<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยกว่า 3 หมื่น ใช้ “โคแฟค” สกัดข่าวลวงช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 39 องค์กรรวมพลังจัดสัมมนาไฮบริด &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; ทุกวันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี พร้อมประกาศปฏิญญาปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง สสส.ปลื้มครบ 1 ปี คนไทยใช้นวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; ช่วยสกัดการระบาดข่าวลวงช่วงโควิด-19 กว่า 3 หมื่นราย พร้อมเร่งสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โคแฟค ประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล (International Fact Checking Network : IFCN) และ ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงกว่า 30 องค์กรในประเทศ จัดสัมมนาไฮบริดเนื่องในวาระ &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; (International Fact-Checking Day 2021) &amp;ldquo;ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ที่โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์กรทั้งหมดพร้อมใจกันป่าวประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือของภาคประชาสังคมในปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร (2 เมษายน 2564 - 2 เมษายน 2565) ดังนี้ เครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงขอแสดงจุดยืนในการสกัดข่าวลวง ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน พัฒนางานศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวังอย่างมีส่วนร่วม ให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจด้านการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล สร้างข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้มแข็งภาคพลเมือง ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของการไตร่ตรอง ใช้เหตุผล มีวิจารณญาณ เพื่อลดผลกระทบด้านลบยุคข้อมูลข่าวสาร รวมถึงลดความขัดแย้งอันเนื่องจากความเข้าใจผิดในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวในการเปิดสัมมนาว่า ในวันที่ 2 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันตรวจสอบข่าวลวงโลก สำหรับประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการต่อต้าน ป้องกัน และรับมือกับปัญหาข่าวลวงในยุคดิจิทัล โดย สสส.เห็นความสำคัญและได้ร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกโคแฟค (Collaborative Fact Checking : Cofact) นวัตกรรมกลไกตรวจสอบข่าวลวงบนเว็บไซต์ cofact.org และไลน์ @cofact ซึ่งขณะนี้ครบ 1 ปี ของการมีนวัตกรรม แนวคิดโคแฟคได้ถูกส่งต่อและขยายไปยังภาคีเครือข่าย อาสาสมัคร มหาวิทยาลัย สื่อท้องถิ่น และชุมชนระดับภูมิภาคในวงกว้างมากขึ้น มีพันธมิตรเครือข่ายร่วมทำงาน 39 องค์กร จนเกิดเป็นชุมชนโคแฟคที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้ามาตรวจสอบข่าวลวงร่วมกันแล้วกว่า 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โคแฟคเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งข่าวลวงเปรียบเหมือนเชื้อไวรัสที่กระจายอย่างรวดเร็ว จนองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง ซึ่งตั้งแต่มีโคแฟคทำให้เกิดฐานข้อมูลในการตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพกว่า 2,500 ชุด มีการจัดทำบทความพิเศษ อินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่ายกว่า 350 ชิ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีภูมิคุ้มกัน มีจิตสำนึกพื้นฐาน คือ การรู้เท่าทันสื่อ ขยับมาสู่การร่วมตรวจสอบข่าวลวง จนถึงช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง สกัดกั้นข่าวลวง ไม่ทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยแย่ลง สสส.