<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก่อนเที่ยง!ลุ้นคดีรฟม.ละเลย’คนพิการ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ย.2564 &amp;ndash; ในเวลา 11.20 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 2338/2561 &amp;nbsp;ระหว่าง สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย (ผู้ฟ้องคดี) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ฟ้องว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายและกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีไม่จัดทำ
ลิฟต์ขนส่งสำหรับคนพิการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในสถานีขนส่งรถไฟฟ้าและบนรถไฟฟ้าในโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีและคนพิการทุกประเภทไม่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, รฟม., ศาลปกครองกลาง, สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการรฟม.ซวยแล้ว‘พี่ศรี’ยื่นสอบประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้-ส้มตะวันตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าการ รฟม.) และวินิจฉัยกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้ อันมีเงื่อนไขที่แตกต่างจากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทั้งๆ ที่ทั้งสองสายนี้มีเส้นทางลอดใต้เกาะรัตนโกสินทร์และใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นนการกำหนดเงื่อนไขและใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้มีลักษณะกีดกันผู้ประมูลจากต่างชาติ แม้จะกำหนดว่าเป็นการเปิดประมูลนานาชาติ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้เข้าประมูลจะต้องมีผลงานก่อสร้างอุโมงค์หรือรถไฟฟ้าบนดินหรือลอยฟ้ากับรัฐบาลไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ผลงานในต่างประเทศห้ามนำมาใช้ ซึ่งเงื่อนไขเยี่ยงนี้ ท้ายที่สุดก็คงเหลือผู้รับเหมาไทยขนาดใหญ่เพียง 4-5 รายเท่านั้นที่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ และคงได้งานครบกันทุกราย เนื่องจาก รฟม.แบ่งงานประมูลงานโยธาออกเป็น 6 สัญญาไว้ให้แล้ว แบบนี้จะเรียกว่าล็อกสเป็กหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ที่สำคัญเงื่อนไขในทีโออาร์ที่ผ่านมาในโครงการของรัฐขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง จะมีการกำหนดการพิจารณาคัดเลือกโดยการเปิดซองด้านเทคนิคก่อน แล้วจึงมาเปิดซองด้านราคา ดังกรณีตัวอย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่โครงการนี้กลับใช้วิธีการเปิดซองเทคนิคและซองราคาไปพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถใช้ดุลยพินิจลำเอียงให้ผู้ประมูลรายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะได้ จึงอาจมีลักษณะอย่างไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวของ รฟม. อาจขัดต่อ พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 มาตรา 8(2) ที่บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ข้อ 45 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;ต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกำหนดทีโออาร์ที่อาจมีลักษณะย้อนแย้งตามความพิใจของผู้มีอำนาจแต่ละยุค แต่ละสมัยเยี่ยงนี้ อาจกลายเป็นปัญหาและนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันมากมายไม่จบสิ้น ดังกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ที่มีการฟ้องร้องกันในศาลปกครองและศาลทุจริตฯในขณะนี้ กรณีดังกล่าว จึงเป็นข้อพิรุธที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ ที่ก่อสร้างไปด้วยดีและได้เปิดใช้งานแล้ว แต่เมื่อ&amp;nbsp;รฟม.มาเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ กลับเปลี่ยนการใช้เกณฑ์ประมูลที่แตกต่างจากเดิม จนนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ รฟม.ได้เปิดการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งต้องก่อสร้างอุโมงค์ใต้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่ทว่า รฟม.ยังคงมีการกำหนดเงื่อนไขหรือเกณฑ์ของการประมูลใหม่ที่แตกต่างจากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เคยประสบผลสำเร็จในการก่อสร้างไปด้วยดีและเปิดใช้งาน จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอื่นใดมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลที่เคยสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีการจับเป็นข้อพิรุธได้หลายประการ ที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ สมาคมฯ จึงนำความ พร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกำหนดเงื่อนไขทีโออาร์ของการประมูลรถไฟฟ้าดังกล่าวว่า เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือล็อกสเป็กให้เอกชนรายใดๆ เป็นการเฉพาะ และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เอาโทษขั้นสูงสุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113707</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, นายศรีสุวรรณ จรรยา, รถไฟฟ้า, รฟม., สายสีม่วงใต้, สายสีส้มตะวันตก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8e504e1cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวพิษณุโลกเตรียมเฮ!รถไฟฟ้ามาหาแล้วจ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดพิษณุโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า &amp;ldquo;พระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (5) ของมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า พ.ศ.2562 &amp;ldquo;(5) จังหวัดพิษณุโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 บัญญัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา สมควรกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดาเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดพิษณุโลกได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69536</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, พิษณุโลก, ราชกิจจานุเบกษา, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เรียกผู้รับเหมาถกความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ส.ค.62-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Safety Board) พร้อมด้วย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา และ บริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน &amp;nbsp;งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบของ รฟม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่าได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นเป็นกรณีเร่งด่วน อันสืบเนื่องมาจากข้อสั่งการของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หน่วยงานในสังกัดซักซ้อมการปฏิบัติเกี่ยวกับการติดตามข่าวสารและการรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุบัติเหตุที่เกิดความเสียหายมาก ณ สำนักงานสนามโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถนนพระรามเก้า เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม. กล่าวว่า ในปัจจุบัน รฟม. เป็นผู้กำกับโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย &amp;ndash; มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว &amp;ndash; สำโรง รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต &amp;ndash; สะพานใหม่ &amp;ndash; คูคต ที่อยู่ในขั้นตอนการเก็บงาน อีก 1 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้ เป็นงานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ มีแนวสายทางผ่านถนนสายหลักหลายสาย และ มีการเปิดหน้างานพร้อมกันหลายจุด กระทบต่อการใช้งานพื้นผิวจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนน จึงมีความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ดี รฟม. ได้พิจารณาข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 โครงการ ย้อนหลังในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 &amp;ndash; ปัจจุบัน) พบว่า อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ ส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินเท่านั้น (Property Damage Only) ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุ ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทานได้รายงานสภาพอุบัติเหตุ สาเหตุ วิธีการแก้ไข การเยียวยาผู้เสียหาย (ถ้ามี) รวมถึงมาตรการป้องกัน เพื่อให้ รฟม. ได้รับทราบข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น รฟม. ได้มอบหมายให้ ผู้จัดการโครงการ (PM) แต่ละสัญญาของบริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน เป็นผู้พิจารณารูปแบบในการรายงานอุบัติเหตุให้เหมาะสมแก่ระดับความร้ายแรงและผลกระทบของเหตุต่างๆ เพื่อช่วยให้ รฟม. สามารถคัดกรองประเภทอุบัติเหตุและพิจารณาสั่งการได้ทันท่วงที นอกจากนี้ รฟม. ได้สั่งการให้บริษัท ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันให้มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้มีบทลงโทษให้สูงขึ้นแก่ ทั้งผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน และรวมทั้งกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดิมซ้ำอีกในสัญญาเดียวกัน และมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในงานด้านความปลอดภัยทุกภาคส่วน จัดการแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ในสัญญาอื่นๆ &amp;nbsp;หรือในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า รฟม. ยังยกระดับความเข้มข้นในการกำกับด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย ผ่านทางกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา โดยให้มอบหมายเจ้าหน้าที่ Safety ประจำอยู่หน้างานเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างในพื้นที่ก่อสร้างเสมอ หากพบลักษณะการทำงานหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย สามารถตักเตือนหรือให้คำแนะนำแก่ผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการแก้ไขโดยทันที พร้อมกันนี้ รฟม. ได้ขอคำยืนยันจากบริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทานทุกราย ให้ความร่วมมือเต็มที่ในการสั่งการให้ผู้ปฏิบัติงานในบริษัทของตน ถือคำเตือน/คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ Safety กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเป็นสำคัญ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและบริษัทผู้รับจ้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย ไปหารือในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการลงโทษที่เป็นข้อตกลงร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ทั้งต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน บุคคลภายนอก และต่อทรัพย์สิน สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44097</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ความปลอดภัย, รฟม., สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f52eb04cf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.