<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ปมดราม่า ขนาดความกว้างล้อรถไฟบริจาคของญี่ปุ่นไม่ใช่ปัญหา ปรับได้ 3 คันต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - หลังเกิดปมดรามามีสื่อบางสำนักโจมตีว่า รถดีเซลราง จำนวน17 คัน &amp;nbsp;ที่ บริษัท JR Hokkaido ญี่ปุ่นบริจาคให้ไทยนั้น ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ เพราะมีขนาดความกว้างของล้อไม่เท่ากันนั้น ล่าสุดเพจ &amp;nbsp;ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันรถดีเซลรางญี่ปุ่นมอบให้มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ดีและคุ้มค่า โรงงานมักกะสันพร้อมปรับความกว้างล้อเป็น 1 เมตร พร้อมเป็นขบวนท่องเที่ยวและเฟิร์สคลาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ บริษัท JR Hokkaido ได้มอบรถดีเซลราง จำนวน17 คัน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดย รฟท.รับผิดชอบเพียงแค่ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายเท่านั้น โดยมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อหลายแขนง ในเรื่องความคุ้มค่าเพราะเห็นว่ารถไฟจากญี่ปุ่นได้ใช้งานมาแล้ว 30 - 40 ปี อีกทั้งมีขนาดความกว้างของล้อ 1.06 เมตร ขณะที่ รางรถไฟไทยมีขนาดกว้าง 1 เมตร ทำให้ รฟท. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดความกว้างของราง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันในแต่ละประเทศหรือแต่ละภูมิภาค ใช้ขนาดความกว้างของรางรถไฟแตกต่างกันออกไป เช่น ยุโรป และ จีนใช้ความกว้างของราง ขนาด 1.435 เมตร หรือเรียกว่า Standard Gauge ประเทศในแถบเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน บังคลาเทศ อินเดีย ใช้ความกว้างของรางขนาด 1.60 เมตร ซึ่งการกำหนดความกว้างของรางนั้น เป็นเรื่องของการใช้พื้นที่และการเชื่อมโยงกันในภูมิภาคเป็นปัจจัยสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ส่วนมากใช้ความกว้างของรางขนาด 1.00 - 1.067 เมตร โดย รฟท. มีขนาดความกว้างของราง 1.00 เมตร ส่วนรถไฟญี่ปุ่นมีขนาดกว้าง 1.067 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นรางมาตรฐานเดียวกันคือ Narrow Gauge โดยความกว้างของรางขนาด 1.00 เมตร ของ รฟท. นั้น สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟของประเทศมาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดความกว้างของล้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีรถดีเซลราง จำนวน 17 คัน ของ JR Hokkaido ที่มอบมาให้นั้น รฟท. แค่นำมาปรับฐานล้อด้วยเครื่องอัดไฮดรอลิคที่โรงงานมักกะสันก็สามารถนำออกมาให้บริการได้ทันที ซึ่งการปรับปรุงสภาพรถและปรับขนาดความกว้างของฐานล้อเป็นเรื่องที่ศูนย์แผนงานและการผลิต โรงงานมักกะสัน ฝ่ายการช่างกล ดำเนินการเป็นปกติทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลอยู่แล้ว โดยเฉพาะการปรับปรุงความกว้างของฐานเพลาล้อจาก 1.067 เมตร ให้เป็น 1.00 เมตร สามารถปรับได้มากถึง 2-3 คันต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการดันล้อที่มีพิกัดความกว้าง 1.067 เมตร ไปใช้ในความกว้าง 1.00 เมตร ถือว่าเป็นขั้นตอน หนึ่งในการซ่อมบำรุงล้อและเพลาตามปกติของ รฟท. แม้แต่รถโดยสารที่วิ่งให้บริการอยู่ในปัจจุบันก็ต้องมีการนำรถโดยสารเข้ามาตรวจสอบสภาพ ปรับฐานล้อให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยในการให้บริการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาในอดีต รฟท. เคยได้รับรถดีเซลรางและรถโดยสารปรับอากาศมาจาก JR West ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2540 จำนวน 26 คัน ปี 2542 จำนวน 28 คัน ปี 2547 จำนวน 40 คัน ปี 2553 จำนวน 32 คัน และรถโดยสารจากควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2538 จำนวน 21 คัน ซึ่ง รฟท. ได้นำรถที่ได้รับมอบเหล่านี้มาปรับความกว้างฐานเพลาล้อจาก 1.067 เมตร เป็น 1.00 เมตร ซึ่งหลังจากปรับปรุงแล้วสามารถนำมาให้บริการได้จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นระยะเวลากว่า 25 ปีแล้ว แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ตาม ได้มีการนำรถโดยสารที่ปลดระวางแล้วมาดัดแปลง ปรับปรุงให้เหมาะสมกับการให้บริการในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมภาพลักษณ์ สนับสนุนด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่ง รฟท. ได้นำรถโดยสารปรับอากาศ JR West ที่ได้รับ มาปรับปรุงดัดแปลงเป็นรถจัดเฉพาะเพื่อใช้ในกิจการรถไฟ อาทิเช่น ตู้ SRT Prestige และ SRT VIP Train (ขบวนรถหรูสีน้ำเงินเข้มคาดทอง รถไฟชั้นเฟิร์สคลาส) และเคยเป็นขบวนรถไฟที่ให้บริการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เดินทาง และใช้ประชุม ครม.