พร้อมสนับสนุนการสร้างพลเมืองเท่าทันสื่อ มีความรู้และทักษะเท่าทันสื่อ เท่าทันตนเอง มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการตรวจสอบข่าวลวงและรู้เท่าทันสื่อ นำไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะ&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สุภิญญา กลางณรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการนำเสนอภาพรวมของการตรวจสอบข่าวลวงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนักตรวจสอบข่าว (Fact Checker) ในแต่ละประเทศ และต้องมีการทำงานเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน ตลอดเวลาในช่วง 1 ปี นับจากวันนี้ไปที่ประกาศเป็นปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ทางโคแฟคประเทศไทยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งในเชิงวิชาการ การขับเคลื่อนประเด็น และการสัมมนาร่วมกันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้สุภิญญาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อก่อนหลายคนมองว่าข่าวลวงเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง แต่ในวันนี้ข่าวลวงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เป็นปัญหาระดับชาติ เราอยากให้ประชาชนตื่นตัว ที่ผ่านมาข่าวลวงมีทั้งการหลอกลวงเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การเงิน การขายสินค้าและบริการ โดยคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและเด็ก เยาวชน การจัดเวทีเสวนาเพื่อเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อท้องถิ่นในการทำงานประสานกับภาคประชาสังคม แกนนำชุมชนและชาวบ้านในระดับรากหญ้า เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับข่าวลวงและไม่ตกเป็นเหยื่อข้อมูลข่าวสารในด้านมืดของยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมในรอบ 1 ปีที่ สสส.ร่วมกับพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ ขยายงานนวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; (Cofact) ตรวจสอบข่าวลวงสู่การสร้างชุมชนค้นหาความจริง จัดปฐมนิเทศจิตอาสาร่วมตรวจสอบข่าวลวงรุ่นแรก ในจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ โคแฟคเชิญชวนทุกท่านให้มาเป็นชาวชุมชนคนโคแฟคร่วมกันค้นหาความจริง เพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่เว็บไซต์ www.cofact.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;Domino Land ห้องนิทรรศการหมุนเวียน สสส. ยุคดิจิทัลสร้าง &amp;ldquo;พลเมืองเท่าทันสื่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อที่เปลี่ยนไป &amp;ldquo;สื่อ&amp;rdquo; เป็นเครื่องมือสำคัญที่มนุษย์ใช้ในการถ่ายทอดข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจหรือให้บรรลุวัตถุประสงค์ระหว่างบุคคลและสังคม ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด จากการใช้จดหมายสื่อสาร หนังสือโทรเลข หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ อีเมล เว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน สู่ยุคโซเชียลมีเดีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อดั้งเดิม สื่อสารทางเดียวเป็นการติดต่อสื่อสารในลักษณะที่ผู้ส่งสารมี่อิทธิพลต่อผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว โดยผู้รับไม่มีโอกาสที่โต้ตอบหรือซักถามข้อสงสัยใดๆ สื่อดั้งเดิมสื่อสารให้เข้าถึงผู้คนในแต่ละคราวมากๆ โดยสื่อมวลชน สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อใหม่เป็นสื่อที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประกอบการสื่อสารเพื่อความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้บทบาทของคนใช้สื่อเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว กลายเป็นผู้รับ ผู้ส่ง และผู้สร้างสื่อในเวลาเดียวกัน การสื่อสาร 2 ทางเป็นการติดต่อสื่อสารที่ผู้รับสารมีการตอบสนอง และมีปฏิกิริยาย้อนกลับไปยังผู้ส่งสาร สามารถโต้ตอบปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนการติดต่อได้ สื่อใหม่มากบทบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถิติคนไทยเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ 133% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1 ใน 3 ของวัน คนที่อยู่ในช่วงวัย 18-34 ปี มีการใช้งานมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด การสื่อสารเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ จากการแสดงท่าทาง การใช้ตัวอักษรเพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งสารตามวัตถุประสงค์ วิวัฒนาการของสื่อในแต่ละยุคจึงสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสาร เฉกเช่นในปัจจุบันที่อุปกรณ์ 1 เครื่อง สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในยุคอนาล็อก ยุคของการนำข้อมูลมาส่งผ่านอุปกรณ์รับและแปลงลักษณะยุคดิจิทัล ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการสื่อสารเป็นการก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่องรอยบนโลกดิจิทัล ทุกกิจกรรมของเราในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้อมูลส่วนตัว การเข้าใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ จะถูกทิ้งเป็นร่องรอยบนโลกดิจิทัล ซึ่งจะนำอันตรายและส่งผลกระทบต่อตัวเอง ยิ่งเราทิ้งข้อมูลส่วนตัวไว้มากเท่าไหร่ เราจะสามารถถูกระบุตัวตนได้มากยิ่งขึ้น สื่อเหมาะสมกับวัย มีการหลอกลวงต้มตุ๋น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Media Literacy เรียนรู้ เท่าทันใจ สื่อจำนวนมากที่อยู่รายล้อมตัวเรา ทำให้การสร้างทักษะ การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยการที่เราไม่หลงเชื่อเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่สามารถคิดวิเคราะห์ สงสัยและรู้จักการตั้งคำถามว่า สิ่งนั้นจริงหรือไม่จริงได้เป็นคนให้ข้อมูล เขาต้องการสื่ออะไรหรือมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ เป็นการฝึกฝนมองให้รอบด้าน มุมมองกลับสื่อ แต่เพียงด้านเดียว มุมเดียว ทำให้การรับรู้ข้อมูลผิดพลาดได้ จึงควรมองหลายด้าน หลากมุมทุกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่สื่อกำลังนำเสนอ การเข้าถึงคือการได้รับสื่อประเภทต่างๆ อย่างเต็มที่ รวดเร็วและรับรู้และเข้าใจจะเชื่อสื่อประเภทต่างๆ ได้อย่างเต็มความสามารถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม แพลตฟอร์ม COFACT.ORG พื้นที่เปิดให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง สถานการณ์สื่อในปัจจุบัน ผู้คนล้วนอยู่ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร แต่คงมีคนจำนวนไม่มากที่สามารถตรวจสอบที่มาของทุกข่าวหรือสิ่งที่ได้รับ แพลตฟอร์ม COFACT ใช้เทคโนโลยีของภาคพลเมือง กรองข่าวโดยกอง บ.ก.และอาสาสมัคร ใช้งานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ เปิดเป็นพื้นที่ให้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงและความคิดเห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่ เป็นการนำสื่อผ่านบุคคลต้นแบบเพื่อเป็นนักสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง และกระตุ้นให้สังคมเกิดการตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการมีกิจกรรมทางกาย ได้คัดเลือก 8 บุคคลต้นแบบจากผู้สมัครทั่วประเทศที่มีปัญหาด้านสุขภาพให้ได้ออกมาวิ่งเปลี่ยนตัวเอง ผ่านรูปแบบสารคดีถึงเรียลลิตี้ที่ผลิตโดยเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ Run for New Life วิ่งสู้ชีวิตใหม่ มีผู้ติดตามข่าวสารมากถึง 7 แสนคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99694</URL_LINK>
                <HASHTAG>COFACT.ORG, Domino Land, International Fact Checking Network : IFCN, International Fact-Checking Day 2021, Media Literacy, Run for New Life, การรู้เท่าทันสื่อ, ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, พลเมืองเท่าทันสื่อ, ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวง, วันตรวจสอบข่าวลวงโลก, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม, สุภิญญา กลางณรงค์, องค์การอนามัยโลก, เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล, โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่, โควิด-19, โคแฟค, โคแฟค ประเทศไทย, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60797abf25924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เปิดคอร์สสั้นๆวิธีรู้เท่าทันสื่อ&#039;Check&#039;ให้&#039;sure&#039; ก่อนจะ&#039;เชื่อ&#039;แล้วค่อย&#039;share&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 62- ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
หนึ่งในประเด็นการปฏิรูปสื่อคือ &amp;quot;การรู้เท่าทันสื่อ (media literacy)&amp;quot; ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับการรู้เท่าทันสื่อ เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สื่อในปัจจุบัน มีหลายสื่อที่เลือกข้างท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้มีอคติและความลำเอียงในการเสนอข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อมีการเลือกข้างดังที่กล่าวมา ทำให้สื่อบางรายทำงานแบบไม่มีจรรยาบรรณ ขาดจริยธรรมในการทำงาน เพื่อชี้นำตามแนวทางที่ตนเองต้องการ ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง แต่เพื่อผลประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สื่อมีการแข่งขันกันสูง ดังนั้นการทำข่าวจะเน้น &amp;quot;ความเร็ว&amp;quot; และ &amp;quot;ความลึก&amp;quot; จนบางครั้งขาดการตรวจสอบความถูกต้อง จึงมีข่าวลวง ข่าวลือ ข่าวผิด และข่าวบิดเบือนอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สื่อบางรายสร้างความนิยม ( rating) ด้วยการจับคนมาทะเลาะกัน สร้างความแตกแยก สร้างความชิงชังแบบแยกประชาชนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย หากคล้อยตาม ประเทศไทยคงไม่อาจบรรลุการปรองดองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องพ่อของฟ้าโดนหมายเรียก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกเป็นดคีส่วนตัวของธนาธร VS บางรายบอกว่าเป็นการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองสีส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่ามีคนมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก VS บางรายบอกว่ามาบางตา และไม่ใช้น้องฟ้า แต่เป็นเหี่ยวฟ้าที่เปลี่ยนเสื้อแดงมาเป็นเสื้อส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเจ้าหน้าที่ต่างชาติมาทำไม ไม่มีมารยาททางการทูต VS สื่อบางรายบอกว่าพวกเขาเป็นพวก amnesty ที่มาเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกใช้อำนาจทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าความผิดมาตรา 116 เกิดขึ้นช่วงที่ยังมีประกาศ คสช. ว่าใครทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงจะต้องขึ้นศาลทหาร VS สื่อบางรายทำเป็นสงสัยว่าทำไมต้องขึ้นศาลทหาร โดยไม่หาข้อมูลว่าทำไม แล้วนำเสนอข่าวในทำนองสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าทำไมมาดำเนินคดีตอนนี้ การเมืองแน่นอน VS สื่อบางรายอธิบายการเปลี่ยนคณะทำงานที่ลาออก เกษียณ เปลี่ยนงาน ทำให้คดีล่าช้ามาถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องล้มเจ้าก็เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าการกล่าวหาปิยบุตรเป็นการโหนเจ้าทำลายพรรคสีส้ม VS สื่อบางรายนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนิตยสารฟ้าเดียวกัน และข้อความการอภิปรายและข้อเขียนในหนังสือของปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเขาไม่ได้พูดถึงระบบกษัตริย์ของไทย แต่พูดถึงระบอบกษัตริย์ทั่วโลก VS สื่อบางรายบอกว่าพูดถึงระบอบของไทยแน่ๆ เพราะมีการอ้าง ม. 112 ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเขาพูดในฐานะนักวิชาการที่มีอิสระทางวิชาการ VS สื่อบางรายชี้ว่าจะพูดในฐานะอะไรก็ตามคุณกำลังหมิ่นเบื้องสูงและเป็นอันตรายต่อระบอบกษัตริย์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายเรียกร้องให้ปิยบุตรตอบคำถามของอุ๊ VS สื่อบางรายต่อว่าอุ๊ว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องและบอกให้ปิยบุตรไม่ต้องสนใจอุ๊&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าการนำเอาเรื่องนี้มาจัดการกับปิยบุตรตอนนี้คือการทำลายพรรคอนาคตใหม่ทางการเมือง VS สื่อบางรายบอกว่าทำผิดก็ต้องรับผิด เป็นเรื่องส่วนตัวของปิยบุตรที่เป็นคนพูด และธนาธรที่เป็นนายทุนนิตยสารฟ้าเกียวกัน และบอกว่าอย่าโยงกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นไหมว่าการรับรู้ข่าวสารและการติดตามการวิเคราะห์ข่าวในยามนี้ เราต้องรู้เท่าทันสื่อจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องรู้จุดยืนของสื่อว่าเป็นกลางหรือยืนข้างใด
2. พิจารณาความสมเหตุสมผลตามหลักตรรกวิทยา
3. แยกแยะข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นออกจากกัน
4. มองหาหลักฐานที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์ เช่นตัวเลขทางสถิติ รูปภาพ วิดีโอคลิป
5. พิจารณาความเป็นไปได้ของสิ่งที่ได้รับรู้โดยพิจารณาจากแนวคิด ทฤษฎีที่เคยร่ำเรียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ &amp;quot;Check&amp;quot; ให้ &amp;quot;sure&amp;quot; ก่อนจะ &amp;quot;เชื่อ&amp;quot; แล้วค่อย &amp;quot;share&amp;quot; นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33139</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรู้เท่าทันสื่อ, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ปฏิรูปสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88e14853a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
