<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ขันน็อตข้าราชการศธ. ดันการศึกษายกกำลัง2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ. ) ได้เรียกประชุมสำนักนโยบายและแผนของทุกส่วนงานใน ศธ. เมื่อวันที่ 2ก.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพื่อทำความเข้าใจและติดตามแผนงานการศึกษายกกำลังสองเพื่อสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษา &amp;nbsp;เพื่้อขับคลื่อนสร้างความปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย โดยกล่าวว่า ขณะนี้ทุกประเทศเผชิญสถานกาณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกัน หากประเทศไทยซึ่งมีมาตรการด้านสาธารณสุขเป็นอันดับต้นของโลก ถือเป็นข้อได้เปรียบหากจะมีนักลงทุน หรือนักท่องเที่ยวมาประเทศไทย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียน และคุณครู เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมเป็น รมว.ศธ. ที่พบทูตกว่า 40 ประเทศ ซึ่งได้สอบถามว่าหากจะเข้ามาลงทุนในเมืองไทย มีข้อกังวลอะไร ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่า ห่วงเรื่องปัญหาความไม่พร้อมของบุคลากรด้านแรงงาน ดังนั้นหากสถานการณ์พลิกฟื้นกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาอีก 1-2 ปี ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองด้านการศึกษา โดยสามารถผลิตบุคลากรคุณภาพเพื่อรองรับได้ ถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถเป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศให้พลิกฟื้นขึ้นมาได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.ศธ.กล่าว ยังกล่าวในที่ประชุมด้วยว่า อยากให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนที่มีอยู่ให้รวดเร็วมากขึ้น รวมถึงการร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เช่น แนวทางการสอบเพื่อคัดเลือกครูให้ได้คนที่มีความสามารถจริงมาเป็นครูสอน ผู้บริหารโรงเรียนจะมีหลักเกณฑ์ หรือแนวทางในการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนสถานการศึกษาของตนเองให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทางของตนเองได้อย่างไร หรือปรับวิธีการสอบโดยใช้ข้อสอบแบบสุ่ม (Random) เป็นต้น นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานในศธ. ต้องบูรณาการแนวคิด และวิธีการทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อหาแนวทางร่วมกันในลักษณะข้ามหน่วยงาน ให้เป็นแผนงานของกระทรวงศึกษาธิการที่ทุกคนเป็นเจ้าของผลงานร่วมกันอย่างเป็นองค์รวม โดยให้มีการประชุมเพื่อจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษายกกำลังสอง และนำเพื่อหารือร่วมกันภายในระยะเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เราต้องก้าวข้ามข้อจำกัด และขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนมากขึ้น ต้องเพิ่มด้านปริมาณ และคุณภาพอย่างเข้มข้น หากมีข้อติดขัด เช่นงบประมาณ พวกเราต้องช่วยกัน และสรุปข้อเสนอแนะอย่างมีเหตุมีผล ซึ่งผมพร้อมที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติในการปลดล็อคแนวทางการทำงาน &amp;nbsp;หากเราทุกคนในกระทรวงฯ ช่วยกัน คุย &amp;nbsp;จะเป็นวิวัฒนาการใหม่ของการบริหารราชการไทย &amp;nbsp;เป็นกระทรวงแรกที่มีการร่วมมือกันทุกหน่วยงาน อยู่ที่ว่า ทุกคนพร้อม และกล้าหรือไม่ หากเราจะมาช่วยกันรื้อด้านการศึกษาของไทย ซึ่งเริ่มต้นได้ทันที รวมถึงการทำแผนงานงบประมาณในปี 2565 อย่างบูรณากการร่วมกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในที่ประชุม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอแผนงานที่ได้ดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ ตามแนวคิดด้านการศึกษายกกำลังสอง ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ หรือ Human Capital Excellence Center &amp;ndash; HCEC, แฟลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ หรือ Digital Education Excellence Center-DEEP และ แผนพัฒนารายบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ หรือ Excellence Individual Development Pan - EIDP โดยมีแผนงานสำคัญ อาทิ ทางสภาการศึกษาแห่งชาติ จะดำเนินการด้านหลักสูตรให้เป็นที่เรียบร้อยในเดือนพฤษภาคม 2564 และในปี 2563 จะสามารถจัดทำฐานข้อมูล และแฟ้มผลงาน (Portfolio) ของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ทางสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอแผนงานการควบรวมโรงเรียนใน 29 จังหวัด จำนวนกว่า 2,000 โรงเรียน และแผนการโยกย้าย และพัฒนาครูผู้สอน
ด้านสำนักงานอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนอแผนเร่งรัดและขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนด้านหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านแรงงานของภาคเอกชน และเสนอแนะการสร้างแรงจูงใจให้เด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นหันมาศึกษาด้านอาชีวะมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแรงงานที่มีความต้องการในอนาคต โดยเฉพาะสาขาสำคัญๆ เช่น โรโบติกส์ ระบบราง แม็คคาทรอนิกส์ เป็นต้น ด้านสำนักส่งเสริมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้นำเสนอการฝึกอบรมครูด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้วยระบบออนล์ และการขออนุมัติงบประมาณในการเปลี่ยนพื้นที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสะเต็มศึกษา (STEM Edupolis) เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ให้กับครูทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76425</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., การศึกษายกกำลังสอง, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บูรณาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50dfd009625.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