สัญจรหลายครั้ง นอกจากนี้ ยังให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในรูปแบบของขบวนรถท่องเที่ยว เช่น รถ OTOP Train อีกด้วย ถือเป็นขบวนรถไฟที่มีผู้โดยสารจองเช่าใช้บริการมากที่สุด เพราะมีความสวยงาม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันโดยในปีงบประมาณ 2562 รฟท. มีรายได้จากการให้เช่ารถไฟเฟิร์สคลาส และขบวนรถพิเศษรวมกว่า 10 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2563 เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้ลดลงเหลือประมาณ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำรถ JR West บางส่วนมาปรับปรุงดัดแปลงเป็นรถแค้มป์คาร์ของฝ่ายการช่างโยธา รถ Power car รถสำหรับผู้พิการ Wheel chair ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชนอีกด้วย และหากเปรียบเทียบกับการจัดซื้อใหม่แล้ว จะเห็นว่า รฟท. ประหยัดงบประมาณได้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถโดยสารควีนแลนด์ ปัจจุบัน รฟท. ยังใช้ให้บริการในขบวนรถชานเมืองเป็นประจำทุกวัน โดยสังเกตุได้จากขบวนรถที่ทำจาก Stainless คาดสีเขียว ซึ่งล้วนเป็นรถไฟที่ รฟท. ได้รับมาและดำเนินการซ่อมบำรุง และปรับปรุงความกว้างของฐานล้อทั้งสิ้น ซึ่งยังสามารถใช้การได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถโดยสารปรับอากาศ 10 คันที่ JR Hokkaido มอบมาก่อนหน้านี้ รฟท. มีแผนจะดัดแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นขบวนรถท่องเที่ยว ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการผ่านขั้นตอนการปรับปรุงความกว้างของฐานล้อ จาก 1.067 เมตรเป็น 1.00 เมตร เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันจอดอยู่ที่ ศรีราชา และ รฟท. อยู่ระหว่างประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อทำการดัดแปลงเป็นขบวนรถท่องเที่ยว ตามที่มีการร่วมมือกับ ทาง TCDC และมีการวางแผน ทางการตลาดไปก่อนหน้านั้น ส่วนขบวนรถ ดีเซลราง Kiha183 จำนวน 17 คันล่าสุดนั้น หลังจากรับเข้ามาแล้ว จะต้องทำการปรับปรุงให้เหมาะสมและเป็นปตามแผนงานตามมาตรฐาน ของ รฟท. โดยคาดว่าจะสามารถทยอย นำออกให้บริการได้ ภายในต้นปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะไหล่ซ่อมบำรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการนำเข้าอะไหล่ซ่อมบำรุงนั้น เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม รถไฟ รวมถึงรถจักร และรถโดยสาร ดังนั้น การซ่อมบำรุงรถจักรล้อเลื่อน ส่วนใหญ่ ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น และยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ รถไฟฟ้า ทั้ง BTS และ BEM ก็ล้วนใช้อะไหล่นำเข้าทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถดีเซลรางที่ทางบริษัท JR Hokkaido ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเดินรถของประเทศญี่ปุ่น ได้มอบให้ การรถไฟฯ ถือเป็นความร่วมมือและการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างการรถไฟฯ และบริษัทในเครือ JR ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยการรถไฟฯ มีหนังสือตอบรับมอบรถดีเซลราง ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2560 แต่ติดปัญหาเรื่องการขนย้ายจึงทำให้ล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน และเพื่อการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับบริษัท JR Hokkaido จึงได้ว่าจ้างบริษัททำการขนย้ายรถไฟทั้ง 17 คัน ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพตู้รถโดยสารในเบื้องต้น ขบวนรถดีเซลรางอยู่ในสภาพดีได้รับการดูแลบำรุงรักษาจากทางญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่การรถไฟฯ ได้รับมอบตู้โดยสารแล้วจะมีการเข้าไปตรวจสอบด้านความปลอดภัย และนำมาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะนำตู้โดยสารดังกล่าวมาปรับปรุงเพื่อใช้ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาลต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117347</URL_LINK>
