<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกประหยัดนํ้าสูภั้ยแล้ง ลดวันละ1นาทีได้ถึง9ลิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิพนธ์-รมช.มหาดไทย ยกคณะเข้าทำเนียบฯ พบนายกรัฐมนตรีรณรงค์ &amp;quot;ประหยัดน้ำสู้ภัยแล้ง&amp;quot; พร้อมปลุกประชาชนลดการใช้น้ำเพียงวันละ 1 นาที ช่วยสงวนน้ำต้นทุนประเทศได้มากถึง 9 ลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) บริเวณด้านหน้าตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล
อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมรณรงค์ประหยัดสู้ภัยแล้ง โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการประปานครหลวงได้ ได้เชิญนายกรัฐมนตรีปิดหัวจ่ายน้ำเพื่อเป็นต้นแบบในการใช้น้ำอย่างประหยัดและลดปริมาณการใช้น้ำเพื่อเป็นต้นแบบ โดยลดการใช้น้ำเพียงวันละ 1 นาที ช่วยสงวนน้ำต้นทุนประเทศได้ถึง 9 ลิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดหน้าแล้งนี้ อีกทั้งเพื่อสงวนน้ำต้นทุนของประเทศ &amp;nbsp;พร้อมมีน้ำไปช่วยผลักดันน้ำเค็มรักษาระบบนิเวศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากทุกท่านจะช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดในชีวิตประจำวันแล้ว ขอให้ทุกท่านหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำภายในบ้านของท่าน และรีบซ่อมแซมเมื่อพบปัญหาแตก รั่วซึม&amp;quot; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าว และว่า อีกทั้งเมื่อพบท่อประปาแตกรั่วในที่สาธารณะ โปรดติดต่อ MWA Call Center 1125 ตลอด 24 ชั่วโมงการประปานครหลวงจะเร่งเข้าดำเนินการซ่อมแซมเพื่อลดน้ำสูญเสียอย่างรวดเร็วแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยย้ำว่า ขอรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันลดการใช้น้ำ เพียงท่านปิดน้ำหรือลดการใช้น้ำเพียงวันละ 1 นาที ท่านจะช่วยสงวนน้ำต้นทุนประเทศได้ถึง 9 ลิตร คิดเป็นตัวเลขกลมๆ ว่าประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี และสมุทรปราการ ประมาณ 11 ล้านคน หากทุกท่านร่วมใจกันลดการใช้น้ำโดยการปิดน้ำคนละ 1 นาที จะมีน้ำเพื่อใช้ในกิจการอื่นเพิ่มสูงถึง 99 ล้านลิตรต่อวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54053</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรณรงค์, ทำเนียบรัฐบาล, นิพนธ์ บุญญามณี, ประหยัดน้ำสู้ภัยแล้ง, ปลุกประชาชนลดการใช้น้ำ, รณรงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e1494a16fd75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนรวมพลังรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ คึกคัก  ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / เครือข่ายสลัม 4 ภาคและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจัดงานรณรงค์ &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562&amp;rsquo; มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน&amp;nbsp; ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ขณะที่สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; ชูประเด็น &amp;lsquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยจะมีพิธีเปิดงานวันที่ 10 ตุลาคมนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์ชุมชนฯ&amp;nbsp; มีรองนายกฯ จุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์ เป็นประธาน พร้อมผู้แทนชุมชนและนานาชาติ 350 คนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์&amp;nbsp; ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp; และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน&amp;nbsp; โดย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินประมาณ 2,000 คน&amp;nbsp; ตั้งขบวนจากหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางมายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยจุดแรกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;น.ส.สมบุญ คงคา &amp;nbsp;ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค &amp;nbsp;ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้แก่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. &amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น &amp;nbsp;มีผู้ไร้ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จึงต้องการให้กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และต้องการให้รัฐบาลทำตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเรียกร้องที่ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค เรียกร้องต่อกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; 1.ต้องการให้กรุงเทพมหานครออกแบบบ้านคนจนที่ใช้ปลูกสร้างในโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;ในราคาหลังละไม่เกิน 150,000 บาท &amp;nbsp;เพื่อให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง &amp;nbsp;และจัดให้มีการลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลังที่อยู่ในโครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวหลังจากรับหนังสือข้อเรียกร้องว่า&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครพร้อมให้การดูแลและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนทุกด้านทุกกลุ่ม &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นมาตนจะนำไปศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด &amp;nbsp;และจะนัดหารือกับผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้แทนองค์การสหประชาติ&amp;nbsp; สำนักงานประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มผู้ชุมชนได้เคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp; และรัฐบาลไทยบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับหนังสือ&amp;nbsp; พร้อมด้วยนางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ข้อเรียกร้องของเครือข่ายสลัม 4 ภาคมีประเด็นสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; 1.ชุมชนที่อยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบทางรถไฟ&amp;nbsp; จำนวน 260 ชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ให้ รฟท.จัดหาที่ดินรองรับโดยให้ชุมชนเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; ให้ยุติการดำเนินคดีกับชุมชน&amp;nbsp; และให้ รฟท.จัดหางบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ที่ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลรวม 9 ประเด็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสิทธิและเสรีภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.และคำสั่งคณะปฏิวัติทุกฉบับที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชน&amp;nbsp; ด้านการกระจายอำนาจ&amp;nbsp; ให้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายเทวัญ&amp;nbsp; ลิปตพัลลภ&amp;nbsp; รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นโยบายที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม &amp;nbsp;กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามข้อเสนอของภาคประชาชน เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, มาตรการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินที่เหมาะสมกับการทำเกษตรถูกใช้ไปดำเนินการผิดประเภท &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิทธิในการจัดการดูแลทรัพยากรที่ดินโดยชุมชน &amp;nbsp;ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการจัดการทรัพยากรที่ดิน &amp;nbsp;ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินเพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนยึดครองประเทศ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมือง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องมีนโยบายในการนำที่ดินรัฐประเภทต่างๆ มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย รองรับคนจนเมืองในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วมกันของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐต้องมีนโยบายอุดหนุนช่วยเหลือด้านงบประมาณในการจัดที่อยู่อาศัย และพัฒนาสาธารณูปโภคกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นโยบายด้านรัฐสวัสดิการ ด้านที่อยู่อาศัยและที่ดิน&amp;nbsp; การเข้าถึงระบบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 2 ต่อปี&amp;nbsp; เว้นแต่หากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เช่น กลุ่มเฉพาะแบบชุมชนแออัด หรือคนไร้บ้าน &amp;nbsp;ให้มีแนวทางการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเฉพาะนั้นๆ&amp;nbsp; จัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลละไม่น้อยกว่า 1,000 ห้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการเคลื่อนไหวและรณรงค์ในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; เครือข่าย &amp;lsquo;สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;rsquo; (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกตลอดเดือนตุลาคมนี้ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยจะมีการจัดเวทีให้ความรู้&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจ&amp;nbsp; เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวมทั้งยื่นข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอร่ามศรี&amp;nbsp; จันทร์สุขศรี&amp;nbsp; ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะจัดกิจกรรมรณรงค์ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นำเสนอรูปธรรมความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยต่อระดับนโยบายและสาธารณะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รณรงค์สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;ทั้งในเมืองและชนบท &amp;nbsp;ให้สังคมได้ตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผลักดันนโยบายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สนับสนุนแนวคิด Collective Housing &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 5. ยกระดับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;ระหว่างผู้นำขบวนองค์กรชุมชนไทยกับผู้นำต่างประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานและฝ่ายนโยบาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.พูดคุยกับผู้ชุมนุมวันที่อยู่อาศัยโลกข้างทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการจัดงานทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาคตลอดเดือนตุลาคมนี้ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคอีสานที่ จ.กาฬสินธุ์และขอนแก่น &amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะมีการนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนที่ดิน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยกรชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีการเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง : บ้านโดยชุมชน &amp;nbsp;ทุกคนร่วมกันสร้าง (Collective Housing)&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;ตุลาคมนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างเวลา &amp;nbsp;8.00-16.30 น.&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีนายจุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ&amp;nbsp; เป็นประธานในการเปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีการสัมมนา Collective Housing ของผู้นำชุมชนในประเทศไทยกับผู้นำจากยุโรป &amp;nbsp;อเมริกา ลาตินอเมริกา แอฟริกา&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเอเชีย &amp;nbsp;13 ประเทศ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; เมี้ยนม่าร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ &amp;nbsp;อินเดีย &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมประมาณ 350 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47511</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรณรงค์, นายสมชาติ ภาระสุวรรณ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เทวัญ  ลิปตพัลลภ, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ae9b1a8ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเด้ง 3ผู้การฯเซ่น สงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61 สถิติสูงกว่าปี 60 หลังเกิดอุบัติเหตุรวม 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ศพ บาดเจ็บ 3,897 คน &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถขี้เมาก็เพิ่ม 100% &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เต้น! เตรียมเชือด &amp;quot;3 ผู้การจังหวัด&amp;quot; หย่อนยานไม่สนองคำสั่งดูแล ปชช. พร้อมรับลูก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คุมเข้ม กม.