<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ 201 ล้านไปแล้ว&#039;หมอธีระ&#039;ฟันธงไม่มีทางที่จะระบุจุดสูงสุดของการระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.64- นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ทะลุ 201 ล้านไปแล้ว อเมริกาติดเพิ่มกว่าแสนคนอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มระบาดทั่วโลกรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 680,657 คน รวมแล้วตอนนี้ 201,620,615 คน ตายเพิ่มอีก 9,663 คน ยอดตายรวม 4,278,712 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล อิหร่าน และอินโดนีเซีย
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 113,455 คน รวม 36,292,563 คน ตายเพิ่ม 554 คน ยอดเสียชีวิตรวม 631,857 คน อัตราตาย 1.7%
อินเดีย ติดเพิ่ม 45,001 คน รวม 31,855,783 คน ตายเพิ่ม 464 คน ยอดเสียชีวิตรวม 426,785 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 40,054 คน รวม 20,066,587 คน ตายเพิ่ม 991 คน ยอดเสียชีวิตรวม 560,706 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,120 คน รวม 6,379,904 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 162,509 คน อัตราตาย 2.5%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 26,460 คน ยอดรวม 6,233,876 คน ตายเพิ่ม 52 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,098 คน อัตราตาย 1.8%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 83.3 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
ญี่ปุ่นระลอกห้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเพิ่มอีกถึง 14,211 คน สูงสุดเท่าที่เคยระบาดมา
เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักติดกันหลักหมื่น
กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ของไทยเรา
ขณะนี้มีจำนวนติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 40 ของโลก หากรวมยอดวันนี้ จะแซงเนปาล ขึ้นเป็นอันดับ 39
คาดว่าจะแซงเซอร์เบียและสวิสเซอร์แลนด์ในวันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล 222 ประเทศทั่วโลกมีอยู่ 19 ประเทศที่ติดเชื้อใหม่หลักหมื่นต่อวัน ไทยเป็นหนึ่งในนั้น และล่าสุดจำนวนติดเชื้อเมื่อวานของไทยเราอยู่ที่อันดับ 11 และเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย
วิเคราะห์แนวโน้มการระบาด ตราบใดที่มาตรการยังไม่เข้มข้นพอที่จะตัดวงจรการระบาด จำนวนการตรวจคัดกรองโรคในแต่ละวันยังไม่มากเพียงพอ และวัคซีนประสิทธิภาพสูงมีจำกัด ก็จะทำให้การติดเชื้อจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์แบบนี้จะ&amp;quot;ไม่มีทาง&amp;quot;ที่จะระบุได้ว่าจุดสูงสุดของการระบาดจะเป็นเมื่อใด ยกเว้นกรณีเดียวคือ การหยุดหรือชะลอการตรวจคัดกรอง ซึ่งถือเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่หายนะได้ จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
หัวใจสำคัญในการต่อสู้โรคระบาดครั้งนี้คือ &amp;quot;หยุดนิ่ง ตะลุยตรวจให้มากและต่อเนื่อง แยกกักตัวคนติดเชื้อออกจากคนอื่นๆ และนำส่งเข้าสู่ระบบการรักษา&amp;quot;
การมองเชิงยุทธศาสตร์นั้นมีความสำคัญมาก หากผิดทิศผิดทาง ก็จะเหมือนอยู่ในเขาวงกตจนหมดแรงไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้การระบาดหลักเกิดขึ้นจากการติดเชื้อกระจายไปทั่วในชุมชน และแพร่ระบาดในหมู่สมาชิกภายในครัวเรือน ที่อยู่อาศัย รวมถึงบ้านใกล้เรือนเคียง และเพื่อนสนิทมิตรสหายใกล้ชิด นอกจากนั้นที่พบมากคือในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ได้แก่ สถานพยาบาล สถานประกอบกิจการโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ และแคมป์ก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เรายังไม่หยุดนิ่ง การตรวจแต่ละวันแม้จะเพิ่มขึ้นแต่อยู่ในหลัก 5-8 หมื่นต่อวัน ซึ่งยังไม่มากพอ และมีมาตรการแก้ปัญหาคอขวดสถานพยาบาล โดยไปใช้ home isolation ซึ่งจะพบว่าการบริการยังเป็นไปได้ไม่ทั่วถึง และมีโอกาสที่จะยังเกิดการแพร่เชื้อติดเชื้อในบ้านได้ ด้วยข้อจำกัดของแต่ละครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ควรพิจารณาคือ การล็อคดาวน์แบบจริงจัง ขยายกำลังการตรวจคัดกรอง มุ่งเป้าให้ได้อย่างน้อย 150,000-200,000 ครั้งต่อวัน และการปรับมาตรการ home isolation ให้อยู่ในวิสัยที่ระบบบริการถึงบ้านจะทำได้ เน้นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว คนอ้วน สตรีตั้งครรภ์ เป็นต้น ส่วนคนที่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ ที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรให้การดูแลใน community isolation เช่น วัด โรงเรียน โรงแรม ค่ายทหาร หรืออื่นๆ เพื่อให้การดูแลแบบกลุ่ม เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการหากไม่เข้มข้นพอ ศึกจะยืดเยื้อยาวนาน และเกิดผลกระทบต่อทั้งสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม อย่างมากมาย เจ็บยาวนานแต่ไม่จบ และจะทำให้ยากในการเยียวยาฟื้นฟู
