<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศาลปกครองนัดอ่านคำพิพากษาคดี’ไชน่า เรลเวย์ฯ’ฟ้อง’รฟท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ย.เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 3/2564 ระหว่าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ บริษัทไชน่าฯ ฟ้องว่า การรถไฟฯ กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีคำสั่ง ลว. 29 ส.ค.2562 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว 410 ลว. 24 ต.ค. 2560 ให้แก่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด เป็นการเฉพาะราย นอกจากนี้การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง มีคำวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและหนังสือรับรองผลงานฟังขึ้น และสั่งให้ รฟท. กลับไปดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาผลการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอให้ถูกต้องต่อไปย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก - บันไดม้า ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117526</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, คำพิพากษา, บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด, รฟท., ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!ศาลปกครองนัดอ่านคำพิพากษาคดี’ไช่น่า เรลเวย์ฯ’ฟ้อง’รฟท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ย.เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 3/2564 ระหว่าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ณ ห้องพิจารณาคดี 9 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ บริษัทไชน่าฯ ฟ้องว่า การรถไฟฯ กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีคำสั่ง ลว. 29 ส.ค.2562 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว 410 ลว. 24 ต.ค. 2560 ให้แก่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด เป็นการเฉพาะราย นอกจากนี้การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง มีคำวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและหนังสือรับรองผลงานฟังขึ้น และสั่งให้ รฟท. กลับไปดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาผลการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอให้ถูกต้องต่อไปย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก - บันไดม้า ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117525</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, คำพิพากษา, บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด, รฟท., ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039; สั่งตั้งคณะทำงานสางปัญหาที่ดินของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ว่าได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) และกรมเจ้าท่า (จท.) โดยสั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รฟท. และภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของ รฟท. เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ รฟท. ลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ เพื่อรับทราบปัญหาอย่างชัดเจน และกำหนดแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท. พิจารณาคิดอัตราค่าเช่าใหม่ให้เป็นไปตามอัตราค่าเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยของชุมชนพระราม 6 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ สำหรับกรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับพระรามสอง &amp;ndash; วังมะนาว ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ให้ ทล. เร่งดำเนินการตรวจสอบจำนวนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการให้ชัดเจน พร้อมสำรวจความต้องการของประชาชน
&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าส่วนกรณีโครงการก่อสร้างสำนักงานแขวงการทาง ชุมชนสะพานร่วมใจ เขตดอนเมืองกรุงเทพฯ นั้นให้ ทล. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาชนเพื่อหาข้อสรุปต่อไป โดยได้มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยให้ยึดแนวทางการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกันในทุกด้านร่วมกับภาคประชาชนในการแก้ปัญหา และการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), กรมเจ้าท่า (จท.), กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ที่ดิน, แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b2a2d526a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ประชาชาติฉายหนังเก่าขยี้&#039;ศักดิ์สยาม&#039;บุกรุกที่ดินเขากระโดง เทียบเคียง4ชุมชนกทม.-ที่ดินนราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ก.ย.64- ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อเวลา 20.30 น.