<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยส่อเค้ามิคสัญญี 2ม็อบปะทะเดือด/3นิ้วแค้นนัดชุมนุมใหญ่18พย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าสภาเดือด! ม็อบ 2 ฝั่งปะทะเจ็บระนาว 3 นิ้วเหิมฝ่าแนวกั้น ตร.ฉีดน้ำ-ยิงแก๊สน้ำตาสกัด ผู้ชุมนุมปาพลุควันถุงสีสวนกลับ รอง ผบช.น.แจงจำเป็นทำตามขั้นตอนมาตรการสากล ห้ามเข้ารัศมี 50 เมตรรัฐสภา &amp;quot;รมต.-ส.ส.-ส.ว.&amp;quot; ผวาเผ่นลงเรือ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดเพลง &amp;quot;เพราะเธอคือประเทศไทย&amp;quot; เวอร์ชั่นใหม่เตือนสติคนไทย &amp;quot;อานนท์&amp;quot; นัดชุมนุมใหญ่แยกราชประสงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ได้มีการนัดชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมหลากหลายกลุ่ม เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วาระการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการจำนวน 6 ฉบับ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนที่เสนอโดยกลุ่มไอลอว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยรอบอาคารรัฐสภา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 12 กองร้อยมาดูแลรักษาความปลอดภัย และมีการปิดการจราจรตั้งแต่บริเวณถนนสามเสนด้านหน้ารัฐสภา ไปจนถึงแยกเกียกกาย โดยนำแบริเออร์ลวดหนามเกลียวและรถเมล์มาปิดพื้นที่ถนน รวมทั้งยังมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน นอกจากนี้ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้อนุมัติจัดตั้งหมวดเรือเฉพาะกิจเคลื่อนย้ายและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญทางน้ำ โดยเตรียมเรือจำนวน 20 ลำ ของกรมการขนส่งทหารเรือ และเตรียมเรือจำนวน 3 ลำ ไว้สำหรับ ส.ส.และ ส.ว. รวมถึงเรือตรวจการณ์จู่โจม เรือตรวจการณ์ลำน้ำกองทัพเรือ เรือยางท้องแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้้ กลุ่มไทยภักดีที่นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้เดินทางมาถึงหน้ารัฐสภาเป็นกลุ่มแรกตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมทำกิจกรรมด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ให้ย้ายไปชุมนุมด้านหน้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร เลยแยกเกียกกาย ห่างจากรัฐสภา 50 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.30 น. ได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา เพื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างที่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งอาจจะนำไปสู่การล้มล้างสถาบัน โดยมี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นตัวแทนมารับหนังสือ ต่อมาเวลา 11.00 น. นพ.วรงค์ได้เดินทางไปสำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำสั่งระงับยับยั้งการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แถลงข่าวเหมือนทุกครั้ง แต่ได้หารือส่วนตัวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประมาณ 10 นาที ก่อนที่นายกฯ จะหันมาโบกมือให้สื่อมวลชนพร้อมส่งยิ้มและเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที ทั้งนี้ ในช่วงพักการประชุม ครม. นายกฯ ให้เปิดเพลง &amp;quot;เพราะเธอคือประเทศไทย&amp;quot; เวอร์ชั่นใหม่ที่ขับร้องโดยวง The Newsroom โดยพล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า &amp;quot;เป็นเพลงที่ตั้งใจประพันธ์ขึ้น เพื่อให้คนไทยมีความภาคภูมิใจ รักกันไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก&amp;quot; พร้อมกับให้สำนักโฆษกสำนักนายกฯ เปิดให้สื่อมวลชนฟังในช่วงแถลงข่าวหลังประชุม ครม.ที่ตึกสันติไมตรีด้วย ซึ่งมีการปรับเนื้อร้องท่อนหนึ่งด้วยว่า &amp;quot;ขออย่าทะเลาะกันได้ไหม อยากให้คนไทยกลับมารักกันเหมือนเก่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในห้องประชุมรัฐสภา พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ที่กลุ่มนิสิตนักศึกษาเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกนั้น ตนมองว่านายกฯ ไม่มีความผิดอะไร ขนาดเป็นนายกฯ ยังโดนไล่เหมือนหมูเหมือนหมาทุกวัน ถ้าลาออกไปไม่ฉิบหายใหญ่หรือ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากอยู่ แต่หากลงตอนนี้จะเป็นหมาโดนไล่เนื้อแน่นอน ซึ่งการชุมนุมของเด็กตอนนี้ด่าผู้ใหญ่กันข้างถนน เห็นว่ารัฐบาลให้เกียรติเด็กมากมายเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณสี่แยกเกียกกาย แกนนำมวลชนเสื้อเหลืองที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ได้ประกาศบนรถขยายเสียงเชิญกลุ่มผู้ชุมนุมมาปิดบริเวณแยกเกียกกาย หลังเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดรวมตัวกันเวลา 15.00 น. ที่แยกเกียกกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อยเข้าดูและพื้นที่ ขณะเดียวกันรถบรรทุกหลายคันขนแบริเออร์แท่งปูนเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมรับมือกับมวลชน พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง
3 นิ้วเหิมฝ่าแนวกั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงว่า มีผู้ชุมนุมบริเวณโดยรอบรัฐสภา 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มไทยภักดี นำมวลชนมาแสดงจุดยืนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งได้มีการแจ้งชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะจัดการชุมนุมตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. 2.กลุ่มการเมืองภาคประชาชนได้แจ้งการชุมนุมตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ของวันที่ 17-18 พ.ย. 3.กลุ่มศูนย์รวมประชาปกป้องสถาบัน ได้แจ้งการชุมนุมตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ของวันที่ 17-18 พ.ย.63 และ 4.กลุ่มคณะราษฎร ได้นัดรวมตัวบริเวณแยกเกียกกาย ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ยังไม่ได้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บช.น.ได้มีคำสั่งที่ 485/2563 กำหนดระยะ 50 เมตร โดยรอบรัฐสภาเป็นพื้นที่ห้ามมีการชุมนุม โดยมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 17 พ.ย. เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าถนนสามเสนบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาทั้งขาเข้าและขาออกไม่สามารถทำการชุมนุมได้ ถนนสามเสนยาวไปจนถึงติดกับบริษัท บุญรอดฯ อยู่ในระยะ 150 เมตร แยกเกียกกาย ถนนทหารบางส่วน และถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 บางส่วนก็อยู่ในเขต 150 เมตร ซึ่งจะมีการตั้งแนวตำรวจเพื่อเป็นการเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ จะไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมพักค้างคืนภายในพื้นที่การชุมนุมหรือพื้นที่หวงห้ามรอบรัฐสภาเด็ดขาด ส่วนที่ประกาศจะมีการชุมนุมทางน้ำถือเป็นพื้นที่หวงห้าม จึงขอให้ประชาชนอย่าคิดแต่สนุก เพราะแม่น้ำเจ้าพระยากระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยว จึงอาจทำให้เกิดอันตรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.13 น. การ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรที่นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ได้นำกลุ่มมวลชนรวมตัวกันที่ถนนสามเสนหน้าบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่&amp;nbsp; จำกัด ซึ่งติดกับหน้าอาคารรัฐสภา โดยได้มีการตัดรั้วลวดหนามหีบเพลง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้ามาประจันหน้ากับผู้ชุมนุม และได้เตือนว่าให้หยุดการกระทำดังกล่าว มิฉะนั้นจะใช้รถน้ำฉีดไปยังฝั่งผู้ชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมก็ไม่ได้หยุดการกระทำ ทางเจ้าหน้าที่จึงใช้รถฉีดน้ำเปล่ายิงใส่เพื่อให้ผู้ชุมนุมถอยร่นออกไปเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งเป็นน้ำเปล่า ครั้งที่ 3 ใช้ผสมแก๊สน้ำตา หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้ปาถุงลูกโป่งที่ใส่สีพร้อมทั้งพลุควันสีมายังกลุ่มเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้น พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รรท.ผบก.น.1 เข้ามาเจรจากับผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเตรียมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ ระเบิดควัน ปืนกระสุนยาง พร้อมแจกจ่ายกระสุนยางให้เจ้าหน้าที่นายละ 5 นัด นอกจากนี้ยังมีการเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้บริเวณด้านหน้าแท่นแบริเออร์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลา 15.15 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มคณะราษฎรไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ไว้ ดังนั้นการชุมนุมจึงผิดเงื่อนไข และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีการทำลายสิ่งกีดกั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนแล้ว 3-4 ครั้ง กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่หยุดทำลายสิ่งกีดกั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการฉีดน้ำ โดยครั้งแรกฉีดน้ำเปล่า แต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุดทำลายสิ่งกีดกั้น เจ้าหน้าที่จึงฉีดน้ำตามยุทธวิธีของตำรวจ ซึ่งครั้งที่ 4 เป็นการฉีดที่มีการผสมแก๊สน้ำตาอย่างที่เห็นอยู่ ทั้งนี้ การปฏิบัติการของตำรวจนั้นไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เป็นการเจรจา และเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น ด้านหลังได้เริ่มมีการปะทะกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ตอบโต้ด้วยการขว้างพลุควันสีมายังเจ้าหน้าที่
