<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เผยโควิดกลายพันธุ์ระบาดมากขึ้นหวั่นหลุดเข้ามาในประเทศมีโอกาสแพร่รุนแรงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

29 ม.ค.64- นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่&amp;nbsp; 29 มกราคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิลทะลุ 9 ล้านเป็นประเทศที่ 3 ของโลกรองจากอเมริกาและอินเดีย
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 591,525 คน รวมแล้วตอนนี้ 101,916,053 คน ตายเพิ่มอีก 16,915 คน ยอดตายรวม 2,197,124 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 161,091 คน รวม 26,287,640 คน ตายเพิ่มอีก 4,195 คน ยอดตายรวม 442,616 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 19,131 คน รวม 10,720,971 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 61,811 คน รวม 9,058,687 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,138 คน รวม 3,793,810 คน
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 28,680 คน รวม 3,743,734 คน
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม กัมพูชา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 350 คน ตายเพิ่มอีก 14 คน ตอนนี้ยอดรวม 139,152 คน ตายไป 3,103 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมทั่วโลกตอนนี้ไวรัสโควิด-19 มีหลายสายพันธุ์ที่ระบาด โดยการกลายพันธุ์ชนิดใหม่ๆ มีการระบาดมากขึ้น เช่น สายพันธุ์ของสหราชอาณาจักรตอนนี้กระจายไปถึง 70 ประเทศทั่วโลก ถือว่าแพร่ไปรวดเร็วมาก
ในขณะที่สายพันธุ์ของบราซิลแม้จะกระจายไปไม่กี่ประเทศในขณะนี้ แต่เริ่มมีข้อมูลในเมือง Manaus ของบราซิล ซึ่งเคยมีการตรวจเลือดในประชาชนที่มาบริจาคเลือดเมื่อเดือนตุลาคม 2020 แล้วพบว่ามีภูมิคุ้มกันถึง 76% (ช่วงความเชื่อมั่นระหว่าง 67%-98%) โดยคาดว่าเกิดภูมิคุ้มกันเพราะระบาดระลอกแรก แต่ปรากฏว่าตอนนี้เกิดการระบาดซ้ำรุนแรง โดย 1-19 มกราคม 2021 นี้ติดเชื้อไปแล้ว 3,431 คน สูงกว่าช่วง 1-19 ธันวาคม 2020 ที่มีเพียง 552 คน ถึงเกือบเจ็ดเท่า การระบาดนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากเหตุใดกันแน่ แต่คำอธิบายที่มีหลายอย่างที่เป็นไปได้ และจะเป็นประโยชน์หากไทยเรานำมาพิจารณาวางแผนรับมือในอนาคต คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง สายพันธุ์ใหม่อาจหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากสายพันธุ์เดิมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง สายพันธุ์ใหม่อาจมีความสามารถในการแพร่อย่างรวดเร็ว เพราะมีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์สหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ภูมิคุ้มกันที่เคยเกิดขึ้นนั้นลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา ดังจะเห็นจากกรณีของบราซิล ที่ระบาดรุนแรงหลังระลอกแรก 7-8 เดือน ซึ่งอาจทำให้คนที่เคยมีภูมิอยู่เดิม มีระดับภูมิคุ้มกันลดลงจนไม่สามารถป้องกันได้ โดยสอดคล้องกับงานวิจัยจากสหราชอาณาจักรที่เคยมีการศึกษาไว้ให้เรารู้บางส่วนแล้วว่าภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาตินั้นอาจอยู่ได้ถึงราว 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสุดท้ายคือ การคาดประมาณระดับภูมิคุ้มกันโดยการตรวจจากกลุ่มประชากรใดกลุ่มประชากรหนึ่งนั้น อาจคลาดเคลื่อนได้ และอาจไม่สามารถเป็นข้อมูลตัวแทนของประชากรโดยรวมทั้งหมดในพื้นที่ ดังนั้นระดับภูมิคุ้มกันที่เคยตรวจพบว่าเยอะถึง 76% นั้นอาจไม่สะท้อนความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตราบใดที่มีการกลายพันธุ์ของไวรัส และพัฒนาความสามารถในการระบาดมากขึ้น ระบบการเฝ้าระวัง และการจำกัดการเดินทางจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ เหล่านี้ย่อมจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากหลุดเข้ามาระบาดในประเทศ ก็จะมีโอกาสทำให้เกิดการแพร่รุนแรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัพเดตเรื่องวัคซีนโควิดล่าสุด มีการเผยแพร่ผลการวิเคราะห์ระหว่างการศึกษาระยะที่ 3 ของวัคซีน Novavax ซึ่งเป็นบริษัทของอเมริกา และได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลอเมริกาในโครงการ Operation Warp Speed