คืนวันพฤหัสบดี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถึงกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เข้าบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ เพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติ แม้เรื่องนี้ ส.ส.พรรคประชาชาติ เคยอภิปรายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และตนจะอภิปรายในภาค2 ที่ดินเขากระโดง มีเนื้อที่ 5,083 ไร่ อยู่ภายใต้พ.ร.บ.การจัดวางรางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2462 ตามมาตรา 3 (2) ปัจจุบันมีประชาชน รวมถึง รมว.คมนาคมและเครือญาติอยู่ในที่ดินแปลงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟ คณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2541 และเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2554 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ไต่สวนแล้วเห็นว่าโฉนดเลขที่ 8564 เนื้อที่ 37 ไร่ ซึ่งเป็นที่พักของรมว.คมนาคม เป็นที่ของการรถไฟ และได้เสนอแนะให้การรถไฟฟ้องขับไล่ นอกจากนี้คำพิพากษาของศาลฎีกา วันที่ 16 ก.ค. 2560 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหาย 35 ราย และอีกคำพิพากษาของศาลฎีกาวันที่ 22 พ.ย. 2561 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหาย และศาลฎีกา จ.บุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2563 กับราษฎรที่ไปยื่นขอเอกสารสิทธิ์ และศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ของการรถไฟ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ยืนยันว่าที่ดินที่รัฐมนตรีและเครือญาติกำลังทำธุรกิจอยู่นั้นเป็นที่ของการรถไฟ&amp;quot;นายกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาและหากอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้ง 2 คดี ได้วินิจฉัยชัดเจนว่า ที่อื่นบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ของการรถไฟ ตนได้ติดตามรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลการรถไฟจะมีการแอคชันหรือดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า 2-3 เดือนหลังการอภิปรายครั้งแรก ยังไม่มีความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่งมีหนังสือถึงกรมที่ดิน ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 5,000 กว่าไร่นี้ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 โดยอ้างคำสั่ง ป.ป.ช. และคำสั่งศาลฎีกา รมว.คมนาคมและเครือญาติก็รู้มาตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และทำธุรกิจอย่างเป็นล่ำเป็นสัน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา กรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับมายังการรถไฟฯว่า การจะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎมายที่ดินมาตรา 61 กับเอกสารสิทธิ์ที่มีอยู่บนที่ดินประชาชนครอบครอง รวมถึงที่ดินของรัฐมนตรีที่ครอบครองอยู่ด้วย ขอเอกสารเพิ่มเติมยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตอนนี้รอให้การรถไฟ ส่งรูประวางแผนที่เพิ่มเติม รวมถึงรายชื่อของคนที่ครอบครองในที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเด็นที่น่าสนใจของหนังสือฉบับนี้คือ ในย่อหน้าสุดท้าย ระบุว่า อนึ่งกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้การรถไฟดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลให้เพิกถอนโฉนดเลขที่ 3466 และ 8564 กรมที่ดินขอทราบเหตุผลที่ทางการรถไฟไม่ดำเนินการฟ้องคดี เพื่อให้เป็นไปตามความเห็นของอัยการสูงสุด ก่อนที่จะมีการพิจารณาเพิกถอนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา61จึงเป็นที่มาของญัตติไม่ไว้วางใจ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ที่อยู่ในตำแหน่งทำไมท่านไม่ฟ้องตัวเอง หรือทำไมไม่ฟ้องเครือญาติที่อยู่ที่นั่น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่การรถไฟคืน ไม่ได้มีเจตนาขับไล่ประชาชนที่อยู่ที่นั่นขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรี ท่านต้องมีสปิริตในการฟ้องตัวเอง เมื่อเห็นหนังสือ 2 ฉบับที่การรถไฟเพิ่งขยับเมื่อเดือน มิ.ย. และกรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับ ถ้าภาษาฟุตบอลเรียกสับขาหลอก อย่างน้อยเมื่อถูกอภิปรายจะได้บอกว่าทำแล้ว คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้ว ทั้ง 35 คนเวลานี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ไม่รู้ว่าท่านมีผลประโยชน์อะไรกับที่ตรงนี้ จึงไม่สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการใดๆเลย คิดคำนวณค่าเสียหายคดีนี้ตามที่ศาลฎีกาพิพากษา 20 กว่าล้านบาท หากเกรงประชาชนไม่มีที่อยู่ ก็ทำสัญญาเช่ากับการรถไฟเสีย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ ในที่ดินที่ท่านพักอาศัยอยู่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ เช่นกัน&amp;rdquo;นายกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์กล่าวอีกว่า