                <HASHTAG>JR Hokkaido, การรถไฟ, ขนาดความกว้างของราง, รถดีเซลราง จำนวน17 คัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614919fdd45f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัฒนาต่อเนื่อง  รฟท.พร้อมให้บริการตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(รฟท.) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมเปิดให้บริการซื้อตั๋วโดยสารผ่านตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ (Automatic Ticket Vending Machine : TVM) สำหรับขบวนรถชานเมืองและรถธรรมดา ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. นี้ &amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการสัมผัสเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถชำระเงินได้ด้วยเงินสด ทั้งธนบัตร และเหรียญ ในระยะแรกเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ &amp;nbsp;(TVM) &amp;nbsp;ในเส้นทางกรุงเทพฯ, ลพบุรี,แก่งคอย ,นครปฐม ,สุพรรณบุรี และอรัญประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ทั้งหมด 10 เครื่อง ใน 9 สถานี ซึ่งมีผู้ใช้บริการหนาแน่น ประกอบด้วย สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) 2 เครื่อง &amp;nbsp;สถานีสามเสน บางซื่อ ดอนเมือง รังสิต ฉะเชิงเทรา มหาชัย วงเวียนใหญ่ ตลาดพลู สถานีละ 1 เครื่อง &amp;nbsp;อนาคตการรถไฟฯ มีแผนติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติเพิ่มเติมตามสถานีต่างๆ และสถานีกลางบางซื่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อตั๋วโดยสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรถไฟผ่านตู้จำหน่ายอัตโนมัติ อันดับแรกให้เลือกรายการ &amp;quot;ซื้อตั๋ว&amp;quot; และกดเลือกสถานีปลายทางที่ต้องการ &amp;ndash; จากนั้น ให้กด &amp;quot;ถัดไป&amp;quot; เพื่อเลือกขบวนโดยสาร แล้วให้กดเลือกจำนวนผู้โดยสาร และประเภทชั้นรถโดยสารที่ต้องการ เมื่อเลือกเสร็จให้นำบัตรประชาชนเข้าไปในช่องเสียบบัตรประชาชนที่เครื่องอ่านบัตร และกด อ่านบัตรประชาชน ข้อมูลผู้โดยสารจะแสดงขึ้นมายังหน้าจอทั้งเลขบัตรประชาชน เพศ ชื่อ และนามสกุล เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้กด &amp;quot;ชำระค่าโดยสาร&amp;quot; โดยชำระได้ทั้งเหรียญและธนบัตร &amp;nbsp;สุดท้ายให้รอรับตั๋วโดยสารที่ช่อง &amp;quot;รับบัตรโดยสาร&amp;quot; &amp;nbsp;รวมถึงเงินทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. แจ้งว่า ในอนาคต รฟท. มีแผนจะเพิ่มจำนวนเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ และขยายพื้นที่ติดตั้งไปยังสถานีรถไฟต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกสถานีทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 444 สถานี &amp;nbsp;การใช้งานเครื่องในช่วงแรกจะมีพนักงานคอยแนะนำซึ่งมีวิธีการไม่ยุ่งยาก เหมือนกับการซื้อตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถใช้ได้ทั้งเหรียญ และธนบุตร มีระบบการทอนเงินอัตโนมัติ แต่ของ รฟท. จะมีระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ตัวบุคคล เนื่องจากเดินทางไกล &amp;nbsp;จึงต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนเสียบที่ตู้เพื่อซื้อตั๋วโดยสาร 1 คนต่อ 1 ใบด้วย จากนั้นกดเลือกเส้นทางที่จะเดินทาง และเลือกวิธีการชำระเงิน โดยสามารถชำระได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต แต่ไม่รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. แจ้งด้วยว่า เมื่อชำระเงินแล้วเสร็จ ตั๋วโดยสารจะออกมาทันทีในรูปแบบของตั๋วโดยสารรูปแบบใหม่ ระบบ D-Ticketซึ่งมีขนาดเล็กกว่าตั๋วโดยสารรูปแบบเดิมที่เป็นกระดาษสี่เหลี่ยมแนวนอนยาวๆ ซึ่งในตั๋วรูปแบบใหม่นี้นอกจากจะมีชื่อ-สกุลของผู้เดินทาง &amp;nbsp;รวมถึงประเภท/เลขที่ขบวนรถ ประเภทชั้นที่นั่ง ที่นั่ง ราคาตั๋ว วันเดือนปีที่เดินทาง เวลาขบวนรถออกต้นทาง-ถึงปลายทาง และรหัสตั๋วแล้ว ยังมีคิวอาร์โค้ด สำหรับให้เจ้าหน้าที่สแกนตรวจสอบ เพื่อยืนยันที่นั่งบนขบวนรถ และรายละเอียดข้อมูลตั๋วโดยสารทั้งหมดได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107233</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟ, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, บริการซื้อตั๋วโดยสารผ่านตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ, รตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1a45dd805e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระลอกสามกระทบยอดคืนตั๋วรถไฟทะลุ1หมื่นที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.64-นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
บรรยากาศที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) วันนี้(11 เม.ย.)ยังคงมีผู้โดยสารทยอยเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่วนใหญ่เป็นขบวนรถระยะใกล้ เช่น ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี บ้านภาชี ตะพานหิน ซึ่งมีสภาพการโดยสารไม่หนาแน่น จึงคาดว่าตลอดทั้งวันจะมีผู้โดยสารเดินทางโดยรถไฟทั้งขาเข้าและขาออกทั่วประเทศประมาณ 45,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางวันที่ 10 เม.ย.จำนวนทั้งสิ้น 46,836 คน เป็นการโดยสารขบวนรถปกติ 44,340 คน ขบวนรถเสริม 2,496 คน และแบ่งเป็นผู้โดยสารขาออก 27,705 คน ผู้โดยสารขาเข้า 19,131 คน สำหรับเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด คือ สายใต้ 17,910 คน รองลงมาสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14,489 คน สายเหนือ 9,418 คน สายตะวันออก 3,816 คน และสายแม่กลอง 1,203 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด&amp;ndash;19ที่มีการขยายตัวไปหลายพื้นที่ ทำให้ยังมีผู้โดยสารทยอยขอคืนตั๋วโดยสารเพื่อยกเลิกการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมียอดการคืนตั๋วเพิ่มขึ้นอีก 1,604 ที่นั่ง ยอดรวมการคืนตั๋วโดยสารสะสม 10,457 ที่นั่ง คิดเป็น 6.2% ของภาพรวมการเดินทางขบวนรถที่มีการสำรองที่นั่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9 - 18 เม.ย.2564&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99185</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟ, คืนตั๋ว, สงกรานต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072d9398831a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งเปิดเดินรถสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย และบ้านแหลม-แม่กลอง เต็มรูปแบบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมเปิดให้บริการเดินรถเต็มรูปแบบในเส้นทางสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย จำนวน 34 ขบวน และบ้านแหลม-แม่กลอง 8 ขบวน รวม 42 ขบวน หลังจากหยุดให้บริการไปชั่วคราวตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด&amp;ndash;19) โดยจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวก และรองรับการเดินทางของประชาชนที่คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นหลังมีการผ่อนคลายมาตรการเฝ้าระวังฯ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการให้บริการแก่ประชาชนผู้โดยสาร การรถไฟฯ ได้จัดการทำความสะอาดครั้งใหญ่หรือบิ๊กคลีนนิ่ง สถานีรถไฟ และจุดพักรถทุกแห่งที่อยู่ในสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย และบ้านแหลม-แม่กลอง รวมถึงทำความสะอาดภายในขบวนรถโดยสารทุกคันทุกขบวน ควบคู่กับการใช้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางรางอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ด้วยการกำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากาก การรักษาระยะห่าง Social Distancing&amp;nbsp; พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ แต่หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้สามารถกรอกข้อมูลการเดินทางแทน

สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางโดยรถไฟ สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97247</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟ, บ้านแหลม, สายวงเวียนใหญ่-มหาชัย, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c25ed94b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ปรับแผนรับมือปิดบริการสถานีหัวลำโพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค. 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะไม่ให้มีการเดินรถเข้าไปยังสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) หลังจากเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อภายใน พ.ย. 2564 ว่า การรถไฟฯ อยู่ระหว่างการนำผลการศึกษาในเรื่องในเรื่องการบริหารจัดการสถานีรถไฟหัวลำโพงเมื่อปี 2555-2556 มาพิจารณาถึงความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพในปัจจุบัน โดยที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯ ได้เสนอให้ฝ่ายบริหาร นำผลการศึกษาเดิม มาพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงจะพัฒนาหรือปรับสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นในรูปแบบใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โจทย์ของ รมว.คมนาคม ที่ให้เพิ่มเติม คือ ถ้าปิดหัวลำโพงแล้ว จะไม่มีการนำรถเข้ามาในหัวลำโพงเลย ต้องไปดูว่าที่ดินและสถานีต่างๆ เช่น บริเวณชุมชนสามเหลี่ยมจิตรลดา, สามเสน จะสามารถนำไปทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งหากปิดหัวลำโพง คือ ผู้โดยสารอาจจะลงที่บางซื่อ แต่ตราบใดที่เรายังไม่มีศูนย์ซ่อมบำรุง ยังไม่มีที่เติมน้ำมัน รถอาจจะเข้ามาซ่อมบำรุงหรือล้างทำความสะอาดที่หัวลำโพง แต่ยืนยันว่า จะไม่กระทบกับนโยบายดังกล่าว โดยจะให้ปรับตารางเวลาเดินรถที่จำเป็นวิ่งเข้าหัวลำโพงช่วงระหว่าง 22.00-04.00 น. เท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจราจรในกรุงเทพฯ&amp;rdquo; นายนิรุฒ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของรถไฟสายตะวันออกที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนไว้ 2-3 ทางเลือก ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ตัวเลขผู้โดยสารที่ใช้บริการจากสถานีมักกะสัน เข้ามายังสถานีหัวลำโพง จะมีประมาณ 2,000-3,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าว จะต้องบูรณาการกับระบบโลจิสติกส์ของกระทรวงคมนาคม เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อเข้ามารับ-ส่งในจุดนี้ โดยหยิบยกจากกรณีการย้ายท่าอากาศยานดอนเมืองไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจจะต้องมีผลกระทบบ้าง ในส่วนของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชนบางกลุ่มนั้น ต้องบูรณาการร่วมกันให้ชัดเจนว่า หลังจากนั้นจะดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ม.ค. 2564) ได้เดินทางไปหารือแนวทางการบริหารจัดการการเดินขบวนรถช่วงเปลี่ยนผ่านจากสถานีหัวลำโพงไปสถานีกลางบางซื่อ ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมประชุมหารือ ทั้งนี้ ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีนโยบายว่า เมื่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ใน พ.ย.2564 จะปิดให้บริการสถานีหัวลำโพง ซึ่งจะทำให้ไม่มีรถไฟวิ่งเข้าเมืองสามารถแก้ปัญหาจราจรภายในเมืองได้ตามเป้าหมาย แต่หากจะต้องมีขบวนรถไฟทางไกลวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงเพื่อทำการเติมน้ำมัน จะต้องวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว สร.รฟท. ไม่เห็นด้วยกับการปิดสถานีรถไฟหัวลำโพงโดยไม่ให้ขบวนรถไฟเข้าเลย แต่อาจจะลดจำนวนของขบวนรถให้เข้าน้อยลงจากเดิมได้ตามความเหมาะสมโดยไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน จึงขอให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทบทวนนโยบายการปิดสถานีหัวลำโพง เพื่อประโยชน์สูงสุดประเทศชาติและประชาชนที่ใช้บริการ และรักษาภาพลักษณ์การรถไฟฯต่อไป พร้อมกันนี้ สร.