วัคซีนนี้เป็นวัคซีน spike protein ที่ผลิตจาก recombinant protein nanoparticle technology ทำการวิจัยในสหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ อเมริกา และเม็กซิโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่เผยแพร่ออกมานั้นมาจากการวิจัยในสหราชอาณาจักร อาสาสมัครอายุ 18-84 ปี จำนวน 15,000 คน (27% อายุมากกว่า 65 ปี)ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ในตอนนี้ มีการติดเชื้อทั้งสิ้น 62 คน โดย 6 คน อยู่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีน และที่เหลือคือ 56 คนอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงถึง 89.3% (ช่วงความเชื่อมั่นระหว่าง 75.2%-95.4%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่คือสายพันธุ์สหราชอาณาจักร และมีบางส่วนที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดิม เมื่อวิเคราะห์เชิงลึก พบว่าวัคซีนสามารถป้องกันสายพันธุ์เดิมได้ 95.6% ในขณะที่ป้องกันสายพันธุ์ใหม่ได้ 85.6%
ผู้ติดเชื้อ 62 คนนั้น 61 คนมีอาการน้อยถึงปานกลาง และมีเพียง 1 คนที่อาการป่วยรุนแรง (คนนี้อยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้วัคซีน)
ถือเป็นข่าวดีเรื่องวัคซีนอีกชนิดที่น่าจะสามารถนำมาใช้ในการสู้กับโรคระบาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด อาศัยความรู้เป็นเข็มทิศในการตัดสินใจประพฤติปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยจากการระบาดของโควิด-19
ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร พบคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัดที่อโคจร ลดละเลี่ยงการกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า
และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง
1. Sabino EC et al. The Lancet. 27 January 2021.
2. Novavax COVID-19 Vaccine Demonstrates 89.3% Efficacy in UK Phase 3 Trial. Novavax. Press Release. 28 January 2021.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91349</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ไวรัสกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทะลุ98ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;แนะปิดจุดอ่อน5ข้อเสี่ยงติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพนต์ความเห็นรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 22 มกราคม 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ตอนสายๆ จะทะลุ 98 ล้าน
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 757,932 คน รวมแล้วตอนนี้ 97,948,473 คน ตายเพิ่มอีก 16,145 คน ยอดตายรวม 2,095,787 คน
อเมริกา มียอดรวมเกิน 25 ล้านไปแล้ว เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 177,011 คน รวม 25,135,041 คน ตายเพิ่มอีก 3,844 คน ยอดตายรวม 418,772 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 14,788 คน รวม 10,625,420 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 59,119 คน รวม 8,697,368 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,887 คน รวม 3,655,839 คน
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 37,892 คน รวม 3,543,646 คน
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ไทย และจีน ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่กัมพูชา และเวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 445 คน ตายเพิ่มอีก 16 คน ตอนนี้ยอดรวม 136,166 คน ตายไป 3,013 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...
วิเคราะห์สถานการณ์ไทยเรา...
ถัดจากนี้ไปเราคงเจอการติดเชื้อไปได้เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง กระจายแตกต่างกันไปในพื้นที่
คาดว่าพื้นที่ที่เคยระบาดหนัก จะยังคงมีโอกาสปะทุซ้ำได้มากกว่าที่อื่นๆ เนื่องจากไม่ได้ตรวจจนครบทุกคนจากข้อจำกัดเชิงวิธีการและทรัพยากร
รูปแบบการติดเชื้อจะมาได้ในทุกแบบ ตั้งแต่กลุ่มเสี่ยง กิจกรรม/กิจการเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง ยิ่งไปกว่านั้นในพื้นที่เขตเมืองและปริมณฑล มีแนวโน้มการติดเชื้อแพร่เชื้อระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกินการดื่ม การเดินทางคมนาคม การพบปะพูดคุย ปาร์ตี้สังสรรค์ ท่องเที่ยว หรือแม้แต่การอยู่อาศัยในครอบครัว