ฉีดแก๊สน้ำตาสกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.20 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดแก๊สน้ำตาเป็นครั้งที่ 4 หลังกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดย &amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; พยายามที่จะฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาให้ได้ ซึ่งจุดเป้าหมายคืออยู่ที่หน้าอาคารรัฐสภา สนับสนุนรับร่างไอลอว์ พร้อมประกาศว่าในขณะที่เสื้อเหลืองเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้เขาเข้ามาในพื้นที่ แต่เมื่อกล่อมกลุ่มคณะราษฎรเข้าในพื้นที่เข้ามาในพื้นที่ฉีดน้ำฉีดแก๊สน้ำตาใส่ เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ฝ่ายตรงข้ามของม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.50 น. ที่ท่าเรือเกียกกาย รัฐมนตรี ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน พรรครัฐบาล และ ส.ว. ที่ไม่มีคิวอภิปราย ต่างทยอยเดินทางออกจากรัฐสภาโดยเรือโดยสารที่กองทัพเรือจัดเตรียมไว้ ซึ่ง ส.ส.ที่เดินทางออกจากสภาไปแล้ว อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา โดยเรือของกองทัพเรือจะนำผู้โดยสารทั้งหมดไปลงที่สโมสรกองทัพเรือ ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศิวิไลซ์ และนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อมีเรือโดยสารของผู้ชุมนุมแนวร่วมราษฎรเต็มลำได้แล่นมาประกบเรือของตำรวจน้ำที่กำลังจอดรับ ส.ส. และ ส.ว. ได้บุกขึ้นเรือลำดังกล่าวเพื่อขึ้นมายังท่าเรือ พร้อมตะโกน &amp;quot;ขี้ข้าเผด็จการ&amp;quot; ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปสมทบที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภาได้ โดยแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการปราศรัยผ่านโทรโข่งว่าถูกเจ้าหน้าที่ยึดเรือที่เช่าไว้ 4 ลำ และใช้กำลังปราบปรามประชาชน ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีได้ยึดท่าเรือเกียกกาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการลำเลียง ส.ส. และ ส.ว. โดยย้ายให้ไปลงเรือที่ท่าเรือบริษัท บุญรอดฯ ซึ่งอยู่ติดกับสภาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.55 น. นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ &amp;quot;ครูใหญ่&amp;quot; ประกาศฟ้องดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่าเตรียมตัวไว้มีการฟ้องร้องไม่ต่ำกว่า 10,000 สำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. ส.ส.ก้าวไกลออกมาสังเกตการณ์การทำงานของตำรวจ พร้อมต่อว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. มีการฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้ง ผู้ชุมนุมถอยร่นมาล้างหน้าล้างตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.38 น. ผู้ชุมนุมใช้เชือกเริ่มลากรถตำรวจที่กั้นแนวออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.40 น. มวลชนเริ่มทยอยเข้าพื้นที่มาก สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเพิ่มมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังควบคุมฝูงชนและฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะๆ โดยทางตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพทำข่าวบนสะพานลอย ให้ลงไปด้านล่างและเพิ่มรถฉีดน้ำแรงดันสูงเป็น 3 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.45 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ระบุว่า เป็นมาตรการตามหลักสากล เนื่องจากต้องดูแลรักษาสมบัติของแผ่นดินคือรัฐสภา จะไม่ยอมให้เข้ามายังรัศมี 50 เมตรของรัฐสภา แต่ยืนยันว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.50 น. แกนนำสั่งบุกรื้อแนวกั้น พร้อมทั้งปากระป๋องสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจจึงฉีดแก๊สน้ำตาใส่อีกรอบ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด และพยายามบุกรื้อแนวกั้นอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.05 น. หลังตำรวจฉีดน้ำต่อเนื่อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำคณะราษฎร ประกาศว่าน้ำตำรวจหมดแล้ว จึงสั่งเดินหน้าฝ่าแนวกั้น และสามารถฝ่าได้สำเร็จเข้าสู่แยกเกียกกาย ถ.สามเสน โดยเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองซึ่งชุมนุมอีกด้านของแยกเกียกกายฝั่งถนนทหาร โดยแกนนำราษฎรสั่งให้ถอย เมื่อเหตุปะทะยุติลง รถขบวนแกนนำเข้าสู่ถนนสามเสนใกล้รัฐสภายิ่งขึ้น แต่ติดด่านแนวกั้นของตำรวจอีกด่านหนึ่ง ซึ่งมีการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสกัดผู้ชุมนุมไว้เช่นกัน ทำให้ผู้ชุมนุมราษฎรยังคงปักหลักชุมนุมในจุดนี้ต่อไป
