<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โรคนิ้วล็อก ของฝากนักแชท&quot; แพทย์ชี้ เหตุจากชีวิตเปลี่ยน &quot;ใช้มือถือ พิมพ์คอมฯ&quot;ตลอดเวลา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
25 ต.ค.61- &amp;nbsp;ณ ลานกิจกรรมชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดแคมเปญ &amp;ldquo;เช็คทุกจุด ชนะทุกข้อ&amp;rdquo; เพื่อรณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพข้อที่เคลื่อนไหวดี กระดูกแข็งแรง เพื่อการใช้ชีวิตได้สนุกในทุกกิจกรรม &amp;nbsp;โดย นพ.เติมพงศ์ พ่อค้า &amp;nbsp;ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เฉพาะทางสาขาจุลศาสตร์และศัลยศาสตร์ทางมือ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ &amp;nbsp;กล่าวในเวทีเสวนา &amp;ldquo;4 Pain Focus จับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ให้ชนะทุกข้อ&amp;rdquo; ในประเด็น &amp;ldquo;นิ้วล็อคของฝากนักแชท&amp;rdquo; ว่า จากสถานการณ์การใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนไป ทุกคนมีการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น ในการแชทผ่านแอฟพลิเคชั่นต่างๆ หรือแม้กระทั่งการพิมพ์งานต่างๆ ผ่านแป้นพิมพ์ ทำให้ปัจจุบันพบผู้ป่วยนิ้วล็อคมากขึ้น ซึ่งเกิดจากอาการปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่นิ้วมืออักเสบ &amp;nbsp;จากตัวปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่เรียกว่า A1 ที่อยู่บนโคลนนิ้วมือเป็นตัวรัด โดยอาการนิ้วล็อคจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ 1.มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ 2.มีอาการสะดุดเวลากำ-เหยียดนิ้วมือ แต่ยังสามารถเหยียดนิ้วได้เอง &amp;nbsp;3.เมื่อกำมือแล้วเกิดอาการล็อคเหยียดไม่ออกต้องมีการง้างออก และ 4.ไม่สามารถกำมือได้สุด และอาจมีข้อมือผิดรูป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เติมพงศ์ กล่าวว่า วิธีการรักษานั้นจะรักษาตามความรุนแรงของโรค ก็มีตั้งแต่การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการ การแช่น้ำอุ่น และทำบริหารนิ้วมือ ร่วมกับการใช้ยาแก้ปวดและลดอักเสบตามอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ใช้การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะที่เข้าไป บริเวณ A1 ซึ่งยาที่ใช้เป็นกลุ่มสเตียรอยด์ แต่จะใช้ในปริมาณที่น้อยดังนั้นจะไม่มีผลข้างเคียงในระบบไหลเวียนอื่นในร่างกาย แต่ก็ต้องระมัดระวังภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่พบได้คือ อาจทำให้เส้นเอ็นเปื่อยและขาดเองได้ และ การใช้วิธีการผ่าตัดโดยการเปิดแผล เข้าไปที่ A1 ร่วมกับการเลาะเนื้อเยื่ออักเสบที่หุ้มเส้นเอ็นออก &amp;nbsp; ซึงจะลดอาการปวดและทำให้เส้นเอ็นขยับได้คล่องขึ้น โดยการผ่าตัดวิธีนี้จะใช้การฉีดยาชา เมื่อผ่าตัดเสร็จสามารถขยับได้ทันที ซึ่งการผ่าตัดมักใช้ในรายที่มีอาการรุนแรงระดับ 3-4 &amp;nbsp;โดยแต่ละเดือนคนไข้ที่มารักษากับตนด้วยวิธีการผ่าตัดมีประมาณ30-40 คน โดยจะพบมากในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ในกลุ่มพนักงานออฟฟิศและกลุ่มแม่บ้านอายุเยอะที่มีการซักผ้าหรือทำครัวทำสวน &amp;nbsp;โดยแต่ละวิธีการนั้นจะมีการคุยกับคนไข้เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐานในอาการที่รุนแรงระดับ 3-4 นั้น คือการผ่าตัดโดยการเปิดแผล แต่ทุกวันนี้เมื่อเป็นนิ้วล็อคผู้ป่วยมักได้รับคำแนะนำให้ไปรักษาด้วยการสะกิด ซึ่งการสะกิดนั้นเป็นเพียงทางเลือกในการรักษา โดยการสะกิดคือการใช้เข็มฉีดยาจิ้มเข้าไปแล้วสะบัดขึ้นตรงเส้นเอ็น ซึ่งผลข้างเคียงขึ้นจะแก้ลำบาก โดยรุนแรงที่สุดคือปลายเข็มที่สกัดนั้นจะไปโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาททำให้ขาดได้ แล้วคนไข้ก็จะมีอาการชานิ้วตลอดเวลาไม่หาย หรือ หากสะกิดแล้วออกไม่หมด เพราะเราต้องเอาตัวปลอกหุ้มเส้นที่อักเสบออกให้หมด ซึ่งหากไม่หมดโอกาสที่จะกลับมาเป็นใหม่มีได้เร็วกว่าเพราะการสะกิดเรามองไม่เห็นทั้งหมดทำให้การรักษาไม่ 100 %&amp;rdquo;นพ.เติมพงศ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20706</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผ่าตัดโรคนิ้วล็อก, นพ.เติมพงศ์ พ่อค้า, นิ้วล็อกของฝากนักแชท, ป้องกันโรคนิ้วล็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd17ce94e768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