จะป้องกันหรือบรรเทาการระบาดได้ นอกจากต้องอาศัยหน่วยงานในพื้นที่แต่ละจังหวัดที่จะช่วยเฝ้าระวัง ติดตาม กำกับแล้ว
ธุรกิจห้างร้านทุกประเภทก็จำเป็นต้องขันน็อตการประกอบกิจการของตนเองให้เคร่งครัดตามมาตรการที่รัฐกำหนด ไม่ควรปล่อยปละละเลยหรือชะล่าใจ หากป้องกันกิจการตนเองได้ดี ลูกน้องเราก็จะไม่ติดเชื้อหรือแพร่เชื้อให้ลูกค้า หรือในทางกลับกันลูกค้าที่อาจติดเชื้ออยู่ก็จะแพร่มาให้ลูกน้องในกิจการเราได้ยาก คัดกรองให้ดีตามมาตรฐาน วัดไข้ ล้างมือ เช็คว่าใส่หน้ากากไหม และปรับกระบวนการในธุรกิจของเราให้ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้น้อยลง ลดการจับสัมผัส โดยไม่ควรเกรงใจลูกค้าไม่ว่าจะระดับใด เพราะความเกรงใจเพียงครั้งเดียว อาจก่อให้เกิดผลกระทบมหาศาลตามมา
สำหรับประชาชนทุกคนนั้น เราได้บทเรียนจากเคสติดเชื้อที่เห็นกันในช่วงที่ผ่านมาว่า ส่วนใหญ่การติดเชื้อมักเกิดจากการละเลย ประมาท ไม่ป้องกันตัวเองให้เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเคสที่ติดกันแม้แต่ในหมู่คนที่ใกล้ชิดไว้ใจ เช่น สมาชิกในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย
นอกจากหลักการที่ทราบกันและเน้นย้ำกันทุกวันว่า ให้ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตรแล้ว
อยากจะสรุปให้ระวังกันอีกครั้งว่า ทุกคนมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้เสมอในสถานการณ์เช่นนี้ และความเสี่ยงที่จะติดเชื้อนั้นมักเกิดขึ้นใน 5 ลักษณะ ได้แก่
หนึ่ง ไปอยู่ในที่&amp;quot;แออัด&amp;quot; หรือแม้จะไม่แออัด แต่อยู่&amp;quot;ใกล้ชิด&amp;quot;กัน
สอง ไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง สถานที่เสี่ยง พบปะพูดคุยกันกับคนที่เสี่ยง ใน&amp;quot;ระยะเวลาที่นาน&amp;quot;
สาม ไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง สถานที่เสี่ยง สัมผัสกับผู้คน&amp;quot;บ่อย&amp;quot; หรือถี่
สี่ &amp;quot;มักคิดว่าไม่สบายเล็กน้อยคล้ายหวัดแต่ไม่ได้ไปตรวจรักษา&amp;quot; ปล่อยไว้นานหลายวัน จนแพร่ให้คนใกล้ชิด
และ ห้า &amp;quot;ไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&amp;quot; หน้ากาก-ล้างมือ-อยู่ห่างๆ
ดังนั้นเมื่อเราทราบเช่นนี้ การจะอยู่รอดปลอดภัยไปในระยะเวลาถัดจากนี้ ก็ควรปิดจุดอ่อนทั้งห้าข้อดังกล่าว
ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90620</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ93ล้านรายแล้ว!&#039;หมอธีระ&#039;เตือนการระบาดจากการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความเห็นรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิดทั่วโลกประจำวันที่ 15 มกราคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 93 ล้านไปแล้ว ตอนนี้ทั้ง 10 อันดับแรกของโลกล้วนมียอดติดเชื้อเกิน 2 ล้านคน และมีถึง 18 ประเทศที่มียอดติดเชื้อรวมเกิน 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 766,719 คน รวมแล้วตอนนี้ 93,377,173 คน ตายเพิ่มอีก 14,456 คน ยอดตายรวม 1,997,470 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 239,517 คน รวม 23,771,745 คน ตายเพิ่มอีก 4,212 คน ยอดตายรวม 396,686 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 21,541 คน รวม 10,527,846 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 67,758 คน รวม 8,324,294 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 24,763 คน รวม 3,495,816 คน
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 48,682 คน รวม 3,260,258 คน
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ จีน และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ
มาเลเซียตอนนี้สถานการณ์วิกฤติมาก ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรกถึง 12 เท่า ล่าสุดทำลายสถิติติดไปวันเดียวถึง 3,337 คน คาดว่าจะต้องสู้ไปยาวอย่างน้อยปลายมีนาคม คงต้องเอาใจช่วยให้คุมได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 605 คน ตายเพิ่มอีก 10 คน ตอนนี้ยอดรวม 132,865 คน ตายไป 2,912 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...
วิเคราะห์สถานการณ์ไทยเรา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยคาดการณ์ไว้ว่าระลอกสองหรือระบาดซ้ำของเราขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญคือ การ์ดของเราทุกคน และการปะทุว่าจะเกิดขึ้นในเมืองหรือไม่
วันนี้ชัดเจนว่าเกิดขึ้นในเมืองและการ์ดไม่เข้มแข็ง จึงมีการติดเชื้อจำนวนมากในเวลาอันสั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่ากังวลคือ เนื่องจากมาตรการที่เรามีในปัจจุบันนั้นไม่ได้เข้มงวดเต็มที่แบบระลอกแรก จึงเห็นการกระจายไปได้ทั่ว ไม่ใช่แค่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น แต่มีการติดเชื้อในประชาชนทั่วไป และแพร่ไปให้สมาชิกในครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเด็กทารก คนวัยทำงาน และคนสูงอายุ ผ่านการใช้ชีวิตประจำวันทั้งในบ้านและนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบัน มีการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการแพร่ในครอบครัว พบว่ามีโอกาสเกือบ 20% ที่คนติดเชื้อจะแพร่ให้แก่สมาชิกในครอบครัวได้ แต่บางพื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อสูง หรือมีผู้ติดเชื้อที่มีอาการจำนวนมาก หรือลักษณะที่อยู่อาศัยที่คับแคบแออัด โอกาสแพร่สู่สมาชิกในครอบครัวอาจพุ่งไปถึง 40-50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่สมรสที่อยู่ด้วยกันจะมีโอกาสติดเชื้อมากสุด มีโอกาสถึงเกือบ 40% สมาชิกครอบครัววัยผู้ใหญ่อื่นๆ มีโอกาสราว 28% ส่วนเด็กจะมีโอกาสติดราว 17% ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าเด็กราว 1.6 เท่า
ภาวะการระบาดของไทยตอนนี้และในอนาคต เรามีโอกาสเจอการระบาดจากการดำรงชีวิตประจำวันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในรูปแบบการแพร่กันในครัวเรือน ที่ทำงาน การไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจตามที่ต่างๆ เพราะยังมีคนที่ติดเชื้อโดยไม่ได้ตรวจ ทั้งที่ไม่มีอาการและมีอาการน้อยอยู่ในสังคม ซึ่งเราไม่ทราบว่ามีมากเพียงใด และกระจายอยู่ที่ใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่จะทำได้ดีที่สุดคือ ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายให้รีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ้างอิง
1. JAMA Netw Open. 2020 Dec 1;3(12):e2031756.
2. Clin Infect Dis. 2020 Dec 6;ciaa1825. doi: 10.1093/cid/ciaa1825.
3. Clin Infect Dis. 2020 Aug 16;ciaa1166. doi: 10.1093/cid/ciaa1166.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89881</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อทะลุ80ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;เตือนการระบาดซ้ำจะมียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรกราว5เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกวันคริสตมาส 25 ธันวาคม 2563 มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้จะเกิน 80 ล้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อิตาลีเป็นประเทศที่ 8 ของโลกที่เกิน 2 ล้านคน ในขณะที่ยูเครนก็เป็นประเทศที่ 17 ที่เกิน 1 ล้านคน
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 696,415 คน รวมแล้วตอนนี้ 79,617,135 คน ตายเพิ่มอีก 12,227 คน ยอดตายรวม 1,746,899 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 207,960 คน รวม 19,049,523 คน ตายเพิ่มอีกถึง 3,034 คน ยอดตายรวม 336,144 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 23,924 คน รวม 10,147,468 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 58,428 คน รวม 7,423,945 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 29,935 คน รวม 2,963,688 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,634 คน รวม 2,527,509 คน
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ดูแล้วหนักหน่วงมากคือสหราชอาณาจักร และเยอรมัน การระบาดยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ใหม่ของไวรัสในสหราชอาณาจักรที่มีแนวโน้มจะทำให้แพร่กระจายเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นช่วงคริสตมาสและปีใหม่ที่น่าเห็นใจมาก
ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างอาร์เจนตินา โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเทศที่กำลังเผชิญกับการระบาดซ้ำคือ แอฟริกาใต้ ตอนนี้ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันนั้นสูงกว่าระลอกแรกแล้ว ล่าสุดปาเข้าไป 14,305 คนในวันเดียว
เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดเพิ่มเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 919 คน ตายเพิ่มอีก 25 คน ตอนนี้ยอดรวม 119,788 คน ตายไป 2,532 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