จับมือ ศิริราชผุดสถานีรถไฟฟ้าบริการผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 2562 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU)ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราช และอาคารรักษาพยาบาล ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการพัฒนาพื้นที่เป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ และผลักดันให้สถานีศิริราชเป็นสถานีขนส่งมวลชนเพื่อสุขภาพและสาธารณะสุขแห่งแรกในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเป็นจุดศูนย์รวมการเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีแดงและเรือเจ้าพระยา จึงมีการออกแบบตัวสถานีและพื้นที่ใต้ดินเชื่อมต่อกับตึกรักษาพยาบาลของศิริราช พร้อมออกแบบทางเดินSky Walk เชื่อมเข้าอาคารอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นก้าวใหม่ของระบบคมนาคมที่จะช่วยส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ประชาชนห่างไกลสามารถต่อรถไฟและรถไฟฟ้าเดินทางมายังโรงพยาบาลได้สะดวกสบาย ไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงสุขภาพและใส่ใจใช้ระบบขนส่งสาธารณะแก้ปัญหาจราจร ตามนโยบาย One Transport for All ของกระทรวงคมนาคม รวมถึงการออกแบบทางอพยพกรณีฉุกเฉิน ลิฟต์บริการผู้พิการและโครงสร้างอื่นที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมกับให้สามารถใช้ประโยชน์อาคารรักษาพยาบาลก่อสร้างเป็นสถานีในการให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราชบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวต่อว่าปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ ระยะทาง 5.7 กม. วงเงิน 6.6 พันล้านบาทขณะนี้เตรียมเปิดประมูลเพื่อก่อสร้างคาดว่าจะเปิดใช้บริการได้ในปี 2566 โดยเป็นหนึ่งของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์นั้นขณะนี้เตรียมเสนอไปยังฝ่ายนโยบายเพื่อขออนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวต่อว่าคาดว่าจะเริ่มดําเนินการก่อสร้างสถานีศิริราชได้ในปลายปี 2562 โดยมีการสร้างอาคารรักษาพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น และสร้างคร่อมสถานีรถไฟฟ้าศิริราช เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ สามารถให้บริการผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และประชาชนได้รับประโยชน์ในการเดินทาง โดยเน้นการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ (Seamless) และส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะโดยใช้ระบบตั๋วร่วมในอนาคต เพื่อความสุขของประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบการลงทุน ก่อสร้างอาคารทางศิริราชจะเป็นผู้รับผิดซึ่งการออกแบบนั้น ทั้ง 2 ฝ่าย จะดำเนินการร่วมกันโดยเป็นการออกแบบพิเศษเพื่อการตัดสัญญาณคลื่นแม่เหล็กรบกวนเครื่องมือแพทย์ ส่วนการลงทุนนั้นจะใช้เป็นลักษณะใดจะสรุปอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยมีวงเงินลงทุนเบื้องต้น 2,000 ล้านบาท สำหรับลักษณะอาคารเป็นคองคอร์ดเชื่อมต่ออาคารและมีสกายวอล์ค โดยมีแผนก่อสร้างอาคาร 3 ปี ส่วนจะเริ่มก่อสร้างได้นั้นจะต้องผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;(EIA) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ &amp;nbsp;หากแล้วเสร็จจะสามารถให้บริการผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องมารับการทำหัตถการแบบ One Day Surgey ซึ่งจะเร่งดำเนินการในปลายปี 62 ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายจากการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะและการบริการสาธารณะสุขมากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าพื้นที่ให้บริการของโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบันมีปริมาณผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเป็นผู้ป่วยนอกที่มาใช้บริการอยู่ประมาณ8,000-10,000 คนต่อวัน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การให้บริการของโรงพยาบาลศิริราชได้เป็นอย่างดี การก่อสร้างโครงการจะเป็นอาคารสูง 15 ชั้น ชั้น1-2จะเป็นส่วนให้บริการสถานี รถไฟฟ้า ส่วนชั้น 3-15 ชั้น จะเป็นการให้บริการผู้ป่วย ซึ่งการผ่าตัดในอนาคตจะเป็นลักษณะของการนัดหมาย ผ่าตัดแล้วสามารถเดินทางกลับด้วยการให้บริการโครงการดังกล่าวได้ทันที ทั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการครบทุกด้าน นอกจากนี้ จะมีการให้บริการทางเรือเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟฟ้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, รมว.