช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง อย่างแน่นอน ในการนี้ ผมขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยและลาว แพทย์ พยาบาลทุกท่าน ขอให้ร่วมกันฟันฝ่าช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้อย่างประสบผลสำเร็จ บริษัทฯ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60862</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผลิตไฟฟ้า, บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7afd4c74d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ยืนยันลาวเบรกสร้างเขื่อนไม่กระทบการใช้ไฟฟ้าของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สหรัฐ&amp;rdquo; เผยหลัง ครม.ลาวเบรกสร้างเขื่อน เป็นเรื่องปกติที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น ชี้ยังไม่มีผลกระทบกับไทย ด้านเอ็มโอยูซื้อขายไฟ 9 พันเมกฯเป็นแค่กรอบกำหนดไม่ใช่ข้อบังคับ ยันไทยยังมีสำรองไฟอยู่ที่ 30% ย้ำหลังจากนี้เอกชนที่ลงทุนในลาวต้องทำตามมาตรฐานรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) &amp;nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ของสปป.ลาว มีมติกำหนดให้รัฐบาลยุติการพิจารณาโครงการเขื่อนใหม่ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว เพื่อศึกษาทบทวนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเขื่อนผลิตไฟฟ้า ใน สปป.ลาว หลังจากเกิดเหตุเขื่อนดิน โรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีการเข้มงวดมากขึ้นในการดำเนินงานต่อไป ซึ่งในส่วนของเขื่อนที่กำลังก่อสร้างปัจจุบัน ก็จะต้องดูว่ามีความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า(เอ็มโอยู)ระหว่างไทย-ลาวที่มีอยู่ในปัจจุบัน 9,000 เมกะวัตต์ เป็นกรอบที่กำหนดว่าไทยจะพัฒนาหรือจะซื้อไฟฟ้าจากลาวในปริมาณเท่าไหร่ แต่ไม่มีการกำหนดว่าจะต้องซื้อทุกปีหรือจากทุกโรงไฟฟ้า ขณะที่ในระยะต่อไปทางรัฐบาลไทยเองก็ต้องมีการหารือกันว่าจะมีการลงนามพิจารณาซื้อไฟฟ้าจากฝั่งลาวนอกเหนือจากสัญญาเพิ่มเติมหรือไม่ ตามสถานการณ์ความต้องการไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งทุกอย่างจะถูกกำหนดลงในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) ฉบับใหม่ ที่กระทรวงพลังงานเป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างที่ทราบกันดีกว่าประเทศไทยมีปริมาณสำรองไฟฟ้าในปัจจุบันสูงถึง 30% ซึ่งในปัจจุบันคงไม่มีผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าในประเทศ แต่ก็ต้องดูความต้องการไฟฟ้าของประเทศควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตามในอนาคตหากลาวยังดำเนินมาตรให้เอกชนเข้าไปก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศต่อนั้น ก็จะต้องมีมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องการออกแบบ การก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย หรือข้อบังคับต่าง ๆ ไม่ว่านักลงทุนประเทศไหนก็ต้องดำเนินตามกฎระเบียบของรัฐบาลลาว และต้องเสนอวิธีการพัฒนาโครงการให้ต่อรัฐบาลลาว หากไม่ได้มาตรฐานที่วางไว้ ก็อาจจะไม่สามารถลงทุนได้&amp;rdquo;นายสหรัฐ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15024</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผลิตไฟฟ้า, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ลาวเบรกสร้างเขื่อน, สปป.ลาว, สหรัฐ บุญโพธิภักดี, เขื่อนในประเทศลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6ae63e05b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