หากเราติดตามสถานการณ์ระบาดกันอย่างใกล้ชิด จะเห็นข้อมูลชัดเจนว่าประเทศที่เกิดการระบาด&amp;quot;ซ้ำ&amp;quot; ระบาด&amp;quot;ระลอกสองสามสี่&amp;quot; ระบาด&amp;quot;ใหม่&amp;quot; หรือระบาด&amp;quot;อีกครั้ง&amp;quot;นั้น มีโอกาสสูงมากที่จะรุนแรงกว่าเดิม และนานกว่าเดิม โดยมีถึงเกือบ 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงพนันคงไม่กล้ามีคนมารอง เพราะโอกาสพลิกมีน้อยจริงๆ
ไทยเรา...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรากำลังอยู่ในช่วงระบาดซ้ำแน่นอน
หนึ่งในสาเหตุหลักของการระบาดซ้ำ หากพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมคือ เกิดจากคนไทยเราด้วยกันเอง
ตั้งแต่การลักลอบเข้าเมืองกลับมาอย่างผิดกฏหมาย ตามด้วยการมีขบวนการที่ลักลอบนำเอาคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศ ดังที่เป็นข่าวให้รับทราบกันในช่วงที่ผ่านมา
การระบาดซ้ำ จะมียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรกราว 5 เท่า และใช้เวลาคุมยาวนานกว่าเดิม 2 เท่า โอกาสพลิกมีเพียงการทุ่มสรรพกำลังเพื่อต่อสู้ให้ลุล่วงภายใน 4 สัปดาห์แรกของการระบาดซ้ำ
เรามีเวลานับจากวันนี้ไปถึงกลางมกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการต่อสู้ในการระบาดซ้ำสำหรับประเทศไทยคือ
1. ป้องกันตัวเองอย่างให้ติดเชื้อ
2. เร่งตรวจหาคนติดเชื้อที่แฝงอยู่ในชุมชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำไปรักษาและป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อต่อ
3. ประคับประคองให้พอหายใจหายคอได้ยามวิกฤติ ไม่รนหาที่ ไม่หาความเสี่ยงเข้ามาเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรรกะในการใช้ชีวิตที่จำเป็นต้องทำให้พวกเราทุกคนเข้าใจให้ถูกต้องคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง วาทกรรม&amp;quot;ติดเชื้อมา มียา ยังไงก็ไม่ตาย&amp;quot; นั้นเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง
ติดเชื้อมา มีโอกาสตายได้ แม้จะมียา ยาที่ได้รับการรับรองในการใช้รักษามีน้อยชนิดมาก และมีจำกัด
การติดเชื้อในยามระบาดซ้ำซึ่งจะมีคนติดเป็นจำนวนมากนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะทรัพยากรจะไม่เพียงพอ ไม่ใช่แค่ยา แต่เป็นเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่จะดูแล รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือ ดังนั้นต้องไม่ประมาท เพราะคนพล่ามวาทกรรมมักไม่ติด แต่คนติดมักเป็นคนหลงเชื่อวาทกรรมและนำไปใช้ดำรงชีวิตบนความประมาทอย่าลืมว่าตอนนี้ทั่วโลกติดไปจะ 80 ล้านในวันพรุ่งนี้ และตายไปแล้วกว่า 1,600,000 คน ประเทศที่ตายเยอะ ใช่ว่าเค้าจะไม่มียา เค้าเป็นผู้ผลิตเองด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงตาย??? ลองคิดดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ใส่หน้ากากเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;quot; นั้นเป็นตรรกะที่ถูกต้องส่วนเดียว
ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า ในยามระบาดซ้ำ ระบาดใหม่ ระบาดระลอกสองสามสี่ หรือระบาดอีกครั้งนั้น มันเกิดขึ้นไวมาก แพร่ไปวงกว้าง กว่าจะตรวจพบหรือรู้ว่าเกิดขึ้น ก็มักมีการติดเชื้อกันไปมากมาย ดังที่เราเห็นในเหตุการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันที่เราตรวจพบเหตุการณ์ จริงๆ แล้วคนที่ติดเชื้อเหล่านั้นได้รับเชื้อกันมาจากการดำรงชีวิตต่างวาระต่างโอกาสกันมานานพอสมควร เช่น ราว 2 สัปดาห์ และมีโอกาสแพร่กระจายไปต่างพื้นที่ จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการระบาดซ้ำนี้ จึงมีโอกาสสูงที่เราทุกคนจะได้รับเชื้อและแพร่เชื้อกันไปโดยไม่รู้ตัว เพราะคนติดเชื้อราว 20% จะไม่มีอาการ 65% จะมีอาการน้อยเหมือนไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเหล่านี้แหละที่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ในจำนวนมาก หากไม่ป้องกันตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลข้างต้น การที่เราควรใส่หน้ากากกัน 100% อย่างสม่ำเสมอนั้น จึงทำเพื่อทั้ง &amp;quot;ป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อจากผู้อื่น&amp;quot; และเพื่อ &amp;quot;ป้องกันไม่ให้ตัวเองไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว&amp;#39;
ที่เล่ามานี้ ต้องการจะบอกว่า ตัวผมเองก็เช่นกัน ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ต้องใส่หน้ากาก เพราะเรามีโอกาสติดเชื้อจากการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน จึงไม่อยากที่จะไปแพร่ให้สมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูงที่ทำงาน หรือคนอื่นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะส่วนตัวแล้วมองว่า หากไม่ใส่หน้ากาก ตัวเรานั้นก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของคนอื่น
หากเราทุกคนช่วยกัน โอกาสทำให้ระบาดซ้ำครั้งนี้รุนแรงน้อยกว่าระลอกแรก เสียหายน้อยกว่าระลอกแรกก็มีทางสำเร็จครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ใส่หน้ากากเสมอ
#ลดละเลี่ยงไปพื้นที่เสี่ยง...
#ฉลองคริสตมาสและปีใหม่ที่บ้าน...