คมนาคม, สถานีรถไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ, โครงการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราช และอาคารรักษาพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c10f3b4682a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นMRT 1 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MRT เปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 ในระบบรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.62-รายงานข่าวจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 (บัตรฯ) ที่มีสัญลักษณ์ &amp;ldquo;Prompt Card&amp;rdquo; บนหน้าบัตรฯ สามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRTสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาออกเหรียญโดยสารที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ซึ่งผู้ออกเหรียญโดยสารต้องเป็นเจ้าของบัตรฯ และเป็นผู้เดินทางเอง โดยออกเหรียญโดยสารในอัตราค่าโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป และเหรียญโดยสารที่ออกด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.0 ไม่สามารถขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32520</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9df48ba6be4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เล็งชง คจร.เคาะต่อขยายรถไฟฟ้าเข้าเมืองทองฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชง &amp;lsquo;สมคิด&amp;rsquo; เคาะต่อขยายสายสีชมพู-เหลือง เร่งประมูลแทรมภูเก็ต 4 หมื่นล้านเป็นสายแรกก่อนเดินหน้าเคาะแทรมเชียงใหม่-โคราช ขีดเส้นเปิดใช้ปี 64

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานของการประชุมที่จะมาถึงนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมรายงานความคืบหน้าแผนแม่บทระบบขนส่งมวลขนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยเฉพาะความคืบหน้าการแก้ปัญหาจราจรตามแนวก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียวและสายสีส้มตะวันออก


&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีแผนแก้ไขปัญหามาแล้วหลายวิธีอีกทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ขณะนี้ก่อสร้างไป 77% แล้วและจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรบนถนนพหลโยธินได้ภายในปีหน้าเช่นเดียวกับสะพานข้ามแยกสำคัญตามแนวก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวจะเปิดใช้บริการได้ครบภายในไตรมาสแรกของปี 2562

นายภคพงศ์กล่าวต่อว่านอกจากนี้เตรียมเสนอแผนลงทุนต่อขยายรถไฟฟ้าสองสาย วงเงินลงทุนราว 8 พันล้านบาทเข้าสู่ที่ประชุมคจร.เพื่อขอความเห็นชอบ หลังจากที่บอร์ดรฟม.อนุมัติให้ดำเนินการได้ เนื่องจากเเผนแม่บทที่ครม.เห็นชอบไปแล้วมีเงื่อนไขระบุว่าเอกชนสามารถยื่นข้อเสนอทางเทคนิคเพื่อให้โครงการมีความเหมาะสมได้ แบ่งเป็น ส่วนต่อขยายสายสีชมพูเข้าไปยังเมืองทองธานี วงเงิน 4 พันล้านบาท และส่วนต่อขยายสายสีเหลือง วงเงิน 4 พันล้านบาท จากบริเวณแยกรัชดา &amp;ndash; ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนรัชดาภิเษก จนถึงบริเวณแยกรัชโยธิน เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ


นอกจากนี้ยังเตรียมรายงานความคืบหน้ารายงานความคืบหน้าการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ตและจ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้โครงการแทรมจ.ภูเก็ต วงเงิน 3.94 หมื่นล้านบาท จะเป็นโครงการแรกที่ได้เปิดประมูล ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเปิดให้เอกชนร่วมทุนPPP ก่อนเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และเร่งเปิดประมูลในปีหน้า ขณะที่แทรมจ.เชียงใหม่ วงเงินราว 8 หมื่นล้านบาท และแทรม จ.นครราชสีมา วงเงิน 3.26 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาออกแบบรายละเอียดและแนวทางการร่วมทุนก่อนเปิดประมูลต่อไปในปี 2562

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการแทรมจ.ภูเก็ต ระยะทาง 58 กม. จำรวม 24 สถานี โดยมีสถานีใต้ดินคือสถานีถลาง ทางวิ่งระดับพื้นดินตลอดเส้นทางและเป็นทางยกระดับบริเวณหน้าสนามบินภูเก็ต มีทางลอดสำหรับรถไฟฟ้า 6 ทางลอด บน ถนนทางหลวงหมายเลข 402 ช่วงไม้ขาว &amp;ndash; แยกบางคู ใช้ความเร็วสูงสุดที่ 100 กม./ชม. และลดความเร็วลงเหลือ 20-4 กม./ชม. เมื่อเข้าเขตชุมชน คาดการณ์ผู้โดยสารที่เปิดใช้ในปีแรก (2564) รวม 7 หมื่นคน/วัน ก่อนเพิ่มเป็น 1.14 แสนคนในปี 2594 สำหรับระยะเวลาเดินทางแบ่งเป็น ช่วงสนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ใช้เวลา 1.08 ชั่วโมง และช่วง ห้าแยกฉลอง-ท่านุ่น(จ.พังงา) ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง ทั้งนี้อัตราตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ(EIRR)มากกว่า 15%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18888</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, รถแทรม, รถไฟฟ้าสายสีชมพู, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, รฟม., เมืองทอง, โครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212e60a4d66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