ล่าสุด 4 ชุมชนใน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ถูกการรถไฟฟ้อง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างทางรถไฟ เป็นความไม่เท่าเทียมกันของการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่ถูกกรมอุทยานฯ ฟ้องขับไล่จากพื้นที่ป่า ยิ่งรัฐมนตรีเพิกเฉยการรถไฟยิ่งเสียผลประโยชน์ เพราะมูลค่าประเมินที่ดินกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติ ดังนั้นรัฐมนตรีต้องมีมาตรฐานจริยธรรมอย่างสูง นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการโดยใช้หลักความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 หลังการอภิปรายวันนี้ตนอยากได้ยินรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสภาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับที่ดินเขากระโดง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายกมลศักดิ์อภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเป็นระยะว่า ต้องควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัด เพราะผู้อภิปรายกำลังอภิปรายบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือพูดความจริงไม่ถึงครึ่ง ทำให้มีความเข้าใจว่ารมว.คมนาคมคือผู้ถูกฟ้องร้อง เป็นการเอาหนังเก่ามาฉายซ้ำ สร้างความคลุมเครือว่าเป็นหนังใหม่ ทั้งนี้ประธานที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า สามารถอภิปรายได้ เพราะถึงอย่างไรรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115454</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บุกรุกที่ดินเขากระโดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613162136aa9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านโวยร่วมบุกเบิกสร้างทางรถไฟกลับถูกลอยแพ เรียกเก็บค่าเช่าโหดแถมขู่ดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - นายพงศ์ศักดิ์ สายวัน ตัวแทนชาวบ้านชุมชนลับแล (ชุมชนกรรมกรรถไฟ) ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ชาวบ้านรวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อนายสถานีรถไฟอุบลราชธานี(วารินชำราบ) เพื่อเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชนลับแลร่วมกับชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อน ภายหลัง รฟท.มีหนังสือทวงค่าเช่าที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม บางรายมียอดทวงเงินสูงถึง 300,000-400,000 บาท โดยให้จ่ายภายใน 15 วันไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ทำให้ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ โดยมีข้อเรียกร้อง 1.ให้ชะลอการดำเนินคดีและการทวงค่าเช่า 2.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยร่วมกับชาวบ้าน โดยยึดแนวทางโฉนดชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ชุมชนแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 328 ครัวเรือน หรือประมาณ 2,500 คน โดยเป็นชุมชนดั้งเดิม ก่อตั้งขึ้นจากกรรมกรก่อสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2474 แต่เดิมเป็นที่รกร้าง ชาวบ้านจึงเข้ามาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยระหว่างรองานก่อสร้างเส้นทางรถไฟที่มีแผนขยายถึงนครพนม แต่เมื่อไม่มีการก่อสร้างทางรถไฟต่อ ชาวบ้านจึงปักหลักถิ่นฐานที่นี่ และอาศัยทำงานกรรมกรขนถ่ายสินค้ารถไฟ และเป็นกรรมกรรับจ้างอยู่คู่กับสถานีรถไฟมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งการรถไฟฯ ประกาศขยายเขตสถานีรถไฟทับชุมชน ช่วงนั้นชาวบ้านบางรายไปขอออกโฉนดก็ถูกจับดำเนินคดี บังคับข่มขู่ให้เซ็นยินยอมเช่าที่ดิน จนมีการเจรจาให้ชาวบ้านจ่ายค่าเช่าที่ดินให้การรถไฟฯ ซึ่งชาวบ้านจำยอมตกเป็นผู้เช่าที่ดินในสัญญาระยะยาว 30 ปี&amp;nbsp; ตารางเมตรละ 7 บาท โดยเป็นอัตราค่าเช่าก้าวหน้าที่ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปี 55-56 ชาวบ้านขอเจรจาเรียกร้องสิทธิที่ดินให้เป็นโฉนดชุมชน เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคงโดยผ่าน พอช. จึงหยุดการจ่ายค่าเช่าระหว่างกระบวนการเจรจาให้เสร็จสิ้น กระทั่งล่าสุดการรถไฟส่งหนังสือทวงค่าเช่าและทวงค่าปรับรวบยอด 4 ฉบับ บางรายเจอค่าเช่า 3 แสน แพงกว่าการซื้อที่ดินใหม่ กรรมกรที่บุกเบิกก่อสร้างทางรถไฟสายอีสานใต้ เรายืนยันตามสิทธิพื้นฐาน ให้เป็นโฉนดชุมชน หรือถ้าต้องเช่าที่ดิน ค่าเช่าต้องเป็นธรรมกับชาวบ้านสามารถจ่ายได้&amp;quot; นายพงศ์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำนงค์ จิตรนิรัตน์ ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนชาวบ้านชุมชนลับแลแทบร้องไห้เพราะมีการส่งตัวผู้ที่ได้รับเชื่อโควิดจากกรุงเทพฯกลับมาชุมชนต่างๆกว่า 400 คน หลังจากที่ผู้ป่วยเหล่านี้มีการรักษาไปแล้วระดับหนึ่ง ผู้ป่วยบางส่วนมาอยู่ที่ชุมชนนี้&amp;nbsp;ทั้งๆที่ตามมาตการที่ถูกต้อง ผู้ที่ได้รับเชื้อเหล่านี้ต้องไปกักตัวในพื้นที่ห่างไกลจากบ้านคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่กลับเอามาไว้ที่ชุมชนทั้งๆที่ควรดูผลอีก 14 วัน ทำให้ชาวบ้านลับแลตกใจมากเพราะกำลังหวาดวิตกเรื่องโควิด และหลังจากนั้นอีก 2 วันมีหนังสือจาก รฟท.