#อยู่บ้านกันนะครับ
#เรามีเวลาสู้สุดใจถึงกลางมกราคม
ด้วยรักต่อทุกคน
สุขสันต์วันคริสตมาสครับ ภาวนาขอของขวัญเป็นความปลอดภัยปลอดการติดเชื้อของทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87944</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดโควิดทะลุ65ล้าน!&#039;หมอธีระ&#039;ยกเคสลักลอบเข้าเมืองเตือนจิ๊กซอว์ครบพร้อมระบาดในวงกว้างได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความเห็นรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิดทั่วโลก 4 ธันวาคม 2563 มีรายละเอียดดังนี้
ทะลุ 65 ล้าน โดยมีคนตายเกิน 1.5 ล้านคนแล้ว ในขณะที่อิหร่านติดเกินล้านเป็นประเทศที่ 14
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 690,188 คน รวมแล้วตอนนี้ 65,417,539 คน ตายเพิ่มอีกมากถึง 12,706 คน ยอดตายรวม 1,509,427 คน
อเมริกา ติดเชิ้อเพิ่มอีกสูงถึง 216,883 คน รวม 14,481,511 คน ตายเพิ่มอีก 2,791 คน ยอดตายรวม 282,056 คน ทั้งนี้หากยังมีจำนวนติดเชื้อเพิ่มมากแบบนี้ต่อเนื่อง อาจเกินกำลังของระบบสุขภาพ
อินเดีย ติดเพิ่ม 33,270 คน รวม 9,564,565 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 50,434 คน รวม 6,487,084 คน
รัสเซีย ติดเพิ่มอีก 28,145 คน รวม 2,375,546 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 12,696 คน รวม 2,257,331 คน
อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน
เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังคงน่าเป็นห่วงมาก ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งเดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ ลัตเวีย เอสโตเนีย จอร์เจีย ฯลฯ ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นศูนย์กลางการระบาดในระยะถัดไปได้
เกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบถึงเฉียดร้อย ในขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,418 คน ตายเพิ่มอีก 30 คน ตอนนี้ยอดรวม 95,018 คน ตายไป 2,028 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
ตอนนี้มีหลายประเทศเริ่มเห็นการระบาดซ้ำระลอกสอง เช่นแถบบอลติก และยูเรเชีย
ในขณะที่บางประเทศเข้าสู่ระลอกสาม ดังที่เราทราบกันก่อนหน้านี้ ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ไต้หวัน เดิมคุมโรคได้ดีมาก และยอดสะสมน้อยกว่าไทย แต่ตอนนี้ดูแนวโน้มตั้งแต่ตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการติดเชื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าถ้าอีกสองสัปดาห์เป็นไปในลักษณะนี้ อาจเข้าสู่การระบาดระลอกสองจริง
สำหรับเมืองไทย วิชาการแพทย์นั้นประเมินได้ชัดเจนว่า จิ๊กซอว์ครบพร้อมกับการระบาดในวงกว้างได้ทุกเมื่อ เพราะเรามีเคสลักลอบเข้าเมืองจำนวนหลักสิบ ตะลอนกระจายไปทั่ว ไม่ป้องกันตัว ทำกิจกรรมเสี่ยงมากมายหลากหลาย แถมส่วนใหญ่ดันเป็นคนที่ติดเชื้อมีอาการ ซึ่งแปลว่าในร่างกายจะมีไวรัสสูงกว่าคนไม่มีอาการ ง่ายต่อการแพร่เชื้อให้คนอื่น
ล่าสุดเคสเชียงรายที่ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศ ก็เกิดจากการติดต่อ ให้ที่พัก คลุกคลี และไปกินไปเที่ยวพร้อมกับกลุ่มผู้ติดเชื้อ ถือเป็นการยืนยันชัดเจนว่า&amp;quot;โควิดติดง่าย ติดแน่ แพร่ได้ หากไม่ป้องกัน&amp;quot;
โควิดนั้นไม่ใช่หวัดธรรมดา ติดแล้วตายได้ ดังที่เห็นตามสถิติที่บอกทุกวัน
โควิดนั้นติดแล้ว ต่อให้รักษาจนหาย ก็จะมีอาการผิดปกติคงค้างในระยะยาว ได้ถึง 30-40% ทั้งเหนื่อยล้าง่าย หายใจลำบาก ปวดข้อ รวมถึงอาการอื่นๆ อีกหลายหลาก ดังนั้นไม่ติดจะดีที่สุด การโฆษณาการเมืองว่ามียารักษา พร้อมรับมือนั้นจะเป็นการสร้างความประมาทให้แก่ประชาชน และประเมินผลกระทบจากการติดเชื้อต่ำกว่าที่เป็นจริง
สถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องประกาศให้ประชาชนทราบว่าพื้นที่ต่างๆ เป็นพื้นที่เสี่ยง ควรลด ละ เลี่ยงที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ยกเว้นจะจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องตระหนัก และร่วมมือกันเต็มที่เพื่อป้องกันบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ไม่ให้เกิดการระบาดวงกว้าง ใส่หน้ากาก 100% ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆ กัน พบกันน้อยลงสั้นลง จำกัดธุรกิจบริการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่ และคอยสังเกตอาการตนเอง หากไม่สบาย ต้องรีบไปตรวจรักษา ยอมลำบากสองสัปดาห์เพื่อจะได้ไม่ลำบากระยะยาว