รฟท. จึงได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ทบทวนนโยบายการปิดสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เนื่องจากนโยบายดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งในส่วนของประชาชนทั่วไปและประชาชนที่ใช้บริการในการเดินทางโดยรถไฟ รวมทั้งในส่วนของพนักงานการรถไฟฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า หากดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนผู้ใช้บริการและประชาชนทั่วไป รวมถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ที่ควรค่ายิ่งแก่การอนุรักษ์ หากมีนโยบายในการปิดสถานีรถไฟกรุงเทพ จะทำให้การรถไฟฯสูญเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟ ที่จะใช้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือใช้ในการเดินขบวนรถพิเศษเนื่องในโอกาสต่างๆ และเป็น Landmark สำคัญของประเทศและการรถไฟฯ ในการเดินทางของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานีรถไฟหัวลำโพง ยังเป็นจุดเริ่มต้น และปลายทางของขบวนรถชานเมืองในเส้นทางต่างๆ ซึ่งประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาจำนวนมากใช้บริการ เพื่อเป็นการเดินทางเข้ามาทำงาน และเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงยังเป็นสถานีเชื่อมต่อการเดินทางรถไฟในเส้นทางสายตะวันออก หากมีการยกเลิกไม่ให้ขบวนรถชานเมืองเข้า-ออก และยกเลิกสถานีรถไฟหัวลำโพง จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะที่มีรองรับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อต้นทาง-ปลายทางสำหรับขบวนรถที่ผู้โดยสารใช้บริการเดินทางในเส้นทางสายตะวันออกจะได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ในส่วนของไรฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสุขภาพของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกวันนั้น เกิดจากการจราจรที่หนาแน่นของยานพาหนะที่วิ่งสัญจรบนท้องถนน ในหลายประเทศได้ใช้การขนส่งระบบรางในการแก้ไขปัญหาและห้ามรถยนต์ที่ใช้พลังฟอสซิลเข้าไปยังในเขตเมือง เพื่อลดมลภาวะแม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ แต่การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวของนายศักดิ์สยาม จะขัดแย้งกับนโยบายหลักของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาการจราจรที่แออัดนั้น ควรแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่มองแค่เพียงว่ารถไฟ คือ ปัญหาหลักของการจราจรในเขต กทม. เพราะในเกือบทุกเส้นทางที่ไม่มีเส้นทางรถไฟตัดผ่านถนนการจราจรก็ยังหนาแน่นติดขัดทุกวัน จริงอยู่ในปัจจุบันหัวรถจักรและรถดีเซลรางยังใช้พลังงานฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนแต่ก็เป็นเพียงจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับยวดยานพาหนะจำนวนมหาศาลที่วิ่งบนท้องถนน ซึ่งการรถไฟเองก็พยายามในการแก้ไขปัญหาอยู่เช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายสาวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า การรถไฟฯ มีหน่วยซ่อมเพื่อรองรับการซ่อมบำรุงรถจักร รถพ่วง ที่เข้ามาที่สถานีรถไฟหัวลำโพง หากไม่มีขบวนรถวิ่งเข้สสถานีรถไฟหัวลำโพงนั้น จะทำให้เกิดปัญหามีผลกระทบต่อแผนงานการซ่อมบำรุงรถจักร รถพ่วง หรืออาจจำเป็นต้องมีการย้ายหน่วยซ่อมบำรุงออกไปอยู่นอกเขต กทม.ซึ่งการรถไฟฯ ยังไม่มีแผนงานรองรับในเรื่องดังกล่าว รวมถึงกระทบต่อสภาพการทำงานของพนักงาน ซึ่งในการย้ายสถานที่ทำงานหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานของพนักงาน ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง โดยตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 ในการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต้องตกลงกับสหภาพแรงงานก่อน ที่ผ่านมายังไม่มีการหารือ หรือตกลงกับสหภาพแรงงานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91407</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟ, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ปิดสถานีหัวลำโพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e0880323c7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