มาทวงค่าเช่าบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐไม่สนใจว่าชาวบ้านเป็นอย่างไร แทนที่จะดูแลป้องกันโควิดให้ดีไม่ใช่เอาผู้ป่วยมาปล่อยไว้โดยไม่มีมาตรการรอบรับ รฟท.ควรดูว่าชุมชนตกอยู่ในสถานการณ์ใด ไม่ใช่ซ้ำเติมปัญหาของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุมชนลับแลทำงานให้ รฟท.ตั้งแต่ยุคบุกเบิกม แต่คุณกลับไม่เห็นคุณค่าเขาเลย ค่าเช่าก็ถูกบังคับให้เช่า สถานการณ์ตอนนี้แทนที่จะลดหย่อนให้ชาวบ้านในฐานะผู้ที่มีคุณประโยชน์ รฟท.มาก่อน กลับไม่คำนึงถึงเลย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐขาดการให้ความสำคัญกับชุมชนอย่างเห็นได้ชัด ความเหลื่อมล้ำเห็นได้ชัด เป็นการซ้ำเติมชาวบ้าน ผิดวิสัยการบริหารงานในสถานการณ์วิกฤต ทั้งๆที่น่าจะปรึกษาชุมชนว่ารองรับโควิดได้หรือไม่ แทนที่จะเอาปัญหามาทับถม เช่นเดียวกับอีกหลายชุมชนใน อุบลฯกำลังขาดแคลนอุปกรณ์ในการป้องกันโควิดทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ ตอนนี้ 6-7 ชุมชนติดโควิดราว 20 คน แม้จังหวัดพาเข้าโรงพยาบาล แต่ชาวบ้านที่เหลือตกอยู่ในอาการหวาดผวาเพราะไม่ได้มีการตรวจทั้งชุมชน พวกเขาเหมือนถูกลอยแพ ภายใจ 1-2 วันนี้ชาวบ้านในชุมชนจะไปที่จังหวัดเพราะต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้&amp;rdquo;นายจำนงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112127</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, จังหวัดอุบลราชธานี, เรียกร้องที่อยู่อาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61095285ac3ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ช่วยลดมลภาวะ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมพิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ การไฟฟ้านครหลวง และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร และ สถานีต้นทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA เริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีต้นทางบางซื่อตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 รองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 1,800 MVA (เมกะโวลต์แอมป์) เพื่อรองรับการจ่ายไฟฟ้าพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยผ่านการควบคุมบริหารจัดการระบบไฟฟ้าด้วยระบบ SCADA ที่ทันสมัย ทั้งยังออกแบบให้มีระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉินโดยบูรณาการร่วมกับ กฟผ. ในการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากแหล่งจ่ายสถานีไฟฟ้าแรงสูงข้างเคียงของ กฟผ. ในพื้นที่โดยรอบ 3 สถานี (สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ พระนครเหนือ และลาดพร้าว) รวมถึงการเชื่อมโยงจากสายส่งไฟฟ้าจากสถานีย่อยข้างเคียงของ MEA เอง ทำให้เสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดย MEA มีความพร้อมในการจัดการควบคุมจ่ายไฟฟ้าให้กับทุกสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ MEA ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ตลอดจนการติดตั้งและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ MEA เชื่อมต่อ Platform ระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูลการชาร์จ เชื่อมต่อกับ MEA EV Application รองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจรในพื้นที่ให้บริการได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA จึงมีความพร้อมพัฒนางานบริการเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักรเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งระบบรางที่สำคัญในอนาคตและยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการ Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2560 พร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าให้สถานีต้นทางบางซื่อ MEA เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Substation: GIS ) โดยเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ และพระนครเหนือ ด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 230 kV (กิโลโวลต์) รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 วงจร พร้อมออกแบบและติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงแบบพิเศษที่มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย ให้สามารถใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมความสูงของเสาไม่ให้ส่งกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเดิม โดยสามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2,400 MW (เมกะวัตต์) หรือเทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่ง รองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนานวัตกรรมรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง &amp;ldquo;ล้อ ราง เรือ&amp;rdquo; สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถช่วยลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่ง นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิด EGAT for ALL&amp;nbsp;เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ รฟท. กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งสำหรับสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในฐานะศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทางของระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งทางราง ทางบก ทางอากาศ ซึ่งโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ถือเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนระหว่างพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่เชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยคดว่าสามารถเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ และให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ประมาณปลายปี 2564 นี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชานเมือง ได้เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยระบบรางที่มีประสิทธิภาพ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟขนส่งมวลชนอื่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถรองรับรองรับประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 624,000 คน ต่อวัน และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน จำนวน 463,000 คน ต่อวัน ทำให้ทุกวันแห่งการเดินทางมีแต่รอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107212</URL_LINK>
                <HASHTAG>EGAT for ALL, Energize smart living, Energy for city life, Gas Insulated Substation: GIS, MEA, MEA EV Application, Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ, กฟผ., การรถไฟแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ฉนวนก๊าซ, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, นายอวิรุทธ์ ทองเนตร, ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง, ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พระนครเหนือ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ, ยานยนต์ไฟฟ้า, รฟท., ระบบ SCADA, ลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ, ลาดพร้าว, สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร, สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ, เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน, โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1791cb481f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่านหน้าขนส่งสาธารณะตบเท้าฉีดวัคซีน ร่วมเดินหน้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 ขณะ “แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” ยังค้างสภาพัฒน์ รอลุ้นรถเมล์ใหม่-ชีวิตวิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยม &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ (Central Vaccination Center)&amp;rdquo; ณ สถานีกลางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มีกลุ่มเป้าหมายฉีดให้กับบุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่ง รถรับจ้างสาธารณะและผู้เกี่ยวข้องซึ่งทั้งประเทศมีจำนวน 3.5 แสนคน โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 1.3 แสนคน โดยเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันแรก สามารถฉีดได้ 5,000 กว่าคน ขณะที่ภาพรวม 5 วัน 24 -28 พ.ค. 2564 สามารถฉีดไปแล้วกว่า 4 หมื่นคน มีทั้งเป็นกลุ่มเป้าหมายบุคลากรในระบบคมนาคมขนส่ง และกลุ่ม On Site 4,460 คน และในบางชั่วโมงสามารถฉีดได้ถึง 1,300 คน ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะตามศักยภาพเป้าหมายตั้งจากสมมุติฐาน 900 คน/ชม. ยิ่งในวันที่ 28 พ.ค. นั้น สามารถฉีดได้เกินกว่า 1 หมื่นคน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ต่อวัน โดย&amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;rdquo; มีเป้าหมายในการนัดวัคซีนเข็มที่สอง หลังจากนี้ประมาณ 14 วัน ทำให้คาดว่าจะฉีดกลุ่มเป้าหมายบุคลากรด้านคมนาคมขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลครบ 1.3 แสนคน ทั้ง 2 เข็ม ภายใน 1 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;rdquo; มีสถานที่กว้างขวางและมีการจัดระบบค่อนข้างดี ทำให้สามารถบริการผู้มารับการฉีดวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการรถโดยสาธารณะที่พร้อมใจกันมารับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก จากการสอบถามบางส่วนพบว่าเหตุผลที่รีบลงทะเบียนตอบรับมาฉีดวัคซีนเมื่อศูนย์ฯ นี้เปิด เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวของพนักงาน ขสมก. ติดเชื้อแทบทุกวัน และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ หลายคนหวาดกลัวเกรงติดเชื้อ ประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการก็มีความกังวลการใช้บริการรถ ขสมก.