จราจรต่อเนื่องทั้งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2561 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ในการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; ช่วง 7 วันอันตราย ว่าเกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ราย บาดเจ็บ 3,897 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธีกล่าวว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 133 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 20 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 142 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.28 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85 รถปิกอัพ 7.17 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.66, &amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.57, บนถนนกรมทางหลวงร้อยละ 37.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับอุบัติเหตุทางถนนเฉพาะวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.69 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.73 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.35 รถปิกอัพ 8.05 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.45, &amp;nbsp;บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.35, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 29.32&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนพบสาเหตุหลักยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.85 ซึ่ง ศปถ.ได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนและต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรูปแบบการประสานพลังประชารัฐวางกลไกการบริหารจัดการอุบัติเหตุครอบคลุมทุกปัจจัยเสี่ยง ทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 (11-17 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,808 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สรุปมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ตลอดช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2561 ว่า ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการ 490,512 ครั้ง แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 280,631 ครั้ง, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 209,881 ครั้ง ซึ่งลดลงจากสถิติผู้กระทำผิดในปี 2560 ประมาณร้อยละ 38&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​&amp;quot;สำหรับการยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับในปี 2561 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 16,288 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 11,768 คัน และรถยนต์ 4,520 คัน ซึ่งสถิติการยึดรถเพิ่มขึ้นคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จากมาตรการดื่มไม่ขับห้วงสงกรานต์ 2560 ยึดรถรวม 8,128 คัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปีนี้ มีทั้งหมด 310,299 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 196,613 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 113,686 คน ซึ่งเป็นสถิติที่ลดลงจากปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 35
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงยอดอุบัติเหตุทางถนนช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน โดยให้ทุกส่วนของภาครัฐและเอกชน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันหามาตรการ เอาบทสรุปของแต่ละปีมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งมาตรการต่างๆ เราสามารถควบคุมได้ แต่วินัยผู้ขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ปฏิบัติแบบนี้ตลอดไปด้วยซ้ำ และให้ไปประชุมแต่ละภาค ให้สรุปแต่ละภาคจะมีมาตรการอย่างไรต่อ และให้ออกคำสั่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ไม่เฉพาะเทศกาลต่างๆ เพราะยอดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ถนนรอง และถนนชนบท ดังนั้นแต่ละภาคต้องร่วมประชุมหารือร่วมกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนตำรวจในวันที่ 19 เม.ย. ตนจะมีคำสั่งให้ตำรวจระดับผู้บังคับการ 3 จังหวัด มาช่วยราชการ แต่จะตั้งกรรมการสอบหรือไม่ จะพิจารณาอีกที เพราะได้สั่งกำชับการปฏิบัติงานไปแล้วกลับไม่สนองตอบหรือหย่อนยานปล่อยปละละเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชีวิตประชาชนสำคัญ เป็นผู้การจังหวัด เป็นหัวหน้าหน่วย การดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่สำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ทำงานอยู่ในพื้นที่ แต่มีส่วนน้อยเท่านั้นเอง&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาปรับปรุงและแก้ไข เพื่อเพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลอื่นต่อไป โดยเฉพาะในส่วนของการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองที่มีการสูญเสีย และเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีแนวคิดจะเพิ่มด่าน จุดสกัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเพิ่มมาตรการลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ว่า ห้วงวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 8,348 หลัง คืนแล้ว 6,598 หลัง คงเหลือ 1,750 หลัง &amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 2,421 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 40.8 อยู่ระหว่างการคืนบ้านให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย ไปจนกว่าจะคืนบ้านหลังสุดท้ายให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบตามโครงการว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติกับบ้านที่เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7392</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61, การรณรงค์, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, นายสุธี มากบุญ, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด, เตรียมเชือด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75c943150a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