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่าให้ติดเชื้อ
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112371</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, การระบาดของเชื้อโควิด -19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 45 ราย กระจายใน 17 อำเภอ ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ก.ค.64 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่&amp;nbsp; ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 8 ก.ค.2564 ว่า ยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 45 ราย กระจายใน 17 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยง 24 ราย พบในจังหวัด 4 ราย และพบติดเชื้อก่อนเข้าสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้ (Local quarantine) 17 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ อ.ลำปลายมาศ 7 ราย, อ.พลับพลาชัย 5 ราย, อ.คูเมือง อ.แคนดง และ อ.ชำนิ อำเภอละ 4 ราย, อ.เมือง และ อ.ห้วยราช อำเภอละ 3 ราย, อ.บ้านกรวด อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ อ.ประโคนชัย และ อ.สตึก อำเภอละ 2 ราย, อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.โนนสุวรรณ อ.นาโพธิ์ อ.บ้านด่าน และ อ.ปะคำ อำเภอละ 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 598 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 251 ราย อยู่ระหว่างรักษา 343 ราย&amp;nbsp; และเสียชีวิตสะสม 4 ราย
ซึ่งพบผู้ป่วยทั้งจังหวัดใน 23 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.เมือง 106 ราย รองลงมา อ.ประโคนชัย 70 รายอ.สตึก 51 ราย, อ.ลำปลายมาศ 44 ราย, อ.บ้านกรวด 38 ราย, และ อ.กระสัง 36 ราย ตามลำดับ ขณะที่ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 893 ราย แยกเป็นรายใหม่ 22 ราย รายเก่า 871 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 24,199 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 21,551 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 2,648 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; มีการเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา และตรวจพบเชื้อในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 8 แห่ง ดังนี้ 1. โรงแรมเทพนคร 2. บ้านสวนรีสอร์ท&amp;nbsp; 3. ออกัส รีสอร์ท&amp;nbsp; 4. เกสร บูทิค โฮเทล&amp;nbsp; 5. สำนักงานควบคุมโครงการก่อสร้างทางหลวงนางรอง 6. โกดัง บริษัท โรงสีข้าวนางรอง จำกัด&amp;nbsp; 7. คลินิกหมอครอบครัวหน่วยบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลกระสัง และ 8. กิ่งกรวดรีสอร์ท โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109135</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของเชื้อโควิด -19, บุรีรัมย์ติดโควิด, พื้นที่เสี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e8030935c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯกำชับเร่งนำผู้ป่วยโควิดทุกระดับสีเข้ารับการรักษาโดยเร็วย้ำปชช.เลี่ยงการชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และติดตามรายงานการป่วยและศักยภาพการรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งพบว่ามีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในบางวันมีตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการคัดกรองเชิงรุกในแต่ละคลัสเตอร์ และในแต่ละพื้นที่เสี่ยง เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อเข้าออกจากกลุ่มก้อนและชุมชนให้เร็วและมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งนำผู้ป่วยในทุกระดับสีเข้ารับการรักษาพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยทุกส่วนราชการเข้ามามีส่วนร่วมช่วยงานสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และขอให้ประชาชนร่วมมือตามมาตรการที่ศบค. กำหนดที่ได้ประกาศให้ประชาชนทราบในแต่ละช่วง เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ในระดับเข้มข้นสูงสุด และขอให้ประชาชนยังคงใช้ชีวิตแบบ New normal คือ D-M-H-T-T คือ หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ รวมทั้ง ช่วยกันป้องกัน ดูแล และรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจให้แข็งแรง ป้องกันตนเอง ดูแลสมาชิกในครอบครัว ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;quot; นายอนุชาระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวถึงกรณีการประสานหาเตียงให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น แต่ละหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้มีการประสานเพิ่มเติมเรื่องเตียงสนามเพื่อรับผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาตามระดับเกณฑ์สีต่างๆ อย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งผู้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งได้มีการขยายจำนวนเตียงเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้ป่วยเกณฑ์สีเหลืองและสีแดง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุมและยืนยันรัฐบาล ติดตามและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอดเวลา ดูแลทุกกลุ่ม และพร้อมรับฟังความคิดเห็น และข้อเรียกร้อง ซึ่งสามารถเสนอมายังรัฐบาลผ่านช่องทางต่างๆ ที่เปิดกว้างให้ประชาชนเข้าถึงได้ อย่างสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108378</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของเชื้อโควิด -19, นายอนุชา บูรพชัยศรี, ผู้ติดเชื้อโควิด, ม็อบไล่นายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae5d55112a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช.​แจงคิดไว้ทุกอย่าง​แม้แต่ติดเชื้อแตะหลักหมื่น มั่นใจแก้ได้ เพียงแต่สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า ต้องรอฟังจากกระทรวงสาธารณสุข จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม ศปก.ศบค. อีกครั้ง เราประเมินว่าตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะสูงขึ้น และพยายามเร่งรัดเรื่องฉีดวัคซีนให้เร็วและมากขึ้น​ ไม่ได้ฉีดไปเรื่อยๆ ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ไปอีกสักระยะ ต้องขอความร่วมมือประชาชนทำตามมาตรการส่วนบุคคล โดยเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยมากขึ้น เพราะหลังจากที่ปิดแคมป์คนงานและแรงงานต่างด้าวก็อยู่นิ่งกับที่ แต่จำนวนตัวเลขที่มากขึ้นอาจจะเกิดจากการเคลื่อนไหวของบุคคลทั่วไปในสังคมแล้ว ที่ระบุเช่นนี้ไม่ใช่เพราะตัวเลขสูงขึ้นแล้วโทษประชาชนแต่เป็นการขอความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ถ้าตัวเลขยังพุ่งสูงขึ้น มาตรการป้องกันจะเข้มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงไม่เข้มกว่านี้ เพราะตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม กับศบค.ห่วงความเดือดร้อนของประชาชน และคิดว่ามาตรการที่ใช้อยู่น่าจะเพียงพอแล้ว ซึ่งภาครัฐอาจจะต้องลงรายละเอียดมากขึ้น รวมถึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้น ถ้าทั้ง 3 ส่วนให้ความร่วมมือ เช่นภาครัฐจริงจัง จากเดิมที่จริงจังอยู่แล้วก็ต้องมาดูในรายละเอียดกันมากขึ้น เพราะบุคลากรทางการแพทย์ ทุ่มเท และเหนื่อยล้า จึงต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และประชาชน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะให้ผู้ป่วยที่รอเตียง กระจายไปรักษานอก กทม. หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในทางระบบยังไม่ถึงขนาดนั้น โดยกระทรวงสาธารณสุข และกทม. พยายามเพิ่มจำนวนเตียงอยู่ โดยวันนี้ มณฑลทหารบก ที่ 11 ได้เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยสีแดง และสีเหลือง ได้เปิดทำการแล้ว ในส่วนที่ไม่สามารถหาเตียงได้ ก็เดินทางกลับไปรักษาในภูมิลำเนา ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ นอกจากนี้​ จะพิจารณาแนวทางรักษาตัวที่บ้าน แต่ต้องมีระบบรองรับก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ติดเชื้ออยู่บ้านเฉยๆ และที่ยังไม่เริ่มการแยกกักที่บ้านเพราะ กระทรวงสาธารณสุข และศบค. เป็นห่วงว่าอาจทำให้เสี่ยงอาการรุนแรงขึ้น จึงต้องมีระบบรองรับเช่นการติดตาม การตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากจำนวนติดเชื้อไปถึงหลักหมื่น ทุกอย่างพร้อมรองรับหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เราคิดไว้ทุกอย่าง ทั้งเพิ่มจำนวนเตียง และจะเพิ่มเรื่อยๆ นับแต่วันนี้ รวมถึงการแยกกักตัวที่บ้าน คาดว่าถ้าภาครัฐทุ่มเท สถานประกอบการภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือมาตรการส่วนบุคคล คิดว่าน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ โดยในเดือนก.ค.