เดือนนี้เดือนเทศกาล คนวางแผนไปเที่ยวกันเยอะ ส่วนตัวแล้วผมไม่แนะนำให้ไปในเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง หากจำเป็นต้องไป ก็ขอให้ไปอย่างมีสติ ป้องกันตัวเสมอ หากไปที่ใดแล้วคนเยอะ ควรเปลี่ยนไปที่อื่นแทนหากเป็นไปได้ และหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว คอยสังเกตอาการตนเองสองสัปดาห์ ถ้าไม่สบายต้องไปตรวจ
สู้ยิบตาเพื่ออยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน
ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ลักลอบเข้าเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โควิดระบาดทั่วโลกทะลุ53ล้านคนแล้ว!&#039;หมอธีระ&#039;ยังห่วงสถานการณ์ในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.63 -รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ทั่วโลก 13 พฤศจิกายน 2563 มีรายละเอียดดังนี้
ทั่วโลกทะลุ 53 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เพิ่มราว 3 ล้านทุกๆ 5 วันครับ
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มอีกถึง 650,914 คน รวมแล้วตอนนี้ 53,003,790 คน ตายเพิ่มอีก 9,656 คน ยอดตายรวม 1,297,476 คน
อเมริกา เกินแสนคนอย่างต่อเนื่อง ติดเพิ่ม 163,664 คน รวม 10,840,868 คน กำลังจะแตะ 11 ล้านแล้ว
อินเดีย ติดเพิ่ม 43,861 คน รวม 8,727,900 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 31,723 คน รวม 5,779,383 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 33,172 คน รวม 1,898,710 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,608 คน รวม 1,858,568 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อันดับ 6-10 ตอนนี้ยังคงเป็น สเปน อาร์เจนตินา สหราชอาณาจักร โคลอมเบีย และอิตาลี ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน
เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
เยอรมันแซงแอฟริกาใต้ขึ้นเป็นอันดับ 13 ของโลกเรียบร้อยแล้ว
หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน
มาเลเซีย และเกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลักร้อยถึงเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และนิวซีแลนด์ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,145&amp;nbsp; คน ตายเพิ่มอีก 28 คน ตอนนี้ยอดรวม 65,598 คน ตายไป 1,508 คน อัตราตายตอนนี้ 2.3%
ตอนนี้น่าเป็นห่วงญี่ปุ่น เพราะจำนวนการติดเชื้อต่อวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีลักษณะจะระบาดเป็นครั้งที่ 3 หากไม่มีมาตรการเข้มข้นมากกว่าเดิม
ดูจากสถิติการระบาดของยุโรป หลังจากที่หลายต่อหลายประเทศล็อคดาวน์ในรูปแบบต่างๆ ไปแล้วระยะหนึ่ง ดูแนวโน้มประเทศที่มีมาตรการเข้มข้นจะมีการติดเชื้อจะลดลงบ้าง คาดว่าจะเห็นผลการควบคุมได้ดีขึ้นภายในอีก 2 สัปดาห์ และน่าจะควบคุมได้ภายในกลางเดือนธันวาคม
ส่วนของไทยเรานั้น สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เพราะช่วงที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ผุดเป็นดอกเห็ด หาต้นตอไม่ได้ หลายต่อหลายเคส เป็นสัญญาณเตือนให้เราทุกคนป้องกันตัวอยู่เสมอ เพราะอาจนำไปสู่การระบาดซ้ำได้
ยังยืนยันว่า รัฐควรเลือกดำเนินนโยบายประคับประคองให้พ้นจากการระบาดซ้ำ
ไม่ควรเน้นหาเงินกับการนำเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติ และไม่ควรลดวันกักตัว
ขณะนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังไปได้สวย หลายมาตรการนั้นดูจะตรงจุดตรงกลุ่มเป้าหมาย และได้ประโยชน์ต่อประชาชน เช่น คนละครึ่ง เป็นต้น
ถ้าขืนเลือกดำเนินนโยบายที่นำไปสู่การระบาดซ้ำ สะดุดหกล้มจะบาดเจ็บหนัก และกู้คืนยากครับ
ส่วนตัวแล้วคาดการณ์ว่า มีนาคมน่าจะเป็นเวลาที่หายใจหายคอได้ดีขึ้น
ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83696</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯวิเคราะห์โอกาสเสี่ยงโควิดระบาดซ้ำที่สูงขึ้นมากจะมาในรูปแบบใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 ต.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รายงานสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกล่าสุด 2 ตุลาคม 2563 ว่า
เมื่อวานติดเพิ่มไปอีก 301,424 คน รวมแล้วตอนนี้ 34,412,538 คน ยอดตายรวม 1,022,827 คน
อเมริกา ติดเพิ่ม 48,101 คน รวม 7,489,214 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 81,693 คน รวม 6,391,960 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 10,040 คน รวม 4,820,116 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 8,945 คน รวม 1,185,231 คน เป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องกันถึง 19 วันแล้ว
อันดับ 5-10 ตอนนี้เป็น โคลอมเบีย เปรู สเปน อาร์เจนตินา เม็กซิโก และแอฟริกาใต้ ติดกันหลักพันถึงหมื่นกว่าคนต่อวัน
ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหมื่นกว่า
หลายต่อหลายประเทศในยุโรปก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน
ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ติดเพิ่มกันหลักร้อยถึงหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ และออสเตรเลียติดเพิ่มกันหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามยังมีติดเพิ่มหลักหน่วย
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ยังรุนแรงขึ้น ติดเพิ่มไปอีกถึง 1,010 คน ตายเพิ่มอีก 11 คน ตอนนี้ยอดรวมถึง 14,383 คน ตายไปมากถึง 321 คน อัตราตายตอนนี้ไม่ดีขึ้น ยังคงเดิมคือ 2.2%
...สหราชอาณาจักรตอนนี้ยังคงระบาดเยอะ ติดไปรวม 460,178 คน ตายไปแล้ว 42,202 คน อัตราตายเฉลี่ยสูงถึง 9.2%
&amp;nbsp;...มาเลเซีย ตอนนี้น่าจับตามอง เพราะติดเพิ่มไปถึง 260 คน ลักษณะมี peak มาเป็นระยะๆ ราวทุกสัปดาห์และ peak ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยระหว่างนั้นก็ติดขยับจากหลักสิบมาหลักร้อย...แนวโน้มดูจะรุนแรงขึ้น
...ไทยเรา อยู่ติดเมียนมาร์ด้านบน และมาเลเซียด้านล่าง ก็คงต้องระมัดระวัง คัดกรองการข้ามแดนอย่างเข้มแข็ง ระมัดระวัง และคงต้องเอาใจช่วยให้เค้าคุมโรคได้โดยเร็ว
...ถามกันมาเยอะว่าโอกาสเสี่ยงระบาดซ้ำที่สูงขึ้นมากนั้น จะมาในรูปแบบใดได้บ้าง หากดูจากข้อมูลของประเทศอื่นทั่วโลกที่เคยคุมได้แล้วมาระบาดซ้ำ คงจะหนีไม่พ้น
หนึ่ง แรงงานต่างด้าว ทั้งเข้ามาผ่านช่องทางปกติหรือแอบลักลอบเข้ามา
สอง นักท่องเที่ยวต่างชาติ
สาม อื่นๆ ที่ไม่ทราบต้นตอแน่ชัด
ระบาดซ้ำนั้นมักจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว หาต้นตอลำบาก กระจายเร็วและกว้าง คุมยาก ใช้เวลาคุมนานกว่าเดิมเฉลี่ย 1.5-3 เท่า และ peak ติดเชื้อรายวันนั้นมักสูงกว่าเดิมราว 1.3-2.6 เท่า หากปล่อยให้เกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบมาก
ดังนั้นธุรกิจห้างร้านและครัวเรือนต่างๆ ที่ใช้แรงงานต่างด้าว ควรนำไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายและนำไปตรวจโควิดให้เรียบร้อย ทั้งนี้หากมีการจ้างคนจำนวนมาก ก็ควรทำการส่งตรวจคัดกรองโควิดเป็นระยะๆ โดยอาจทำการตรวจหาสารพันธุกรรมไวรัสจากน้ำลายแบบรวมกันตรวจสัก 5-10 คนในแต่ละครั้ง ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ
เรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผมไม่คิดว่าจะควบคุมได้ตามที่รัฐหวัง และหากมีการเล็ดรอดของผู้ติดเชื้อจากระบบคัดกรองกักตัวเข้าสู่ชุมชน ก็มีโอกาสระบาดซ้ำสูงหากประชาชนในสังคมไม่ตั้งการ์ดให้เข้มแข็ง ยิ่งรับมาเยอะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว &amp;nbsp;
ประชาชนอย่างเรา ขอให้รักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ
หัวใจสำคัญที่สุดคือ &amp;quot;การใส่หน้ากากเสมอ&amp;quot; และ &amp;quot;การคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้รีบไปตรวจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79268</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแรงงานต่างด้าว, การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, นักท่องเที่ยวต่างชาติ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