&amp;nbsp; จนกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศปูพรมฉีดให้ด่านหน้ากลุ่มขนส่งสาธารณะก็รีบมาฉีดกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเองและคนรอบข้างรวมถึงผู้โดยสารด้วย&amp;nbsp; โดยนโยบายส่วนไหนที่ช่วยสนับสนุนและพัฒนา ส่งเสริมสวัสดิภาพในการประกอบอาชีพก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ หากมีจัดการอย่างรวดเร็วฉับไวมองเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักแบบนี้ก็จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อย่างตอนนี้ก็รอกันว่าจะมีความชัดเจนเรื่อง &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ปฏิรูปรถเมล์&amp;rdquo; ว่าจะเป็นอย่างไรแน่ เฉพาะทุกคนต้องก้าวเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ที่จำเป็นต้องมีการปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็น &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ปฏิรูปรถเมล์&amp;rdquo; นั้น ข้อมูลล่าสุดขณะนี้เรื่องยังค้างอยู่ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ &amp;ldquo;สภาพัฒน์&amp;rdquo; ที่ทุกฝ่ายต่างก็รอความชัดเจน โดยจากการเปิดเผยรายละเอียดใน &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; มีการปรับแผนจากการซื้อรถเมล์ใหม่ เปลี่ยนเป็นการจัดเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าแทน และให้บริการวิ่งในเส้นทางเดินรถที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามที่กรมการขนส่งทางบกแบ่งใหม่ เป็นของ ขสมก. 108 เส้นทาง และของเอกชนอีก 54 เส้นทาง รวมระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าจ้างตามกิโลเมตรที่วิ่งให้บริการจริง ในอัตราที่ ขสมก. กำหนด และยังมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว (Single Price) ในอัตรา 30 บาท/คน/วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยยังคงมีทางเลือกสำหรับค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวไว้ให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน มีการปรับจำนวนเที่ยวการเดินรถ จัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศฯ และสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ ขณะที่การให้บริการของ ขสมก. ก็ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การให้พนักงานประจำรถและผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะใช้บริการ การฉีดพ่นแอลกอฮอล์ภายในรถ ก่อนนำรถออกวิ่ง การติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือบนรถโดยสาร และเพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้บริการงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มบนรถโดยสาร เพื่อลดความเสี่ยงการเเพร่ระบาดของโรค รวมทั้งการสร้างความมั่นใจต่อการปฏิบัติงานโดยการให้พนักงานของ ขสมก. ทยอยฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้จึงได้แต่ลุ้นให้ &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; จะผ่าน &amp;ldquo;สภาพัฒน์&amp;rdquo; โดยเร็ว ส่งให้ ครม. อนุมัติให้ได้เร็วเท่าที่จะเป็นได้ เพราะบุคลากรผู้ให้บริการพร้อมเต็มที่กับ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; ที่จะให้ประชาชนได้ใช้รถเมล์ใหม่ระบบพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังลดการวิ่งในเส้นทางที่ซ้ำซ้อน ไม่ต้องรอรถนาน จากจำนวนรถน้อยและสภาพเก่าทรุดโทรม และยังมีรถควันดำเป็นมลพิษด้วย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเร่งผลักดัน &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; อย่างเต็มที่เพราะตระหนักว่านี่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่ง รอแต่ว่าผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องจะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อไหร่เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104751</URL_LINK>
                <HASHTAG>Single Price, กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย, ขนส่งสาธารณะ, ขสมก., ค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว, ฉีดวัคซีน, ชีวิตวิถีใหม่, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง, ปฏิรูปรถเมล์, ฝ่าวิกฤติโควิด-19, รถเมล์ใหม่, รฟท., ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ, สภาพัฒน์, สศช., สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b44e1a81711.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