นี้วัคซีนจะเข้ามา 10 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยเข้ามา เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว อาจจะป้องกันอาการรุนแรงได้มากขึ้น โดยอาจารย์ทางการแพทย์ชี้แจงว่า สายพันธุ์เดลตาจะติดได้ไวและเพิ่มจำนวนรวดเร็ว แต่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะไม่มากจนน่ากังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้ยุบ ศบค. เพราะทำงานล้มเหลว พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขอไม่ตอบในเรื่องนี้ ทั้งนี้เราพยายามทำงานเต็มที่ ให้ดีที่สุด โดยขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา จะพิจารณาตามความเหมาะสม เมื่อถามว่า มั่นใจว่าการทำงานของศบค. ที่ผ่านมา สามารถตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มั่นใจ การทำงานของศบค. ไม่ได้ทำงานเฉพาะหน่วยงาน แต่ทำงานร่วมกันทุกส่วน โดยลำดับแรกเราจะฟังจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เสนอมาอย่างไรจะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าสามารถบังคับใช้ตามที่เสนอได้หรือไม่ ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และในศบค. ยังมีส่วนราชการร่วมอีกกว่า 30 หน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ตัดสินใจแค่ ศบค. ที่อยู่ในทำเนียบฯ ที่เดียว เชื่อว่าสามารถแก้ปัญหาได้ เพียงแต่สถานการณ์ระบาดเปลี่ยนแปลงเร็ว ครั้งแรกมาจากต่างประเทศ ครั้งที่สองมาจากผู้ทำงานในสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็ก ครั้งที่สามจากแรงงานต่างด้าว ครั้งที่สี่จากสถานบันเทิงในประเทศ และครั้งนี้พบจากแรงงานในไซต์ก่อสร้าง และขยายไปถึงบุคคลทั่วไปในสังคม และเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ก็เปลี่ยนไป ศบค. จึงต้องปรับวิธีรองรับกับเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ อยากขอให้ช่วยให้กำลังใจ บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างาน และเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานในศบค.&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของบุคลากรด่านหน้าที่ที่ระบุว่า วัคซีนสองเข็มไม่เพียง ต้องมีเข็มที่สาม พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางศบค. ได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องนี้อยู่แต่ต้องเรียนว่าวัคซีนมีจำกัด คนที่ยังไม่ได้รับเข็มแรกยังมีอยู่ ต้องว่าไปตามลำดับ ดูแลให้ฉีดเข็มแรกให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ก่อน จากนั้นจึงไปที่เข็มที่สอง เราต้องฉีดให้ประชาชนให้ครบก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108376</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, การระบาดของเชื้อโควิด -19, พล.อ.ณัฐพล นาค พาณิชย์, มาตรการคุมโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de983f757d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;ซัด&#039;ด้วง&#039;ดัดจริต ชี้บนรถไฟฟ้าใส่แมสก์ไม่ตะโกนคุยเหมือนในร้านเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียภายหลังนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบชาวไทย ทวิตข้อความว่า
ไม่เห็นประเด็นที่จะปิดร้านเหล้า ถ้าคนยังต้องเบียดกันอยู่บนรถไฟฟ้า ความเสี่ยงมันก็พอกันแหละ
การปิดร้านเหล้า ก็หาบาปให้เหยื่อ คนรับกรรมคือคนเปิดผับบาร์ ซึ่งก็เป็นคนทำมาหากินเหมือนกัน
#รัฐดัดจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ด้วงดัดจริต​ บนรถไฟฟ้าใส่แมสก์&amp;nbsp; ไม่ได้กอดคอตะโกนคุยกัน​ สู้กะเสียงเพลงดังสนั่น​ น้ำลายกระเด็น​ ชนแก้วเหล้าน้ำลายติดแก้ว​ หลงหยิบแก้วผิดวนแก้ว​ เหล้าไม่ใช่แอลกอฮอลล์​เข้มข้นมากกว่า​ 70%&amp;nbsp; จะได้ฆ่าไวรัสได้​ ในผับบาร์​ แน่นและการถ่ายเทอากาศแย่มาก​ ออกมาสูบบุหรี่กันมีส่งต่อก้นบุหรี่แลกกันสูบหรือขอบุหรี่สูบ​ก็ติดไวรัสทางมือและก้นบุหรี่​ ตกลงรัฐดัดจริตหรือด้วงทั้งอคติ/โง่ขาดความรู้/ดัดจริต
อย่าทำตัวเป็นคนรกโลก​ พุทธศาสนสุภาษิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99335</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของเชื้อโควิด -19, ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, ดวงฤทธิ์ บุนนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6074dfc94abb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมรับมือ!&#039;หมอธีระ&#039;ชี้สถิติผู้ติดเชื้อแต่ละวันไต่ขึ้นเรื่อยๆโลกกำลังเข้าสู่การระบาดระลอกสองที่รุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตั้งแต่เริ่มกรกฎาคมที่ผ่านมา...ดูแนวโน้มไม่ดีครับ ล่าสุดเมื่อวานติดเชื้อทำลายสถิติถึง 230,643 คน
