<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;นำทีมวิสามัญ&#039;กอล์ฟ&#039;หัวโจกปล้นรถขนเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.62- เมื่อเวลา 04.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เข้าตรวจสอบเหตุวิสามัญนายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลตลิ่งชัน ที่ จ.79/2562 ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธ ขู่เข็ญเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สิงคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน ซึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ เงินสด 7.2 ล้านบาท จากพนักงานรถขนเงิน BRINKS เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวขัดขืนการเข้าจับกุมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เหตุเกิดริมพงหญ้ากลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบแหล่งกบดานของนายดนัยหลังชิงทรัพย์รถขนเงินแล้ว เจ้าตัวยังวนเวียนกบดานอยู่ในย่านพุทธมณฑล สาย 3 และ พุทธมณฑล สาย 4 &amp;nbsp;และพบว่านายดนัยนัดเจอเพื่อนที่โต๊ะสนุกเกอร์ปากซอยทวีวัฒนา 1 เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมแต่นายดนัยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 กต 5952 กรุงเทพมหานคร หลบหนีเข้าไปในซอยทวีวัฒนา 1 จะมุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑล สาย 4 ระหว่างทางนายดนัยเห็นจวนตัวเนื่องจากพบรถตำรวจปิดเส้นทางเอาไว้ จึงทิ้งรถจะหลบหนีเข้าพงหญ้า ตำรวจจึงวิ่งตาม นายดนัยชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ 4 นัด จนเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนและยิงสวนกระสุนถูกกลางอก 2 นัด นายดนัยเสียชีวิตทันที ตรวจสอบเบื้องต้นพบเงินสดประมาณ 300,000 บาท ในกระเป๋าสะพานสีน้ำตาลใต้เบาะรถ พร้อมส่งศพให้แพทย์ตรวจสอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30406</URL_LINK>
                <HASHTAG>การวิสามัญฆาตกรรม, ตำรวจ, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ปล้นรถขนเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7c7deb009cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผาเมืองเด็ดหัว5ศพแก๊งค้ายาเหิมเปิดฉากยิง แพร่จับ2หนุ่มขนยาบ้า5ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กองกำลังผาเมืองเด็ดหัวคาราวานยาเสพติดชายแดนด้านแม่สาย รวม 5 ศพ หลังปะทะสนั่น ยึดยาบ้า 7.2 แสนเม็ด ส่วนที่แพร่ &amp;quot;บิ๊กอวบ&amp;quot; แถลงผลงานลูกน้อง จับ 2 คนร้ายขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด กระบี่จับตาย &amp;quot;ชาย โคกหาร&amp;quot; หลังล่อซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 (ฉก.ม.2) กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาทางชายแดนพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงได้จัดกำลังพลจาก ร้อย ม.2 ฉก.ม.2 ไปดักซุ่มอยู่บริเวณป่าใกล้ถนนหมายเลข 1149 ซึ่งเป็นตะเข็บชายแดนเพื่อสกัดกั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่พบชายฉกรรจ์จำนวนประมาณ 7 คน มีกระเป๋าเป้สะพายหลังและถืออาวุธประจำกาย เดินลัดเลาะตามแนวป่าเทือกเขาดอยนางนอน เขตหมู่บ้านผาหมี หมู่ 6 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนประมาณ 700 เมตร เชื่อว่าเป็นคาราวานขนยาเสพติด จึงส่งสัญญาณให้ทั้งหมดวางอาวุธเพื่อตรวจสอบ แต่อีกฝ่ายกลีบเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร เกิดการปะทะกันนานประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะสิ้นเสียงปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาพลบค่ำ เจ้าหน้าที่ไม่อาจเข้าไปตรวจจุดปะทะ เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงวางกำลังปิดล้อมไว้ กระทั่งถึงเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.วิชิต วงค์สังข์ ผบ.กองกำลังผาเมือง, พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2, พ.ท.บัณฑิต ชาวกัณหา ผบ.บก.ควบคุม ฉก.ม.2, ร.ท.จตุภูมิ กันคล้อย ผบ.ร้อย ม.2 ฉก.ม.2 นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 5 ศพ ค้นในตัวไม่พบหลักฐานใด แต่จากการแต่งกาย รูปพรรณสัณฐานคล้ายกลุ่มชาติพันธุ์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังพบเป้กระสอบฟางสีรุ้งตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณรวม 5 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 720,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบกระสุนปืนลูกซองจำนวน 94 นัด และกระสุนชนิดอื่นอีก 87 นัด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อขยายผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.สอง จ.แพร่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธระรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.แพร่, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พ.อ.ทรงยศ ทองก้อน ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดแพร่, นายอนุรัฐ ไทยตรง รอง ผวจ.แพร่ ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน ยาบ้า 5 ล้านเม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดแห่งคดี เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจนางฟ้า สภ.สอง ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจยาเสพติดบนถนนสายคลองชลประทานบ้านห้วยหม้าย พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กผ 1339 กทม. วิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเห็นชุดปฏิบัติการตั้งจุดตรวจจึงได้หลบหนีเลี้ยวรถไปทางท่าทรายสองฝั่งยม ตำรวจจึงขับรถติดตาม คนร้ายได้จอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนี จึงได้แจ้งศูนย์วิทยุ สภ.สอง ขอกำลังเสริม ตามจับได้ 2 คน หลบหนีไปได้ 1 คน จากการตรวจค้นภายในรถกระบะ พบยาบ้าบรรจุกระสอบปุ๋ยโดยมีถุงพลาสติกสีดาสวมทับรวม 35 กระสอบ ยาบ้าประมาณ 5 ล้านเม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ คืนวันเสาร์ ร.ต.อ.ธีระพงษ์ คงเขียว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขาพนม รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมนักค้ายาเสพติด ภายในสวนยางพารา หมู่ 5 ต.โคกหาร ไปตรวจสอบพบศพนายเอกลักษณ์ หรือสมชาย ไหมทอง อายุ 33 ปี หรือ &amp;ldquo;ชาย โคกหาร&amp;rdquo; อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 5 ต.โคกหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าบริเวณกลางหน้าอก 3 นัด ทะลุหลัง 2 นัด แขนขวา 1 นัด ข้างศพผู้ตายพบอาวุธปืนขนาด .357 ตกอยู่ 1 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าสะพายสีเขียวบรรจุยาบ้า 4,000 เม็ด ไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตชด.426 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดที่บ้านเลขที่ 205 ซึ่งเป็นบ้านผู้ตาย จึงนำกำลังไปซุ่มรอจับกุม กระทั่งพบเห็นคนตายกำลังยาบ้ามาส่งให้กับสาย จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปทางสวนยางแล้วยิงใส่เจ้าหน้าที่ เกิดยิงต่อสู้กัน และคนร้ายถูกยิงตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจสอบขนำข้างบ้านนายเอกลักษณ์ พบยาบ้าอีก 10,000 เม็ด ไอซ์ 1 กก. อาวุธปืนคาร์บิน 1 กระบอก กะสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้ พร้อมทรัพย์สินอีกบางส่วน ประกอบด้วยรถ จยย.บิ๊กไบค์ 1 คัน รถกระบะ ทะเบียน ณล 2645 กทม. รถเก๋งมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กว 7020 สุราษฎร์ธานี รถเก๋งฟอร์ด ทะเบียน กษ 7959 สุราษฎร์ธานี โทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ นายเอกลักษณ์เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษเมื่อปีเศษ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, การวิสามัญฆาตกรรม, ขนยาบ้า5ล้านเม็ด, จ.แพร่, ปส.ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด, หนังสือพิมพ์, แม่สาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaad4168c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 00:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 00:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นจี้สอบเวเนซุเอลา วิสามัญฯ พลเรือนกว่า 500 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเอ็นระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ว่ากองกำลังความมั่นคงเวเนซุเอลาอาจวิสามัญฆาตกรรมพลเรือนมากกว่า 500 คนระหว่างปี 2558-2560 โดยอ้างปฏิบัติการปราบอาชญากรรม ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็นเรียกร้องเปิดการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่เกี่ยวกับวิกฤติภายในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561 โดยเป็นผลจากการตรวจสอบเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เมื่อปีที่แล้ว พบว่าการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการที่ทางการเวเนซุเอลาอ้างว่าเป็นการปราบปรามอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเวเนซุเอลา ผลสรุปที่ได้ในรายงานจึงอ้างอิงจากการสังเกตการณ์จากภายนอก และการสัมภาษณ์ผู้ถูกกระทำ, พยาน, กลุ่มประชาสังคม และแหล่งอื่นๆ รายงานยังอ้างอิงจากหลักฐานอื่นด้วย รวมถึงหลักฐานที่รวบรวมโดย ลุยซา ออร์เตกา ดีอาซ อดีตอัยการสูงสุดที่โดนมาดูโรปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และทำให้เธอต้องลี้ภัยในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้เน้นความสำคัญที่การวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการปลดปล่อยประชาชน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปราบปรามอาชญากรรม อาจอยู่เบื้องหลังการสังหารชีวิตพลเรือนมากกว่า 500 คน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2558 ถึงมีนาคม 2560 ส่วนใหญ่เกิดในย่านที่อยู่อาศัยของคนยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวีนา ชามดาซานี โฆษกของยูเอ็นเอชอาร์ซี กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่นครเจนีวาว่า เหยื่อการวิสามัญฆาตกรรมเป็นชายหนุ่มที่มีแนวโน้มเข้าข่ายอาชญากรต้องสงสัย และถูกจับกุมแล้วฆ่าโดยไม่มีหมายศาล ปฏิบัติการนี้ตั้งใจแสดงถึงความดุดันของมาดูโรในการปราบอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นเอชอาร์ซี กล่าวว่า ความล้มเหลวในการดำเนินคดีกับกองกำลังความมั่นคงที่ก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้ บ่งชี้ว่าไม่มีหลักกฎหมายภายในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาร้องขอให้ยูเอ็นเอชอาร์ซีจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับสูงที่สุด มาสอบสวนเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา และชี้ด้วยว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ซึ่งเปิดการไต่สวนเบื้องต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อาจต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11937</URL_LINK>
                <HASHTAG>การวิสามัญฆาตกรรม, คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, จี้สอบ, ยูเอ็น, เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180623/image_big_5b2d2f1122bc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.สส.&#039;โต้&#039;สหรัฐ&#039;ข้อมูลเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสม.จี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสม.ได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสม.จะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสช.เพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสม.จะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสช.ไม่ใช่องค์กรที่ กสม.จะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสช.คงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสม.ทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสม.เพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสม.จึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสม.เช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กสม. อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 ก.ย.60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม. อย่างไรก็ตาม ครม.จะต้องนำรายงานของ กสม.ไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;rdquo; นางเตือนใจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสช.ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสช.และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล &amp;nbsp;เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสช.เข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสช.ก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสช.ไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสช.ก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์ &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสช.ไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พล.ท.สรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ &amp;nbsp;อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, การจำกัดเสรีภาพพลเมือง, การล็อกคอ, การวิสามัญฆาตกรรม, คสช., นางเตือนใจ ดีเทศน์, บิ๊กทหารฮึ่ม, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมดยุคปรับทัศนคติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc997ca3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