2 ม็อบปะทะเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.13 น. ที่แยกเกียกกาย บริเวณแนวรั้วที่สองหลังสะพานลอย มีการขว้างปาสิ่งของใส่กันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร และกลุ่มเสื้อเหลือง โดยที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่อยู่ใกล้เคียงไม่ได้เข้ามาควบคุม ล่าสุดแกนนำทั้งสองฝ่ายได้พยายามห้ามปรามการใช้ความรุนแรงในกลุ่มของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.20 น. ที่หน้ารัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ตนและเพื่อน ส.ส.ก้าวไกล พร้อมเป็นทีมเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ เพื่อเป็นตัวกลางหาทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.52 น. ที่บริเวณท่าเรือเกียกกาย นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และสมาชิกอีกหนึ่งคน ได้สวมห่วงยางก่อนโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา และว่ายน้ำขึ้นฝั่งรัฐสภา โดยระบุว่าจะเข้าไปยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก่อนว่ายขึ้นฝั่งรัฐสภาโดยมีเจ้าหน้าที่สภาคอยรับตัวอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรนนทบุรี ที่เดินทางมาทางน้ำเดินผ่านจากท่าเรือขึ้นบนฝั่งไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่แยกเกียกกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้ฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณแยกเกียกกายได้เคลื่อนขบวน พร้อมรถติดเครื่องขยายเสียง โดยมีนายพริษฐ์ปราศรัยอยู่ด้านบน วิ่งเข้ามาบนถนนสามเสน เพื่อที่จะไปปักหลักบริเวณประตูใหญ่หน้าอาคารรัฐสภา ติดกับบริษัท บุญรอดฯ ซึ่งเป็นการตลบหลังเจ้าหน้าที่ โดยเคลื่อนมาจากแยกเกียกกาย มาหยุดบริเวณกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ซึ่งอยู่ห่างจากประตูใหญ่รัฐสภาเพียง 50 เมตร โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เจรจาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอยออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.15 น. เกิดเหตุความวุ่นวายเมื่อกลุ่มมวลชนทั้งสองฝั่งเกิดการปะทะกันขึ้นมาอีกรอบ โดยการขว้างปาสิ่งของและประทัดยักษ์ใส่ซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.25 น. นายพริษฐ์ประกาศบนรถติดเครื่องขยายเสียงว่าจะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.45 น. เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อรถเมล์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาเป็นแนวกั้น เกิดแก๊สรั่ว จึงประสานรถดับเพลิงของกรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบ และทำการปิดวาล์วแก๊สไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.18 น. ปรากฏว่าแนวกั้นระหว่างราษฎรกับคนเสื้อเหลืองเกิดเหตุปะทะใหญ่ขึ้น โดยมีการขว้างปาสิ่งของและเกิดเสียงดังคล้ายเสียงปืนหลายครั้ง หลังจากนั้นมีการนำตัวผู้บาดเจ็บหลายรายส่งโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.41 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร ขึ้นปราศรัยว่า ตำรวจเปิดให้พวกเสื้อเหลืองเข้า แต่มาสกัดเราทุกวิถีทาง ใช้แก๊สน้ำตาตั้งแต่บ่าย ทำให้พี่น้องเราหลายคนอยู่โรงพยาบาล เมื่อสักครู่พวกเสื้อเหลืองปาระเบิดปิงปอง พวกเราเจ็บ ถูกกระสุนปืน นี่คืออะไร สัญญาณไม่ยอมปรับตัวใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ปรบมือให้ไอลอว์ ตัวแทนเราพูดในสภา การโหวตพรุ่งนี้ประวัติศาสตร์จะจารึก คนไหนล้มร่างรัฐธรรมนูญประชาชน ทรยศต่อราษฎร เป็นศัตรูต่อประชาชน เมื่อไม่ปรับตัวไม่ประนีประนอม พรุ่งนี้อยากโหวตก็โหวตไป ราษฎรจะแสดงพลังอีกครั้งกลางเมือง ถ้ามีการคว่ำ พรุ่งนี้ 18 พ.ย. 16.00 น. มาให้ถึง 1 ล้านคน ที่แยกราชประสงค์ เราจะเปลี่ยนเป็นแยกราษฎรประสงค์ ราษฎรจะชุมนุมใหญ่ที่สุดที่ราชประสงค์ จะเรียกร้องประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี&amp;quot; นายอานนท์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ปราศรัยว่า&amp;nbsp; เราจะยุติการชุมนุม เก็บแรงไปราชประสงค์ ไม่มีแพ้ ไม่มีเบา เบิ้มมาทุกวัน และให้พกกระป๋องสีคนละกระป๋องไปราชประสงค์ จะฉีดสีใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 21.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรได้ยุติการชุมนุม โดยได้ร่วมกันปล่อยลูกโป่งหลากสีเพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งก่อนที่มวลชนจะเดินทางกลับ โดยนายพริ?ษฐ์ได้บอกให้มวลชนเดินกลับผ่านทางแยกบางกระบือเท่านั้น เนื่องจากแยกเกียกกายมีผู้ชุมนุมกลุ่มไทยภักดีปักหลักชุมนุมอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84180</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ, ฉีดน้ำ-ยิงแก๊สน้ำ, ปาพลุควันถุงสี, ฝ่าแนวกั้น, มิคสัญญี, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3f251e7fb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