ยอดรวมตอนนี้ 12,360,540 คน ตายไปแล้ว 556,287 คน
อเมริกา เพิ่มขึ้น 64,949 คน รวม 3,212,816 คน
บราซิล เพิ่มอีก 42,619 คน รวม 1,755,779 คน คาดว่าอีกไม่ถึงสัปดาห์จะแตะสองล้านคน
อินเดีย ติดเพิ่ม 25,803 คน รวม 794,855 คน อีกไม่ถึงสองสัปดาห์จะแตะหนึ่งล้านคน
รัสเซีย เพิ่ม 6,509 คน รวม 707,301 คน แนวโน้มจำนวนคนติดเชื้อเพิ่มต่อวันของรัสเซียนั้นคงเดิมมาตลอด ไม่ลดลงเลย
ในขณะที่ทวีปยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย โดยรวมมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้น
อิหร่าน ปากีสถาน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หลักพัน
สิงคโปร์ ญี่ปุ่น...หลักร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาหลีใต้...ครึ่งร้อย
มาเลเซียยังหลักหน่วย
ภาพรวมทั่วโลกมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเร็วกว่าเดิม ความชันเริ่มไต่ขึ้นไปคล้ายช่วงต้นมีนาคม
ระบาดระลอกแรกเห็นความรุนแรงตั้งแต่มีนาคม และใช้เวลา 3 เดือนในการควบคุมให้ลดลง
หากจำนวนเคสที่เพิ่มขึ้นแต่ละวันไต่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ โลกน่าจะกำลังเข้าสู่การระบาดระลอกสองที่รุนแรง และยากในการรับมือกว่าระลอกแรกครับ
ดังนั้น...ไทย...คงต้องเตรียมรับมือ
#คนไทย...ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร พูดน้อยลง พบปะคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัด หมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว ถ้าผิดปกติควรรีบไปตรวจรักษาเพื่อตัดวงจรระบาด
#รัฐไทย...ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
#ท่านนายกรัฐมนตรี...โปรดดูแลนโยบาย&amp;quot;สุขภาพ...ท่องเที่ยว...และเดินทาง&amp;quot;ด้วยตนเอง ถัดจากนี้ไปอีกหลายปี นี่คือกล่องดวงใจของประเทศ ต้องคุมด้วยคนดี มีสติ ปัญญา ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประเทศจึงจะอยู่รอดครับ
เราควรเรียนรู้ และจำไว้ว่า วิกฤติระลอกแรกนั้นเกิดขึ้นจนทุกคนประสบความยากลำบากมากมายเพราะอะไร
เราต้องทำทุกทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์เชียร์แข่งรถในช่วงโรคระบาด หน้ากากล่องหน หวัดธรรมดา หักหัวคิวโรงแรม การ์ดตกแบบว่าแต่เขา...ตัวเราเป็นซะเอง และยาเสพติดรักษาสารพัดโรคขึ้นอีกในอนาคต เพราะเราอาจไม่มีแรงพอจะรับมือกับวิกฤติครั้งถัดไป
สู้กับโรค...ยังพอไหว
แต่สู้กับน้ำมือคนแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น...ไม่โอเคครับ
ด้วยรักต่อทุกคน...
ประเทศไทยต้องทำได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70996</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของเชื้อโควิด -19, การระบาดระลอก 2, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ป่วย&#039;โควิด-19&#039; ทั่วโลกทะลุ 5,397,884 ราย  สหรัฐ ,บราซิล ,รัสเชีย ,อินเดีย คนติดเชื้อพุ่งพรวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 พ.ค.2563 เว็บไซต์ Worldometer รายงานว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07:39 น.ของวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 213 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 5,397,884 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 343,608ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 2,244,852 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียว 21,929 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมทะลุ 1,666,828 ราย และมีผู้เสียชีวิต รวม 98,683 ราย ที่น่าห่วง บราซิล มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 16,508 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของโลก ด้วยผู้ป่วย 347,398 ราย และมีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;22,013 ราย อันดับ 3 รัสเชีย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในวันเดียว 9,434 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 335,882 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 3,388 ราย และที่น่าห่วง คือ อินเดีย พบผู้ป่วยเพิ่มในวันเดียว 6,629 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 131,423 ราย และมีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;3,868 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66745</URL_LINK>
                <HASHTAG>Worldometer, การระบาดของเชื้อโควิด -19, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5ec9c41b3372c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
